ชุมแพโมเดล “แก้หลาก แก้แล้ง แก้จน” ในพื้นที่นาเพียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

“ชุมแพโมเดล” บูรณาการโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำ ริ โดยมูลนิธนโยบายสาธารณะไทย ภายใต้แนวคิด “แก้หลาก แก้แล้ง แก้จน” ในพื้นที่ ตำบลนาเพียง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ตำบลนาเพียง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ร่วมมือกับมูลนิธินโยบายสาธารณะไทย เป็นประธานในการให้ความรู้กับชุมชน ในการทำธนาคารน้ำใต้ดิน และสนับสนุนการต่อยอดความมั่นคงด้านเศรษฐ กิจให้กับคนชุมชนโดยมีการสนับสนุน ทำแปลงทดลองปลูกถั่วเหลืองในพื้นที่ เพื่อร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ โดยใช้ชื่อ “ชุมแพโมเดล” โดยได้มีร่วมบันทึกลงนามร่วมกัน ซึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ตำบลนาเพียง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งได้ทำงานร่วมกับ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 21 สังกัด หน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ โดยดำเนินการกักเก็บน้ำใต้ดินผ่านระบบธนาคารน้ำใต้ดินแบบเปิด เพื่อให้ชุมชนมีน้ำใช้ได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องตลอดทั้งปี

โดยมีผู้ที่มาให้ความรู้กับประชาชน ประกอบไปด้วย ผู้ร่วมงานเสวนา นายกำธร พัฒนแก้ว ผู้อำนวยการสายงานรัฐกิจและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท กรีนสปอต จำกัด, นายสมศักดิ์ ตันติรักษาชัย กรรมการ ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการ, อาจารย์ ดร.เจตษฎา อุตรพันธ์ ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,นายวิรัญ วันเต็ม ปลัดเทศบาลตำบลนาเพียง,นายคณิต นพวานศรี ตัวแทนเกษตรกรผู้เข้าร่วมแปลงทดลองปลูกถั่วเหลือง และนายวิโรจน์ แนวประเสริฐ ตัวแทนเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการแปลงทดลองปลูกถั่วเหลือง เพื่อให้ความรู้กับเกษตรกรในพื้นที่

เมื่อพื้นที่มีความพร้อมด้านแหล่งน้ำแล้ว จึงได้ต่อยอดแนวคิดสู่การสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้แนวคิด “แก้หลาก แก้แล้ง แก้จน” และพัฒนาเป็น “ชุมแพโมเดล” โดยอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ ภายใต้แนวคิดและการออกแบบโครงการของคุณโชติ โสภณพนิช ประธานกรรมการมูลนิธินโยบายสาธารณะไทยและคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานโครงการบริหารจัดการน้ำ โดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ การทำงานโครงการ คือการบริหารจัดการน้ำนอกเขตชลประทาน เพื่อ แก้หลาก แก้แล้ง แก้จน สร้างศูนย์การเรียนรู้เพื่อให้ชุมชนในพื้นที่ห่างไกลจากระบบชลประทาน เข้าใจและสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อแก้หลาก แก้แล้งและ แก้จน โดยใช้แนวทางตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้ประทานแนวทางไว้ว่า “ต้องประหยัด ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ และที่สำคัญคือชุมชนต้องมีส่วนร่วม” มีการอบรมให้ความรู้แก่คนในชุมชนเรื่องบริหารจัดการน้ำในรูปแบบธนาคารน้ำใต้ดิน ระบบเปิด และระบบปิด

ซึ่งในห้วงวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานร่วมบันทึกลงนามร่วมกันเพื่อบูรณาการความร่วมมือกับ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) ในการสนับสนุนด้านการสำรวจวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเหมาะสมของพื้นที่เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำเป็นธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด ในพื้นที่สังกัดของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ซึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตำบลนาเพียง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งได้ทำงานร่วมกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 21 สังกัดหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ โดยดำเนินการกักเก็บน้ำใต้ดินผ่านระบบธนาคารน้ำใต้ดินแบบเปิด เพื่อให้ชุมชนมีน้ำใช้ได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องตลอดทั้งปี


พรพิพัฒน์ รายงาน

นายอำเภอบางเลน ตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันในพื้นที่อำเภอบางเลน

วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. นายอนุชา ใจช่วงโชติ นายอำเภอบางเลน พร้อมด้วย นายอำนาจ ทองดอนสังข์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายนนท์ ศรีวัฒนตระกูล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และสมาชิก อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองอำเภอบางเลน ร่วมกับพานิชย์จังหวัดนครปฐม พลังงานจังหวัดนครปฐม ตรวจสอบสถานบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอบางเลน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันให้เป็นไปตามกฎหมาย อาทิ การแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน ปริมาณน้ำมันต้องถูกต้องครบถ้วน คุณภาพได้มาตรฐาน รวมทั้งป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า ราคาน้ำมันของแต่ละสถานีบริการ อาจมีความแตกต่างกัน เนื่องจากต้นทุนการจัดซื้อที่ต่างกัน ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ทำเลที่ตั้ง และการแข่งขัน ทางการค้าซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐสำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีความผันผวนในช่วงนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียด ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และอาจกระทบต่อต้นทุนด้านพลังงานและราคาสินค้า
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายน้ำมันที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม หรือสายด่วน 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สภ.ห้วยยาง เปิดต่อเนื่อง โครงการ “ตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ” ประจำปีงบประมาณ 2569

ประจวบคีรีขันธ์ – สภ.ห้วยยาง เปิดต่อเนื่อง “โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569”

ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืนฯ หมู่บ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว. ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.ศิริชัย ไชยดี รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบ ฯ มอบหมายสั่งการให้ พ.ต.อ. วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง
พระมหาสัญญา สิทธิญาโณ เจ้าคณะตำบลห้วยยาง พร้อมนายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะเเก ประธานในพิธีเปิด โครงการ “ดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569

โดยมี นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต.ห้วยยาง, นางสาวณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะเเก, น.ส.วิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ, ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะเเก, ผู้แทนพัฒนาการอำเภอทับสะเเก, นายสราวุธ ทอดสนิท ประธานหมู่บ้าน ม.11 ผู้แทน กำนันตำบลห้วยยาง, นางพัชชา เเดงฉ่ำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.ห้วยยาง, นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง, ร.ต.เอนก รูปโคม เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.จงอางศึก, น.ส.ทิพวรรณ อิ่มชื่น รักษาการ ผอ.รพ.สต.ห้วยยาง, นางศศิมน พิมลสกลวงศ์ ผอ.รพ.สต.บ้านเนินดินแดง ร่วมพิธีเปิดศูนย์บำบัดในชุมชน โครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ดำเนินการตรวจปัสสาวะผู้เข้าร่วมโครงการฯ ครั้งที่ 1 กิจกรรมพบหมอ สร้างแรงบันดาลใจ และปรับทัศนคติผู้กล้า ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการนี้เพื่อ เป้าหมายในการ “ลด ละ เลิก” จำนวนรวม 33 คน

พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าวว่า การดำเนินงานในโครงการตำบลยั่งยืนของ สภ.ห้วยยาง ปัจจุบัน อยู่ในขั้นตอนที่ 2 ขั้นปฏิบัติการ โดยได้ประชาสัมพันธ์โครงการ ลงพื้นที่ เดิน x-ray ตรวจปัสสาวะประชาชนอายุ 12-65 ปี เพื่อค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพยาเสพติด ในหมู่บ้านทุ่งยาว ม.3 และบ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ต.ห้วยยาง พบผู้เสพ ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการบำบัด จำนวน 33 ราย ได้ทำการคัดกรองบุคคล ประเมินผู้เสพยาเสพติดที่มีอาการทางจิต เพื่อบันทึกข้อมูลการบำบัดรักษา/ฟื้นฟูผู้ติดยา(บสต.) และจะทำกิจกรรมบำบัดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Based Treatment and Care : CBTx) จำนวน 16 ครั้ง ในระยะเวลา 3 เดือน นับจากวันทำพิธีเปิดในวันนี้ ซึ่งคณะกรรมการคุ้ม พร้อมภาคีเครือข่าย และ ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง จะช่วยกันขับเคลื่อนดำเนินงานตามแนวทางที่เคยทำมาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน ต่อไปผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าว


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

รพ.บางเลน ต้อนรับ สส.สุขชาติ สะสมทรัพย์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและพัฒนาระบบสาธารณสุข

รพ.บางเลน ต้อนรับ สส.สุขชาติ สะสมทรัพย์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและพัฒนาระบบสาธารณสุข

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมเพชรไพลิน ชั้น 4 โรงพยาบาลบางเลน นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางเลน พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร ให้การต้อนรับ พันเอก สุขชาติ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม ในโอกาสเข้าเยี่ยมเยียนและร่วมหารือแนวทางการพัฒนางานด้านสาธารณสุข

ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายอนุชา มหานิล สาธารณสุขอำเภอบางเลน, รพ.สต. ในพื้นที่, สจ.วิสิทธิ์ วันสีแก้ว นายกสมาคม อสม. อำเภอบางเลน และเครือข่ายสาธารณสุขเข้าร่วมประชุม เพื่อนำเสนอข้อมูลปัญหาและข้อเสนอแนะในการยกระดับการบริการสุขภาพแก่พี่น้องประชาชนชาวบางเลนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างยั่งยืน


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นครปฐม เข้ารับโล่รางวัลผู้ขับเคลื่อนงานดีเด่นด้านส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ ในงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18

นครปฐม เข้ารับโล่รางวัลผู้ขับเคลื่อนงานดีเด่นด้านส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ ในงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18

วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นางดรุณี โพธิ์ศรี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมเป็นเกียรติรับโล่เชิดชูเกียรติ ด้านการส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุในงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 Building Sustainable Wellness under Climate Change “สร้างสุขภาวะยั่งยืน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก” ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค 69

โดยมี นายวิโรจน์ ทองเกลี้ยง หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ พร้อมด้วยเจ้าหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพและผู้เกี่ยวข้อง นำผู้มีผลงานดีเด่นเข้ารับโล่รางวัลผู้ขับเคลื่อนงานดีเด่นด้านส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ ได้แก่ นางศมานันท์ ศรีพัฒนพร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม ได้รับรางวัล ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care manager : CM) ดีเด่น เขตสุขภาพที่ 5 และ นางเพชรน้ำหนึ่ง แก้วศรีงาม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน ได้รับรางวัล ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver : CG)” ดีเด่น เขตสุขภาพที่ 5 โดยแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลฯ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

อยุธยา จัดพิธีบวงสรวง นายขนมต้ม บรมครูแห่งวงการมวยไทย เนื่องในวันที่ระลึกวีระชนไทยนายขนมต้ม เพื่อยกย่อง และส่งเสริมศิลปะป้องกันตัวของไทย

จังหวัดอยุธยา พิธีบวงสรวง นายขนมต้ม บรมครูแห่งวงการมวยไทย เนื่องในวันที่ระลึกวีระชนไทยนายขนมต้ม เพื่อยกย่อง และส่งเสริมศิลปะป้องกันตัวของไทย

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 17 มีนาคม 2569 ณ ลานหน้าอนุสาวรีย์นายขนมต้ม สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรี อยุธยา เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพร้อมเปิดงาน วันมวยไทยนายขนมต้ม ประจำปี 2569 พร้อมด้วยนายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธุ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ สถาบันศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย สมาคมครูมวยไทย นักเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประกอบพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของนายขนมต้ม บรมครูแห่งวงการมวยไทย เนื่องในวันที่ระลึกวีระชนไทยนายขนมต้ม ครั้งที่ 22 ประจำปี 2569 โดยภายในงานมีการประกอบพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์ เพื่อเป็นสิริมงคล

การจัดกิจกรรมงานวันมวยไทยนายขนมต้ม ครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่ 22 โดย จังหวัดพระ นครศรีอยุธยา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา สมาคมสถาบันศิลปะการต่อสู้แบบไทยนานาชาติ(AITMA & IMTF) สมาคมกีฬามวยไทยนายขนมต้ม และหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ครูมวยไทยและ นักกีฬามวยไทย ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ

นายขนมต้ม บรมครูแห่งวงการมวยไทยอดีตเป็นนักมวยคาดเชือกชาวกรุงศรีอยุธยา เกิดที่ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เคยถูกจับเป็นเชลยในระหว่างเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในครั้งนั้นพระเจ้ามังระได้สั่งให้เอาตัวนายขนมต้ม มาเปรียบมวยกับนักมวยชาวพม่า ปรากฏว่า นายขนมต้ม สามารถชกเอาชนะนักมวยชาวพม่าได้ถึง 9-10 คน จนได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสรภาพในที่สุด จากเหตุการณ์ ที่นายขนมต้มชกชนะนักมวยพม่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2317 นั้น ชาวไทยจึงได้ถือว่าวันที่ 17 มีนาคมของทุกปี เป็นวันเกียรติประวัติของนักมวยไทย ถือเป็น วันมวยไทย ซึ่งชาวพระนครศรีอยุธยาก็ได้พร้อมใจกันสร้าง “อนุสาวรีย์นายขนมต้ม” ไว้ที่บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งปัจจุบัน มวยไทยได้เป็นที่ยอมรับนับถือ และมีการสอนแพร่หลายไปทั่วโลก ทั้งการร่ายรำและการต่อสู้โดยมีเครื่องดนตรีไทยประกอบถือว่าเป็นศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย คนรุ่นหลัง จึงไม่ควรทอดทิ้งให้สูญหายไป

และวันนี้ ในเวลา 17.30 น. จะมีพิธีเปิดการแข่งขันมวยไทย ในโครงการศิลปะการต่อสู้และไหว้ครูมวยไทย ประจำปี 2569 “วันมวยไทยขนมต้ม ครั้งที่ 22” อย่างเป็นทางการ ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์นายขนมต้ม สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายเชาวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันมวยไทย นายขนมต้ม


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

โคราช เตรียมจัดยิ่งใหญ่ “งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย” 23 มีนาคม – 3 เมษายน นี้

โคราช เตรียมจัดยิ่งใหญ่ “งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569”
ภายใต้แนวคิด “200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย” 23 มีนาคม – 3 เมษายน นี้

จังหวัดนครราชสีมาเตรียมจัดงาน ฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และพื้นที่โดยรอบ เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของ ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) วีรสตรีคู่บ้านคู่เมืองของชาวโคราช โดยในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย” สะท้อนถึงพลังศรัทธา ความกล้าหาญ และความเสียสละของบรรพชนชาวโคราชที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน

สำหรับ พิธีเปิดงานในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 น. จะจัดขึ้นโดยมีการ รำบวงสรวงท้าวสุรนารี ครั้งยิ่งใหญ่ จากผู้รำจำนวน 7,410 คน พร้อมขบวนการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของ ชาวนครราชสีมา ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทอดพระเนตรการรำบวงสรวงในพิธีเปิด นับเป็น พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่พสกนิกรชาวจังหวัดนครราชสีมา พร้อมกันนี้จะมีการจุด พลุเฉลิมฉลอง 4 มุมเมือง สร้างบรรยากาศแห่งความปลาบปลื้มและความภาคภูมิใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่มาร่วมงาน

ภายในงานตลอด 12 วัน 12 คืน มีกิจกรรมหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี และความบันเทิง อาทิ การแสดง แสง สี เสียง ชุด “ย่าฉันท่านชื่อโม ตอน สัญญาเก่า 200 ปี” ถ่าย ทอดเรื่องราววีรกรรม ความ กล้าหาญ และความเสียสละของท้าวสุรนารีและชาวเมืองนคร ราชสีมา ที่ร่วมกันปกป้องบ้านเมืองจากศัตรู ในอดีต การออกร้าน นาวากาชาด การจำหน่ายสินค้า OTOP และสินค้าชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรระ พื้นบ้าน รวมถึงกิจกรรมบันเทิงสำหรับประชาชนทุกเพศทุกวัย โดยจะมี คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง การแสด ลิเก รำวงย้อนยุค เพลงโคราช และการแสดงพื้นบ้าน หมุนเวียนสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงา ทุกค่ำคืน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม เดินแบบผ้าไทยการกุศล “สืบสานพระราชปณิธานด้วยใจภักดิ์ อัตลักษ ภูษาศิลป์ ผ้าไทยถิ่นเมืองโคราช” ณ เวทีกลางของงาน เพื่อร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทย รวมถึ สนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวนครราชสีมาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

การจัดงานครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ชาวโคราชทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแสดงออกถึงความกตัญญูแล ความศรัทธาต่อท้าวสุรนารี พร้อมทั้งสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า ส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้ เศรษฐกิจของจังหวัดให้เกิดความคึกคัก

จังหวัดนครราชสีมา จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของง ประเพณีอันยิ่งใหญ่ของชาวโคราช “งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569” ภาย แนวคิด “200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และพื้นที่โดยรอบ


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

น้ำมันปกติ แต่ควรใช้อย่างประหยัด

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดตามสถานการณ์ด้านพลังงาน โดยร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และเตรียมมาตรการรองรับ เน้นย้ำประชาชนใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และช่วยกันประหยัดพลังงาน ขณะที่น้ำมันส่งออกไปเมียนมายังคงมีอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมประชุมหารือกับพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการข้อมูลสถานการณ์ด้านพลังงาน ตามที่กระทรวงมหาดไทย แจ้งให้จังหวัดบูรณาการข้อมูลสถานการณ์ด้านพลังงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ อย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ด้านพลังงานในพื้นที่

ทั้งนี้ จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานในจังหวัด โดยให้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานและแนวโน้มผลกระทบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด กำกับดูแลและเฝ้าระวังสถานการณ์ การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ ให้เป็นไปตามภาวะปกติ และสื่อสารทำความเข้าใจสถานการณ์พลังงาน ให้แก่ ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ผ่านนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หอกระจายข่าว และช่องทางประชาสัมพันธ์ของจังหวัด โดยให้เน้นประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องจากภาครัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจ ลดความตื่นตระหนก และป้องกันการกักตุน หรือการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการจัดจำหน่ายพลังงาน

นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า สถานการณ์ด้านพลังงานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตอนนี้เข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทางจังหวัดได้ชี้ แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน และสร้างการรับรู้ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก ตลอดจนได้ทำความเข้าใจกับสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ในพื้นที่ ขอให้มีการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ที่จะสามารถอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน ให้สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ทั้งนี้ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าได้วิตกกังวล ขอให้ดำเนินชีวิตตามปกติ ซึ่งสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทุกแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ และมีรถขนส่งน้ำมันเข้ามาตามปริมาณการใช้ตามเดิม แต่ขออย่าตื่นตระหนก และอย่ากักตุนน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอาจมีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด ส่วนสต็อกน้ำมันก็เป็นไปตามปกติ มีเข้ามาก็จำหน่ายจนหมด ไม่มีการกักตุนเพื่อเก็งกำไรแต่อย่างใด

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวต่ออีกว่า สำหรับช่วงนี้ที่ประเทศผู้ค้าน้ำมันในตะวัน ออกกลาง อยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ ทำให้สัดส่วนน้ำมันที่นำเข้ามาจากทุกภูมิภาค มีปริมาณลดลงและปรับตัวสูงขึ้น จึงขอให้ทุกคนช่วยกันประหยัดการใช้พลังงาน ใช้น้ำมันอย่างรู้คุณค่า เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัว และเป็นการช่วยประเทศชาติอีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ที่ช่องทางจุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม ผู้ประกอบการฝ่ายไทย ยังคงมีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศเมียนมาผ่านช่องทางดังกล่าว อย่างต่อเนื่อง โดยทางรัฐบาลไทยอ้าง สามารถส่งออกน้ำมันไปเมียนมาและลาวได้ ยกเว้นประเทศกัมพูชา การส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าว กลับค้านการจำหน่ายน้ำมันในไทยที่มีการจำกัดการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับประชาชน สร้างความปั่นป่วนให้กับผู้ใช้น้ำมันและกิจการด้านอุตสาหกรรมของไทยเอง โดยจะเห็นภาพในหลายจังหวัด ที่น้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลนและหมดในเวลาอันรวดเร็ว


ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

นรข.สน.เรือธาตุพนม สแกนเข้มริมโขงตรวจยึด จยย.2 คัน เตรียมเข็นลงเรือส่งขายข้ามฟาก ยังประเทศเพื่อนบ้าน

นครพนม – นรข. สแกนเข้มริมโขงตรวจยึด จยย.2 คัน เตรียมเข็นลงเรือส่งขๅยข้ๅมฟาก ยังประเทศเพื่อนบ้าน

วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ที่สถานีเรือธาตุพนม () กองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตฯ) น.ท.รุ่งเรือง มาสุทธิ หน.สน.เรือธาตุพนม ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ แถลงการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีทางศุลกากร บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านคับพวง หมู่ 4 ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เมื่อเวลาประมาณตีห้าของวันเดียวกัน

โดยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ สน.เรือธาตุพนม ได้ออกทำการลาดตระเวนซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่บ้านคับพวง ต.น้ำก่ำ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง จนเวลาประมาณตีสี่ ได้ตรวจพบกลุ่มคนพยายามนำรถจักรยานยนต์ ซึ่งจอดอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงลงไปยังบริเวณท่าน้ำ โดยมีเรือหาเรือติดเครื่องยนต์จอดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวว่เพื่อเข้าทำการตรวจสอบ กลุ่มคนต้องสงสัยจึงทิ้งรถจักรยานยนต์ อาศัยความชำนาญในพื้นที่และความมืดวิ่งหลบหนีไปได้

จากนั้นจึงได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด พบรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คันยี่ห้อฮอนด้า รุ่น WAVE 110 i สีน้ำเงิน-เทา ทะเบียน 1 กด 5913 กำแพงเพชร และฮอนด้า รุ่น WAVE 110 i สีน้ำ-แดง ไม่ติดแผ่นทะเบียน จอดทิ้งในที่เกิดเหตุ จึงตรวจยึดของกลางและนำกลับมายัง สน.เรือธาตุพนม เพื่อทำการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

น.ท.รุ่งเรือง มาสุทธิ หน.สน.เรือธาตุพนม เปิดเผยว่าการลาดตระเวนแต่ละครั้ง ต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ทหาร ตำรวจ รวมทั้งฝ่ายปกครอง ที่ให้ข้อมูลแลกเปลี่ยนข่าวสาร แล้วก็ร่วมมือกันอย่างเต็มขีดความสามารถ ยอมรับว่าพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานความมั่นคง นอกจากค่อนข้างหนักแล้ว อาจจะมีช่องโหว่อยู่บ้าง แต่พวกเราก็อาศัยความร่วมมือจึงอุดช่องโหว่ไว้ได้ จะเห็นได้ว่าในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการจับกุมในส่วนของยาเสพติด สินค้าผิดกฎหมาย

การส่งรถจักรยานยนต์ออกนอกประเทศ เป็นขบวนการเดิมๆที่ลักลอบทำกัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ตรวจยึดได้ มีการจัดตั้งคนดูต้นทางไว้หลายจุด แค่เจ้าหน้าที่ผ่านมาก็ส่งไลน์บอกกันแล้ว ส่วนรถจักรยานยนต์ 2 คันนี้ มีอยู่สองแบบคือเจ้าของรถขายเอง หรือส่งคนไปดาวน์แล้วส่งขายข้ามฟาก อาจจะส่งขายแลกเป็นเงินสด หรือเปลี่ยนเป็นยาบ้า ขึ้นอยู่ที่ข้อตกลงกัน
โดยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ ถือเป็นรถยอดนิยมที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านต้องการมากที่สุด นอกจากนี้ทางเวียดนามก็ชอบ เพราะรถฮอนด้าที่ผลิตในไทย มีสมรรถนะคงทนกว่า จึงมีออเดอร์สั่งเข้ามาเยอะเช่นกัน ส่วนรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้ายืนหนึ่งมาโดยตลอด รองลงมาเป็นยี่ห้ออีซูซุ


เทพข่าวร้อน ฟร้องข่าวด่วนสำนักข่าวความมั่นคงจังหวัดนครพนม

เชิญเที่ยวงานอัศจรรย์สุพรรณบุรีค่ำคืนแห่งความหวังและกำลังใจส่งต่อความรักรับกำลังใหม่

สุพรรณบุรี – เชิญเที่ยวงานอัศจรรย์สุพรรณบุรีค่ำคืนแห่งความหวังและกำลังใจส่งต่อความรักรับกำลังใหม่

ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรี นายนิมิตร นาคใหม่ ประธานจัดงานอัศจรรย์สุพรรณบุรี จัดงานแถลงข่าวอัศจรรย์สุพรรณบุรี ค่ำคืนแห่งความหวัง และกำลังใจ ส่งต่อความรัก รับกำลังใหม่ ภายใต้โครงการ EveryOne Thailand ข่าวดีเพื่อทุกคน โดยมีศาสนาจารย์ชุมพล คุ้มพันธ์แย้ม ประธานร่วมและฝ่ายประชาสัมพันธ์งานอัศจรรย์สุพรรณบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการโครงการข่าวดี เพื่อทุกคนจังหวัดสุพรรณบุรี นางสาวนิษฐกานต์ คุณวัชระกิจ วัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี นางจงกลณี ไชยองค์การ ผู้จัดการฝ่ายบริหารศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรี และประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

ซึ่งมี Mr.Travis Holownia ชาวแคนนาดา ได้มาพูดคุยเกี่ยวกับโครงการข่าวดีเพื่อทุกคน EveryOne Thailand และเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมในกิจกรรมอัศจรรย์สุพรรณบุรี ค่ำคืนแห่งความหวัง และกำลังใจ ส่งต่อความรัก รับกำลังใหม่ สำหรับงานอัศจรรย์สุพรรณบุรี ภายใต้โครงการ EveryOne Thailand ข่าวดีเพื่อทุกคน ค่ำคืนแห่งความหวัง และกำลังใจ ส่งต่อความรัก รับกำลังใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 มีนาคม 2569 ณ สนามกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี เวลา 17.00-21.00 น. เปิดให้เข้าชมฟรี ภายในงานจะพบกับ Mr.Travis Holownai และพบกับศิลปินแพรว คณิตกุล และเต้น นรารักษ์ พร้อมร่วมลุ้นรับรางวัลฟรีทุกคืน

ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานคริสเตียนทั่วโลกกับคริสตจักรท้องถิ่นในประเทศต่างๆ ร่วมกันจัดกิจกรรมการประกาศข่าวประเสริฐในหลากหลายรูปแบบตามพื้นที่ต่างๆ ให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ของประเทศ เป็นข่าวดีเพื่อทุกคน EveryOne Thailand จะมีการจัดกิจกรรมครอบคลุมทั่วประเทศ โดยจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจังหวัดที่ 17 ที่ได้จัดกิจกรรมฯนี้ขึ้น โดยชมรมคริสเตียนจังหวัดสุพรรณบุรี ทางชมรมจะดำเนินการจัดกิจกรรมฯ ต่อเนื่องประกอบด้วยที่จังหวัดสระบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำข่าวดีมายังผู้ที่ทุกข์ใจ สับสันวุ่นวายกับปัญหาชีวิต ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเงิน ครอบครัวล้มเหลว ท้อแท้สิ้นหวัง เจ็บป่วยเรื้อรังรักษาไม่หาย ทุกข์ทรมานกับโรคร้ายหาสาเหตุไม่ได้ นี่คือข่าวดี และโอกาสอันดี ส่วนผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้พบกับฤทธิ์อำนาจอันอัศจรรย์สามารถเปลี่ยนชีวิตท่านได้


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี