แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดกิจกรรมจิตอาสาทำแนวกันไฟรอบพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ “ปลุกพลัง สร้างแนวกันไฟ ฟ้าใสไร้ฝุ่นควัน” ประจำปี 2569

แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เปิดกิจกรรมจิตอาสาทำแนวกันไฟรอบพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ “ปลุกพลัง สร้างแนวกันไฟ ฟ้าใสไร้ฝุ่นควัน” ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัม พันธ์จิตอาสาทำแนวกันไฟรอบพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ภายใต้แนวคิด “ปลุกพลัง สร้างแนวกันไฟ ฟ้าใสไร้ฝุ่นควัน” ประจำปี 2569 โดยมี พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3/รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและ ฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่, นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังพลจิตอาสา และประชาชนจิตอาสาจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ที่ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ พระที่นั่ง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่สถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ทั้งนี้ ได้กำหนดเขตพื้นที่ป้องกันไฟป่าเป็นพิเศษในรัศมี 1 กิโลเมตร รอบพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อไม่ให้เกิดไฟป่าในพื้นที่อย่างเด็ดขาด ซึ่งการดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมกันจัดทำแนวกันไฟ สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่ เพื่อร่วมกันสร้างท้องฟ้าที่ใสสะอาดและคุณภาพอากาศที่ดีให้กับจังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

เมียนมาส่อยึดคืนฐานตามแนวชายแดนติดไทย

พบทหารเมียนมาเคลื่อนไหวกำลังผิดปกติด้านดอยสามเมือง หวั่นเปิดเกมรุกยึดคืนฐานที่มั่นกองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี ที่อยู่ติดแนวชายแดนไทย หลังทหารเมียนมารุกคืบเข้าสู่ เมืองผาซองและยังคงมีการสู้รบอย่างหนักรอบๆตัวเมือง

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 แหล่งข่าวผู้นำระดับสูงของ กองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี KA เปิดเผยว่า สถานการณ์ในเมืองผาซอง รัฐคาเรนนี ยังคงมีการสู้รบอย่างหนัก ระหว่างทหารเมียนมาที่ถูกส่งเข้ามาในพื้นที่เมืองผาซอง ซึ่งประกอบด้วยทหารเมียนมาประมาณ 40 นายและ อส.ปาโอ อีก 60 นายรวม 100 นายเท่านั้นโดยทหารเมียนมาเหล่านั้นเป็นทหารใหม่ ที่เพิ่งถูกฝึกเสร็จมาได้ไม่นาน ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีประสบการในการสู้รบมากนั้น การสู้รบที่เกิดขึ้นเป็นการสู้รบในพื้นที่ชานเมือง ระหว่างบ้านป่าปู กับ บ้านนาเก ด้านทิศเหนือของเมืองผาซอง

แหล่งข่าวเปิดเผยต่อไปว่า กรณีที่มีการระเบิดสะพาน ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด และส่งผลกระทบด้านขวัญและกำลังใจของทหารและประชาชนโดยทั่วไป ว่าสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติ ข้อเท็จจริงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางด้านกองทัพคาเรนนี KA ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ ไม่ได้วิกฤติอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ล่าสุดเมื่อวานนี้ ( 18 ก.พ.69 ) ทางกองทัพคาเรนนี KA ได้เข้าไปประชุมแผนยุทธการณ์ที่ เมืองผาซอง โดยจะมีการปรับกำลังและแผนยุทธการขึ้นมาใหม่เพื่อรับมือกับทหารเมียนมาในเมืองผาซองและคาดว่าจะสามารถผลักดันทหารเมียนมาออกจากพื้นที่ได้ในเร็วๆนี้

จากเคสของทหารเมียนมาที่สามารถหลุดรอดเข้ามาถึงเมืองผาซองได้นั้น สืบเนื่องมาจากการได้รับการสนับสนุนกำลังทางอากาศจากองทัพอากาศเมียนมา ทำให้หลุดรอดเข้ามาถึงผาซองได้ เนื่องจากทาง กองทัพคาเรนนี KA ไม่ได้มีการวางกำลังระหว่างถนนที่เชื่อมระหว่างเมืองฟลูโซว – บอลาแคะ – ผาซอง ล่าสุดได้มีการจัดกำลังออกไปวางสองข้างถนนพร้อมอาวุธหนักเพื่อสกัดทหารเมียนมาที่จะเสริมเข้ามาที่เมืองผาซองแล้ว

แหล่งข่าวระบุต่อไปว่า ส่วนสถานการณ์ฐานที่มั่นของทหารเมียนมา ที่ดอยสามเมือง ตรงข้ามบ้านนาป่าแปก ต.หมอกจำแป่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน พบว่าทหารเมียนมามีการเคลื่อนไหวผิดปกติ โดย พ.อ.ถิ่น ลิน จ่อ ผบ.ยว.ที่ 3 บ้านหัวเมือง อ.ลางเคือ จ.ดอยแหลม ได้เดินทางมาที่ฐานดอยสามเมือง ซึ่งฐานที่มั่นดังกล่าว ปัจจุบันมีทหารเมียนมาประจำการประมาณ 500 นายและอส.SSS อีก 100 นาย ประกอบด้วย กองพัน คร.514 ,กองพัน คร.570 , กองพัน คร.334 , กองพัน ร.153 และ พัน.ร.32 ( พัน.คร. คือกองพันเคลื่อนที่เร็ว ส่วน กองพัน ร. คือกองพันทหารราบเบา ) ซึ่งฐานที่มั่นดังกล่าวของเมียนมา มีการใช้เครื่องปั่นไฟ ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเลี้ยงระบบแอนตี้โดรน ของรัฐเซีย โดยทางกองทัพคาเรนนีได้จับตาการเคลื่อนไหวของทหารเมียนมาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

สำหรับสถานการณ์โดยรวมของรัฐคาเรนนี ทหารเมียนมายังไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ และยังคงมีการส่งเสบียงอาวุธและกระสุนทางอากาศให้แก่ทหารในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เสบียงที่ถูกทิ้งร่มลงมาให้หน่วยทหารเมียนมา ส่วนหนึ่งตกอยู่ในมือของทหารคาเรนนีที่เกาะติดทหารเมียนมาในทุกพื้นที่


ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

“WinCare RTA-CNX” ยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในผู้สูงอายุ พัฒนาเครือข่ายดูแลต่อเนื่องสู่ความยั่งยืน

“WinCare RTA-CNX” ยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในผู้สูงอายุ พัฒนาเครือข่ายดูแลต่อเนื่องสู่ความยั่งยืน

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ดำเนินโครงการวิจัย “WinCare RTA-CNX” ซึ่งเป็นการปรับบริบทและประเมินผลนวัตกรรมเครือข่าย WinCare เพื่อยกระดับการดูแลข้าราชการเกษียณอายุและกำลังพลที่ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ โครง การดังกล่าวเป็นการศึกษาแบบผสมผสาน ทั้งด้านประสิทธิผล (Effectiveness) และการนำไปใช้จริง (Implementation) มุ่งขยายผลในกลุ่มเป้าหมายของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ พร้อมสังเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและมาตรการด้านสุขภาพ เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน ตลอดจนเป็นต้นแบบสำหรับหน่วยบริการที่มีบริบทใกล้เคียงกัน โดยมี พล.ต.ศ.นพ.ราม รังสินธุ์ หัวหน้าโครงการ พร้อมด้วย พล.ต.ศ.นพ.มฑิรุทธ มุงถิ่น และคณะนักวิจัย ร่วมดำเนินโครงการ ระหว่างวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงพยาบาลค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่

ในการนี้ โรงพยาบาลค่ายกาวิละได้ให้ความสำคัญกับโครงการดังกล่าวอย่างยิ่ง โดยกำหนดให้เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของหน่วย มุ่งเน้นการดูแลกำลังพล ข้าราชการเกษียณอายุ และครอบครัวอย่างครอบคลุม ต่อเนื่อง และมีคุณภาพ ภายใต้บริบทของโรงพยาบาลทหารระดับทุติยภูมิ พร้อมสนับสนุนด้านบุคลากร ทรัพยากร และการบูรณาการการทำงานของทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดประโยชน์โดยตรงต่อผู้ป่วย

การดำเนินโครงการวิจัยครั้งนี้ มุ่งแก้ไขช่องว่างการดูแลต่อเนื่องหลังจำหน่ายผู้ป่วยกลับบ้าน (Closing the Care Gap) โดยยกระดับแนวคิด “การเยี่ยมบ้าน” ให้เป็นส่วนขยายของบริการโรงพยาบาลอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และไม่เพิ่มภาระงานแก่บุคลากรหลัก (No Burden Model) อันเป็นการพัฒนากลไกเครือข่ายการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่ตอบโจทย์บริบทกำลังพลและผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ โครงการต่อยอดจากผลสำเร็จในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าสามารถเพิ่มอัตราการควบคุมโรคได้ร้อยละ 20–33 และลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นการวางรากฐานสู่รูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

โครงการ “WinCare RTA-CNX” จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของโรงพยาบาลค่ายกาวิละในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการสู่การปฏิบัติจริง เสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของกำลังพล ผู้เกษียณอายุ และครอบครัว อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ปิดประตูตีแมว เทศบาลโคราชคัดกรองสารเสพติด–โรคติดต่อพนักงานโรงเหล้ามิตรภาพ 100 คน

นครราชสีมา – สำนักงานเทศบาลนครนครราชสีมา โดยสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ส่วนส่งเสริมสาธารณสุข กลุ่มงานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง ได้บูรณาการความร่วมมือกับโรงเหล้ามิตรภาพ และร้านวาร์บ จัดกิจกรรมตรวจคัดกรองสุขภาพพนักงานจำนวน 100 คน เพื่อค้นหาสารเสพติด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี

การดำเนินการดังกล่าวเป็นการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อค้นหาผู้ที่อาจมีความเสี่ยงหรืออยู่ในกลุ่มติดเชื้อ เพื่อให้สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิต สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดนครราชสีมา “เลือดสะอาด ปอดดี ตับมีสุขภาพ” และยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ ตามนโยบายรัฐบาล

ทั้งนี้ ผลการตรวจคัดกรองเบื้องต้นไม่พบสารเสพติดหรือความผิดปกติด้านสุขภาพในกลุ่มพนักงานที่เข้ารับการตรวจ สะท้อนถึงความร่วมมือที่ดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถานประกอบการในการดูแลสุขภาพแรงงาน และสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยในสถานประกอบการ

เทศบาลนครนครราชสีมาเตรียมขยายการคัดกรองเชิงรุกไปยังสถานประกอบการอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดต่อ และยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานในพื้นที่


กิตตินันท์ ผู้สื่อข่าวนครราชสีมา

ผู้บัญชาการทหารอากาศ เยี่ยมศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค3 หลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569

ผู้บัญชาการทหารอากาศ เยี่ยมศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค3 หลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569

พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค3 หลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 โดยมี พลอากาศโท ประสิทธิ์ ดำรงค์ปรีชา เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค 3 พร้อมด้วย ฝ่ายอำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และ ศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค 3 ร่วมให้การต้อนรับ ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศได้เข้าให้กำลังใจผู้เข้ารับการฝึก ในการฝึกการแก้ไขปัญหาเวลาเกิดภัยพิบัติจากภัยธรรมชาติ (CMS) รวมถึงความพร้อมด้านอาคารสถานที่ ณ ศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค 3 กองบิน 41 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรจิอาสา 904 เพื่อผลิตจิตอาสา 904 ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการเป็นแกนนำของประชาชนจิตอาสา ร่วมสร้างจิตสำนึกให้กับคนในชาติในการทำประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม รวมทั้งเป็นแบบอย่างในการปลูกฝังทัศนคติที่ดี เป็นต้นแบบของเยาวชน ในด้านการเสียสละ ความมีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

โดยหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 นี้ เน้นการฝึกปฏิบัติรวมทั้งการบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยแบ่งการฝึกอบรมเป็น 5 หมวดวิชา ได้แก่ การพัฒนาบุคลิกภาพ, วิชาอุดมการณ์ และสถาบันพระมหากษัตริย์, องค์ความรู้จิตอาสา, วิชาองค์ความรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการศึกษาดูงาน ตามสถานที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการสนับสนุนการฝึกอบรมตลอดหลักสูตร โดยผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับพระราชทานใบประกาศนียบัตร พร้อมทั้งเครื่องหมายหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” อันเป็นเครื่องแสดงความสามารถ พร้อมที่จะเป็นบุคลากรที่มีคุณค่า เพื่อการทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมและประเทศชาติต่อไป ภายใต้ร่วมพระบารมีอันแผ่ไพศาล แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วยความจงรักภักดี


แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับรองสทท. นำคณะเข้าพบเพื่อแนะนำตัว และนำเสนอผลงานในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการแพทย์แผนไทย

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องรับรองกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก พลโทวรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมฝ่ายอำนวยการ ให้การต้อนรับนางศศิวัณย์ ศรีพรหม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประ เทศไทย /ประธานกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง1 สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประ เทศไทย ซึ่งนำผู้ทรงคุณวุฒิ, ผู้นำภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว และการแพทย์แผนไทย, คณะอาจารย์วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธรจังหวัดพิษณุโลก เครือข่าย 52 ชุมชนเทศบาลนครพิษณุโลก และตำรวจท่องเที่ยวพิษณุโลก เพื่อแนะนำตัว นำเสนอผลงานในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการแพทย์แผนไทย ภายใต้ความร่วมมือแบบชุมชนมีส่วนร่วม สร้างรายได้กระจายโอกาส ดึงนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเข้ามาสัมผัสเมืองพิษณุโลก ซึ่งจะท่องเทียวเชิงธรรมชาติ สุขภาพ สายบุญ หรือพื้นที่ทรงงานของบูรพกษัตริย์ นับเป็นการ เปิดมิติใหม่ในการใช้การท่องเที่ยวมากระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงของดีในพื้นที่มาต่อยอดสู่ความยั่งยืนอธิ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร, หมู่บ้านโฮมสเตย์หอกลอง, หมู่บ้านสีชมพู บ้านร่องกล้า หรือการส่งเสริมเดินตามเส้นทางทรงงานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง ที่ทรงเสด็จมาเยี่ยมราษฏร และส่งเสริมอาชีพที่โครงการพระราชดำริ ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

โดยทางคณะเสนอให้กองทัพภาคที่ 3 ร่วมดำเนินโครงการสืบสานพระราชปณิธาน เพื่อเป็น การรักษาผืนป่าและสร้างอาชีพสู่ความยั่งยืนและมั่งคงในพื้นที่ทรงงานที่ทรงเสด็จในพื้นที่ถีง 9 ครั้ง รวมถึงการส่งเสริมพื้นที่ท่องเที่ยวต่อเนื่องสู่การพักแรมในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 5 จังหวัด คือ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดตาก ที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายให้สัมผัส

ล่าสุดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากจีน ชื่นชอบสวนผลไม้โดยเฉพาะทุเรียนที่นครไทย จัดแรลลี่ขับรถท่องเที่ยวมาชิมสด ๆ ถึงสวน รวมถึงได้ริเริ่มต่อยอดการแพทย์แผนไทยและผลิต ภัณฑ์สมุนไพร 12 กลุ่มโรคควบคู่กันไป อันเป็นจุดขายใหม่ที่ส่งผลดีต่อกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกสมุนไพร ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวชื่นชมและยินดีร่วมมือ เพื่อร่วมกันพัฒนาให้จังหวัดพิษณุ โลกเป็นเมืองน่าเที่ยว ไม่ใช่ เมืองรอง เมืองทางผ่าน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป


“ผบ.มทบ.34” ให้การต้อนรับ องคมนตรี ในการตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา จ.พะเยา

“ผบ.มทบ.34” ให้การต้อนรับ องคมนตรี ในการเดินทางมาตรวจเยี่ยม, รับฟังผลการดำเนินงาน ของคณะผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา จ.พะเยา


เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 เวลา 1300 พล.ต. วิศิษฐ์ บรรณากิจ ผบ.มทบ.34 ร่วมให้การต้อนรับ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรีในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา และคณะ ในการเดินทางมาตรวจเยี่ยม, รับฟังผลการดำเนินงาน ของคณะผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา ของ โรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ณ โรงเรียนบ้านสันติสุข อ.ปง จ.พะเยา

สำหรับ โรงเรียนบ้านสันติสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา พะเยา เขต 2 เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียน 264 คน นอกจากนี้ ยังเป็น โรงเรียนนำร่องใช้หลักสูตรการศึกษา โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โรงเรียนบ้านสันติสุข เป็นโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา รุ่นที่ 4 เพื่อสนองพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

ซึ่งดำเนินการตาม 3 เสาหลัก 6 กลยุทธ์

  • 3 เสาหลัก ได้แก่ 1) โรงเรียนมีคุณภาพ, 2) นักเรียนสำเร็จการศึกษาอย่างมีคุณภาพ, 3) การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม
  • สำหรับ 6 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) ส่งเสริมและพัฒนาความพร้อมของเด็ก ในทุกมิติ, 2) การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, 3) การพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียน, 4) พัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ, 5) ยกระดับการจัดประสบการณ์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ, 6) การบริหารจัดการโรงเรียนให้มีคุณภาพ

โรงเรียนบ้านสันติสุข ดำเนินการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ภายใต้ 6 กลยุทธ์ เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการโรงเรียนตามหลักกระจายอำนาจ โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและโปร่งใส รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะแก่การเรียนรู้ มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล ปลูกฝังเยาวชนซึ่งเป็นกำลังหลักที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ อีกทั้งปลูกฝังความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติต่อไป

#ต้อนรับองคมนตรี #รร.ในโครงการทุนการศึกษา #มณฑลทหารบกที่ 34 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


แม่ทัพกุ้งลงพื้นนครน่าน บรรยายพิเศษ เรื่องจริงจากชายแดน “ภารกิจพิทักษ์อธิปไตยผืนแผ่นดินไทย” ให้นักเรียนสตรีศรีน่าน

น่าน – บรรยากาศสุดคึกคักบรรยากาศเป็นไปอย่างตื่นเต้น นักเรียนจำนวนมากต่างกรี๊ดและให้ความสนใจเมื่อแม่ทัพกุ้งปรากฏตัว พลโทบุญสิน พาดกลาง หรือ “แม่ทัพกุ้ง” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่จังหวัดน่านปลุกใจเยาวชนให้นักเรียนสตรีศรีน่านนำ “เรื่องจริงจากแนวชายแดน” สร้างจิตสำนึกรักชาติ วีรกรรมทหารกล้าไทยปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตยตามแนวชายแดนอย่างเสียสละ โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กองทัพภาคที่ 2 ยึดคืนทุกพื้นที่ทุกตารางนิ้วจากกัมพูชา ได้หมดแล้ว

วันนี้ 18 ก.พ. 69 ณ ห้องประชุมศรีเพชรพิกุล โรงเรียนสตรีศรีน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายธนชาต ชาวส้าน ผู้อำนวยการโรง เรียนสตรีศรีน่าน พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร คณะครูและบุคลกรทางการศึกษา โรงเรียนสตรีศรีน่าน ให้การต้อนรับ พลเอกบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก หรือ อดีตแม่ ทัพกุ้ง ได้เดินทางมาเป็นวิทยากรพิเศษถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริง จากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน หัวข้อ “เรื่องจริงจากแนวชายแดน ภารกิจพิทักษ์อธิปไตยผืนแผ่นดินไทย” ให้กับบุคลากรด้านการศึกษา นักเรียน โรงเรียนให้นักเรียนสตรีศรีน่าน และนักศึกษาวิชาทหาร สังกัดมณฑลทหารบก ที่ 38 และกำลังพล มณฑลทหารบก ที่ 38 จำนวนกว่า 3,000 คน

วิทยากรจากศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดน่านได้บรรยายให้ความรู้ในเรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์และชาติไทย” สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยมีวิวัฒนาการยาวนาน จากพ่อปกครองลูกในสุโขทัย สู่สมมุติเทพในอยุธยา และธรรมราชาในปัจจุบัน ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเสาหลักความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะในยุค กรุงรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 1-10)

บรรยากาศสุดคึกคักบรรยากาศเป็นไปอย่างตื่นเต้น นักเรียนจำนวนมากต่างกรี๊ดและให้ความสนใจเมื่อแม่ทัพกุ้งปรากฏตัว พลโทบุญสิน พาดกลาง หรือ “แม่ทัพกุ้ง” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางเยือนโรงเรียนสตรีศรีน่าน โดยได้รับความสนใจและการต้อนรับอย่างล้นหลามจากทั้งผู้บริหาร ครู และนักเรียนที่กรี๊ดต้อนรับด้วยความดีใจและตื่นเต้น สร้างสีสันและบรรยากาศการแสดงอินเนอร์รักชาติให้กับเด็กๆการแสดงดนตรีจาก วงดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 38 การแสดงชุด “ผืนแผ่นดินไทย เสียงจากคนชายแดน” โดยนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีน่าน ร่วมกับมณฑลทหารบก ที่ 38

ชมวีดิทัศน์ ประวัติ พลเอกบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก หรือ อดีตแม่ทัพกุ้ง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ได้นำเรื่องราวประสบการณ์จริงในการปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์เอกราชตามแนวตะเข็บชายแดน มาถ่ายทอดเพื่อให้เยาวชนได้เห็นภาพความสำคัญ ของอธิปไตยไทย รวมถึงความเสียสละของทหารกล้า ที่หยัดยืนปกป้องแผ่นดินด้วยเลือดเนื้อ เพื่อให้ประชาชนในชาติได้ดำรงชีวิตอย่างสงบสุข ภายใต้ธงไตรรงค์

นอกจากนี้ ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ยังแนะแนวทางในการดำเนินชีวิตแก่เยาวชน ให้ตั้งใจเรียนหนังสือ ยึดมั่นในศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใด เพราะต่างสอนให้คนเป็นคนดี มีจิตสำนึกในการทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม มีความสามัคคี รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทยและกระตุ้นให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันดูแลรักษาความมั่นคงของแผ่นดินไทยให้ยั่งยืนสืบไป

ที่ใต้อาคารศิษยาร่วมใจ (อาคาร 6) พลเอกบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก หรือ อดีตแม่ทัพกุ้ง ได้พบปะนักเรียน ถ่ายรูปเซลฟี่กับนักเรียน สร้างความดีใจให้กับเด็กนักเรียนมา ก่อนเดินทางกลับ


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

ผบช.ภ.3 ตรวจเยี่ยม สภ.พระทองคำ กำชับเข้มวินัยตำรวจ–ยกระดับการบริการประชาชน

ผบช.ภ.3 ตรวจเยี่ยม สภ.พระทองคำ กำชับเข้มวินัยตำรวจ–ยกระดับการบริการประชาชน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.10 น. พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางมาตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจภูธรพระทองคำ อำเภอพระทองคำ จังหวัดนคร ราชสีมา โดยมี พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ พรหมหมื่นไวย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระทองคำ พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมให้การต้อนรับ

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้กำชับแนวทางการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญที่อาจเดินทางเข้ามาในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้เน้นการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการติดตามดูแลบุคคลในพื้นที่ที่เป็นผู้ป่วยจิตเวชและผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงในการก่อเหตุและสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่
พร้อมกันนี้ ได้กำชับเรื่องวินัยและความประพฤติของข้าราชการตำรวจในสังกัดอย่างเข้มงวด ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด และให้ยึดหลักการให้บริการประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรตำรวจ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่


กันตินันท์ ผู้สื่อข่าวนครราชสีมา

ผบช.ภ.1 สั่งการเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนและโรงเรียนในพื้นที่ อย่างเต็มที่

ตำรวจภูธรภาค 1 ลั่นจะติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็วและควบคุมป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนรวมถึงโรงเรียนและเด็กนักเรียนต่างๆ ในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะ รองโฆษกตำรวจภูธรภาค 1 ปฏิบัติหน้าที่แทนโฆษก ตร.ภ.1 เปิดเผยว่าทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มี ความห่วงใย ใน พื้นที่และประชาชนที่ อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการเดือดร้อนของ การกระทำของคนร้ายดังกล่าว โดยให้ความมั่นใจว่า ตำรวจภูธรภาค 1 จะติดตามและจับกุมคนร้ายและควบคุมป้องกัน เหตุที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนรวมถึง โรงเรียนและเด็กนักเรียนต่างๆในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1

โดยได้สั่งการให้ ผู้บังคับการจังหวัดทุกจังหวัดและ ผู้บังคับการการสืบสวน ภ.1 ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปราม ออกไปตรวจตราดูแลความปลอดภัยให้กับ ประชา ชนและโรงเรียน ตลอดจนนักเรียนต่างๆในพื้นที่ อย่างเต็มที่ทันทีเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยผู้ได้พบเบาะแสคนร้ายหรือต้องการความช่วยเหลือใดๆ ขอให้ติดต่อที่สถานีตำรวจใกล้บ้านของท่านหรือหมายเลขสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง