
นครราชสีมา – ตำรวจภูธร ภาค 3 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 1คน พร้อมสารไอซ์ 599 กิโลกรัม
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างเป็นระบบ และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 15.00 น. ณ บก.สส.ภ.3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมาพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.3 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 1 คน พร้อมสารไอซ์จำนวน 599 กก. ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๓/ผอ.ศอ.ปส.ภ.3, พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3,, พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด, พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2, นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ โดยให้ร่วมกันบูรณาการด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนข่าวสารรวมถึงการร่วมมือกันในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามพื้นที่แนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน
โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3, พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓, พ.ต.อ.พรเทพ ทุ้ยแป ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง, พ.ต.อ.อิทธิพัทน์ ศรีมั่น ผกก.สภ.พระทองคำ, พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผกก. สภ. บ้านปรางค์ สั่งการให้ /เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน นำโดย พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส., ร.ต.อ.หญิง เพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส., เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระทองคำ, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านปรางค์ ได้บูรณาการสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด, เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดฯ, เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ข่าวยาเสพติดจังหวัดอุดรธานีฯ, เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนภาค ๒ , เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ทหาร

ร่วมสืบสวนจับกุมตัว นายอภิชาติ หรือรัก อายุ 41 ปี อยู่ม.4 ต.สงเปลือย อ.นามน จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมของกลาง 1.สารไอซ์ น้ำหนักประมาณ 599 กิโลกรัม, 2.โทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง, ตรวจยึดรถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน (ราคาประเมิน 300,000 บาท) โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ดหรือสารไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย”
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม สืบสวนทราบว่ามีเครือข่ายยาเสพติดชาว สปป.ลาว จะทำการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน จ.บึงกาฬ ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เข้าสู่พื้นที่ภาคกลางตอนในของประเทศไทย ผ่านพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 โดยเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวใช้ รถยนต์กระบะ ในการขนลำเลียงยาเสพติด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3, กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องให้ร่วมกันสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว จนกระทั่งพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย มีการเคลื่อนตัวออกมาจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจาก จ.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะลำเลียงนำยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางตอนในของประเทศไทย และเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะใช้เส้นทางที่เคยวิ่งลำเลียงยาเสพติดมาก่อนหน้านี้ จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนในการจับกุม โดยวางกำลังตามเส้นทางที่คาดว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะใช้เป็นเส้นทางใน

การลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ โดยวางกำลังเฝ้าดู พร้อมทั้งสะกดรอยติดตาม และเพื่อให้ทราบถึงขบวนการเครือข่ายในการลำเลียงยาเสพติด และผู้สั่งการในการลำเลียงยาเสพติดจึงได้ขับรถยนต์ติดตาม และพบว่ารถยนต์กระบะดังกล่าวบรรทุกสิ่งของบริเวณท้ายกระบะบรรทุกโดยใช้ผ้าใบปกคลุมปิดบังสิ่งของไว้ โดยรถยนต์กระบะดังกล่าววิ่งมาจาก จว.บึงกาฬ จนกระทั่งมาถึง ต.สระพระ อ.พระทองคำ จว.นครราชสีมา ซึ่งเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวรู้ตัวว่ามีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจขับขี่ติดตาม
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมเห็นดังนั้น จึงสั่งให้กำลังที่ได้แบ่งหน้าที่กันแล้วเข้าทำการสกัดกั้นตรวจค้นจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวที่บริเวณถนนสาธารณะตลาดพระทองคำ ม.1 ต.สระพระ อ.พระทองคำ จว.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ นายอภิชาติ หรือรัก พรรณศรี เป็นผู้ขับขี่ จึงทำการตรวจค้นตัว และรถยนต์ ผลการตรวจค้นพบ ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ จำนวน 8 ห่อใหญ่ ด้านในห่อด้วยกระสอบสีขาว อยู่บริเวณกระบะบรรทุกของรถยนต์กระบะคันดังกล่าว และพบโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อOPPO สีม่วง-ขาว จำนวน 1 เครื่อง สอบถาม นายอภิชาติฯ ให้การรับว่า โทรศัพท์ดังกล่าว นายอภิชาติ ฯ เป็นผู้ใช้งาน
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมจึงนำตัวนายอภิชาต ฯ พร้อมของกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวนายอภิชาติ ฯ พร้อมของกลาง มายัง กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 3 เพื่อตรวจเก็บพยานหลักฐาน จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อทราบถึงขบวนการและเครือข่ายยาเสพติด สอบถามนายอภิชาติ ฯ รับว่าตนเองได้รับการว่าจ้างจากนายเปี๊ยก ไม่ทราบชื่อและสกุลจริง โดยติดต่อผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยให้นายเปี๊ยก ให้ตนเองขับรถยนต์กระบะไปรอรับยาเสพติดที่บริเวณ อ.บุ่งคล้า จว.บึงกาฬ จากนั้นให้จอดรถทิ้งไว้จะมีคนนำรถของตนไป ให้ตนเองรออยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ก็มีโทรศัพทแจ้งให้ตนเองไปเอารถกลับมา ต่อจากนั้น จึงได้มีการเชิญตนเองเข้ากลุ่มแอพพลิเคชั่นไลน์ และมีการแชร์โลเคชั่นตลอดเส้นทาง ซึ่งตนเองจะใช้เส้นทางตามโลเคชั่นที่ส่งมาในกลุ่มไลน์ จนกระทั่งมาถึงบริเวณแยกไฟแดง อ.พระทองคำ จว.นคร ราชสีมา จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับได้ที่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขยายผลทราบว่า เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว คือ เครือข่าย “มังกรบิน” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน