อำเภอกำแพงแสน ร่วมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ กรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

อำเภอกำแพงแสน ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน และโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ดำเนิน การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ กรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 15.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา” ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ได้เกิดเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงภายในสถานศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต อำเภอกำแพงแสนตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน จึงกำหนดจัดการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา

ทั้งนี้ ได้มี นายธีระ วรรณเกตุศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงแสนวิทยาพร้อมคณะครูโรง เรียนกำแพงแสนวิทยาได้เข้าร่วม กิจกรรมในครั้งนี้ด้วย และทางด้าน พันตำรวจเอก ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน พร้อมด้วย พันตำรวจโท ยศพงศ์ พันธุ์ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรกำแพงแสนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน ได้ถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติ เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นแนว ทางในการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงได้อย่างเหมาะสมจากสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

ภาคีเครือข่ายช่วยเลิกบุหรี่ รร.กำแพงแสนวิทยา เข้ารับรางวัลความเป็นเลิศด้านการควบคุมยาสูบและพัฒนาระบบบริการเลิกบุหรี่ ในเวทีระดับประเทศ

ภาคีเครือข่ายช่วยเลิกบุหรี่ รร.กำแพงแสนวิทยา เข้ารับรางวัลความเป็นเลิศด้านการควบคุมยาสูบและพัฒนาระบบบริการเลิกบุหรี่ ในเวทีระดับประเทศ

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 รร.กำแพงแสนวิทยา ภายใต้การนำของ นายธีระ วรรณเกตุศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา มอบหมายให้ นางสาวณัฐนิช สุรสิงห์ไกรสร รองผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา และทีมงานผ่ายกิจการนักเรียน ร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งกระพังโหม ภายใต้การนำของ นางปาณิสรา หนูนุ่น ผอ.รพ.สต.ทุ่งกระพังโหม เข้ารับรางวัล ความเป็นเลิศด้านความร่วมมือชุมชนสู่ระบบการดูแลสุขภาพ ประจำปี 2568-2569 ประเภทภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่/ชุมชน (รางวัล Community-to-Care Partnership Award) จาก ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ประธานแผนงานพลังวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยไร้ยาสูบ เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ ในงานประชุมมหกรรมวิชาการฟ้าใส ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องประชุมสยามมกุฎราชกุมาร ชั้นP3 อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี แพทยสมาคมแห่งประเทสไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ตามที่เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ร่วมกับ เครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ และสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ภายใต้แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริการและการควบคุมยาสูบ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกชนิดในระดับประเทศ ตามหลักการขององค์การอนามัยโลกว่าด้วยการควบคุมยาสูบ(WHO-FCTC) และยุทธ ศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ มุ่งเน้นให้ประเทศไทยมีระบบป้องกัน ควบคุมและบำบัดรักษาการติดนิโคตินที่แข็งแรง โดยอาศัยความร่วมมือขององค์กรวิชาชีพสุขภาพกว่า 23 เครือข่าย เครือข่ายจังหวัดกว่า 40 จังหวัด และภาคีเครือข่ายต่างๆ กว่า 900 องค์กรทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยไร้ยาสูบอย่างยั่งยืน และเพื่อเชิดชูเกียรติ บุคคล หน่วยงาน และภาคีเครือข่าย ที่มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันและควบคุมยาสูบ รวมถึงระบบบริการเลิกบุหรี่ ทั้งนี้ รร.กำแพงแสนวิทยา เป็นโรงเรียนระดับมัธยมเพียงหนึ่งเดียวที่ได้เข้ารับรางวัลในครั้งนี้

การดำเนินการร่วมกัน แก้ปัญหา บุหรี่ และ บุหรี่ไฟฟ้า ในโรงเรียนกำแพงแสนวิทยาเป็นความร่วมมือของหลายภาคส่วน ประกอบด้วย นายอำเภอกำแพงแสน งานปกครองอำเภอกำแพง แสน สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน โรงพยาบาลกำแพงแสน สถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน เครือข่ายผู้ปกครอง รร.กำแพงแสนวิทยา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งกระพังโหม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม โดยมี รร.กำแพงแสนวิทยา ภายใต้การนำของ นายธีระ วรรณเกตุศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ร่วมกันคัดกรอง ปรามปราม ส่งต่อบำ บัด จนมีผลการดำเนินงานเป็นที่ประจักษ์ ระดับประเทศในครั้งนี้


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

เพชรบุรี จัดงานรณรงค์ปลอดควันพิษจากไฟป่า รวมพลังภาคส่วน ”เพชรบุรี-ประจวบฯ” คุ้มเข้มแข็มแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ลดฝุ่นละออง PM 2.5

เพชรบุรี – จัดงานรณรงค์ปลอดควันพิษจากไฟป่า รวมพลังภาคส่วน ”เพชรบุรี-ประจวบฯ” คุ้มเข้มแข็มแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ลดฝุ่นละออง PM 2.5

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ที่ว่าการอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิด กิจกรรม วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี2569” โดยมี นายธีรชาติ เปียประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า นายศักดิ์นเรนทร์ อยู่สมบูรณ์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าแก่งกระจาน (ตอนบน) ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ฝ่ายปกครอง อำเภอหนองหญ้าปล้อง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบุรี, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี, สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี, สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3, เทศบาลตำบลหนองหญ้าปล้อง, สถานีตำรวจภูธรหนองหญ้าปล้อง, โรงเรียนหนองหญ้าปล้อง (อุดมวนา), กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 144, หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.อส.) และพี่น้องประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 300 คน เข้าร่วมกิจกรรม

ภายในงานได้มีการมอบเงินอุดหนุนให้กับเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.อส.) ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน จำนวน 49 เครือข่าย โดยแบ่งเป็น 2 พื้นที่ ได้แก่พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 23เครือข่าย และพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 26 เครือข่าย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,450,000 บาท อีกทั้งยังได้มอบเสบียง ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า ให้กับผู้แทนเจ้าหน้าที่สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้

ภายหลังจากเสร็จพิธีได้ปล่อยแถวกำลังพล ออกเคาะประตูบ้านชาวบ้านเพื่อรณรงค์ประชา สัมพันธ์เชิงรุกในพื้นที่ ม.5 บ้านสะแกงาม ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า การงดเผาในที่โล่งทุกกรณี ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือของชุมชนในการเฝ้าระวังและแจ้งเหตุไฟป่าอย่างทันท่วงที ช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และปัญหาหมอกควันข้ามพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นการกระ ตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดไฟป่า พร้อมทั้งสนับสนุนมาตรการทางกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยย้ำแนวคิดสำคัญว่า “หยุดเผา หยุดควันพิษ ร่วมกันรักษาป่า เพื่ออากาศบริสุทธิ์ของทุกคน”

ทั้งนี้ขอฝากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแล เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการเกิดไฟป่า และหมอกควัน อันจะก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก P.M. 2.5 ที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน รวมถึงการบอกกล่าวประชาสัมพันธ์ ให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเกิดไฟป่า ที่นับวันเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถ แก้ไขได้ โดยเริ่มต้นจากตัวเรา และขยายวงกว้างไปสู่ระดับประเทศต่อไปหากพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่า รวมไปถึงการเผาป่าแจ้งที่ “สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362” ตลอด 24 ชั่วโมง


//บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำคณะลงพื้นที่บางเลน เดินหน้า “Stop Walk and Talk” สร้างความใกล้ชิดประชาชน พร้อมประชาสัมพันธ์แอป Police Care

ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำคณะลงพื้นที่บางเลน เดินหน้า “Stop Walk and Talk” สร้างความใกล้ชิดประชาชน พร้อมประชาสัมพันธ์แอป Police Care

วันที่ 25 ก.พ.2569 เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย
พ.ต.ท.อุทัย สุมาลัย รอง ผกก ป.สภ.บางเลน, ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ อินทร์กรุงเก่า, ร.ต.ท.ธวลิต เต้าสูงเนิน รอง สวป.สภ.บางเลน และสายตรวจสภ.บางเลน ตรวจเยี่ยมประชาชนตามแนว ทาง Stop Walk and Talk พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การใช้งานแอปพลิเคชัน Police Care เพื่อเสริมสร้างช่องทางการติดต่อสื่อสารและเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ในการนี้ ได้เข้าพบ คุณพันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ แอร์ออร์คิดส์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี รับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตลอดจนประชาสัมพันธ์มาตรการด้านการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ ณ ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ แอร์ออร์คิดส์ ต.นราภิรมย์ อ.บางเลน จว.นครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

บูรณาการระหว่างประเทศ : อบรมดับไฟป้าให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พัฒนาศักยภาพสู้ภัยไฟป่า แก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

บูรณาการระหว่างประเทศ : อบรมดับไฟป้าให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พัฒนาศักยภาพสู้ภัยไฟป่า แก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปรามและควบคุมไฟป้ากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ปาและพันธ์ ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานในพิธีปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการดับไฟป่า ให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยมีนายพลจัตวา จ่อแท็ต เสนาธิการภาคทหารบกสามเหลี่ยม พลตรี ธีรพันธ์ุ ไตรพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน กรมกิจการชายแดนทหาร วิทยากร ผู้เข้ารับฝึกอบรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีปิด ณ ศูนย์ฝึกอบรมท่าทุ่งนาโรงไฟฟ้าเขื่อนท่าทุ่งนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตำบลช่องสะเดาอำเภอเมืองจังหวัดกาญจนบุรี

นายมานะ เพิ่มพูล ผู้อำนวยการส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกันปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป้า และพันธุ์พืช เป็นผู้กล่าวรายงานได้รายงานว่าการฝึกอบรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการควบคุมไฟป่าภาคกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และศูนย์ฝึกอบรมท่าทุ่งนาโรงไฟฟ้าเขื่อนท่าทุ่งนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีเจ้าหน้าที่จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าร่วม 30 นาย โดยหลักสูตรมุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ในการควบคุมไฟป่าตามหลักวิชาการ อาทิ ข้อตกลงระหว่างประเทศด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน นโยบายการแก้ไขปัญหาไก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง

วิธีการและเทคนิคในการดับไฟป้า การจัดการเชื้อเพลิง ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อพัฒนาศักยภาพ บุคลากรด้านการควบคุมไฟปาและสนับสนุนความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนตามยุทธศาสตร์ ฟ้า ใส ( CLEAR SKY STRATEGY) ของภูมิภาคอาเซียน ผู้เข้าอบรมจะสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้และขยายผลในการปฏิบัติงานดับไฟป่าในประเทศของตนได้อย่างมีประสิทธิ ภาพอย่างยั่งยืน

หลังเสร็จสิ้นการฝึกอบรมได้พิธีมอบ เกียรติบัตร แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม และควบคุม ไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และพลตรีธีระพันธ์ ไตรพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านกรมกิจการชายแดนทหาร ร่วมมอบเกียรติบัตร แสดงความยินดีและเป็นฝันกำลังใจแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ก่อนร่วม ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ร่วมกัน การจัดฝึกอบรมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ การเสริมสร้าง ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณะแห่งสหภาพเมียนมาร์ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ข้ามแดนอย่างเป็นรูปประธรรม ช่วยลดผลกระทบจากไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 ในภูมิภาคต่อไป


#กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดงานสุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถี

จังหวัดสุพรรณบุรี – ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเปิดงานสุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถี

ที่ตลาดน้ำสะพานโค้ง -สุ่มปลายักษ์ ตำบลดันตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชนชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ชุมชนตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวต้อนรับ นายภูวนารถ จารุภูมิก นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ต้นตาล กล่าวรายงาน มีนางเสริมกิจ ชัยมงคล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม, นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒิ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี นายเสน่ห์ บุญสุข รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี, นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง, นางสาวนิษฐกานต์ คุณวัชระกิจ วัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี, นายการุณ สุทธิภูล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้นำองค์ปกปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน, สมาชิกชุมชนตำบลต้นตาล, วัฒนธรรมจังหวัดภาคกลาง และภาคตะวันออก 14 จังหวัด และประชาชนร่วมพิธีจำนวนนมาก เข้าร่วมกิจกรรม

จากนั้น ประธานนำผู้เข้าร่วมพิธี และประชาชนทุกภาคส่วนร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปเพื่อแสดงความจงรักภักดีและร่วมไว้อาลัยอย่างสมพระเกียรติ

ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อเฟ้นหาชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในทุกมิติเพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต ประเพณี ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของชุมชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งผลักดันให้พลังทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ผ่านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ภายใต้นโยบาย UNSEEN “ไท ไทย” และแสดงความยินดีที่ชุมชนตำบลต้นตาลได้รับการคัดเลือก เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชนยลวิถีประจำปี 2568 ซึ่งยังคงรักษาอัตลักษณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตลุ่มน้ำไว้อย่างงดงาม ซึ่งหนึ่งในจุดเด่นที่สะท้อนความผูกพันระหว่างคนกับสายน้ำได้อย่างชัดเจนคือ “สุ่มปลายักษ์” ที่ตั้งอยู่ริมคลองสองพี่น้อง สัญลักษณ์ของวิถีชีวิตชาวบ้าน ความอุดมอุดมสมบูรณ์ของทรัพย ากร และได้พัฒนาต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของชุมชน รวมทั้งในอนาคตจะส่งเสริมให้การท่องเที่ยวจาก local เป็น global ยกระดับจุดเด่นท้องถิ่น (Local Experience/Product) ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (Global Destination) อีกด้วย

จากนั้น ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เยี่ยมชมสุ่มปลายักษ์ ภาพวาด งานศิลปะ และกิจกรรมสาธิตหัตถสานจากผักตบชวาจากศูนย์ศิลป์บ้านดินสอ พิพิธภัณฑ์สิ่งของโบราณ ก่อนล่องเรือชมวิถี ชีวิตริมคลองสองพี่น้อง เก็บผักบุ้งและผักกะเฉด โดยมีคณะขับเสภา และขับร้องเพลงเรือ ก่อนการเยี่ยมชม ช็อป ชิม ตลาดน้ำสะพานโค้ง – สุ่มปลายักษ์ และชมการสาธิตอาหารพื้นบ้าน/อาหารพื้นถิ่น ประกอบด้วย (1) บัวลอยญวน (2) ปลาหมำสมุนไพรทอดกรอบ (1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น จังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566) (3) ชื่นใจลอดช่องเกสรบัวหลวง & ข้าวเกรียบว่าว (4) เป็ดไล่ทุ่งหัน และ (5) ขนมไทยบ้านคุณชวด รวมทั้ง ชมการสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประกอบด้วย (1) เปลญวน (2) หัตถสานจากผักตบชวา (3) หัตถสานจากเชือกมัดฟาง และ (4) การเรียนรู้ศิลปะ “ละเลงสี” ตามลำดับ


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

บักเซียง คุ้มคลั่งบุกกราดยิงนักเรียน แต่แพ้ปืนฉีดน้ำ ซ้อมแผนหนีซ่อนสู้ เด็กโคราชฮีโร่สายเปียก

บักเซียง คุ้มคลั่งบุกกราดยิงนักเรียน แต่แพ้ปืนฉีดน้ำ ซ้อมแผนหนีซ่อนสู้ เด็กโคราชฮีโร่สายเปียก

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 โรงเรียนเทศบาล 1 บูรพาวิทยากร อำเภอเมือง จังหวัดนคร ราชสีมา จัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุในสถานศึกษา โดยจำลองสถานการณ์เสมือนจริง มีผู้แสดงบทบาทคนร้ายบุกเข้าอาคารเรียน ทำนักเรียนแตกตื่นตามสถานการณ์

ระหว่างการซ้อม นักเรียนหญิงรายหนึ่งใช้ “ปืนฉีดน้ำ” ยิงสวนใส่ผู้แสดงบทคนร้าย สร้างรอยยิ้มคลายเครียดให้เพื่อนนักเรียนและครู ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ตามแผน “หนี ซ่อน สู้”

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ระบุ การซ้อมครั้งนี้เป็นการบูรณาการหลายหน่วยงานในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 3 เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินในสถานศึกษา

ด้านนายชูชาติ โจมฤทธิ์ ผอ.โรงเรียนเทศบาล 1 บูรพาวิทยากร เผยว่า การฝึกช่วยให้นักเรียนและครูมีสติ ลดความตื่นตระหนก และเพิ่มโอกาสเอาตัวรอดหากเกิดเหตุจริง พร้อมย้ำโรงเรียนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียนเป็นอันดับแรก


กิตตินันท์ รายงาน

“ชัยพฤกษ์เกมส์” ครั้งที่ 17 เด็กกุลดิศฯ หนองไผ่ จัดเต็มธีม Harry Potter ปลุกพลังผู้นำ–สามัคคีทั้งโรงเรียน

“ชัยพฤกษ์เกมส์” ครั้งที่ 17 เด็กกุลดิศฯ หนองไผ่ จัดเต็มธีม Harry Potter ปลุกพลังผู้นำ–สามัคคีทั้งโรงเรียน

สนามกีฬาโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ คึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2569 หลังโรงเรียนจัดการแข่งขันกีฬาภายใน “ชัยพฤกษ์เกมส์” ครั้งที่ 17 ประจำปีการศึกษา 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางคณะครู นักเรียน และผู้ปกครองที่หลั่งไหลมาร่วมเชียร์และให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น ก่อนพิธีเปิด วงดุริยางค์โรงเรียนบรรเลงเพลงกราวกีฬา นำขบวนพาเหรดสุดตระการตาของทั้ง 4 สี สร้างความฮือฮาด้วยการแสดงเต้นประกอบเพลง “Dreamers” และโชว์เชียร์ลีดเดอร์ที่จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง เรียกเสียงเชียร์กึกก้องทั่วสนาม

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางวรรณวิมล ครุฑางคะ ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นประธานเปิดการแข่งขัน สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการ “เสกไม้กายสิทธิ์” และลั่นฆ้องเปิดงานอย่างเป็นทางการ สอดรับกับธีม Harry Potter ที่โรงเรียนนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อจุดประกายจินตนาการและแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน

ด้าน นางสาวกุลนิษฐ์ ครุฑางคะ ผู้จัดการโรงเรียน ในนามคณะกรรมการจัดการแข่งขัน เปิดเผยว่า การจัดกีฬาภายในไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อชัยชนะ แต่เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มุ่งปลูกฝังวินัย น้ำใจนักกีฬา ภาวะผู้นำ และการทำงานเป็นทีม เพื่อหล่อหลอมให้นักเรียนเติบโตเป็น “คนเก่ง คนดี และมีความสุข”

การแข่งขันครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนตั้งแต่ระดับ ป.1 ถึง ม.3 เข้าร่วมอย่างทั่วถึง แบ่งออกเป็น 4 สี ตามบ้านในโลกเวทมนตร์ ได้แก่ สีเหลือง Hufflepuff, สีฟ้า Ravenclaw, สีเขียว Slytherin, สีแดง Gryffindor แต่ละสีมีนักเรียนราว 166 คน มีการคัดเลือกผู้นำสีและคณะกรรมการสี บริหารกิจกรรมอย่างเป็นระบบ โดยมีคณะครูเป็นที่ปรึกษา สร้างการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ฝึกความรับผิดชอบ เคารพกติกา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และการแสดงออกอย่างเหมาะสม

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่เรียกเสียงปรบมือ คือการเปิดสนามให้ผู้ปกครองร่วมถ่ายภาพกับบุตรหลานอย่างใกล้ชิด พร้อมเชิญผู้ปกครองร่วมมอบเหรียญรางวัลให้แก่นักกีฬาผู้ชนะ สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียนอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันกีฬาพิเศษสุดฮา ทั้งชักกะเย่อผู้ปกครองชาย และศึกชักกะเย่อระหว่างผู้ปกครองหญิงกับคณะครูหญิง สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะก้องสนาม ก่อนเข้าสู่พิธีปิดการแข่งขัน

ช่วงท้ายงาน ดร.บัณฑิต ครุฑางคะ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนในเครือกุลดิศวิทยานุสรณ์ เป็นประธานกล่าวปิดการแข่งขัน พร้อมมอบถ้วยรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศ ท่ามกลางเสียงปรบมือและความภาคภูมิใจของนักกีฬาและผู้ร่วมงาน

ทั้งนี้ “ชัยพฤกษ์เกมส์” ครั้งที่ 17 ไม่ได้เป็นเพียงสนามแห่งการแข่งขันกีฬา แต่เป็นเวทีหล่อหลอมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เสริมสร้างภาวะผู้นำ และความสามัคคีในหมู่นักเรียน สะท้อนวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่มุ่งพัฒนาเยาวชนให้เติบโตอย่างสมดุลทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ก้าวสู่การเป็นพลเมืองคุณภาพของสังคมในอนาคตอย่างมั่นคง


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

อำเภอฝาง เปิดศูนย์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

อำเภอฝาง เปิดศูนย์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2569) ที่บ้านม่วงชุม ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ว่าที่ร้อยตรี นพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอฝาง เป็นประธานเปิดศูนย์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือโครงการป้องกันควบคุมไฟป่าและป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควัน ระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลม่อนปิ่น กับส่วนราชการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเป็นระบบ

การจัดตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการอำนวยการ สั่งการ ติดตามสถานการณ์ และประสานการปฏิบัติงานในพื้นที่ตำบลม่อนปิ่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครป้องกันไฟป่า ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง พร้อมร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด และร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการควบคุมไฟป่าของจังหวัดอย่างเคร่งครัด

นายอำเภอฝาง กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเฝ้าระวัง แจ้งเหตุ และเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

ทั้งนี้ อำเภอฝางจะดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดชุดลาดตระเวน การตั้งจุดตรวจจุดสกัด การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ฝ่าฝืน เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 5,460,000 เม็ด และ ไอซ์ 50 กก.ในพื้นที่เชียงดาว

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 5,460,000 เม็ด และ ไอซ์ 50 กิโลกรัม ในพื้นที่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านอรุโณทัย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 04.45 นาฬิกา ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 20 – 25 คน กำลังลำเลียงกระสอบดัดแปลงขึ้นรถยนต์กระบะ หน่วยจึงให้สัญญาณเพื่อขอตรวจค้น กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้อาศัยห้วงทัศนวิสัยที่จำกัด และความชำนาญในภูมิประเทศหลบหนีไปได้ หน่วยจึงได้จัดกำลังเพิ่มเติม 2 ชุดปฏิบัติการ, ชุดปฏิบัติการโดรน 1 ชุดปฏิบัติการ และ ชุดสุนัขทหารตรวจค้นยาเสพติด จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ เข้าควบคุมและขยายผล ผลการปฏิบัติตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ภายในกระสอบดัดแปลง จำนวน 23 กระสอบ รวมจำนวน 5,460,000 เม็ด และ ไอซ์ บรรจุอยู่ภายในกระสอบดัดแปลง จำนวน 2 กระสอบ รวมจำนวน 50 กิโลกรัม และ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ฟอร์ดเรนเจอร์ สีดำ ทะเบียน บป 1455 ภูเก็ต จำนวน 1 คัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 1330 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง เดินทางไปตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรเชียงดาว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 254 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 263 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 151,246,686 เม็ด, เฮโรอีน 1.3 กิโลกรัม, ไอซ์ 2,407.2 กิโลกรัม, ฝิ่น 67 กิโลกรัม และ คีตามีน 327.4 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 33 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 21 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 25,426 ล้านบาท (25,426,454,452 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน