ข่าวใหม่อัพเดท » “บิ๊กกอล์ฟ” สืบสวนตม.3 และตม.จ.จันทบุรี ร่วมแถลงข่าว ผลการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 คดี

“บิ๊กกอล์ฟ” สืบสวนตม.3 และตม.จ.จันทบุรี ร่วมแถลงข่าว ผลการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 คดี

14 สิงหาคม 2021
0

วันที่ 13 ส.ค.64 เวลา 13.00 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 อาคาร 1 สตม. ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด, พ.ต.อ. หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 และ ว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก. สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีที่น่าสนใจ จำนวน 3 คดีดังนี้

1.กก.สส.บก.ตม.3 “รวบเจ๊เจี๊ยบ หัวหน้าขบวนการขนแรงงานลง ประจวบคีรี ขันธ์” คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 6 ส.ค.64 เกิดเหตุ รถขนคนต่างด้าวจำนวน 42 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจับกุมที่ จุดตรวจประชารัฐ อ.คลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจากการตรวจสอบพบ นายพีระฯ เป็นผู้ขับขี่ เบื้องต้นจากการซักถามคนต่างด้าวให้การว่าจะเดินทางกลับพม่าทางช่องทางด่านสิงขร โดยได้จ่ายค่าดำเนินการประมาณ 5,000-8,000 บาท ต่อมาได้ตรวจสอบพบว่าในกลุ่มคนต่างด้าวดังกล่าวมีผู้ติดโควิด-19 จำนวน 16 คน จึงทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องควบคุมตัวกลุ่มคนต่างด้าวและคนขับรถดังกล่าวไว้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ เสียก่อน

ต่อมา กก.สส.บก.ตม.3 ได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนขยายผล นายพีระ โดยนายพีระ ได้รับสารภาพทราบว่า ตนเป็นคนขับรถของบริษัท มีชื่อแห่งหนึ่ง ต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุ ได้รับคำสั่งจากนายจ้างชาวไทยให้มารับคนต่างด้าวกับนายหน้าชาวไทยที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อเดินทางไปยังด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจากรับคนงานแล้วจึงได้รับค่าดำเนินการจำนวนหนึ่งจากนายหน้า พร้อมทั้งได้ข้อมูลผู้ประสานงานที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเมื่อเดินทางไปถึงให้ประสานงานกับ น.ส.เจี๊ยบฯ เพื่อจะได้นัดหมายพบกันต่อไป ต่อมาจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 ทำให้ทราบภายหลังว่าเป็น น.ส.วณิชย์นาราฯ ซึ่งนอกจากกระทำความผิดในคดีนี้แล้ว ยังตรวจสอบพบว่ามีหมายจับของศาลจังหวัดตาก ที่ จ.115/2564 ข้อหาฉ้อโกง จึงได้ทำการสืบสวนจนกระทั่งทราบแหล่งกบดาน

ต่อมาวันที่ 10 ส.ค.64 จึงได้เข้าจับกุมตัว น.ส.วณิชย์นาราฯ ได้ที่บริเวณหน้าแมนชั่นแห่งหนึ่ง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่กบดานของ น.ส.วณิชย์นาราฯ โดยเบื้องต้นจากการตรวจค้นพบพยานหลักฐานทั้งการติดต่อสื่อสารและด้านการเงินสอดคล้องกับคำให้การของ นายพีระฯ ซึ่งฝ่ายสืบสวนสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวต่อไป

2.กก.สส.บก.ตม.3 “ขยายผลจับกุมเครือข่าย แก๊งค์นำพาคนจีนหลบหนีเข้าเมือง” สืบเนื่องมาจากการจับกุมขบวนการลักลอบขนคนจีนเข้าประเทศ โดยจับกุมที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.64 ที่ผ่านมานั้น นายสมบุญฯ ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวได้ให้ข้อมูลว่า ตนได้รับการชักชวนให้ทำงานขนคนครั้งนี้ จากนายไชศักดิ์ฯ หรือใหญ่ โดยร่วมทำกันมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งในครั้งก่อนๆ นายสมบุญฯ จะทำหน้าที่ขับรถนำคอยแจ้งเรื่องด่านตรวจ ส่วนนายใหญ่ฯ จะทำหน้าที่ขับรถคนขนต่างด้าว แต่ในครั้งที่ถูกจับกุมนี้ได้เปลี่ยนหน้าที่กัน โดยนายใหญ่ฯ ทำหน้าที่ขับรถนำทางและคอยแจ้งเรื่องด่านตรวจ ส่วนนายสมบุญฯ ทำหน้าที่ขับรถขนคนต่างด้าวไปส่งที่หมายและทำให้ถูกจับกุมซึ่งทุกๆ ครั้ง นายใหญ่ฯ จะเป็นคนรับงานขนคนต่างด้าวและรายละเอียดต่างๆ จากนั้นจึงมาชักชวนนายสมบุญฯ ให้ร่วมทำงาน โดยแบ่งหน้าที่และแบ่งเงินที่ได้รับด้วยกัน นายใหญ่ฯ เป็นคนรับงานขนคนต่างด้าวมาจากผู้สั่งการ ที่ จ.เชียงราย โดยไม่ได้สนใจว่าคนต่างด้าวที่ตนรับขนนั้นจะเข้าประเทศโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เมื่อทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว กก.สส.บก.ตม.3 จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 331/64 ลง 19 ก.ค.64 ข้อหา “ร่วมกันช่วยเหลือซ่อนเร้นด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม”

ต่อมาได้ดำเนินการสืบสวน ทราบว่า นายใหญ่ฯ หลบหนีและพักอาศัยอยู่บ้านพัก ย่านธัญบุรี คลอง 11 จ.ปทุมธานี จึงได้วางแผนจับกุม เมื่อพบตัวชายลักษณะคล้ายนายใหญ่ฯ บุคคลตามหมายจับจึงได้แสงตัว และแสดงหมายจับให้ นายไชศักดิ์ฯ หรือใหญ่ ทราบ ก็รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน จึงได้จับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปโดยสามารถจับกุมได้ที่ถนนภายในหมู่บ้านกรีนการ์เดนโฮม คลอง 11 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญญบุรี จ.ปทุมธานี

จากการซักถามนายใหญ่ฯ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับงานมาจากผู้สั่งการ ซึ่งอยู่ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยการนัดรับคนต่างด้าวทุกๆ ครั้ง จะนัดรับที่ บริเวณบึงหนองปึ๋ง อ.เมือง จ.เชียงราย ได้รับค่าจ้างตามจำนวนคนต่างด้าว หัวละ 5,000 บาท โดยจะได้รับค่าจ้างเมื่อส่งคนต่างด้าวถึงที่หมาย เงินที่ได้รับค่าจ้างเมื่อหักค่าน้ำมันออก ก็จะแบ่งกับ นายสมบุญฯ ซึ่งตนชักชวนมาร่วมงาน โดยแบ่งกันคนละครึ่งทางการสืบสวนพบว่า นายใหญ่ฯ มีการใช้โทรศัพท์ติดต่อผู้สั่งงาน/ว่าจ้างหลายครั้ง และมีจำนวนเงินโอนเข้าออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

3.ตม.จ.จันทบุรี “จับชาวลาวแอบย่องผ่านเข้าไทยถูกจับพร้อมขบวนการช่วยเหลือ” ในห้วงเวลาที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในแนวชายแดนจังหวัดจันทบุรี มีความเข้มงวด และกวดขันจับกุมผู้กระผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง อย่างต่อเนื่อง ในกรณีนี้ชุดสืบสวน ตม.จ.จันทบุรี ได้ทำการสืบสวนทราบว่า จะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผ่านในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีจึงได้วางแผนสกัดจับกุมโดยบูรณาการกำลังปฏิบัติกับทหารพราน และตำรวจภูธรพื้นที่ ซึ่งต่อมาขณะที่ตั้งจุดสกัดได้ตรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูสุ สีฟ้า ทะเบียนจังหวัดนครราชสีมา ลักษณะตรงตามข้อมูลที่ทำการสืบสวนจึงได้ทำการเรียกขอตรวจสอบ ซึ่งเมื่อรถยนต์กระบะคันดังกล่าวถูกเรียกก็แสดงพิรุจโดยเคลื่อนตัวช้าๆก่อนเข้ามาที่จุดสกัด จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ขับคือนายวิรุธฯ (ขอสงวนสกุล) สัญชาติไทย อายุ 26 ปี มีผู้โดยสารนั่งมาในแคป 2 คน ตรวจสอบแล้วพบว่าคือ นายแม็ก สัญชาติลาว อายุ 28 ปี และนางเม สัญชาติลาว อายุ 24 ปี ไม่มีเอกสารหนังสือเดินทางอย่างใด สอบถามรับว่าหลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมตัวนำส่งดำเนินคดี

โดยการแจ้งข้อกล่าวหา นายวิรุธฯ “ช่วยเหลือซ่อนเร้นด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม” นายแม็ก และนางเม “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลาง รถยนต์กระบะ มีแคป ติดหลังคา ทะเบียนจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 1 คัน โดยสามารถจับกุมได้ที่ จุดตรวจหน้ากองร้อย ทพ.นย.546 (คลองโป่งน้ำร้อน) ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
จากการสอบถาม นายแม็ก และนางเมให้ข้อมูลว่าเป็นสามีภรรยากันทำงานอยู่จังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา หลังจากสถานการณ์โควิดที่กัมพูชารุนแรงและไม่มีงานจึงคิดจะกลับประเทศลาวโดยใช้ไทยเป็นทางผ่านเนื่องจากถนนหนทางสะดวก จึงลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ และแอบทำงานเก็บเงินใน จ.จันทบุรี เกือบ 1 เดือน จากนั้นจึงติดต่อจ้างนายวิรุธฯ คนละ 8,500 บาท ให้ส่งกลับบ้าน ส่วนนายวิรุธฯ รับสารภาพว่าปกติทำงานขับรถส่งผลไม้ส่วนงานรับงานขนส่งแรงงานนั้นทำเป็นครั้งคราว ซึ่งในเคสนี้ก็รับว่าได้รับการติดต่อจากจ้างจากนายแม็ก จริง โดยจะนำคนทั้งสองไปส่งที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วจะจ้างเพื่อนของนายวิรุธฯรับไปส่งต่อยังชายแดนหนองคายต่อไป ซึ่ง ตม.จ.จันทบุรี จะดำเนินการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ต.อาชยนฯ ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณอย่างยิ่ง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

error: Content is protected !!