
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 ต.ค.64 พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ. รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี, พ.ต.ท.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัวนาย พีรวรรธน์ โสภาวัง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ซอย นนทบุรี 32 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี พร้อมด้วยของกลางปืนปากกา 1 กระบอก โดยจับกุมตัวได้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ริมถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 3 ต.ค.64 เวลา 19.30 น. ได้มีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี เข้ามาก่อเหตุลักโทรศัพท์มือถือในกุฎิของพระวิทวัส โสภณปญโณ พระลูกวัด วัดชมพูเวก ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี หลังเกิดเหตุตำรวจสืบสวนได้ตรวจสอบภาพกล้องวงจาปิดในวัด ทราบว่าคนร้ายคือนายพีรวรรธน์ เคยขับรถ จยย.รับจ้างหน้าศูนย์การค้าสลากไทย ก่อนหน้านี้พบว่านายพีรวรรธน์ ได้นำปืนปากกา ตระเวนขายให้กับวัยรุ่นแต่ไม่มีใครรับซื้อ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนติดต่อขอซื้อปืนปากกา จากนายพีรวรรธน์ ราคา 1,500 บาท ก่อนจะนัดส่งกันที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ริมถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรีเมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้
ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนได้นำกำลังดักซุ่มอยู่ จากนั้นนายพีรวรรธน์ ได้ขับขี่รถ จยย.ยามาฮ่า ฟรีโน่ สีแดงขาว ทะเบียน วจม 560 กรุงเทพมหานคร เข้ามา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดักซุ่มอยู่จึงได้เข้าจับกุมตัว พร้อมของกลางปืนปากกา 1 กระบอก จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุลักโทรศัพท์พระวัดชมพูเวก ตำรวจจึงนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและขอขมาพระเจ้าของโทรศัพท์
จากการสอบสวนนายพีรวรรธน์ ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่า ตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ที่ก่อเหตุลงไปเพราะบันดาลโทสะ เนื่องจากเมื่อวานนี้ตนมีปัญหาเรื่องเงิน จึงได้เดินทางมาที่วัดเพื่อปรึกษาขอความช่วยเหลือจากหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัด และจะมาขอข้าววัดกิน และขอเงินไว้ใช้ติดตัว โดยนำปืนปากกาของตนที่ซื้อต่อจากเพื่อนนำมาฝากไว้กับหลวงพ่อ แต่กลับถูกหลวงพ่อปฎิเสธและตำหนิอย่างรุนแรง ตนจึงเดินไปหาหลวงพี่ที่อยู่อีกกุฏิหนึ่งแทน เมื่อมาถึงพบว่าที่กุฎิไม่มีใครอยู่ เห็นโทรศัพท์มือถือเสียบสายชาร์ตวางไว้จึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือก่อนจะหลบหนีไป นำไปขายให้กับร้านขายได้เงินมา 400 บาท นำไปซื้อข้าวกิน จนวันนี้ถูกตำรวจจับกุมตัวได้

ทางด้าน พระวิทวัส กล่าวว่า วันเกิดเหตุอาตมา อยู่ที่อาคารฌาปานกิจที่อยู่ในวัด ก่อนออกจากกุฎิได้ชาร์ตโทรศัพท์มือถือไว้ในกุฎิ หลังเสร็จธุระกลับมาที่กุฎิพบว่าโทรศัพท์มือถือได้หายไปแล้ว และมีร่องรอยถูกกระชากออกจากสายไฟ จึงให้พระลูกวัดช่วยโทรศัพท์เข้าเครื่องก็โทรไม่ติด จึงมั่นใจว่าต้องมีคนร้ายเข้ามาขโมยโทรศัพท์ไปอย่างแน่นอน ก่อนเข้าแจ้งความตำรวจ

หลังสอบสวน ตำรวจได้แจ้งข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ในสาธารณะสถานหรือสถานที่สักการะบูชา โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ดำเนินคดีต่อไป
สาโรจน์ สว่างศรี / จ.นนทบุรี

