
สุโขทัย – หลวงพี่สลัดจีวรกระหน่ำกลอง “กุ่ย หลุ่ย ซุ้ม” อนุรักษ์ประเพณีเข้าพรรษาชาวพวน
เวลา 17.00 น. วันที่ 8 ส.ค. 64 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดภูธาตุเจดีย์ ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย หลังทราบว่าพระสงฆ์ที่วัดแห่งนี้ยังคงรักษาประเพณีดั้งเดิมช่วงเข้าพรรษาของชาวไทยพวนพื้นถิ่นไว้อย่างเหนียวแน่น เมื่อเข้าไปถึงบริเวณหอกลองของวัด ซึ่งมีกลองเพลทำจากท่อนไม้ลูกใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 1 เมตร ยาวกว่า 2 เมตร ตั้งอยู่ และระฆังโลหะแขวนไว้เช่นเดียวกับวัดทั่วๆไป ในเวลาต่อมาพบพระสงฆ์และเด็กวัยรุ่นชายในหมู่บ้าน กำลังเตรียมการตีกลองย่ำค่ำ โดยมีการเพิ่มฉาบ และฆ้องอีก 2ใบ จากนั้นจึงเริ่มตี จากจังหวะช้าๆ และค่อยๆ เร็วขึ้น โดยมีเด็กวัยรุ่นชายคอยสลับเปลี่ยนช่วยพระสงฆ์ตี เสียงกลองดังสนั่นลั่นวัด โดยมีเสียงฉาบ และฆ้อง2ใบ ให้เสียง สูงและต่ำ คอยคุมจังหวะ
พระภานุ อนุตตะโร อายุ 29 ปี พระลูกวัด เปิดเผยภายหลังจากตีกลองเสร็จสิ้นว่า เป็นชาวไทยพวนที่หมู่บ้านแห่งนี้ บวชเรียนมา 5พรรษา การตีกลองดังกล่าวนั้นเรียกว่า การตี กุ่ย หลุ่ย ซุ้ม เป็นการตีกลองย่ำค่ำในวันโกน คือวัน 7 และ 14ค่ำทั้งข้างขึ้นและข้างแรม ตลอดช่วงเข้าพรรษา 3เดือน เพื่อเป็นสัญญาณแจ้งญาติโยมในหมู่บ้านว่า วันพรุ่งนี้เป็นวันพระ จะได้เตรียมทำกับข้าวกับปลาเตรียมมาทำบุญในวันรุ่งขึ้น โดยมีกลองเพล ฆ้องชัย 2ใบ และฉาบใหญ่ ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในตำบาลหาดเสี้ยวแห่งนี้ เป็นชาวพวนที่อพยพมาจาก เมืองเชียงขวาง สปป.ลาว ตั้งแต่สมัย ร.3 จึงนำขนบ ธรรมเนียม ประเพณี วิถีชีวิตตามมาด้วย วัตถุประสงค์การตีเพื่อบอกชาวบ้านว่าวันนี้เป็นวันโกนพรุ่งนี้เป็นวันพระ จะได้เตรียมตัวมาทำบุญ มีพระกับสามเณรช่วยกันตี
โดยสมัยก่อนแต่ละวัดจะตีประชันแข่งกันข้ามแม่น้ำยม เป็นที่สนุกสนานและเพลิดเพลินของญาติโยมต่างพาลูกหลานมาคอยชมการตีกลอง กุ่ย หลุ่ย ซุ้ม กันทุกวันโกน โดยจะมีการตี 2 จังหวะ คือแบบช้า เรียกว่าแก้วลงคอน จะตีช้าๆ เสมือนนกแก้วกำลังค่อยๆ บินกลับรัง, และจังหวะเร็วเรียกว่าควายลงทุ่ง คือควายรีบลงไปกินหญ้า แต่ถ้าตีนอกเหนือจากช่วงเข้าพรรษาเป็นการบอกเหตุว่า พระหรือสามเณรในวัดมรณภาพ ส่วนที่เรียกว่า กุ่ย หลุ่ย ซุ้ม นั้นมาจากเสียงของกลอง ฉาบ และฆ้องที่ตีนั่นเอง ในปัจจุบันพระและสามเณรบวชกันน้อย จึงสอนวัยรุ่นในหมู่บ้านให้มาช่วยตีเพื่อสืบสานประเพณีของชาวพวนให้คงอยู่ต่อไป
พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย



