
กมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐ จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “เมื่อภัยคุกคามเปลี่ยนแปลงรูปแบบ เทคโนโลยีการวิจัยความมั่นคงช่วยได้จริงหรือไม่”
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.15 นาฬิกา ณ ห้องจักรพงษ์ ชั้น 4 อาคารเสนาธิปัตย์ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ถนนพระรามที่ 5 เขตดุสิต กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “เมื่อภัยคุกคามเปลี่ยนแปลงรูปแบบ เทคโนโลยีการวิจัยความมั่นคงช่วยได้จริงหรือไม่” โดยมี พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานเปิดการเสวนา, ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะกรรมาธิการ สมาชิกวุฒิสภา ผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานเสวนา
พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการ มีหน้าที่และอำนาจ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การทำกิจการ การพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการทหารทั้งปวง อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการพัฒนาประเทศ รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแบบองค์รวม ดังนั้น การพัฒนาวิธีการ เพื่อนำไปสู่การป้องกันและเอาชนะภัยคุกคามจึงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมาธิการ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ที่ว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” มีเป้าหมายที่สำคัญ 5 ประการ คือ
- ประการแรก ประชาชนอยู่ดี กินดี และมีความสุข
- ประการที่ 2 บ้านเมืองมีความมั่นคงในทุกมิติและทุกระดับ
- ประการที่ 3 กองทัพ หน่วยงานด้านความมั่นคง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคง
- ประการที่ 4 ประเทศไทยมีบทบาทด้านความมั่นคงเป็นที่ชื่นชม และได้รับการยอมรับโดยประชาคมระหว่างประเทศ และ
- ประการที่ 5 ประการสุดท้าย การบริหารจัดการความมั่นคงมีผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้นคณะกรรมาธิการ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการวิจัย งานวิจัยที่มีคุณภาพและตรงเป้าหมายจะตอบโจทย์ และนำไปสู่การกำหนด แนวทางการปฏิบัติที่มีผลสัมฤทธิ์ เชื่อมั่นว่าในฐานะพลเมืองไทยต่างมีส่วนร่วมในทุกมิติของความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามที่เปิดเผยหรือภัยคุกคามที่มองไม่เห็น ต่างก็มีหน้าที่ที่จะปกป้องประเทศไทยให้มั่นคงและผาสุก ขอให้สร้างความพร้อมที่จะรับมือกับภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ โดยใช้ทักษะการเรียนรู้ ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและประเทศไทยให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบรรลุเป้าหมาย 5 ประการ ตามที่กล่าวมาแล้ว
ด้านว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร กล่าวว่า ประธานคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการเห็นชอบให้นำงานวิจัยที่มีคุณภาพมาใช้เป็นฐานข้อมูลทางวิชาการ เพื่ออ้างอิงประกอบการศึกษาเรื่องต่าง ๆ ในความรับผิดชอบ คณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบกลุ่มงานโครงสร้างกองทัพเฉพาะด้านกำลังพล กลุ่มงานกำลังพลสำรอง และกลุ่มงานทหารผ่านศึก ได้ร่วมกันศึกษาและพิจารณา สรุปได้ว่าการนำผลงานวิจัยมาประยุกต์ใช้เพื่อกำหนดแนวทางและกรอบการปฏิบัติที่เหมาะสมกับงานในความรับผิดชอบ หรือภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ สามารถปฏิบัติได้ และหากมีการรับรองที่เป็นรูปธรรมแล้ว จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในผลงานที่จะเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นจึงเห็นควรจัดเสวนาทางวิชาการขึ้น ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก เพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิด้านความมั่นคง ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการนำเทคโนโลยีการวิจัยมาใช้เพื่อสนับสนุนงานด้านความมั่นคง
สำหรับการจัดเสวนาในครั้งนี้ ได้แบ่งการจัดกิจกรรมเป็นสองช่วง ดังนี้ ในช่วงเช้า เป็นการเสวนาทางวิชาการ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ดร.พลเทพ ธนโกเศศ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ พลโท ดร.ชาติชาย ชัยเกษม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการไซเบอร์ทหาร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พนมพัทธ์ สมิตานนท์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และในช่วงบ่าย จะเป็นกิจกรรม Workshop & Conference เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เป็นหัวข้อวิจัยของนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก และคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร ในเรื่องการพัฒนากำลังพลของกองทัพ แนวทางการนำกำลังพลสำรองมาสนับสนุนงานด้านการบรรเทาสาธารณภัย และการพัฒนาสวัสดิการของทหารผ่านศึก
โดยก่อนเปิดการเสวนา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ ได้นำคณะถวายสักการะพระรูปจอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ณ ลานหน้าพระรูปจอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ





