ชมรมผู้สูงอายุอำเภอบางเลน จัดการประกวดร้องเพลงคาราโอเกะ เพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดไปแข่งขันในระดับประเทศ

อำเภอบางเลน “การประกวดร้องเพลงคาราโอเกะ” ซึ่งจัดโดยชมรมผู้สูงอายุอำเภอบางเลน เพื่อคัดเลือกตัวแทนประเภทเพลงลูกทุ่ง-ลูกกรุง ชาย-หญิง เป็นตัวแทนจังหวัดนครปฐม ไปแข่งขันในระดับประเทศ

นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ เป็นประธานเปิด “การประกวดร้องเพลงคาราโอเกะ” ซึ่งจัดโดยชมรมผู้สูงอายุอำเภอบางเลน เพื่อคัดเลือกตัวแทนประเภทเพลงลูกทุ่ง-ลูกกรุง ชาย-หญิง เป็นตัวแทนจังหวัดนครปฐม ไปแข่งขันในระดับประเทศต่อไป ณ จังหวัดพัทลุง “โนราเกมส์” โดย นายอนุชา ใจช่วงโชติ นายอำเภอบางเลน พร้อมด้วย นายอำนาจ ทองดอนสังข์ ปลัดอาวุโสอำเภอบางเลน หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วย กำนัน ดร.อลงกรณ์ เพชรดี กำนันตำบลบางภาษี ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิด ณ ศาลาประชาคมอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ชมรมน้องใหม่จุฬาฯ ผนึกกำลัง จ.เพชรบุรี สานต่อโครงการ”นั่งสุข ลุกสบาย” นำร่องปรับปรุงห้องน้ำเพื่อผู้สูงอายุ 80 ครัวเรือน

ชมรมน้องใหม่จุฬาฯ ผนึกกำลัง จ.เพชรบุรี สานต่อโครงการ”นั่งสุข ลุกสบาย” นำร่องปรับปรุงห้องน้ำเพื่อผู้สูงอายุ 80 ครัวเรือน

วันนี้ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศาลาเอนกประสงค์ บ้านเขาลูกช้าง ต.ท่าไม่รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี, นายสยุมพร ลิ่มไทย ประธานกรรมการอำนวยการ ชมรมน้องใหม่จุฬาฯ 2513 พร้อมด้วย นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี คณะกรรมการชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯจังหวัดเพชรบุรี, นายจงรัก เพชรเสน นายอำเภอท่ายาง, นายธนาเดช ทองธนบดีกุล นายกเทศมนตรีตำบลท่าไม้รวก, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำชุมชน, เทศบาลตำบลท่าไม่รวก, ตำรวจ สภ.ท่าไม่รวก และจิตอาสา ร่วมกันเปิด โครงการ “นั่งสุข ลุกสบาย” ปี2569 ปรับปรุงห้องน้ำเพื่อผู้สูงอายุ จำนวน 80 ครัวเรือน ในพื้นที่บ้านเขาลูกช้าง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ป่วย ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน

โครงการเพื่อสังคม “นั่งสุข ลุกสบาย” เปลี่ยนส้วมนั่งยองเป็นชักโครก เป็นความร่วมมือของ ชมรมน้องใหม่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นปี 2513 จับมือกับ จังหวัดเพชรบุรี เทศบาลตำบลท่าไม้รวก เดินหน้าโครงการเพื่อสังคม ช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ป่วยในชุมชน ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี โดยปีนี้ได้คัดเลือกให้จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดนำร่องแห่งแรกในการขับเคลื่อนโครงการนี้ในปี 2569 โดยมุ่งเน้นเป้าหมาย จำนวน 80 ครัวเรือน ซึ่งโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความห่วงใยต่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนอย่างแท้จริง

โครงการนั่งสุข ลุกสบาย” ได้เริ่มดำเนินการมาแล้วเมื่อปี 2563 โดยมีจุดเริ่มต้นที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ก่อนจะขยายผลความสำเร็จไปยังจังหวัดอื่นๆ อีก24 จังหวัด ครอบคลุมกว่า4,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างสภาพแวดล้อมสังคมให้มีความเหมาะสม ในการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของครอบครัว ชุมชน และสังคม ที่ต้องช่วยกันดูแลให้ผู้สูงอายุได้ “นั่งสุข ลุกสบาย” สมดั่งชื่อโครงการ

นายธนาเดช ทองธนบดีกุล นายกเทศมนตรีตำบลท่าไม้รวก กล่าวว่า โครงการ”นั่งสุข ลุกสบาย” ปรับปรุงห้องน้ำ จำนวน 80ครัวเรือนเพื่อผู้สูงอายุนั้น เป็นโครงการที่ดีชาวบ้านได้ประโยชน์มาก ผู้สูงอายุไม่ต้องเจ็บข้อเจ็บขาลุกนั่งได้สบายขึ้น แต่ก่อนชาวบ้านต้องทนใช้ส้วมนั่งยองกันแทบทุกหลัง ส่งผลให้ผู้สูงอายุลุกนั่งรำบากบ้างก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ขอขอบคุณ นายสยุมพร ลิ่มไทย ประธานกรรมการอำนวยการ ชมรมน้องใหม่จุฬาฯ 2513 และอดีผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และ คณะกรรมการฯ สมาชิกฯ ชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯจังหวัดเพชรบุรีที่นำโครงการดีๆแบบนี้มามอบให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ครั้งนี้ด้วย


////////////// บรรณรต เพชรบุรี

กองอาสารักษาดินแดนจังหวัดกาญจนบุรี ทำพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบปีที่ 72

กองอาสารักษาดินแดนจังหวัดกาญจนบุรี ทำพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงประจำกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดกาญจนบุรี(ธงชัยเฉลิมพล) เนื่องในวันคล้ายวันสถา ปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบปีที่ 72

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น. นายกองเอกวริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธี เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบปีที่ 72 วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมด้วย นายกองเอกวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายกองเอกพรรณวิภา ปิยัมปุตระ นายกองเอกฑรัท เหลืองสอาด รองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดกาญจนบุรี ว่าที่นายกองเอก กมลชญา ประเสริฐสิน หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดกาญจนบุรี ผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ร่วมพิธี ฯ ณ ห้องประชุมอาคารหลวงปู่หลิว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

สำหรับกำหนดการดังกล่าวประกอบด้วย พิธีเชิญธงประจำกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดกาญจนบุรี (ธงชัยเฉลิมพล) ออกจากศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี พิธีเคารพประธาน (ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดกาญจนบุรี) พิธีสงฆ์ พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล และรับฟังสารพร้อมมอบโอวาท จาก บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดกาญจนบุรี และพิธีเชิญธงประจำกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด (ธงชัยเฉลิมพล) เข้าศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้ ประธานได้มอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่สมาชิกกกองอาสารักษาดินแดน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และ มอบทุนการศึกษามูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมมอบทุนการศึกษาชมรมแม่บ้าน จากนั้นเยี่ยมชมนิทรรศการจาก 15 กองร้อย

สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เป็นกำลังของกระทรวงมหาดไทย ในการปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือบ้านเมือง ในภาวะเกิดวิกฤติการณ์ต่าง ๆ และในปัจจุบันสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ถือว่ามีบทบาทหน้าที่สำคัญ และมีขีดความสามารถสูงในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง ของประชาชนและสังคม โดยภารกิจของกองอาสารักษาดินแดน มีหน้าที่ บรรเทาภัยที่เกิดจากธรรมชาติ และการกระทำของข้าศึก ทำหน้าที่รักษาความสงบภายในท้องที่ ร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ รักษาสถานที่สำคัญและการคมนาคม ป้องกันจารกรรม สดับตรับฟังและรายงานข่าว ช่วยให้ความสะดวกแก่ฝ่ายทหาร ตามที่ทหารต้องการและตัดทอนกำลังข้าศึก เป็นกำลังสำรองส่วนหนึ่งที่พร้อมจะเพิ่มเติม และสนับสนุนกำลังทหารได้เมื่อจำเป็น


///////# กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมอาชีพดอกไม้ช่อสุดท้ายให้แก่สมาคมผู้สูงอายุอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมอาชีพดอกไม้ช่อสุดท้ายให้แก่สมาคมผู้สูงอายุอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมอาชีพดอกไม้ช่อสุดท้ายให้แก่สมาคมผู้สูงอายุอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย ประธานสภา, รองประธานสภา, สมาชิกสภา, หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม ณ สมาคมผู้สูงอายุอำเภอสามพราน จ.นครปฐม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างทักษะอาชีพ เพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ เพื่อให้ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

เพชรบุรี เชิญเที่ยวงานพระนครคีรีเมืองเพชร ครั้งที่39 วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม

จังหวัดเพชรบุรี ขอเชิญเที่ยวงานพระนครคีรีเมืองเพชร ครั้งที่39 วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดเพชรบุรี จัดแถลงข่าวการจัดงานพระนครคีรี–เมืองเพชร ครั้งที่39 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” ระหว่างวันที่20 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม69 โดยมี ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี (เขาวัง)

ภายในงานจะมีพิธีเปิดงาน“พระนครคีรี – เมืองเพชร”ครั้งที่ 39 จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 กุมภา พันธ์ 69 ชมการจุดพลุจำนวน 1,350 นัด สว่างไสวทั่ววิมานฟ้าพระนครคีรี และจะมีการจุดพลุในทุกๆคืน รวมแล้ว กว่า5,000 นัด ปีนี้ได้ยกขบวนศิลปวัฒนธรรม ขึ้นมาจัดแสดงบนเขาวัง อาทิ การแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก งานสาธิตงานสกุลช่างเมืองเพชร, สาธิตการทำอาหาร, เพชรบุรีเมืองอาหาร จาก Local สู่ เลอค่า, กิจกรรมเชฟเทเบิ้ล, แสง สี เสียง Mini Light and Sounds เป็นต้น

ส่วนการจัดงานด้านล่างบริเวณอุทยาน ร.4 มีการ จัดแสดงนิทรรศการโครงการพระราชดำริ การแสดงดนตรี ศิลปวัฒนธรรมบนเวทีกลาง การแสดงโขน จากสถาบันทัศนศิลป์กรมศิลปากร กว่า 120 ชีวิต ที่เป็นไฮไลท์ คือการได้ ‘อิ่มอร่อยกับเมนูเมืองสามรส’ ที่เป็นเอกลักษณ์ ของเพชรบุรี ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม จากวัตถุดิบชั้นเลิศในท้องถิ่น ร่วมถึงมหกรรมงานมอเตอร์โชว์ การออกร้าน ของซื้อของขาย จำหน่ายสินค้า OTOP ของดีชุมชน สลากกาชาดการกุศล หาทุนในการช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้ด้อยโอกาสในสังคม การศึกษาของเยาวชน สาธารณประโยชน์ ใบละ100บาท พร้อมเตรียมรับรางวัลใหญ่ รถกระบะโตโยต้าHilux TRAVO Double Cab, รางวัลรถจักรยานยนต์ สร้อยคอทองคำ และรางวัลอื่นๆ อีกมายมาย

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ไฮไลท์ปีนี้มีแคมเปญพิเศษ ชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว นุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ชุดไทย เที่ยวงานพระนครคีรี อยากให้ทุกคนที่มาเที่ยวงานเป็นส่วนหนึ่งของ “วิมานฟ้าพระนครคีรี” เพื่อสร้างภาพจำใหม่ให้งานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่39 ท่ามกลางการประดับไฟ แสง สี พลุ ที่จะกลายเป็น’อัญมณีที่มีชีวิต’ ที่สำคัญ คือการ “ปลุกประวัติศาสตร์ให้มีชีวิตอีกครั้ง

ขอเชิญชวนประชาชนชาวเพชรบุรีและนักท่องเที่ยว มาเที่ยวงานพระนครคีรี -เมืองเพชร ครั้งที่ 39 วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 69 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี (เขาวัง) อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ จังหวัดเพชรบุรี


บรรณรต จ.เพชรบุรี

นครปฐม จัดกิจกรรมประกวดผลงาน ตามโครงการพัฒนาและยกระดับการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569

จังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรมประกวดผลงานจังหวัด อำเภอ และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับจังหวัด ตามโครงการพัฒนาและยกระดับการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุม โรงเรียนสามพรานวิทยา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรมประกวดผลงานจังหวัด อำเภอ และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับจังหวัด ตามโครง การพัฒนาและยกระดับการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ โรงเรียนสามพรานวิทยา และชมรม TO BE NUMBER ONE ในจังหวัดนครปฐม จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกผลงานชมรม เพื่อคัดเลือกผลงานชมรม TO BE NUMBER ONE เข้าประกวดในระดับภาคกลางและตะวันออก ประจำปี 2569

อีกทั้งเพื่อพัฒนาทักษะ ความสามามารถ ในการนำเสนอผลงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ตามเกณฑ์ตัวชี้วัด ซึ่งจะทำให้เยาวชนมีความภาคภูมิใจ และมีความมั่นใจ มากยิ่งขึ้น โดยมีนายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย คณะกรรมการและสมาชิก TO BE NUMBER ONE เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นจำนวนมาก


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ส่งต่อความเฮง ไก่ต้มไหว้ตรุษจีน 100 ตัว สับใส่กล่องแจกประชาชน

นครนายก – ส่งต่อความเฮง ไก่ต้มไหว้ตรุษจีน 100 ตัว สับใส่กล่องแจกประชาชน

ที่บริเวณร้านโกศลฟาร์มไข่ไก่ สาขานครนายก ถ.พาณิชย์เจริญ ต.นครนายก อ.เมือง จ.นคร นายก นายกฤติน อุดมศิริ อายุ 38 ปี และนางสาวณัฏฐ์ชานันท์ ราชนาทิพย์ อายุ 35 ปี สามี-ภรรยา เจ้าของร้าน ได้จัดตั้งโต๊ะหน้าร้านไหว้ตรุษจีน ซึ่งมีของเซ่นไหว้เป็นผลไม้ ขนมเข่ง ขนมเทียน และไก่ต้มจำนวน 100 ตัว ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพร เสริมสิริมงคลในปีม้าทอง การค้าขายดีมีความเจริญรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จในวันตรุษจีน หลังจากไหว้เสร็จพนักงานในร้านก็ช่วยกันสับไก่ต้มใส่กล่อง แล้วแจกให้กับประชาชนที่มารับและที่สัญจรไปมาก็แวะรับไก่ต้มคนละ 1 กล่องจากเจ้าของร้าน

สอบถาม นายกฤติน อุดมศิริ เจ้าของร้าน เล่าว่าตนและภรรยาเปิดร้านขายไข่ไก่มา 8 ปีแล้ว และมี 5 สาขา เป็นคนชอบทำบุญ วันนี้เป็นวันไหว้ตรุษจีนและก็พิเศษกว่าทุกปีคือไหว้ไก่ต้ม 100 ตัว และตั้งใจหลังเสร็จพิธีก็จะแจกให้พี่น้องชาวนครนายก จากนั้นเจ้าของร้านได้แจกไก่ต้มที่หน้าร้าน ซึ่งมีประชาชนมารอรับจำนวนมาก บางคนไม่สามารถจอดรถรับไก่ได้ เจ้าของร้านใจดีวิ่งส่งให้ถึงในรถ แล้วยังอวยพรด้วยว่า กินไก่ไหว้แล้วเฮง กินแล้วรวย กินแล้วมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต เป็นการส่งต่อความโชคดี ความเฮง ให้กับพี่น้องขาวนครนายก


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

เลี้ยงปู่ตา ประเพณีชาวไทยพวน จัดเครื่องเซ่นไหว้ตามจำนวนครัวเรือน

นครนายก – เลี้ยงปู่ตา ประเพณีชาวไทยพวน จัดเครื่องเซ่นไหว้ตามจำนวนครัวเรือน

ที่บริเวณชุมชนไทย-พวน วัดบ้านใหม่ หมู่ที่ 4 ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายก ได้จัดพิธีไหว้ศาลปู่ตา ท้าวโคจรผ้าย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชนที่ชาวไทย-พวน เคารพนับถือ จนกลายเป็นประเพณีสืบทอดต่อกันมา เมื่อถึงเดือน 3 แรม 2 ค่ำ แต่ละครัวเรือนจะนำเครื่องเซ่นไหว้มากันเอง สำหรับปีนี้เครื่องเซ่นไหว้ทั้งหมด 142 ชุด ซึ่งแต่ละปีมีชาวบ้านได้นำเลขจำนวนเครื่องเซ่นไหว้ไปเสี่ยงโชค แล้วก็มีโชคถูกหวยกันถ้วนหน้า

จากการสอบถาม น.อ.นิสิต อัตตเจริญวงศ์ ประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์หัสถกรรมผ้าทอไทย-พวน เล่าว่าการเลี้ยงปู่ตา เป็นความเชื่อของชาติพันธ์ชาวไทย-พวน จะเชื่อ 3 เรื่องคือ พุทธ พราหมณ์ ผี คือบรรพบุรุษที่เก่งกล้าสามารถเป็นผู้นำ เมื่อตายแล้วก็จะสร้างศาลปู่ตา โคจรผ้าย ซึ่งเป็นภาษาพวน และเมื่อถึงเดือน 3 แรม 2 ค่ำ ของทุกปี ก็จะมีพิธีเลี้ยงปู่ตา จะทำกันในช่วงบ่าย ซึ่งแต่ละบ้านจะนำเครื่องเซ่นไหว้มากันเองคนละชุด ก็จะมี ไก่ เหล้าขาว น้ำ ข้าว หมากจอก คนที่นำเครื่องเซ่นไหว้มาคือคนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้ทั้งหมด เมื่อนำมาแล้วก็จะมี “เจ้าจ๊ำ” คือผู้ที่ทำหน้าที่บอกกล่าวปู่ตา ก็จะทำกันทุกปี

สำหรับปีนี้มีชาวบ้านนำเครื่องเซ่นไหว้มาทั้งหมด 142 ชุด นั้นก็แสดงว่าชาวบ้านในชุมชนมีทั้งหมด 142 ครัวเรือน นี่คือวัฒนธรรมประเพณีของชาติพันธ์ไทยพวน ที่ทำสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ตั้งแต่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง จากนั้นแต่ละครัวเรือนก็จะแบ่งของเซ่นไหว้ไว้เป็นส่วนกลาง ใครที่ยังไม่กลับก็จะนั่งกินกันที่หน้าศาลปู่ตา บางส่วนก็นำไปแจกชาวบ้านที่ไม่ได้มาร่วมงาน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

แห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง“ เสริมสิริมงคล ส่องเลขอ่างน้ำมนต์ใกล้วันหวยออก

นครนายก – แห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง“ เสริมสิริมงคล ส่องเลขอ่างน้ำมนต์ใกล้วันหวยออก

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดหลวงพ่อปากแดง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก นักท่องเที่ยวยังคงให้ความสนใจเดินทางมากราบไหว้ขอพร “หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์” เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว ขอความสำเร็จในหน้าที่การงาน กิจการค้าขายเจริญรุ่งเรือง และที่พลาดไม่ได้ก็คือขอโชคลาภ

วัดหลวงพ่อปากแดง ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของจังหวัดนครนายก ที่ใครมาแล้วไม่พลาดที่จะต้องแวะเข้ามาขอพรกัน “หลวงพ่อปากแดง” เป็นพระประธานในพระอุโบสถ อันเป็นที่เคารพนับถือของชาวนครนายกและประชาชนทั่วไป เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสำริด หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง ทรงเครื่องดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มและมีสีแดงเห็นได้ชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง” และหากใครอยากประสบความสำเร็จสมปรารถนามีโชคลาภ ให้มาอธิฐานแล้วปิดแผ่นทองที่ฐานขององค์หลวงพ่อปากแดง แล้วจะสำเร็จสมความปรารถนา จุดนี้คือจุดไฮไลท์ที่ใครหลายคนอาจไม่รู้ และการเข้าไปกราบไหว้จะต้องนำเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน กล้วยน้ำว้า หมากพลู พวงมาลัย และน้ำแดง ที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้บูชาเพื่อนำไปเป็นเครื่องไหว้สักการะ

ภายในพระอุโบสถยังมีให้ปิดทององค์หลวงพ่อปากแดงจำลอง พระพุทธรูปต่างๆ เสี่ยงเซียม ซี และพรมน้ำมนต์ด้วยตนเองในอ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีเลขน้ำตาเทียนลอยในอ่างน้ำมนต์ให้กับผู้ที่ชื่นชอบในการเสี่ยงโชคนำไปเสี่ยงโชคกัน อันนี้ก็แล้วแต่ใครจะมองเห็นเป็นเลขอะไรดวงใครดวงมัน และยังมีเลขน้ำตาเทียนส่วนหนึ่งที่นำขึ้นมาวางไว้ในพาน จะเห็นเป็นเลข 582 90 ส่วนด้านหน้าพระอุโบสถก็ยังมีให้ลอดท้องช้างเสริมสิริมงคล เสริมบารมี และขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณ ทำบุญให้อาหารปลาในคลองธรรมชาติ มาวัดหลวงพ่อปากแดงแล้ว ได้ทั้งบุญ อิ่มทั้งใจ คิดทำสิ่งใดก็จะประสบแต่ความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

นักปั่นจักรยานทั่วไทยร่วมลงแข่งชิงแชมป์ประเทศไทย

จังหวัดลพบุรี – นักปั่นจักรยานทั่วไทยร่วมลงแข่งชิงแชมป์ประเทศไทย

นักปั่นร่วมแข่งขันเสือภูเขาทางเรียบ ไทยแลนด์ โอเพ่น ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระ ราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ซึ่งเป็นการเปิดการแข่งขันเก็บคะแนนสนามแรก ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เป็นประธานในเปิดจัดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ ไทยแลนด์ โอเพ่น ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569 สนามที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานหน้าสำนักงานเทศบาล ตำ บลเขาพระยาเดินธง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

โดยได้ประกอบพิธีถวายราชสักการะและกล่าวถวายพระพรต่อหน้าพระฉายาลักษณ์ของสม เด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากนั้นนายธนณัฐ อาจิณกิจ นายอำเภอพัฒนานิคม ได้กล่สวถึงการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งมี นายสุรศักดิ์ เจิมสม นายกเทศมนตรีตำบลเขาพระยาเดินธง นาวาเอก ฐิตพร น้อยรักษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ, หัวหน้าส่วนราชการ ผู้มีเกียรติ และนักปั่นจักรยาน ให้การต้อนรับ

โดยการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า ทางสมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้นำ 2 โครงการ มาใช้ในการแข่งขันจักยานในครั้งนี้คือโครงการคนไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเป็นการต่อต้านการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในหมู่เด็กและเยาวชนที่กำลังระบาดอยู่ขณะนี้ ส่วนอีกโครงการคือกีฬาสีเขียว TCA GREEN CYCLING ด้วยการเน้นการใช้ทรัพยากรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดคาร์บอนในบรรยากาศที่เป็นการลดภาวะโลกร้อน

สำหรับในการจัดแข่งขันแบ่งเป็น 20 รุ่นมีนักกีฬาจักรยานประเภทเสือภูเขาที่เดินทางมาจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศมาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ โดยใช้เส้นทางแข่งขันจากหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลเขาพระยาเดินธง ผ่านวิทยลัยเกษตรและเทคโนโลยี ผ่านทุ่งทานตะวัน ผ่านสี่แยกโคกสลุง แล้วเลี้ยวช้ายแยกมะนาวหวาน และไปเข้าเส้นชัยที่จุดชมวิว 270 องศาบนยอดเขาพระยาเดินธง รวมระยะทาง 51 กิโลเมตร ซึ่งนักกีฬาจะได้สัมผัสบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามและอากาศที่บริสุทธิ์

ซึ่งในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ยังเป็นการที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันส่งเสริมการแข่งขันกีฬาจักรยานเพื่อสุขภาพที่ดีแล้ว ทางผู้ที่ร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และสร้างความปรองดอง ความรักสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนชาวไทย นอกจากนี้ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อจังหวัดลพบุรีที่เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผู้ที่เดินทางมาจะได้จับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ อาทิในเรื่องของโรงแรมที่พักต่าง ๆ ร้านอาหาร ร้านค้ามีรายได้เพิ่มมากขึ้น ผู้มาร่วมกิจกรรมได้ซื้อสินค้า OTOP ด้วย ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจด้านกีฬา ด้านการท่องเที่ยว ของจังหวัดลพบุรี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090