ข่าวใหม่อัพเดท » ‘นครพนม’ วันนี้ไม่มีผู้ป่วยโควิด-19

‘นครพนม’ วันนี้ไม่มีผู้ป่วยโควิด-19

30 ตุลาคม 2021
0

‘นครพนม’ วันนี้ไม่มีผู้ป่วยโควิด-19 เชิญชวนฉีดวัคซีนฯ เตรียมพร้อมรับมาตรการผ่อนคลาย-เปิดโรงเรียน

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2564 เวลา 08.25 น. นายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วันนี้จังหวัดนครพนมไม่มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน (0 ราย) รักษาหายแล้ว 4,921 ราย กำลังรักษา 31 ราย หายป่วยกลับบ้านวันนี้ 4 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,979 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 27 ราย

ในส่วนของภาพรวมจำนวนเตียงสำหรับรองรับการรักษาผู้ปวยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เตียงของ รพ.ทั่วไป/ รพ.ชุมชน ทั้ง 12 อำเภอ ทั้งหมด 324 เตียง ใช้ไป 31 เตียง คงเหลือ 293 เตียง รวมจำนวนเตียงทั้งหมด 324 เตียง ใช้ไป 31 เตียง คงเหลือรองรับผู้ป่วย 293 เตียง (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2564 เวลา 08.00 น.)

ด้านการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประชาชนจังหวัดนครพนมที่ควรได้รับวัคซีน เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันระดับจังหวัด (70%) คือ 502,312 คน มีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 263,093 คน คิดเป็น 36.66% เทียบกับประชากรทั้งหมด และ 52.38% เทียบกับ 70% ของประชากร โดยมีประชาชนได้รับการฉีดเข็ม 1 จำนวน 263,093 โด้ส คิดเป็น 36.66% ฉีดเข็ม 2 จำนวน 193,662 โด้ส คิดเป็น 26.99% ฉีดเข็ม 3 จำนวน 7,556 โด้ส คิดเป็น 1.05% โดยยังมีประชากร (เป้าหมาย 70%) คงเหลือ จำนวน 239,219 คน

ทั้งนี้ จากการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฎิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (Emergency Operation Center : EOC) จังหวัดนครพนม เมื่อวานนี้ นอกจากติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ การเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การบริหารจัดการวัคซีนโควิดฯ การปฏิบัติภารกิจของทั้ง 12 กลุ่มภารกิจ และมอบแนวนโยบายการปฏิบัติงานแล้ว นายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม ผู้บัญชาการเหตุการณ์ของคณะทำงานฯ ได้เน้นย้ำในเรื่องการจัดให้มีการบริการฉีดวัคซีนโควิดฯ ณ จุดบริการฉีดวัคซีนในทุกโรงพยาบาล ทั้งแบบ Walk-in และแบบที่นัดหมายไว้ ทุกวันในเวลาราชการ รวมทั้งการเพิ่มจุดบริการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่แต่ละพื้นที่กำหนด ทุกวันในเวลาราชการเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีบริการฉีดวัคซีนเชิงรุก ณ จุดบริการฉีดนอกสถานบริการสาธารณสุข โดยให้เริ่มปฏิบัติการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นี้

ทั้งนี้ จากการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฎิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (Emergency Operation Center : EOC) จังหวัดนครพนม เมื่อวานนี้ นอกจากติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ การเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การบริหารจัดการวัคซีนโควิดฯ การปฏิบัติภารกิจของทั้ง 12 กลุ่มภารกิจ และมอบแนวนโยบายการปฏิบัติงานแล้ว นายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม ผู้บัญชาการเหตุการณ์ของคณะทำงานฯ ได้เน้นย้ำในเรื่องการจัดให้มีการบริการฉีดวัคซีนโควิดฯ ณ จุดบริการฉีดวัคซีนในทุกโรงพยาบาล ทั้งแบบ Walk-in และแบบที่นัดหมายไว้ ทุกวันในเวลาราชการ รวมทั้งการเพิ่มจุดบริการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่แต่ละพื้นที่กำหนด ทุกวันในเวลาราชการเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีบริการฉีดวัคซีนเชิงรุก ณ จุดบริการฉีดนอกสถานบริการสาธารณสุข โดยให้เริ่มปฏิบัติการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นี้

“ขอเชิญชวนนักเรียน บุคลากรทางการศึกษา มารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด เตรียมพร้อมเปิดเรียนในห้วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ และขอเชิญชวนมารับการบริการฉีดวัคซีนโควิดให้เกิน 50% ของประชากรนครพนม เพื่อเตรียมพร้อมรับการผ่อนคลายมาตรการของ สบค. ซึ่งเมื่อวานนี้ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เห็นชอบให้ปรับระดับของพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2564 ได้แก่

  • พื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด 7 จังหวัด ประกอบด้วย จันทบุรี, ตาก, นคร ศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา, สงขลา
  • พื้นที่ควบคุมสูงสุด 38 จังหวัด ประกอบด้วย กาญจนบุรี, ขอนแก่น, ชลบุรี, ชุมพร, เชียงราย, เชียงใหม่, ฉะเชิงเทรา, ตรัง, ตราด, นครปฐม, นครนายก, นครราชสีมา, นครสวรรค์, นนทบุรี, ปทุมธานี, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, พระนครศรีอยุธยา, พัทลุง, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบุรี, เพชรบูรณ์, ระนอง, ระยอง, ราชบุรี, ลพบุรี, สตูล, สมุทรปราการ, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, สระบุรี, สระแก้ว, สุพรรณบุรี, สุราษฎร์ธานี, อ่างทอง, อุดรธานี, อุบลราชธานี,
  • พื้นที่ควบคุม 23 จังหวัด ประกอบด้วย กาฬสินธุ์, กำแพงเพชร, ชัยนาท, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, พะเยา, แพร่, มหาสารคาม, แม่ฮ่องสอน, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ลำปาง, ลำพูน, เลย, สิงห์บุรี, สุโขทัย, สุรินทร์, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อุตรดิตถ์, อุทัยธานี, อำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ
  • พื้นที่เฝ้าระวังสูง 5 จังหวัด ประกอบด้วย นครพนม, น่าน, บึงกาฬ, มุกดาหาร, สกลนคร,
  • และพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, กระบี่, พังงา, ภูเก็ต

เทพข่าวร้อน รายงาน

error: Content is protected !!