นายกฯ อนุทิน ควงภริยา เชิญชวนแต่งชุดไทยย้อนยุคเที่ยวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

จังหวัดลพบุรี – นายกฯอนุทิน ควงภริยาเชิญชวนแต่งชุดไทยย้อนยุคเที่ยวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 – เมื่อเวลา 18.20 น. ที่จ.ลพบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 โดยมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม ในฐานะว่าที่สส.ลพบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย (ภท.), นายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภท., นายนรินทร์ คลังผา ว่าที่ สส.เขต 1 และนายวรวงศ์ วรปัญญา ว่าที่ สส.พรรคเพื่อไทย เขต 4 โดยนายกฯ สวมชุดผ้าไทยย้อนยุค เป็นเสื้อผ้าไหมมัดหมี่ลายประตูวังพระนารายณ์ โจงกระเบนไหมมัดหมี่สีพื้น ขณะที่น.ส.ธนนนท์ สวมโจงกระเบนไหมมัดหมี่ลายประตูวังพระนารายณ์ราชนิเวศน์

โดยจุดแรกที่บริเวณลานหน้าศาลพระกาฬ นายกฯ และคณะ ชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากนั้นสักการะศาลพระกาฬ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.ลพบุรี เพื่อความสิริมงคล ก่อนขึ้นรถรางไปยังสวนราชานุสรณ์ เพื่อเยี่ยมชมการประดับตกแต่งสวนดอกไม้สวยงาม ก่อนที่นายกฯพร้อมคณะ เดินเท้าเข้าสู่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

หลังจากนั้น นายกฯ ฟังการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์เพลง “ชะตาชีวิต” และเพลง “ยามเย็น” โดยนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยบรรเลง ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้ขอเป็นคอนดักเตอร์ด้วยตัวเองด้วยท่าทีมืออาชีพท่ามกลางเสียงปรบมือดังก้อง ก่อนที่จะเป็นประธานในพิธีเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569

สำหรับงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถือเป็นงานท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดลพบุรี จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พร้อมทั้งเป็นการเผยแพร่ความรุ่งเรืองของเมืองละโว้ในสมัยอยุธยาให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ผ่านกิจกรรมที่เน้นบรรยากาศย้อนยุคและการแสดงที่สมจริง

สำหรับไฮไลต์สำคัญภายในงานประกอบด้วย ขบวนแห่ประวัติศาสตร์ที่ตระการตา การรำบวง สรวง สวนนารายณ์นฤมิต และการจัดแสดง “ตำรับโอสถพระนารายณ์” นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น การแสดงทหารวังเปลี่ยนเวร ละครลิง หมากรุกคน ตลาดย้อนยุค และการจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีเมืองลพบุรี

ทั้งนี้ งานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ พระราชวังพระนารายณ์และโบราณสถานใกล้เคียง โดยผู้เข้าชมสามารถสัมผัสการแสดงแสง สี เสียง ประวัติศาสตร์จินตนาการสุดอลังการได้ฟรีตลอดการ


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

สวนนงนุชพัทยาจัด “จดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง” รับวาเลนไทน์ ดันสมรสเท่าเทียม Soft Power ไทยสู่เวทีโลก

สวนนงนุชพัทยาจัด “จดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง” รับวาเลนไทน์ ดันสมรสเท่าเทียม Soft Power ไทยสู่เวทีโลก

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สวนลอยฟ้า สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้จัดกิจกรรมสุดประทับใจ “จดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง” ต้อนรับวันแห่งความรัก โดยมีคู่รักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมจดทะเบียนและทำกิจกรรมในวันสำคัญดังกล่าว

โดยได้รับเกียรติจาก นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา เป็นผู้แทน นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ และ พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ ร่วมเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส

ไฮไลต์ของงานคือ ขบวนแห่ขันหมากสุดยิ่งใหญ่ นำคู่สมรสจำนวน 9 คู่ นั่งบนหลังช้าง 9 เชือก เคลื่อนขบวนอย่างสง่างาม ท่ามกลางนักแสดงของสวนนงนุชพัทยากว่า 100 ชีวิต ปีนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน โดยมีการจดทะเบียนสมรสภายใต้กฎหมายสมรสเท่าเทียม สะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะสังคมที่เปิดกว้างและเคารพสิทธิความรักของทุกคนอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ สวนนงนุชพัทยาได้สร้างสรรค์กิจกรรมที่ผสานความรัก วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ สะท้อนพลัง Soft Power ของประเทศไทย ผ่านอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย ขบวนขันหมาก ช้างไทย ศิลปะการแสดง และความงดงามของสวนพฤกษศาสตร์ระดับโลก โดยคู่รักที่มาจดทะเบียนในวันนี้ได้รับสิทธิ์เที่ยวชมสวนบนพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ ซึ่งประกอบด้วยสวนสวยมากกว่า 60 สวน ฟรี พร้อมขึ้นหลังช้างรับทะเบียนสมรส และรับต้นไม้มงคลเป็นของที่ระลึก

สวนนงนุชพัทยา เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nongnoochpattaya.com


ข้อมูลข่าวสารจาก ประชาสัมพันธ์สวนนงนุช พัทยา
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าข่าวภาคตะวันออก รายงาน

พิธีบวงสรวงพระปรางค์สามยอดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

จังหวัดลพบุรี – สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรีร่วมกับสื่อมวลชนลพบุรีทำพิธีบวงสรวงพระปรางค์สามยอด เพื่อเตรียมการจัดการแสดง แสง สี เสียง เป็นส่วนหนึ่งการจัดงานแผ่นกินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569

โดยเมื่อเช้าวันนี้ นายมหิทธร สุรบุญจรัส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี ได้เป็นประธานในการประกอบพิธีบวงสรวงพระปรางค์สามยอด ณ ลานหน้าพระปรางค์สามยอด ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งมี นายณรงศักดิ์ คูกิติรัตน์ หรือ ที่เรารู้จักกันในนาม “อาจารย์แห้ว หมอ ดูเทวดา”มาเป็นเจ้าพิธีในครั้งนี้ สำหรับในการประกอบพิธีดังกล่าวเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลในการเตียมการจัดการแสดง แสง สี เสียง ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 13 – 22 กุมภาพันธ์ 2569

สำหรับในการจัดงานดังกล่าวเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งพระองค์ทรงสร้างเมืองลพบุรีให้เป็นราชธานีแห่งที่ 2 รองจากกรุงศรีอยุธยา ทั้งนี้พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจนานัปการในเมืองลพบุรี โดยเฉพาะได้สร้างพระนารายณืราชนิเวศน์ที่ยังคงมีความสมบูรณ์ให้เห็นถึงตวามเจริญรุ่งเรืองและความสวยงามของพระราชวังแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานเกี่ยวกับพระปรีชาสามารถในเรื่องต่าง ๆ อาทิ ด้านการประปา ด้านวิทยาศาสตร์เรื่องดาราศาสตร์ ด้านการต่างประเทศ

สำหรับตรงจุดพระปรางค์สามยอดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในสมัยพระองค์ที่ทรงมีความเชื่อมโบงกับสมัยทราวดี ซึ่งพระปรางค์สามยอดสร้างในสมับพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และองค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้มีการสร้างวิหารต่อเติมออกมา พร้อมกับมีพระพุทธรูปหินทรายตั้งประดิษฐานอยู่ในพระวิหารดังกล่าวที่ยังคงมีหลักฐานให้เห็นทุกวันนี้ โดยนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี มอบให้ทางทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรีร่วมกับสื่อมวลชนลพบุรี รับผิดชอบและได้เห็นถึงความสำคัญที่จุดดังกล่าว จึงได้จัดให้มีการแสดง แสง สี เสียงขึ้น เป็นการเชื่อมโยงกับกิจกรรมในพระนารายณ์ราชนิเวศน์และโบราณสถานโดยรอบ ซึ่งผู้ที่ทางเที่ยวงานแห่นกินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชจะได้ทราบถึงความเป็นมาของโบราณสถานแห่งนี้ พร้อมกับได้รับชมการแสดงระบำลพบุรี หารแสดงของชาติพันธุ์ ในจังหวัดลพบุรี

ซึ่งในปีนี้ได้จัดกิจกรรมเสริมด้วยการประกวดเทพีพระปรางค์สามยอด เทพบุตรพระปรางค์สามยอด และหนูน้อยพระปรางค์สามยอด โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมงานสามารถบันทึกภาพประวัติศาสตร์กับสถาปัตยกรรมที่มีอายุนับพันปีไว้เป็นที่ระลึก พร้อมกับได้กราบไหว้ขอพรจากพระพุทธรูปหินทราบอายุกว่า 300 ปี ทั้งนี้เชื่อว่าในช่วงการจัดงานจะสร้างรายได้ในเรื่องของการท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับจังหวัดลพบุรี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ร้านรับจัดช่อดอกไม้ที่ชายแดนไทยมาเลเซีย ลูกค้าสั่งออเดอร์เพียบโดยเฉพาะช่อดอกไม้เงินสด ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ทั้งธนบัตรไทย และธนบัตรริงกิตมาเลเซีย

สงขลา/สะเดา – ร้านรับจัดช่อดอกไม้ที่ชายแดนไทยมาเลเซีย ลูกค้าสั่งออเดอร์เพียบโดยเฉพาะช่อดอกไม้เงินสด ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษทั้งธนบัตรไทย และธนบัตรริงกิตมาเลเซีย

วันนี้ (13 ก.พ.69 ) ที่ จ.สงขลา สีสันก่อนถึงวัน valentine 14 ก.พ. ไปกันที่ร้าน flower delivery dannok ตั้งอยู่ที่ ซ.ไทยจังโหลน 11 ม.7 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นร้านรับจัดช่อดอกไม้ต่างๆ บรรยากาศคึกคัก เพราะมีออเดอร์จากลูกค้าสั่งเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะช่อดอกไม้เงินสดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วย ซึ่งที่เป็นร้านรับจัดช่อดอกไม้ตามงานและเทศกาลต่างๆ ตอนนี้ต้องเร่งทำช่อดอกไม้เงินสดที่นำธนบัตรมาจัดเป็นช่อดอกไม้ตามออเดอร์ของลูกค้าที่สั่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก และต้องรีบทำให้ทันส่งในวันวาเลนไทน์พรุ่งนี้

คุณดุจษะนันทน์ รชุดา หรือเจ๊เมย์ เจ้าของร้าน บอกว่า วันวาเลนไทน์ปีนี้คึกคักมาก มียอดสั่งทำช่อดอกไม้มาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งดอกไม้สดและดอกไม้ ที่เป็นธนบัตร เงินสด มีการสั่งทำเยอะโดยเฉพาะลูกค้าชาวมาเลเซียที่เป็นผู้ชายที่สั่งออเดอร์ผ่าน WeChat เพื่อที่จะส่งให้สาวไทย โดยช่อดอกไม้ที่เป็นธนบัตร มีธนบัตรสูงถึง 30,000 บาทต่อช่อ

เหตุที่ช่อดอกไม้เงินสดเป็นที่นิยมของกลุ่มลูกค้าและคู่รักมากขึ้นเพราะว่าสามารถเก็บไว้ได้นาน หรือจะแกะออกมาใช้จ่ายก็ได้ ต่างจากช่อดอกไม้สด เช่น ดอกกุหลาบ แม้จะสวยงามแต่มีราคาสูงและอายุสั้น ลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงจึงนิยมที่จะสั่งเป็นช่อดอกไม้เงินสดมากกว่า ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าผู้ชายมีทั้งคนไทยและชาวมาเลเซีย โดยมีการสั่งทำพร้อมโอนเงินเข้ามาว่าจะให้จัดช่อดอกไม้เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ และใช้ธนบัตรแบบไหน มีตั้งแต่ธนบัตรใบละ 20 จนถึง 1,000 บาท

ค่าทำช่อดอกไม้เงินสดจะเริ่มต้นค่าแรงขั้นต่ำตั้งแต่ 300 บาท หรืออาจจะมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับความยากง่าย หากผู้ใดสนใจสามารถสั่งได้ที่เจ๊เมย์ โทร.09-4396-1787 หรือติดต่อทางเฟซบุ๊ก “Dutsanan May Rachuda


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ พูดข่าวประจำจังหวัดสงขลา

กปภ. เปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ที่โชคชัย โคราช เดินหน้าขยาย 54 สาขาทั่วประเทศ

นครราชสีมา – กปภ. เปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ที่โชคชัย โคราช เดินหน้าขยาย 54 สาขาทั่วประเทศ

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จัดพิธีเปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี ในงานมี นายกิติทัศ เรืองดิษฐ ผู้ช่วยผู้ว่าการ (บริหารองค์กร) การประปาส่วนภูมิภาค, นายภาษิต พันลำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 2 (ฝ่ายวิชาการ), นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาโชคชัย, นายอำเภอโชคชัย รวมถึงผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายกิติทัศ เรืองดิษฐ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด ราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยในปี 2567 กปภ. เปิดให้บริการแล้ว 10 แห่ง ปี 2568 เพิ่มอีก 4 แห่ง และปี 2569 เปิดเพิ่ม 36 แห่ง รวมทั้งสิ้น 54 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับ Mini Station ใช้เทคโนโลยีกรองน้ำระบบ RO และฆ่าเชื้อด้วยแสง UV สามารถผลิตน้ำดื่มได้ถึง 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง ได้มาตรฐานสากล ปัจจุบันมียอดให้บริการน้ำดื่มสะอาดสะสมกว่า 1.6 ล้านลิตร หรือเทียบเท่าน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร กว่า 2.6 ล้านขวด

นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการ การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการน้ำดื่มสะอาดเป็นความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาดของประชาชน โดยเปิดให้บริการน้ำดื่มฟรี วันละ 20 ลิตรต่อคน โดยขณะนี้ยังไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ประชาชนสามารถมารับน้ำได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ระบบผลิตน้ำมีกำลังการให้บริการประมาณ 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง สามารถรองรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ น้ำที่ให้บริการเป็นระบบกรองแบบอาร์โอ (RO) และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลต (UV) มั่นใจได้ว่าสะอาดและปลอดภัย สามารถดื่มได้ทันที

ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญที่ภาครัฐสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำสะอาดฟรีอย่างทั่วถึง จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาใช้บริการได้ตลอดเวลา เพื่อประโยชน์ด้านสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงโครงการน้ำดื่มสะอาดว่า ภายหลังได้ทดลองดื่มแล้วพบว่ามีรสชาติดี สะอาด และมีคุณภาพ โดยการประปาส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าภาพดำเนินการ ผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์คุณภาพเรียบร้อย และมีแผนขยายโครงการครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องซื้อน้ำดื่มเป็นประจำ ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล การประปานครหลวงได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ยืนยันว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ กปภ. ตั้งเป้าขยายสถานีผลิตน้ำดื่มสะอาดให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน


กิตตินันท์ ข่าวนครราชสีมา

การประปานครนายก เปิดโครงการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ปลอดภัยตามมาตรฐานสาธารณสุข

นครนายก – การประปานครนายก เปิดโครงการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ปลอดภัยตามมาตรฐานสาธารณสุข

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค สาขานครนายก ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนคร นายก เป็นประธานเปิดโครงการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ปลอดภัยตามมาตรฐานสาธารณสุข โดยมี นายสุภรณ์ เฉลียวบุญ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขานครนายก พร้อมคณะให้การต้อนรับและกล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารการประปาส่วนภูมิภาค นายอำเภอเมืองนครนายก หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีเปิดโครงการฯ ซึ่งในพิธีเปิดจะมีการถ่ายทอดสดจากการประปาส่วนภูมิภาค 54 สาขา “เปิดจุดจ่ายน้ำพร้อมกัน” ทุกสาขา

ด้วยกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายให้การประปาส่วนภูมิภาค ดำเนินโครงการน้ำดื่มสะอาด Mini Station เพิ่มโอกาสให้ประชาชนในการเข้าถึงน้ำสะอาด เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการครองชีพ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาด และปลอดภัยตามมาตรฐานสาธารณสุข การประปาส่วนภูมิภาคสาขานครนายก จึงได้ดำเนินการจัดโครงการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครนายก โดยประชาชนทั่วไปใช้บัตรประจำตัวประชาชนใบเดียว ขอรับน้ำดื่มได้ฟรี 20 ลิตรต่อวัน หน่วยงานต่างๆ ขอรับน้ำดื่มได้ 100 ลิตรต่อวัน และต้องนำภาชนะมาใส่เอง ซึ่งเปิดให้บริการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30 น. ถึง 16.30 น. เป็นต้นไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

บารมีสองธรรมราชาแห่งอีสาน!

แม่ทัพภาคที่ 2 ขอเมตตา “หลวงปู่ศิลา-พระอาจารย์ต้อม” จารแผ่นทองนำฤกษ์ สร้างวัตถุมงคล “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” เสริมขวัญกำลังใจรั้วของชาตินับเป็นวาระอันมหามงคลยิ่งเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางประกอบพิธีขอรับเมตตาจากพระเกจิ อาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมแห่งยุค เพื่อสมทบมวลสารในการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นประวัติศาสตร์ “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” โดยในช่วงเช้าเวลา 10.59 น. ได้เข้ากราบนมัสการ พระราชวัชราวิทยาคม วิ. (พระอาจารย์ต้อม ปภัสสโร) ณ วัดท่าสะแบง จ.ร้อยเอ็ด เพื่อขอรับเมตตาลงอักขระเลขยันต์บนแผ่นทองคำ แผ่นเงิน และแบบพิมพ์นำฤกษ์ อันเป็นชนวนมวลสารศักดิ์ สิทธิ์ที่จะนำไปจัดสร้าง ณ วัดป่าสุขวัฒน์ อ.ธวัชบุรี

จากนั้นในเวลาอันเป็นมงคล 13.19 น. แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางต่อไปยังวัดสวนธรรมปีติ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อกราบนมัสการ พระราชวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา ศิริจันทร์โท) มหาเถราจารย์ผู้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาอย่างสูงสุดในปัจจุบัน โดยหลวงปู่ศิลาได้เมตตาลงอักขระเลขยันต์และประกอบพิธีอธิษฐานจิตเป็นปฐมฤกษ์ มอบให้แก่กองทัพภาคที่ 2 อย่างเป็นกรณีพิเศษ

ซึ่งการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” นี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นสุดยอดงานพุทธศิลป์ที่รวมพลังจิตตานุภาพจากสองพระเกจิชื่อดังแห่งแผ่นดินอีสานไว้ด้วยกัน แต่ยังมีวัตถุประสงค์อันแรงกล้าเพื่อมอบเป็นเครื่องรางยึดเหนี่ยวจิตใจให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เสียสละอยู่ตามแนวชายแดน และมอบให้แก่ผู้มีอุปการคุณที่ร่วมสนับสนุนภารกิจของกองทัพ
การร่วมสนับสนุนในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการส่งต่อพลังใจและความคุ้มครองไปยังเหล่าทหารหาญผู้เป็นรั้วของชาติให้มีขวัญกำลังใจในการปกป้องอธิปไตยสืบไป


พรพิพัฒน์ รายงาน

ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “Bar 31” บุกจับร้านคาราโอเกะเถื่อน ลวงเด็กหญิง 16 ปีค้ากาม แฉเจ้าของร้านพยายามลวนลามล่วงละเมิดขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย

ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “Bar 31” บุกจับร้านคาราโอเกะเถื่อน ลวงเด็กหญิง 16 ปีค้ากาม แฉเจ้าของร้านพยายามลวนลามล่วงละเมิดขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย

ภายใต้นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาด ไทย ที่เน้นให้มีการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย มอบหมายให้นาย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.ต., สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ, นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสํานักอํานวยการกองอาสารักษาดินแดน สั่งการให้นายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกจับร้านคาราโอ เกะ ชื่อ “Zeeds Bar31” ตั้งอยู่ภายในซอยนาเกลือ 12 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

เมื่อเวลา 00.36 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปก ครอง พร้อมด้วยนายอนุศักดิ์ พิรยะอมร นายอำเภอบางละมุง นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการบุกจับร้านคาราโอเกะ ชื่อ “Zeeds Bar31” ภายในซอยนาเกลือ 12 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาปรนนิบัติลูกค้า ให้กอดจูบลูบคลำ และที่เลวร้ายที่สุดคือการให้เด็กขายบริการทางเพศอย่างเปิดเผย ทำให้การจับกุมครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความโหดร้ายของการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์จากเด็กที่ยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทยอย่างน่าตกใจ อีกทั้ง เจ้าของร้านซึ่งเป็นสามีภรรยากันมีส่วนรู้เห็นและรับผลประโยชน์จากการค้าประเวณี

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากกรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าร้านคาราโอเกะดังกล่าว ที่นอกจากจะส่งเสียงดังสร้างความเดือดร้อนรำคาญ เปิดให้บริการยันสว่างแล้ว ยังมีการนำเด็กมาทำงานพิเศษที่เข้าข่ายการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก อย่างชัดเจน โดยเด็กหญิงจะถูกพามาทำงานให้ปรนนิบัติลูกค้า ทั้งการให้ลูกค้ากอดจูบลูบคลำ และนำเด็กไปค้าประเวณี โดยเจ้าของร้านจะได้รับส่วนแบ่งจากการกระทำนี้

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าร้านคาราโอเกะแห่งนี้เป็นร้านคาราโอเกะเถื่อน ไม่มีใบอนุญาตให้เปิดสถานบริการ ภายในร้านพบพนักงานหญิงให้บริการจำนวน 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงอายุเพียง 16 ปี จากการสืบสวนพบว่า เจ้าของร้านเป็นคู่สามีภรรยามีพฤติการณ์รู้เห็น และได้รับผลประโยชน์จากการค้าประเวณี

ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าของร้านดังกล่าว ในข้อหา

  1. ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 4 ประกอบ 3 (4) (ข) และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509
  2. ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 28 แห่งพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ประกอบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2558
  3. ผู้ใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไป เพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ตามมาตรา 282 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
  4. แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก (บุคคลผู้มีอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี) โดยการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ด้วยวิธีการฉ้อฉล หลอกลวง หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ตามมาตรา 6 (2) ประกอบมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551
  5. เป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตามตามมาตรา 9 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539
  6. ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในสถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายและบริการ โดยมีผู้บำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกค้า หรือโดยมีที่สำหรับพักผ่อนหลับนอนหรือมีบริการนวดให้แก่ลูกค้า ตามมาตรา50(4) แห่ง พรบ.ควบคุ้มแรงงาน พ.ศ.2551

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการช่วยเหลือ ผู้เสียหายเป็นเด็กหญิง อายุ 16 ปี จำนวน 1 คน โดยจะเข้าสู่กระบวนการกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ National Referral Mechanism (NRM) ในการคัดกรองคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์โดยทีมสหวิชาชีพ และเข้ารับการคุ้มครองโดย พมจ.ชลบุรีต่อไป ในส่วนของร้านที่กระทำความผิดจะมีการเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พิจารณาสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 และคำสั่ง คสช.ที่ 46/2559 ต่อไป

นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ได้กล่าวเน้นย้ำว่า “ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหา ผู้ประกอบการสถานบันเทิงควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม สถานบริการเป็นสถานที่ต้องห้ามมิให้มีเด็กเข้าไปทำงาน รวมถึงหากพบมีพฤติการณ์แอบแฝงค้าประเวณีเด็กซึ่งเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ จะมีโทษตามกฎหมายสูงมาก ประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ขจัดการค้ามนุษย์ หากพบเห็นเบาะแส หรือการกระทำที่เข้าข่ายค้ามนุษย์ แจ้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย หมายเลขโทรศัพท์ 1567”…

กรมการปกครอง fanpage
รอบพัทยา Ok


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าว ภาคตะวันออก รายงาน

อำเภอโพนสวรรค์ ปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

นครพนม – อำเภอโพนสวรรค์ ปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายเชิดพันธ์ ผลวิเชียร นายอำเภอโพนสวรรค์(ผอ.ศป.ปส.อ.โพนสวรรค์), นายโกวิท อิ่มเต็ม ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส. ร้อย.อส.อ.โพนสวรรค์ 7 (ชุดปฏิบัติการพิเศษโพนสวรรค์) ดำเนินการปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

โดยลงพื้นที่รับผิดชอบใต้ร่วมการจับกุม ชายไทย อายุ 53 ปี (จำหน่าย) ซึ่งเป็นราษฏร ม.7 ต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม พบของกลาง “ยาบ้า” จำนวน 40 เม็ด โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ พร้อมบันทึกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เพลิงพระกาฬ…เทพข่าวร้อน สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

กมธ.การทหารฯ ลงพื้นที่การส่งเสริมพัฒนาตามวิถีวัฒนธรรมเพื่อการรักษาความมั่นคง ณ อำเภอธาตุพนม และอำเภอเรณูนคร

กมธ.การทหารฯ ลงพื้นที่การส่งเสริมพัฒนาตามวิถีวัฒนธรรมเพื่อการรักษาความมั่นคง ณ อำเภอธาตุพนม และอำเภอเรณูนคร

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 -16.30 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา, นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คนที่หนึ่ง, ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน คนที่สอง, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธาน คนที่สาม, นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี รองเลขานุการและรองโฆษกคณะกรรมาธิการ, ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ กรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการ เดินทางลงพื้นที่ติดตามภารกิจการขับเคลื่อนและการส่งเสริมพัฒนาตามวิถีวัฒนธรรมเพื่อการรักษาความมั่นคง ณ อำเภอธาตุพนม และอำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม

เวลา 13.30 นาฬิกา นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนม ได้ให้การต้อนรับพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ และคณะเดินทาง ซึ่งนายอำเภอธาตุพนมได้รายงานสรุปกี่จัดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 ที่จัดขึ้นระหว่างวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 ถึงวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 รวมระยะเวลา 9 วัน 9 คืน (ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3) ณ วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนมที่ผ่านมา ซึ่งในปีนีคณะรัฐมนตรีได้มีมติยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าธาตุพนมเป็นจุดผ่อนปรนพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามแดนของประชาชนชาวไทยและประชาชนจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการเข้าร่วมงานนมัสการองค์พระธาตุพนม และงานบุญเดือนสามสองฝั่งโขงสามเมือง หลังจากนั้นนำคณะเดินทางเข้านมัสการองค์พระธาตุพนม ซึ่งการที่พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานนมัสการองค์พระธาตุพนมเป็นสืบสานศรัทธา ประเพณีอันดีงาม และสัมผัสบรรยากาศงานบุญใหญ่ที่ยิ่งใหญ่เปี่ยมด้วยความศักดิ์สิทธิ์อันนำมาซึ่งความสงบสุขและความมั่นคงของชาติผ่านวิถีแห่งวัฒนธรรมท้องถิ่น

เวลา 15.00 นาฬิกา นางรัตนาภรณ์ คงพราหมณ์ นายกเทศมนตรีตำบลเรณูนคร และคณะผู้บริหาร และพนักงาน เทศบาลตำบลเรณูนคร ร่วมให้การต้อนรับพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ และคณะเดินทาง พร้อมนำคณะเดินทางเข้านมัสการองค์พระธาตุเรณู ซึ่งเป็นพระธาตุประจำวันเกิดวันจันทร์ และภายในเจดีย์บรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน เพชรนิลจินดา หน่องา เครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง รวมถึงสิ่งของอื่นๆ ที่ชาวบ้านบริจาค ซึ่งนายกเทศมนตรีตำบลเรณูนครกล่าวถึงการจัดงานนมัสการพระธาตุเรณูนครประจำปีที่ผ่านมาเพื่อเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นอำเภอเรณูนครและชาวภูไท ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเฉพาะการแสดงรำภูไทอันเป็นอัตลักษณ์ของชาวภูไท เรณูนคร โดยนางรำมากกว่า 2,000 คน ตลอดจนมีกิจกรรมเชิญชวนนักท่องเที่ยวสักการะองค์พระธาตุเรณูนคร ซึ่งเป็นพระธาตุประจำวันเกิดวันจันทร์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในเดือนสี่ตามจันทรคติ คือประมาณเดือนมีนาคม

โดยพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ ได้กล่าวถึงการรักษาและส่งเสริมวิถีวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นย่อมเกิดผลดีต่อประชาชน ชุมชนและประเทศชาติ ซึ่งหากองค์ กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในแต่ละแห่งสามารถที่จะขับเคลื่อนและสนับสนุนงานมิติวัฒนธรรมทางประเพณีหรืองานท้องถิ่นให้เสริมฐานความมั่นคงของชาติเป็นภูมิคุ้มกันทางสังคมและเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในท้องถิ่นนั้น ๆ ตลอดจนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นที่ได้ด้วย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลและข้อเท็จจริง รวมทั้งข้อคิดเห็นที่ได้รับทราบไปประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการภายใต้กรอบกฎหมายในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป