นครปฐม จัดกิจกรรมประกวดผลงาน ตามโครงการพัฒนาและยกระดับการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569

จังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรมประกวดผลงานจังหวัด อำเภอ และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับจังหวัด ตามโครงการพัฒนาและยกระดับการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุม โรงเรียนสามพรานวิทยา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรมประกวดผลงานจังหวัด อำเภอ และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับจังหวัด ตามโครง การพัฒนาและยกระดับการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ โรงเรียนสามพรานวิทยา และชมรม TO BE NUMBER ONE ในจังหวัดนครปฐม จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกผลงานชมรม เพื่อคัดเลือกผลงานชมรม TO BE NUMBER ONE เข้าประกวดในระดับภาคกลางและตะวันออก ประจำปี 2569

อีกทั้งเพื่อพัฒนาทักษะ ความสามามารถ ในการนำเสนอผลงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ตามเกณฑ์ตัวชี้วัด ซึ่งจะทำให้เยาวชนมีความภาคภูมิใจ และมีความมั่นใจ มากยิ่งขึ้น โดยมีนายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย คณะกรรมการและสมาชิก TO BE NUMBER ONE เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นจำนวนมาก


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ส่งต่อความเฮง ไก่ต้มไหว้ตรุษจีน 100 ตัว สับใส่กล่องแจกประชาชน

นครนายก – ส่งต่อความเฮง ไก่ต้มไหว้ตรุษจีน 100 ตัว สับใส่กล่องแจกประชาชน

ที่บริเวณร้านโกศลฟาร์มไข่ไก่ สาขานครนายก ถ.พาณิชย์เจริญ ต.นครนายก อ.เมือง จ.นคร นายก นายกฤติน อุดมศิริ อายุ 38 ปี และนางสาวณัฏฐ์ชานันท์ ราชนาทิพย์ อายุ 35 ปี สามี-ภรรยา เจ้าของร้าน ได้จัดตั้งโต๊ะหน้าร้านไหว้ตรุษจีน ซึ่งมีของเซ่นไหว้เป็นผลไม้ ขนมเข่ง ขนมเทียน และไก่ต้มจำนวน 100 ตัว ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพร เสริมสิริมงคลในปีม้าทอง การค้าขายดีมีความเจริญรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จในวันตรุษจีน หลังจากไหว้เสร็จพนักงานในร้านก็ช่วยกันสับไก่ต้มใส่กล่อง แล้วแจกให้กับประชาชนที่มารับและที่สัญจรไปมาก็แวะรับไก่ต้มคนละ 1 กล่องจากเจ้าของร้าน

สอบถาม นายกฤติน อุดมศิริ เจ้าของร้าน เล่าว่าตนและภรรยาเปิดร้านขายไข่ไก่มา 8 ปีแล้ว และมี 5 สาขา เป็นคนชอบทำบุญ วันนี้เป็นวันไหว้ตรุษจีนและก็พิเศษกว่าทุกปีคือไหว้ไก่ต้ม 100 ตัว และตั้งใจหลังเสร็จพิธีก็จะแจกให้พี่น้องชาวนครนายก จากนั้นเจ้าของร้านได้แจกไก่ต้มที่หน้าร้าน ซึ่งมีประชาชนมารอรับจำนวนมาก บางคนไม่สามารถจอดรถรับไก่ได้ เจ้าของร้านใจดีวิ่งส่งให้ถึงในรถ แล้วยังอวยพรด้วยว่า กินไก่ไหว้แล้วเฮง กินแล้วรวย กินแล้วมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต เป็นการส่งต่อความโชคดี ความเฮง ให้กับพี่น้องขาวนครนายก


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

เลี้ยงปู่ตา ประเพณีชาวไทยพวน จัดเครื่องเซ่นไหว้ตามจำนวนครัวเรือน

นครนายก – เลี้ยงปู่ตา ประเพณีชาวไทยพวน จัดเครื่องเซ่นไหว้ตามจำนวนครัวเรือน

ที่บริเวณชุมชนไทย-พวน วัดบ้านใหม่ หมู่ที่ 4 ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายก ได้จัดพิธีไหว้ศาลปู่ตา ท้าวโคจรผ้าย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชนที่ชาวไทย-พวน เคารพนับถือ จนกลายเป็นประเพณีสืบทอดต่อกันมา เมื่อถึงเดือน 3 แรม 2 ค่ำ แต่ละครัวเรือนจะนำเครื่องเซ่นไหว้มากันเอง สำหรับปีนี้เครื่องเซ่นไหว้ทั้งหมด 142 ชุด ซึ่งแต่ละปีมีชาวบ้านได้นำเลขจำนวนเครื่องเซ่นไหว้ไปเสี่ยงโชค แล้วก็มีโชคถูกหวยกันถ้วนหน้า

จากการสอบถาม น.อ.นิสิต อัตตเจริญวงศ์ ประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์หัสถกรรมผ้าทอไทย-พวน เล่าว่าการเลี้ยงปู่ตา เป็นความเชื่อของชาติพันธ์ชาวไทย-พวน จะเชื่อ 3 เรื่องคือ พุทธ พราหมณ์ ผี คือบรรพบุรุษที่เก่งกล้าสามารถเป็นผู้นำ เมื่อตายแล้วก็จะสร้างศาลปู่ตา โคจรผ้าย ซึ่งเป็นภาษาพวน และเมื่อถึงเดือน 3 แรม 2 ค่ำ ของทุกปี ก็จะมีพิธีเลี้ยงปู่ตา จะทำกันในช่วงบ่าย ซึ่งแต่ละบ้านจะนำเครื่องเซ่นไหว้มากันเองคนละชุด ก็จะมี ไก่ เหล้าขาว น้ำ ข้าว หมากจอก คนที่นำเครื่องเซ่นไหว้มาคือคนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้ทั้งหมด เมื่อนำมาแล้วก็จะมี “เจ้าจ๊ำ” คือผู้ที่ทำหน้าที่บอกกล่าวปู่ตา ก็จะทำกันทุกปี

สำหรับปีนี้มีชาวบ้านนำเครื่องเซ่นไหว้มาทั้งหมด 142 ชุด นั้นก็แสดงว่าชาวบ้านในชุมชนมีทั้งหมด 142 ครัวเรือน นี่คือวัฒนธรรมประเพณีของชาติพันธ์ไทยพวน ที่ทำสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ตั้งแต่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง จากนั้นแต่ละครัวเรือนก็จะแบ่งของเซ่นไหว้ไว้เป็นส่วนกลาง ใครที่ยังไม่กลับก็จะนั่งกินกันที่หน้าศาลปู่ตา บางส่วนก็นำไปแจกชาวบ้านที่ไม่ได้มาร่วมงาน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

แห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง“ เสริมสิริมงคล ส่องเลขอ่างน้ำมนต์ใกล้วันหวยออก

นครนายก – แห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง“ เสริมสิริมงคล ส่องเลขอ่างน้ำมนต์ใกล้วันหวยออก

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดหลวงพ่อปากแดง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก นักท่องเที่ยวยังคงให้ความสนใจเดินทางมากราบไหว้ขอพร “หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์” เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว ขอความสำเร็จในหน้าที่การงาน กิจการค้าขายเจริญรุ่งเรือง และที่พลาดไม่ได้ก็คือขอโชคลาภ

วัดหลวงพ่อปากแดง ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของจังหวัดนครนายก ที่ใครมาแล้วไม่พลาดที่จะต้องแวะเข้ามาขอพรกัน “หลวงพ่อปากแดง” เป็นพระประธานในพระอุโบสถ อันเป็นที่เคารพนับถือของชาวนครนายกและประชาชนทั่วไป เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสำริด หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง ทรงเครื่องดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มและมีสีแดงเห็นได้ชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง” และหากใครอยากประสบความสำเร็จสมปรารถนามีโชคลาภ ให้มาอธิฐานแล้วปิดแผ่นทองที่ฐานขององค์หลวงพ่อปากแดง แล้วจะสำเร็จสมความปรารถนา จุดนี้คือจุดไฮไลท์ที่ใครหลายคนอาจไม่รู้ และการเข้าไปกราบไหว้จะต้องนำเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน กล้วยน้ำว้า หมากพลู พวงมาลัย และน้ำแดง ที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้บูชาเพื่อนำไปเป็นเครื่องไหว้สักการะ

ภายในพระอุโบสถยังมีให้ปิดทององค์หลวงพ่อปากแดงจำลอง พระพุทธรูปต่างๆ เสี่ยงเซียม ซี และพรมน้ำมนต์ด้วยตนเองในอ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีเลขน้ำตาเทียนลอยในอ่างน้ำมนต์ให้กับผู้ที่ชื่นชอบในการเสี่ยงโชคนำไปเสี่ยงโชคกัน อันนี้ก็แล้วแต่ใครจะมองเห็นเป็นเลขอะไรดวงใครดวงมัน และยังมีเลขน้ำตาเทียนส่วนหนึ่งที่นำขึ้นมาวางไว้ในพาน จะเห็นเป็นเลข 582 90 ส่วนด้านหน้าพระอุโบสถก็ยังมีให้ลอดท้องช้างเสริมสิริมงคล เสริมบารมี และขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณ ทำบุญให้อาหารปลาในคลองธรรมชาติ มาวัดหลวงพ่อปากแดงแล้ว ได้ทั้งบุญ อิ่มทั้งใจ คิดทำสิ่งใดก็จะประสบแต่ความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

นักปั่นจักรยานทั่วไทยร่วมลงแข่งชิงแชมป์ประเทศไทย

จังหวัดลพบุรี – นักปั่นจักรยานทั่วไทยร่วมลงแข่งชิงแชมป์ประเทศไทย

นักปั่นร่วมแข่งขันเสือภูเขาทางเรียบ ไทยแลนด์ โอเพ่น ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระ ราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ซึ่งเป็นการเปิดการแข่งขันเก็บคะแนนสนามแรก ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เป็นประธานในเปิดจัดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ ไทยแลนด์ โอเพ่น ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569 สนามที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานหน้าสำนักงานเทศบาล ตำ บลเขาพระยาเดินธง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

โดยได้ประกอบพิธีถวายราชสักการะและกล่าวถวายพระพรต่อหน้าพระฉายาลักษณ์ของสม เด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากนั้นนายธนณัฐ อาจิณกิจ นายอำเภอพัฒนานิคม ได้กล่สวถึงการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งมี นายสุรศักดิ์ เจิมสม นายกเทศมนตรีตำบลเขาพระยาเดินธง นาวาเอก ฐิตพร น้อยรักษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ, หัวหน้าส่วนราชการ ผู้มีเกียรติ และนักปั่นจักรยาน ให้การต้อนรับ

โดยการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า ทางสมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้นำ 2 โครงการ มาใช้ในการแข่งขันจักยานในครั้งนี้คือโครงการคนไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเป็นการต่อต้านการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในหมู่เด็กและเยาวชนที่กำลังระบาดอยู่ขณะนี้ ส่วนอีกโครงการคือกีฬาสีเขียว TCA GREEN CYCLING ด้วยการเน้นการใช้ทรัพยากรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดคาร์บอนในบรรยากาศที่เป็นการลดภาวะโลกร้อน

สำหรับในการจัดแข่งขันแบ่งเป็น 20 รุ่นมีนักกีฬาจักรยานประเภทเสือภูเขาที่เดินทางมาจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศมาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ โดยใช้เส้นทางแข่งขันจากหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลเขาพระยาเดินธง ผ่านวิทยลัยเกษตรและเทคโนโลยี ผ่านทุ่งทานตะวัน ผ่านสี่แยกโคกสลุง แล้วเลี้ยวช้ายแยกมะนาวหวาน และไปเข้าเส้นชัยที่จุดชมวิว 270 องศาบนยอดเขาพระยาเดินธง รวมระยะทาง 51 กิโลเมตร ซึ่งนักกีฬาจะได้สัมผัสบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามและอากาศที่บริสุทธิ์

ซึ่งในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ยังเป็นการที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันส่งเสริมการแข่งขันกีฬาจักรยานเพื่อสุขภาพที่ดีแล้ว ทางผู้ที่ร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และสร้างความปรองดอง ความรักสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนชาวไทย นอกจากนี้ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อจังหวัดลพบุรีที่เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผู้ที่เดินทางมาจะได้จับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ อาทิในเรื่องของโรงแรมที่พักต่าง ๆ ร้านอาหาร ร้านค้ามีรายได้เพิ่มมากขึ้น ผู้มาร่วมกิจกรรมได้ซื้อสินค้า OTOP ด้วย ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจด้านกีฬา ด้านการท่องเที่ยว ของจังหวัดลพบุรี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา เชิญชวนแต่งชุดไทยย้อนยุคเที่ยวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

จังหวัดลพบุรี – นายกฯอนุทิน ควงภริยาเชิญชวนแต่งชุดไทยย้อนยุคเที่ยวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 – เมื่อเวลา 18.20 น. ที่จ.ลพบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 โดยมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม ในฐานะว่าที่สส.ลพบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย (ภท.), นายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภท., นายนรินทร์ คลังผา ว่าที่ สส.เขต 1 และนายวรวงศ์ วรปัญญา ว่าที่ สส.พรรคเพื่อไทย เขต 4 โดยนายกฯ สวมชุดผ้าไทยย้อนยุค เป็นเสื้อผ้าไหมมัดหมี่ลายประตูวังพระนารายณ์ โจงกระเบนไหมมัดหมี่สีพื้น ขณะที่น.ส.ธนนนท์ สวมโจงกระเบนไหมมัดหมี่ลายประตูวังพระนารายณ์ราชนิเวศน์

โดยจุดแรกที่บริเวณลานหน้าศาลพระกาฬ นายกฯ และคณะ ชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากนั้นสักการะศาลพระกาฬ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.ลพบุรี เพื่อความสิริมงคล ก่อนขึ้นรถรางไปยังสวนราชานุสรณ์ เพื่อเยี่ยมชมการประดับตกแต่งสวนดอกไม้สวยงาม ก่อนที่นายกฯพร้อมคณะ เดินเท้าเข้าสู่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

หลังจากนั้น นายกฯ ฟังการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์เพลง “ชะตาชีวิต” และเพลง “ยามเย็น” โดยนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยบรรเลง ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้ขอเป็นคอนดักเตอร์ด้วยตัวเองด้วยท่าทีมืออาชีพท่ามกลางเสียงปรบมือดังก้อง ก่อนที่จะเป็นประธานในพิธีเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569

สำหรับงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถือเป็นงานท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดลพบุรี จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พร้อมทั้งเป็นการเผยแพร่ความรุ่งเรืองของเมืองละโว้ในสมัยอยุธยาให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ผ่านกิจกรรมที่เน้นบรรยากาศย้อนยุคและการแสดงที่สมจริง

สำหรับไฮไลต์สำคัญภายในงานประกอบด้วย ขบวนแห่ประวัติศาสตร์ที่ตระการตา การรำบวง สรวง สวนนารายณ์นฤมิต และการจัดแสดง “ตำรับโอสถพระนารายณ์” นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น การแสดงทหารวังเปลี่ยนเวร ละครลิง หมากรุกคน ตลาดย้อนยุค และการจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีเมืองลพบุรี

ทั้งนี้ งานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ พระราชวังพระนารายณ์และโบราณสถานใกล้เคียง โดยผู้เข้าชมสามารถสัมผัสการแสดงแสง สี เสียง ประวัติศาสตร์จินตนาการสุดอลังการได้ฟรีตลอดการ


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

สวนนงนุชพัทยาจัด “จดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง” รับวาเลนไทน์ ดันสมรสเท่าเทียม Soft Power ไทยสู่เวทีโลก

สวนนงนุชพัทยาจัด “จดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง” รับวาเลนไทน์ ดันสมรสเท่าเทียม Soft Power ไทยสู่เวทีโลก

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สวนลอยฟ้า สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้จัดกิจกรรมสุดประทับใจ “จดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง” ต้อนรับวันแห่งความรัก โดยมีคู่รักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมจดทะเบียนและทำกิจกรรมในวันสำคัญดังกล่าว

โดยได้รับเกียรติจาก นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา เป็นผู้แทน นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ และ พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ ร่วมเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส

ไฮไลต์ของงานคือ ขบวนแห่ขันหมากสุดยิ่งใหญ่ นำคู่สมรสจำนวน 9 คู่ นั่งบนหลังช้าง 9 เชือก เคลื่อนขบวนอย่างสง่างาม ท่ามกลางนักแสดงของสวนนงนุชพัทยากว่า 100 ชีวิต ปีนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน โดยมีการจดทะเบียนสมรสภายใต้กฎหมายสมรสเท่าเทียม สะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะสังคมที่เปิดกว้างและเคารพสิทธิความรักของทุกคนอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ สวนนงนุชพัทยาได้สร้างสรรค์กิจกรรมที่ผสานความรัก วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ สะท้อนพลัง Soft Power ของประเทศไทย ผ่านอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย ขบวนขันหมาก ช้างไทย ศิลปะการแสดง และความงดงามของสวนพฤกษศาสตร์ระดับโลก โดยคู่รักที่มาจดทะเบียนในวันนี้ได้รับสิทธิ์เที่ยวชมสวนบนพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ ซึ่งประกอบด้วยสวนสวยมากกว่า 60 สวน ฟรี พร้อมขึ้นหลังช้างรับทะเบียนสมรส และรับต้นไม้มงคลเป็นของที่ระลึก

สวนนงนุชพัทยา เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nongnoochpattaya.com


ข้อมูลข่าวสารจาก ประชาสัมพันธ์สวนนงนุช พัทยา
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าข่าวภาคตะวันออก รายงาน

พิธีบวงสรวงพระปรางค์สามยอดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

จังหวัดลพบุรี – สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรีร่วมกับสื่อมวลชนลพบุรีทำพิธีบวงสรวงพระปรางค์สามยอด เพื่อเตรียมการจัดการแสดง แสง สี เสียง เป็นส่วนหนึ่งการจัดงานแผ่นกินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569

โดยเมื่อเช้าวันนี้ นายมหิทธร สุรบุญจรัส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี ได้เป็นประธานในการประกอบพิธีบวงสรวงพระปรางค์สามยอด ณ ลานหน้าพระปรางค์สามยอด ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งมี นายณรงศักดิ์ คูกิติรัตน์ หรือ ที่เรารู้จักกันในนาม “อาจารย์แห้ว หมอ ดูเทวดา”มาเป็นเจ้าพิธีในครั้งนี้ สำหรับในการประกอบพิธีดังกล่าวเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลในการเตียมการจัดการแสดง แสง สี เสียง ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 13 – 22 กุมภาพันธ์ 2569

สำหรับในการจัดงานดังกล่าวเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งพระองค์ทรงสร้างเมืองลพบุรีให้เป็นราชธานีแห่งที่ 2 รองจากกรุงศรีอยุธยา ทั้งนี้พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจนานัปการในเมืองลพบุรี โดยเฉพาะได้สร้างพระนารายณืราชนิเวศน์ที่ยังคงมีความสมบูรณ์ให้เห็นถึงตวามเจริญรุ่งเรืองและความสวยงามของพระราชวังแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานเกี่ยวกับพระปรีชาสามารถในเรื่องต่าง ๆ อาทิ ด้านการประปา ด้านวิทยาศาสตร์เรื่องดาราศาสตร์ ด้านการต่างประเทศ

สำหรับตรงจุดพระปรางค์สามยอดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในสมัยพระองค์ที่ทรงมีความเชื่อมโบงกับสมัยทราวดี ซึ่งพระปรางค์สามยอดสร้างในสมับพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และองค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้มีการสร้างวิหารต่อเติมออกมา พร้อมกับมีพระพุทธรูปหินทรายตั้งประดิษฐานอยู่ในพระวิหารดังกล่าวที่ยังคงมีหลักฐานให้เห็นทุกวันนี้ โดยนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี มอบให้ทางทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรีร่วมกับสื่อมวลชนลพบุรี รับผิดชอบและได้เห็นถึงความสำคัญที่จุดดังกล่าว จึงได้จัดให้มีการแสดง แสง สี เสียงขึ้น เป็นการเชื่อมโยงกับกิจกรรมในพระนารายณ์ราชนิเวศน์และโบราณสถานโดยรอบ ซึ่งผู้ที่ทางเที่ยวงานแห่นกินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชจะได้ทราบถึงความเป็นมาของโบราณสถานแห่งนี้ พร้อมกับได้รับชมการแสดงระบำลพบุรี หารแสดงของชาติพันธุ์ ในจังหวัดลพบุรี

ซึ่งในปีนี้ได้จัดกิจกรรมเสริมด้วยการประกวดเทพีพระปรางค์สามยอด เทพบุตรพระปรางค์สามยอด และหนูน้อยพระปรางค์สามยอด โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมงานสามารถบันทึกภาพประวัติศาสตร์กับสถาปัตยกรรมที่มีอายุนับพันปีไว้เป็นที่ระลึก พร้อมกับได้กราบไหว้ขอพรจากพระพุทธรูปหินทราบอายุกว่า 300 ปี ทั้งนี้เชื่อว่าในช่วงการจัดงานจะสร้างรายได้ในเรื่องของการท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับจังหวัดลพบุรี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ร้านรับจัดช่อดอกไม้ที่ชายแดนไทยมาเลเซีย ลูกค้าสั่งออเดอร์เพียบโดยเฉพาะช่อดอกไม้เงินสด ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ทั้งธนบัตรไทย และธนบัตรริงกิตมาเลเซีย

สงขลา/สะเดา – ร้านรับจัดช่อดอกไม้ที่ชายแดนไทยมาเลเซีย ลูกค้าสั่งออเดอร์เพียบโดยเฉพาะช่อดอกไม้เงินสด ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษทั้งธนบัตรไทย และธนบัตรริงกิตมาเลเซีย

วันนี้ (13 ก.พ.69 ) ที่ จ.สงขลา สีสันก่อนถึงวัน valentine 14 ก.พ. ไปกันที่ร้าน flower delivery dannok ตั้งอยู่ที่ ซ.ไทยจังโหลน 11 ม.7 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นร้านรับจัดช่อดอกไม้ต่างๆ บรรยากาศคึกคัก เพราะมีออเดอร์จากลูกค้าสั่งเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะช่อดอกไม้เงินสดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วย ซึ่งที่เป็นร้านรับจัดช่อดอกไม้ตามงานและเทศกาลต่างๆ ตอนนี้ต้องเร่งทำช่อดอกไม้เงินสดที่นำธนบัตรมาจัดเป็นช่อดอกไม้ตามออเดอร์ของลูกค้าที่สั่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก และต้องรีบทำให้ทันส่งในวันวาเลนไทน์พรุ่งนี้

คุณดุจษะนันทน์ รชุดา หรือเจ๊เมย์ เจ้าของร้าน บอกว่า วันวาเลนไทน์ปีนี้คึกคักมาก มียอดสั่งทำช่อดอกไม้มาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งดอกไม้สดและดอกไม้ ที่เป็นธนบัตร เงินสด มีการสั่งทำเยอะโดยเฉพาะลูกค้าชาวมาเลเซียที่เป็นผู้ชายที่สั่งออเดอร์ผ่าน WeChat เพื่อที่จะส่งให้สาวไทย โดยช่อดอกไม้ที่เป็นธนบัตร มีธนบัตรสูงถึง 30,000 บาทต่อช่อ

เหตุที่ช่อดอกไม้เงินสดเป็นที่นิยมของกลุ่มลูกค้าและคู่รักมากขึ้นเพราะว่าสามารถเก็บไว้ได้นาน หรือจะแกะออกมาใช้จ่ายก็ได้ ต่างจากช่อดอกไม้สด เช่น ดอกกุหลาบ แม้จะสวยงามแต่มีราคาสูงและอายุสั้น ลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงจึงนิยมที่จะสั่งเป็นช่อดอกไม้เงินสดมากกว่า ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าผู้ชายมีทั้งคนไทยและชาวมาเลเซีย โดยมีการสั่งทำพร้อมโอนเงินเข้ามาว่าจะให้จัดช่อดอกไม้เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ และใช้ธนบัตรแบบไหน มีตั้งแต่ธนบัตรใบละ 20 จนถึง 1,000 บาท

ค่าทำช่อดอกไม้เงินสดจะเริ่มต้นค่าแรงขั้นต่ำตั้งแต่ 300 บาท หรืออาจจะมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับความยากง่าย หากผู้ใดสนใจสามารถสั่งได้ที่เจ๊เมย์ โทร.09-4396-1787 หรือติดต่อทางเฟซบุ๊ก “Dutsanan May Rachuda


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ พูดข่าวประจำจังหวัดสงขลา

กปภ. เปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ที่โชคชัย โคราช เดินหน้าขยาย 54 สาขาทั่วประเทศ

นครราชสีมา – กปภ. เปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ที่โชคชัย โคราช เดินหน้าขยาย 54 สาขาทั่วประเทศ

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จัดพิธีเปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี ในงานมี นายกิติทัศ เรืองดิษฐ ผู้ช่วยผู้ว่าการ (บริหารองค์กร) การประปาส่วนภูมิภาค, นายภาษิต พันลำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 2 (ฝ่ายวิชาการ), นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาโชคชัย, นายอำเภอโชคชัย รวมถึงผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายกิติทัศ เรืองดิษฐ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด ราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยในปี 2567 กปภ. เปิดให้บริการแล้ว 10 แห่ง ปี 2568 เพิ่มอีก 4 แห่ง และปี 2569 เปิดเพิ่ม 36 แห่ง รวมทั้งสิ้น 54 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับ Mini Station ใช้เทคโนโลยีกรองน้ำระบบ RO และฆ่าเชื้อด้วยแสง UV สามารถผลิตน้ำดื่มได้ถึง 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง ได้มาตรฐานสากล ปัจจุบันมียอดให้บริการน้ำดื่มสะอาดสะสมกว่า 1.6 ล้านลิตร หรือเทียบเท่าน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร กว่า 2.6 ล้านขวด

นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการ การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการน้ำดื่มสะอาดเป็นความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาดของประชาชน โดยเปิดให้บริการน้ำดื่มฟรี วันละ 20 ลิตรต่อคน โดยขณะนี้ยังไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ประชาชนสามารถมารับน้ำได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ระบบผลิตน้ำมีกำลังการให้บริการประมาณ 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง สามารถรองรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ น้ำที่ให้บริการเป็นระบบกรองแบบอาร์โอ (RO) และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลต (UV) มั่นใจได้ว่าสะอาดและปลอดภัย สามารถดื่มได้ทันที

ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญที่ภาครัฐสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำสะอาดฟรีอย่างทั่วถึง จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาใช้บริการได้ตลอดเวลา เพื่อประโยชน์ด้านสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงโครงการน้ำดื่มสะอาดว่า ภายหลังได้ทดลองดื่มแล้วพบว่ามีรสชาติดี สะอาด และมีคุณภาพ โดยการประปาส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าภาพดำเนินการ ผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์คุณภาพเรียบร้อย และมีแผนขยายโครงการครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องซื้อน้ำดื่มเป็นประจำ ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล การประปานครหลวงได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ยืนยันว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ กปภ. ตั้งเป้าขยายสถานีผลิตน้ำดื่มสะอาดให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน


กิตตินันท์ ข่าวนครราชสีมา