ข่าวใหม่อัพเดท » จังหวัดลำพูน มุ่งส่งเสริมปลูกฝังให้ประชาชนเกิดสำนึกรักสามัคคีและมีความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อธำรงรักษาสถาบันภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

จังหวัดลำพูน มุ่งส่งเสริมปลูกฝังให้ประชาชนเกิดสำนึกรักสามัคคีและมีความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อธำรงรักษาสถาบันภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

22 มิถุนายน 2022
0

จังหวัดลำพูน มุ่งส่งเสริมปลูกฝังให้ประชาชนเกิดสำนึกรักสามัคคีและมีความปรอง ดองสมานฉันท์ เพื่อธำรงรักษาสถาบันภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

วันนี้(22 มิถุนายน 2565) ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตำบลต้นธง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมโครงการปลูกฝังจิตสำนึกรักสามัคคีและส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ ประจำปี 2565 จังหวัดลำพูน โดยมี นายชาตรี กิตติธนดิตถ์ ปลัดจังหวัดลำพูน นายโยธิน ประสงค์ความดี นายอำเภอเมืองลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ อส. ครู นักเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

ปลัดจังหวัดลำพูน กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้จัดทำโครงการปลูกฝังจิตสำนึกรักสามัคคีและส่งเสริม ความปรองดองสมานฉันท์ ประจำปี 2565 เพื่อปลูกฝังให้ประชาชนเกิดสำนึกรักสามัคคีและมีความปรองดองสมานฉันท์ ตระหนักถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม มุ่งมั่นที่จะธำรงรักษาสถาบันภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทาน ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 เผยแผ่ให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ตลอดจนการทำกิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคีปรองดองผ่านกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน ให้กับเยาวชน กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจังหวัดลำพูนได้จัดทำโครงการปลูกฝังจิตสำนึกรักสามัคคีและส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ ประจำปี 2565 จังหวัดลำพูน ระหว่างวันที่ 22 – 24 มิถุนายน 2565 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการฯ เป็นนักเรียนจาก โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษาฯ จำนวน 70 คน

ด้าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ปัจจุบันเราคงทราบกันดีว่า มีปัญหาความแตกแยกและความขัดแย้งในสังคมได้ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การสร้างความรัก สามัคคี และความปรองดองของคนในสังคม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือร่วมใจกันทำให้สังคมไทย กลับคืนสู่สังคมแห่งความสงบสุข สร้างสรรค์ให้เป็นสังคมแห่งความสมานฉันท์ การเคารพซึ่งความแตกต่างทางความคิด วัฒนธรรม เชื้อชาติและศาสนา บนหลักการ “แตกต่างแต่ไม่แตกแยก” ยึดหลักการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการธำรงรักษาสถาบันหลักของชาติ ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อที่จะนำไปสู่ความรัก สามัคคีและการปกครองของคนในชาติ การที่ท่านทั้งหลายได้มาเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับความรู้ ประสบการณ์ จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการศึกษาดูงาน นำไปปรับใช้และเผยแพร่ให้คนในสังคม หมู่บ้าน และชุมชน ได้เข้าใจและเคารพความเห็น ที่แตกต่าง ตระหนักรู้ถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข สร้างควาควมยรัก สามัคคี และความปรองดอง สมานฉันท์ในพื้นที่ต่อไป


ผู้สื่อข่าวจ.ลำพูน รายงาน