“สภท.” ร่วมกับรพ.เจริญกรุงประชารักษ์ จัดตรวจสุขภาพฟรี! สื่อมวลชน เนื่องใน “วันนักข่าว”

“สภท.” ร่วมกับรพ.เจริญกรุงประชารักษ์ จัดตรวจสุขภาพฟรี! สื่อมวลชน เนื่องใน “วันนักข่าว”

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ณ ที่ทำการสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย สี่แยกการเรือน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร : นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.61ปี) กล่าวถึงการจัดกิจกรรมการตรวจสุขภาพเนื่องในโอกาส “วันนักข่าว 5 มีนาคม” ประจำปี 2569 โดยสมาคมฯ ได้ร่วมกับโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรี! ให้กับสมาชิกสมาคมฯ-สื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

โดยกำหนดจัดขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00–14.00 น. ณ สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขที่ 299 ถนนราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน” ตามนโยบายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งทางกรุงเทพมหานคร ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจสุขภาพอย่างทั่วถึง

พร้อมกันนี้ขอขอบคุณ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ที่มอบอาหารกล่อง และข้าวปั้นญี่ปุ่น,บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด ที่มอบน้ำดื่ม เซเว่น มาให้บริการผู้ร่วมตรวจสุขภาพ และขอขอบคุณ สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย,นายอรรถการ ตฤษณารังสี ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีซันชิโร่,คุณมาลี มหาเจริญสิริ และศูนย์สายตาทรีเฟรนด์ ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมสมาคมฯ และขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการกิจกรรมในครั้งนี้

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)

สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

“น้ำยืนไฟต์” เดือดแน่ ส.ส.กังฟู-สมศักดิ์ พรรคไทรวมพลัง หนุนจัดศึกสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่าชาว อ.น้ำยืน

ส.ส.กังฟู-วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง,นายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต10 จ.อุบลราชธานี พรรคไทรวมพลัง,นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอาวุโส ผู้แทนนายอาทิตย์ บุษบา นายอำเภอน้ำยืน,”เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และนายสรวีร์ ฤทธิชัย ร่วมแถลงข่าวมหกกรรมมวยไทยนานาชาติ “งานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่าชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 “น้ำยืนไฟต์” 19 มี.ค.2569 ที่เวทีมวยชั่วคราวลานหน้าเทศบาลอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี

วันที่ 9 มี.ค.2569 ที่หน้าศาลหลักเมือง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เป็นประธานในการแถลงข่าวมหกรรมมวยไทยนานาชาติ “งานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่า ชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 “น้ำยืนไฟต์” โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบไปด้วยนายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต10 อุบลราชธานี ประธานชมรมคนรักน้ำยืน, นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอาวุโส อ.น้ำยืน ผู้แทนนายอาทิตย์ บุษบา นอภ.น้ำยืน, นายสุรชัย ชวาลารัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.น้ำยืน, นายชมเชย ทองชุม ประธานสภาวัฒนธรรม อ.น้ำยืน, นายพิเชษฐ์ ทาบุดดา ที่ปรึกษาพรรคไทรวมพลัง, นางวาสนา คำโส อดีตนายก อบต.โดมประดิษฐ์, ผู้ใหญ่ไสว บุรากรณ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านวารีอุดม, “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์รางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน ผู้บริหารก่อเกีบรติ บ็อกซิ่งกรุ๊ป เจ้าของศึก”ก่อเกียรติสัญจร” ทาง ททบ.5,นายสรวีร์ ฤทธิชัย โปรโมเตอร์เวทีลุมพินี+ผู้บริหารวันก่อเกียรติ +ผู้บริหารสามชัยกรุ๊ป อุบลฯ

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ประธานกิตติมศักดิ์การจัดการแข่งขันมหกรรมมวยไทยนานาชาติงานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลัก เมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่า ชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 “น้ำยืนไฟต์” กล่าวถึงการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า “เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวอำเภอน้ำยืนและร่วมสักการะบูชาศาลหลักเมือง อ.น้ำยืน สิ่งศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมือง โดยอำเภอน้ำยืนจัดงานสมโภชน์ในระหว่างวันที่ 13 – 20 มี.ค.2569 และในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค.2569 จัดมหกรรมมวยไทยนานาชาติ”ก่อเกียรติสัญจร” ถ่ายทอดสดจากเวทีมวยชั่วคราวลานหน้าเทศบาลอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี สู่สายตาประชาชนทั่วประเทศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.-20.00 น.ซึ่งตนเชื่อว่ามหกรรมมวยไทยนานาชาติ “ก่อเกียรติสัญจร” ในครั้งนี้จะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และสร้างความสุขให้กับชาวอำเภอน้ำยืน และพื้นที่ใกล้เคียงกับคู่มวยสุดเดือดในรายการกว่า 20 คู่ พร้อมเชิญชวนชาวอำเภอน้ำยืนและนักท่องเที่ยวมาร่วมชมร่วมเชียร์มหกรรมมวยไทยนานาชาติในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค.2569

นายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต10 อุบลราชธานี ประธานชมรมคนรักน้ำยืน ในฐานะประธานดำเนินการจัดการแข่งขันกล่าวถึงการแข่งขันมหกรรมมวยไทยนานาชาติว่า “ชาวอำเภอน้ำยืนต้องพบกับสถานการณ์ตึงเครียดแนวชายแดนจากการสู้รบมาแล้วถึง 2 ครั้ง เชื่อว่างานมหกรรมมวยไทยนานาชาติ”ก่อเกียรติสัญจร”ในงานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองในปีนี้ จะมีส่วนช่วยเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจพี่น้องชาวน้ำยืนให้กลับมาแข็งแกร่ง และสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ และเชื่อว่า”มวยไทย” ที่ถูกปลูกฝังอยู่ในสายเลือดของคนไทยทุกคน จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ชาวน้ำยืนฟันฝ่าในทุกอุปสรรคดำเนินกลับมาชีวิตได้อย่างมีความสุขต่อไป

นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอาวุโส อ.น้ำยืน ผู้แทนนายอาทิตย์ บุษยา นายอำเภอน้ำยืน กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่สนับสนุนการจัดมหกรรมมวยไทยนานาชาติงานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่า ชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 “น้ำยืนไฟต์” มั่นใจว่าชาวน้ำยืนและพื้นที่ใกล้เคียงจะมีความสุขและสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ และจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอน้ำยืนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

“เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์ยอดเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน แห่งก่อเกียรติ บ็อกซิ่ง กรุ๊ป กล่าวว่า “ก่อเกียรติสัญจร ทาง ททบ.5 วันเสาร์ที่ 19 มี.ค.2569 นี้ต้องขอขอบคุณ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานกรรมการมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะประธานที่ปรึกษาบริษัทก่อเกียรติ บ็อกซิ่ง กรุ๊ปในการสนับสนุนจัดมหกรรมมวยไทยนานา ชาติงานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่าชาวอำเภอน้ำยืนประจำปี 2569 “น้ำยืนไฟต์” ในครั้งนี้ และขอบคุณโรงแรมกัญธิญา การ์เด้น เอื้อเฟื้อสถานที่พัก และยืนยันทุกคู่มวยที่จะมาทำการแข่งขันผ่านการคัดสรรนักมวยเข้าร่วมแข่งขันมาอย่างดี และพร้อมสร้างความสุขกับกับพี่น้องประชาชนชาวน้ำยืนอย่างแน่นอนครับ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

‘อมตะ’ กางโรดแมป ปี 69 ตั้งเป้าขายที่ดิน 2,800 ไร่ใน 3 ประเทศ ทรานส์ฟอร์มสู่ ‘Industrial City’ รับดีมานด์ใหม่ – เมกะเทรนด์ทุนโลกไหลสู่อาเซียน

‘อมตะ’ กางโรดแมปปี 69 ตั้งเป้าขายที่ดิน 2,800 ไร่ใน 3 ประเทศ ทรานส์ฟอร์มสู่ ‘Industrial City’ รับดีมานด์ใหม่ – เมกะเทรนด์ทุนโลกไหลสู่อาเซียน

“อมตะ” ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ดึงผู้บริหารมืออาชีพเสริมทัพ เพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจ พร้อมกางโรดแมปธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขายที่ดินรวม 2,800 ไร่ ครอบคลุมไทย–เวียดนาม–ลาว เดินหน้าผลักดันโมเดล “Industrial City” รองรับการเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์โลกจุดกระแสการย้ายฐานการลงทุนเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน

นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ว่าจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัย สงครามการค้า รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออก กลางที่มีความไม่แน่นอนสูง จึงจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันความขัดแย้งในหลายภูมิภาคยังเป็นความท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการผลิตโลก ทั้งด้านระบบขนส่ง ราคาพลังงาน และการจัดหาวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบดังกล่าว ดังนั้น ภาคการผลิต และนักลงทุนจากทั่วโลกกำลังมองหาฐานการผลิตใหม่ ที่มีเสถียรภาพและศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว ส่งผลให้ภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย เวียดนาม และลาว กลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“อาเซียนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการลงทุนใหม่ของโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่มีความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งรวมถึงระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร ซึ่งอาเซียนมีศักยภาพในการรองรับด้านการลงทุน” นายวิกรมฯ กล่าว

สำหรับกลยุทธ์สำคัญของกลุ่มอมตะในปี 2569 จะเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในรอบ 8 ปี เพื่อยกระดับการบริหารจัดการให้สอดรับกับการขยายธุรกิจในภูมิภาค โดยดึงผู้บริหารมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเสริมทีมบริหารเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนองค์กรสู่มาตรฐานสากล โดยการปรับโครงสร้างดังกล่าวมุ่งเน้น 3 แกนหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการบริหารองค์กร เพื่อรองรับการลงทุนระลอกใหม่ที่กำลังไหลเข้าสู่ภูมิภาค ได้แก่

  • Agility เพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการตัดสินใจทางธุรกิจ
  • Governance เสริมสร้างระบบธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน
  • Scale Up รองรับการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve และโครงการลงทุนระดับเมกะโปรเจ็กต์

สำหรับแผนการการลงทุนในปี 2569 บริษัทเตรียมงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนและพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรองรับการลงทุนใหม่ที่จะเกิดขึ้น โดยตั้งเป้าขายที่ดินรวม 2,800 ไร่ ครอบคลุมในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคอาเซียน 3 ประเทศหลัก ประกอบด้วย

  1. ไทย 1,650 ไร่ โดยเน้นการดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
  2. เวียดนาม 550 ไร่ รองรับกระแสการย้ายฐานการผลิตจากจีนและการขยายตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล และ
  3. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 600 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นประตูเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์ทางบกของภูมิภาค

นอกจากนี้ อมตะอยู่ระหว่างการปรับบทบาทจากผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมสู่การเป็นผู้พัฒนา “Industrial City” หรือเมืองอุตสาหกรรมครบวงจร ที่ผสานโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ปรัชญา “All Win” มุ่งสร้างการเติบโตอย่างสมดุลระหว่างภาคธุรกิจ นักลงทุน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ อมตะยังให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยในปี 2569 บริษัทเตรียมความพร้อมด้านการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2583 พร้อมตั้งเป้าลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยพื้นที่ดำเนินงานลง 30%

อมตะ ในฐานะผู้พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมสมบูรณ์แบบ ไม่ได้มองเพียงการขายที่ดินหรือให้เช่าพื้นที่โรงงานเท่านั้น แต่กำลังสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ครบวงจร ครอบคลุมโครง สร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ ระบบน้ำประปา ไฟฟ้า การศึกษา เทคโนโลยี พลังงานสะอาด ตลอดจนที่อยู่อาศัย โรงแรม และศูนย์บริการราชการเบ็ดเสร็จ (Government All-Service Center) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ปัจจุบัน โครงการของอมตะเป็นที่ตั้งของโรงงานและธุรกิจเชิงพาณิชย์มากกว่า 1,600 แห่ง มีแรงงานรวมกว่า 350,000 คน จากนักลงทุน 30 สัญชาติ รวมถึงบริษัทชั้นนำระดับโลกในกลุ่ม Fortune Global 500


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

อจน. พลิกโฉมงานวิศวกรรมสู่พื้นที่แห่งความสุข ชู “นนทบุรีโมเดล” ต้นแบบบำบัดน้ำเสียยุคใหม่ สนามบอล-อควาเรียมใต้ดิน ในไทย

อจน. พลิกโฉมงานวิศวกรรมสู่พื้นที่แห่งความสุข! ชู “นนทบุรีโมเดล”ทต้นแบบบำบัดน้ำเสียยุคใหม่ สนามบอล-อควาเรียมใต้ดิน ในไทย

วันที่ 12 มีนาคม 2569 : องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) กระทรวงมหาดไทย สร้างปรากฏ การณ์ใหม่ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เปิดตัว “นนทบุรีโมเดล” เปลี่ยนภาพจำระบบบำบัดน้ำเสียแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นทรัพยากรล้ำค่าและพื้นที่สันทนาการของชุมชน ภายใต้แนวคิด “น้ำสะอาด คือพื้นฐานของชีวิตที่ดี” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน

นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย นำคณะสื่อมวลชนเจาะลึกนวัตกรรมเชิงรุกในกิจกรรม “สื่อสัญจร : เปิดมุมมอง นวัตกรรมบำบัดน้ำเสีย” ณ พื้นที่อำเภอบางบัว ทอง จังหวัดนนทบุรี เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการก้าวข้ามขีดจำกัดด้านวิศวกรรม ไปสู่การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมีไฮไลท์สำคัญที่น่าทึ่ง 2 แห่ง ได้แก่

  1. สนามฟุตบอลบนบ่อบำบัด : เมื่อ “พื้นที่บำบัด” กลายเป็น “พื้นที่แห่งความสุข” ที่ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำเทศบาลเมืองบางคูรัด อจน. ได้เนรมิตนวัตกรรมที่ไม่มีใครคาดคิด :
    1. นวัตกรรมใต้ดิน : ออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กอยู่ใต้ดินทั้งหมด
    2. พื้นที่เอนกประสงค์ด้านบน : ใช้พื้นที่เหนือระบบบำบัดจัดทำเป็นสนามฟุตบอลและพื้นที่นันทนาการสำหรับชุมชน
    3. จุดเปลี่ยน : พลิกโฉมภาพลักษณ์จากโรงบำบัดน้ำเสียที่ผู้คนมักหลีกเลี่ยง ให้กลายเป็นจุดศูนย์รวมกิจกรรมที่สร้างรอยยิ้มและสุขภาพที่ดี
  2. Aquarium ใต้ดิน : นวัตกรรม Edutainment ส่องโลกน้ำใสแบบ Real-time ที่ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำเทศบาลเมืองลำโพ นำเสนอการเรียนรู้ที่มาพร้อมความบันเทิง :
    1. -พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (Aquarium) : ชมความสวยงามของสัตว์น้ำในสภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย
    2. -ผนังอะคริลิคใสไฮไลท์ : โชว์ “กระบวนการบำบัดน้ำเสีย” ของจริงแบบ Real-time ผ่านผนังใส เพื่อให้เห็นขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำเสียคืนสู่สภาพน้ำใสอย่างใกล้ชิด
    3. -การเรียนรู้คู่ความบันเทิง : ผสมผสาน Education และ Entertainment เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อปลูกจิตสำนึกรักษ์น้ำให้กับเยาวชนและประชาชน

“เราเชื่อว่าความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การบำบัดน้ำได้ตามมาตรฐาน แต่คือการทำให้ประชาชนเห็นคุณค่าของน้ำและอยู่ร่วมกับระบบสาธารณูปโภคได้อย่างมีความสุข”

อจน. พร้อมเดินหน้าเป็นองค์กรนวัตกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการจัดการน้ำเสียชุมชนให้เป็นรูปธรรม เพื่อส่งต่อโลกที่สะอาดและยั่งยืนให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ช้าง-บางจากฯ-ดิทโต้-จีพีพี” ผนึกกำลังเปิดฤดูกาล 2026 ก้าวสู่ปีที่ 5 “Chang-GENZ Golf Tour” รุกแผนสร้างทางลัดปั้นนักกอล์ฟเยาวชนไทยสู่ทำเนียบโปรระดับโลก

“ช้าง-บางจากฯ-ดิทโต้-จีพีพี” ผนึกกำลังเปิดฤดูกาล 2026 ก้าวสู่ปีที่ 5 “Chang-GENZ Golf Tour” รุกแผนสร้างทางลัดปั้นนักกอล์ฟเยาวชนไทยสู่ทำเนียบโปรระดับโลก

บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด ร่วมกับพันธมิตรหลัก นำโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง,บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน),บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท จี พี พี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมเดินหน้ายกระดับการพัฒนานักกอล์ฟเยาวชนอย่างเต็มรูปแบบ เปิดฉากดวลสวิงฤดูกาลใหม่ “ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” (Chang-GENZ Golf Tour 2026) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างระบบนิเวศการแข่งขันที่ยั่งยืน และเปิดเส้นทางลัดเพื่อช่วยผลักดันเยาวชนไทยให้ประสบความสำเร็จทั้งในระดับชาติและก้าวไกลสู่ระดับนานาชาติได้อย่างมืออาชีพในอนาคต

นายทศพล ศรีวรกุล ผู้จัดการวางแผนเชิงกลยุทธ์ บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด พร้อมด้วย นายภัทริศร์ ถนอมสิงห์ ผู้จัดการงานบริหารกิจกรรมโครงการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง,นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายประสงค์ สุดอำพัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวจัด ศึกกอล์ฟเยาวชน “ช้าง – เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” ที่ราชพฤกษ์ คลับ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569

นายทศพล ศรีวรกุล ผู้จัดการวางแผนเชิงกลยุทธ์ บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับปี 2026 GENZ มุ่งขับเคลื่อนความยั่งยืนตามเป้าหมาย SDGs โดยเน้นสองยุทธศาสตร์หลัก คือ การพัฒนาคนและการดูแลสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดว่า “สนามกอล์ฟคือห้องเรียน” เพื่อปลูกฝังทักษะกีฬา Sportsmanship และ Community ที่เข้มแข็ง ควบคู่กับกิจกรรม Green Activities และเป้าหมายการยกระดับทัวร์นาเมนต์สู่มาตรฐาน Carbon Neutral อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความเชื่อว่า ความสำเร็จในสนามต้องมาพร้อมความรับผิดชอบต่อโลก รวมทั้งการดำเนินงานของ GENZ ถูกออกแบบเป็น Ecosystem ที่ครบวงจรสำหรับนักกอล์ฟเยาวชน ครอบคลุม Tournament,Mind Training Camp,โอกาสแข่งขันต่างประเทศ และการสนับสนุนเยาวชน เพื่อพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งทักษะและทัศนคติ พร้อมมาตรฐานระดับสากลผ่านการรับรองคะแนน World Amateur Golf Ranking (WAGR) และ Junior Golf Scoreboard (JGS)
นายภัทริศร์ ถนอมสิงห์ ผู้จัดการงานบริหารกิจกรรมโครงการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง เปิดเผยว่า “กว่า 19 ปีที่ช้างมุ่งมั่นพัฒนากีฬากอล์ฟไทยแบบทั้งระบบ เพื่อสร้างความยั่งยืนและพัฒนาเยาวชนไทยสู่การแข่งขันระดับโลก สำหรับโครงการ Chang-GENZ Golf Tour ในปีที่ 5 นี้ ช้างยังคงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างรากฐานที่มั่นคงบนมาตรฐานระดับอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมให้น้องๆ ก่อนก้าวสู่การเป็นโปรกอล์ฟอาชีพที่มีคุณภาพ ดังเช่นความสำเร็จของ ‘โปรกัญจน์ เจริญกุล’ และ ‘โปรฟีเวอร์ นิติธร ทิพย์พงษ์’ ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตจากการมุ่งมั่นพัฒนานักกอล์ฟตั้งแต่ระดับเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง”

ด้าน นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บางจากฯ ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างสมดุลแห่งความยั่งยืน มุ่งพัฒนาเยาวชนผ่านหลากหลายโครงการอย่างต่อเนื่อง สำหรับกีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่สร้างสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลและการทำกิจกรรมกลางแจ้ง เสริมสร้างสมาธิ การคิด การตัดสินใจ และการควบคุมอารมณ์ของตนเอง ซึ่งเป็นทักษะที่เทคโนโลยีทดแทนไม่ได้ โดยบางจากฯ ได้สนับสนุนการแข่งขัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยในปีนี้ บางจากฯ ได้เพิ่มบทบาทการขับเคลื่อนด้าน climate action ผ่านการมอบทุนพัฒนาทักษะให้นักกอล์ฟเยาวชนรวม 12 ทุน และสนับสนุนให้ทุกการแข่งขันของ The GENZ เป็น Carbon Neutral Event หรือกิจกรรมที่มีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดย Carbon Markets Club ต่อยอดด้วยการชดเชยคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการเดินทางและใช้ชีวิตประจำวันของ ‘โปรเปียโน-อาภิชญา ยุบล’ ให้เป็นนักกีฬาไร้คาร์บอนของไทย เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์โลกให้กับนักกีฬารุ่นใหม่อีกด้วย”

นายประสงค์ สุดอำพัน จากดิทโต้ หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักได้นำแนวคิดการบริหารจัดการข้อมูล (Data Management) มาร่วมปรับใช้เพื่อสร้าง Growth Mindset ให้นักกีฬา ขณะที่ นายวินัย รอดจ่าย จาก จี พี พี อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมเป็น ‘ลมใต้ปีก’ สนับสนุนประสบ การณ์การแข่งขันในต่างประเทศเพื่อยกระดับทักษะชีวิตและฝีมือสู่สากล สำหรับปี 2026 “Chang-GENZ Golf Tour” ยังผนึกกำลังร่วมกันกับพาร์ทเนอร์ด้านนวัตกรรม ได้แก่ อุดมพานิช, อะเบ้าท์ กราส, อาดิดาส กอล์ฟ,Golfing Ground รวมถึงการนำนวัตกรรมฝึกจิตระดับโลกอย่าง “FlowCode” เข้ามาเสริมแกร่งด้านจิตใจอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อให้เยาวชนไทยมีความพร้อมรอบด้านทั้งร่างกายและจิตใจในการก้าวสู่เวทีสากลอย่าง PGA และ LPGA Tour

การแข่งขัน “Chang-GENZ Golf Tour 2026” ในฤดูกาลนี้จะจัดขึ้นรวมทั้งสิ้น 5 รายการ บน 5 สนามชั้นนำของประเทศไทย โดยนักกีฬาที่ทำคะแนนสะสมยอดเยี่ยมจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการพัฒนาฝีมือและโอกาสแข่งขันในระดับนานาชาติ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น ต่อไป

  • รายการที่ 1 “บางจาก โอเพ่น” วันที่ 27-29 มี.ค.2569 สนามเขาใหญ่ คันทรีคลับ จ.นครราชสีมา
  • รายการที่ 2 “บางจาก มาสเตอร์” วันที่ 18-19 เม.ย.2569 สนามกบินทร์บุรี สปอร์ต คลับ จ.ปราจีนบุรี
  • รายการที่ 3 “ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ” วันที่ 16-17 พ.ค.2569 สนามเทรเชอร์ ฮิลล์ กอล์ฟ คลับ จ.ชลบุรี รายการที่ 4 “ช้าง แชมเปี้ยนชิพ” วันที่ 14-16 ส.ค.2569 สนามเลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ จ.เพชรบุรี รายการที่ 5 “บางจาก แชมเปี้ยน คัพ” วันที่ 11-13 ก.ย.2569 สนามแรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ จ.นครราชสีมา

ผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถติดตามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้ที่ LINE Official : @genzgolf หรือ โทร.065-6962229


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

Intelligent Asia Thailand 2026 เปิดศักราชใหม่ของการผลิตอัจฉริยะและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมต่อไทยสู่การแข่งขันระดับสากล

Intelligent Asia Thailand 2026 เปิดศักราชใหม่ของการผลิตอัจฉริยะและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมต่อไทยสู่การแข่งขันระดับสากล

กรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 — Intelligent Asia Thailand 2026 แพลตฟอร์ม B2B ชั้นนำด้านการผลิต PCB และเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลับมาอีกครั้งเพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตของประเทศไทย และเชื่อมต่อภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การแข่งขันในตลาดโลก สอดรับกับการเติบโตของการลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาค

งาน Intelligent Asia Thailand 2026 จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Yorkers Trade & Marketing Service Co., Ltd., Messe Frankfurt (HK) Ltd, Taiwan Branch และ GMTX Company Limited โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ได้รับเกียรติจาก คุณปรนนท์ ฐิตะวรรโณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิด

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการผลิตอัจฉริยะของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาคอุตสาหกรรมมีมูลค่าสูงถึง 324,000 ล้านบาท (ประมาณ 10,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อนหน้า แม้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ประเทศได้แสดงศักยภาพที่โดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐานและทักษะภาคการผลิตที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ Intelligent Asia Thailand 2026 กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงผู้มีบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรม และเปิดโอกาสใหม่ให้กับภาคการผลิตไทย

ภายในงานประกอบด้วยสองโปรไฟล์หลัก ได้แก่ PCB Thailand ซึ่งนำเสนอเทคโนโลยีและซัพพลายเชนสำหรับการผลิต PCB และ Automation Thailand ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ยุค Industry 4.0 อย่างยั่งยืน งานจัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ในฮอลล์ EH98 ของ BITEC โดยมี Exhibitors มากกว่า 310 รายจากทั่วโลก นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันล้ำสมัยสู่ภาคการผลิตไทย

การเดินทางครั้งใหม่ของอุตสาหกรรมไทยสู่การผลิต “มูลค่าสูง”

ประเทศไทยกำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างอุตสาหกรรม จากการผลิตแบบดั้งเดิมสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันทางการค้าที่ทวีความเข้มข้น

ขณะเดียวกัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นภูมิภาคที่มีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก เกิดการลงทุนจำนวนมหาศาลและสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อภูมิทัศน์การผลิตของภูมิภาค โดยประเทศไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 600,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2023–2025 ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูงมีสัดส่วนมากที่สุด

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งขนาดของโอกาส และทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต

คุณวรวรรณ นรสุชา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุน 2 รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า 

“ปี 2026 เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เมื่อห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดย BOI มุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนทั้งด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี

ภายใต้ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและระบบอัตโนมัติถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ พร้อมสนับสนุนผู้พัฒนาระบบอัตโนมัติและผู้เชี่ยวชาญด้าน System Integration ที่ลงทุนด้านวิศวกรรม การออกแบบระบบ และการบูรณาการเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันสร้างโรงงานแห่งอนาคตในประเทศไทย”

ในอีกด้านหนึ่ง การเร่งพัฒนาซัพพลายเชนภายในประเทศให้แข็งแกร่ง ถือเป็นภารกิจสำคัญเพื่อรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น คุณธีระ กิตติธีรพรชัย CEO ของ GMTX Company Limited หนึ่งในผู้จัดงาน กล่าวว่า

“ในปี 2025 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีมูลค่าสูงถึง 1.87 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลขสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การลงทุนของประเทศไทย โดยการลงทุนจำนวนมากกำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น Electronics, Semiconductor, EV และ Data Center

เฉพาะอุตสาหกรรม PCB เพียงอย่างเดียว ตั้งแต่ปี 2022 ถึงกลางปี 2025 มีโครงการลงทุนมากกว่า 180 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านบาท ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิต PCB อันดับหนึ่งของอาเซียน และกำลังก้าวสู่ Top 5 ของโลก

คำถามสำคัญคือ เมื่อโรงงานใหม่กำลังเกิดขึ้น ซัพพลายเชนใหม่กำลังก่อตัว ผู้ผลิตไทยพร้อมหรือยัง เพราะการแข่งขันในโลกอุตสาหกรรมปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ต้นทุนแรงงานอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิต ความแม่นยำ ความเร็ว และการใช้เทคโนโลยี”

สมการอุตสาหกรรมยุคใหม่ ‘เมื่อเทคโนโลยีและแรงงานต้องเติบโตไปด้วยกัน’

อุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การขาดแคลนทรัพยากร และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ทำให้แรงงานในภาคการผลิตลดลง

ในบริบทใหม่นี้ เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติไม่ได้มีบทบาทเพียงเพื่อทดแทนแรงงาน แต่ต้องทำงานร่วมกับบุคลากรที่มีทักษะสูง เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการผลิต

คุณ Sylke Schulz-Metzner รองประธาน SPS, Mesago Messe Frankfurt กล่าวว่า

“เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก ‘ระบบอัตโนมัติ’ ไปสู่ ‘การผลิตอัจฉริยะ’ ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในปัจจุบันขึ้นอยู่กับการใช้ข้อมูล AI อุตสาหกรรม และการเชื่อมต่อระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของการผลิต

SPS มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรม พร้อมสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับโรงงานอัจฉริยะในอนาคต”

ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน Intelligent Asia Thailand 2026 ผู้เข้าร่วมงานจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติผ่านเวที SPS Stage Bangkok และ PCB Stage รวมถึงกิจกรรมเสวนาพิเศษหัวข้อ ‘กลยุทธ์เชิงรุกภาคการผลิตไทย: ทำอย่างไรจึงจะขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาคก่อนสายเกินไป’

แพลตฟอร์มเชื่อมต่ออุตสาหกรรมมูลค่าสูงของไทยสู่ตลาดโลก

Intelligent Asia Thailand 2026 เป็นเวทีเชิงกลยุทธ์สำหรับการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ โดย คุณ Akai Lin, Overseas Director, Chan Chao International Enterprise Group กล่าวถึงแนวคิดของการจัดงานว่า

“เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งของการเปลี่ยนแปลงในภาคการผลิตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Intelligent Asia Thailand จึงทำหน้าที่เป็นประตูสำคัญที่เชื่อมต่อผู้ประกอบการกับโอกาสใหม่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยการจัดงานในครั้งนี้ให้ความสำคัญกับสองเสาหลัก ได้แก่ PCB Thailand และ Automation Thailand ซึ่งเป็นจุดบรรจบของการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่กำลังหลอมรวมกันเป็นโครงสร้างสำคัญของอุตสาหกรรมยุคใหม่”

ในขณะเดียวกัน คุณปรนนท์ ฐิตะวรรโณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงบทบาทของการจัดงานในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยว่า

“Intelligent Asia Thailand 2026 เป็นการผสานกันของสองโปรไฟล์สำคัญ ได้แก่ Automation และ PCB ซึ่งนำเสนอทั้งเทคโนโลยีและซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมมูลค่าสูงยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วน หัวใจสำคัญของงานคือการบูรณาการระหว่างอุตสาหกรรม PCB และเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงในอนาคต

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพร้อมสนับสนุนการพัฒนาและการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนจากหลากหลายอุตสาหกรรม ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในระยะยาว”

Intelligent Asia Thailand 2026 ถูกออกแบบให้เป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดยผสานเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม PCB

ภายในงานยังมี Zhejiang Pavilion และ Taiwan Pavilion ที่นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันการผลิตจากผู้ประกอบการชั้นนำ รวมถึงกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมต่อผู้ประกอบการไทยกับเจ้าของเทคโนโลยีระดับสากล

ประตูสู่โอกาสของอุตสาหกรรมการผลิตยุคใหม่

Intelligent Asia Thailand 2026 เปิดพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการ นักอุตสาหกรรม และนักลงทุน ที่กำลังมองหาเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ ข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรม และพันธมิตรระดับสากล

งานจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 11–13 มีนาคม 2569 ณ Hall 98 BITEC กรุงเทพฯ

ลงทะเบียนฟรีเพื่อเข้าชมงาน
https://intelligentasia-thailand.chanchao.com.tw/


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. ผนึกกำลัง มธ. เดินหน้าหลักสูตร RUSH ระยะที่ 2 มุ่งสร้างเครือข่ายนักวิจัย – ยกระดับสู่การใช้งานจริง

วช. ผนึกกำลัง มธ. เดินหน้าหลักสูตร RUSH ระยะที่ 2 มุ่งสร้างเครือข่ายนักวิจัย – ยกระดับสู่การใช้งานจริง

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 : โครงการการพัฒนาหลักสูตรเสริมศักยภาพและจรรยาบรรณด้านการวิจัยในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดการอบรมหลักสูตร “เสริมศักยภาพและจรรยาบรรณด้านการวิจัยในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (RUSH)” ระยะที่ 2 โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมและขยายผลงานวิจัยให้สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ของแต่ละภูมิภาค พร้อมทั้งสนับสนุนการผลักดันข้อเสนอโครงการที่มีศักยภาพ เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.สุนิดา อรุณพิพัฒน์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการอบรมหลักสูตร RUSH ว่า “โครงการนี้ถือเป็นความริเริ่มอันดีของ วช. ที่ต้องการเห็นบุคลากรในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีเครือข่ายที่เข้มแข็งและได้รับการเสริมศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความสำเร็จนี้ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปีแรก สำหรับในระยะที่ 2 เราได้ยกระดับการดำเนินงานให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งเป้าไปที่การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง ท้ายที่สุดนี้ จากความสำเร็จในระยะแรกที่นักวิจัยสามารถยื่นขอรับทุนสนับสนุนในลักษณะงานวิจัยเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามเป้าหมาย ทำให้เรามั่นใจว่าเครือข่ายที่เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์ขึ้นในปีนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยความพยายาม ความหวัง และความห่วงใย จะนำพาทุกท่านไปสู่การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ตลอดจนร่วมกันยกระดับการพัฒนาประเทศไปสู่อีกขั้นหนึ่ง”

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมี ดร.เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ร่วมกล่าวแสดงความยินดี

โดยระบุว่า “ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดที่ต้องเข้าใจตนเองและเข้าใจโลกไปพร้อมกัน เรามีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ลึกซึ้ง และมีทุนทางสังคมที่ทรงคุณค่า ทว่าการจะนำทุนเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริงนั้น จำเป็นต้องอาศัยนักวิจัยที่เข้าใจทั้งทฤษฎีและสภาพความเป็นจริง สามารถทำงานบูรณาการร่วมกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรด้านมนุษยธรรมได้ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องสามารถสื่อสารองค์ความรู้เหล่านั้นให้ผู้กำหนดนโยบายและสาธารณชนเข้าใจ ตลอดจนนำไปปฏิบัติได้จริง ผมขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าอบรมทุกท่านที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมหลักสูตรนี้ ท่านคือกำลังสำคัญของชาติทั้งในมิติขององค์ความรู้และความรับผิดชอบต่อสังคม ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเวลา 3 วันหลังจากนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์งานวิจัยและเครือข่ายความร่วมมือ ที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ทางวิชาการ แต่ยังสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นที่พึ่งพิงให้แก่กลุ่มคนเปราะบางได้อย่างแท้จริง”

นอกจากนี้ คุณแก้วเกศร์ ถาวรพันธ์ รองเลขาธิการวุฒิสภา ได้ร่วมกล่าวแสดงความยินดี โดยระบุว่า “การอบรมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้งานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และเป็นเป้าหมายในการร่วมกันผลักดันการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม หลายคนมักตั้งคำถามว่า งานวิจัยที่ดีนั้นอยู่ที่ไหน อาจจะอยู่ในห้องสมุดหรืออยู่บนหิ้ง ความท้าทายที่สำคัญคือ เราจะนำงานวิจัยที่ดีเหล่านั้นลงจากหิ้งมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร ดิฉันขอชื่นชมหลักสูตรนี้ที่มีความมุ่งมั่นในการนำงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นด้านนโยบายสาธารณะ ด้านสังคมและชุมชน หรือด้านพาณิชย์ก็ตาม สำหรับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการสนับสนุนงานของวุฒิสภา ทั้งด้านการประชุม ด้านกฎหมาย และด้านวิชาการ เราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ จึงได้สนับสนุนให้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำผลงานทางวิชาการและงานวิจัยมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการนิติบัญญัติต่อไป”

พร้อมกันนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้เกียรติขึ้นกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ในบริบทไทย: จากรากฐานตะวันตกสู่การสร้างสรรค์ทฤษฎีของเราเอง”

โดยระบุว่า “เราจะต้องสร้างสังคมศาสตร์ของเราให้เป็นสังคมศาสตร์อีกรูปแบบหนึ่งที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว เป็นการศึกษาที่ไม่ได้ลอกเลียนแบบชาติตะวันตกทั้งหมด แต่เป็นการเรียนรู้จากตะวันตกโดยไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจ พร้อมทั้งนำมาประยุกต์ให้เป็นแม่แบบสำหรับประเทศที่มีบริบทหรือต้นทุนทางสังคมคล้ายคลึงกับไทย เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม แม้กระทั่งในเรื่องของการทูต สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างแนวทางการทูตแบบไทยขึ้นมา เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งวิถีทาง (Approach) ที่น่าสนใจ อาจไม่ใช่รูปแบบประเทศมหาอำนาจระดับกลาง (Middle Power) ในความหมายเดิมเสียทีเดียว แต่เป็นการรวมตัวกันเพื่อไม่ให้ตกเป็นเบี้ยล่างของใคร ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก อย่างไรก็ตาม การเรียนการสอนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) ในปัจจุบัน มักถูกมองว่าเป็นความเป็นสากล (Universal Science) แต่แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่ความเป็นสากลเสมอไป ทว่าขึ้นอยู่กับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความสามารถในการสร้างสรรค์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ของแต่ละพื้นที่มากกว่า”

สำหรับการอบรมหลักสูตร RUSH ระยะที่ 2 มีกำหนดจัดการอบรมทั้งในกรุงเทพมหานครและในส่วนภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง โดยการอบรมในครั้งนี้ถือเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในกรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศได้เข้าร่วม ตลอดระยะเวลาการอบรมรูปแบบผสมผสานทั้ง Online และ On-site รวม 4 วัน ผู้เข้าอบรมจะได้รับการบ่มเพาะความรู้และทักษะในด้านต่าง ๆ ผ่านการฝึกปฏิบัติการ (Workshop) และการให้คำปรึกษา (Coaching) อย่างครบถ้วนตามที่หลักสูตรกำหนด หลังจากนั้นจะมีระยะเวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้พัฒนาข้อเสนอโครงการให้มีความสมบูรณ์ โดยทางโครงการฯ จะมีการติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และกำหนดให้มีการนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายต่อผู้เชี่ยวชาญในลำดับต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

16 ขุนพลกำปั้นในพิกัด 115 ปอนด์จาก 16 จังหวัดสุดคึกพร้อมลุยชิงเข็มขัด “มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก”

16 ขุนพลกำปั้นในพิกัด 115 ปอนด์ จาก 16 จังหวัดสุดคึกพร้อมลุยชิงเข็มขัด “มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก” โดยมีคุณพรจิรา โนนุช ผอ.ฝ่ายประชา สัมพันธ์มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ และกรรมการบริหารวันก่อเกียรติ เป็นประธานเปิดตัว ร่วมด้วย “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกยอดเยี่ยม 3 สถาบัน และนายสรวีร์ ฤทธิชัย กรรมการบริหารวันก่อเกียรติ และโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี ที่เวทีมวยเวิร์ดสยาม สเตเดี้ยม ตะวันนา กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2569 ที่ เวทีมวยเวิร์ดสยาม สเตเดี้ยม ตะวันนา กรุงเทพฯ กับบรรยากาศการแข่งขันมวยไทย “ซุปเปอร์แชมป์” บาย วันก่อเกียรติ ซึ่งมีไฮไลท์สำคัญในการเปิดตัว 16 นักชกฝีมือพระกาฬจาก 16 จังหวัดในพิกัด 115 ปอนด์ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วจากทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจากคุณพรจิรา โนนุช ผอ.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ และกรรมการบริหารวันก่อเกียรติ เป็นประธานร่วมด้วย “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยม 3 สถาบัน เจ้าของศึกมวยไทยซุปเปอร์แชมป์ บาย วันก่อเกียรติ และนายสรวีร์ ฤทธิชัย กรรมการบริหารวันก่อเกียรติ และโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี โดยการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์นี้มีเดิมพันของนักชกผู้ชนะ คือ เข็มขัด “มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก” และเข็มขัดแชมเปี้ยน WBC Silver Asia พร้อมรางวัลถ้วยเกียรติยศ มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ เพื่อความเป็นหนึ่งในรุ่น 115 ปอนด์ โดยจะเริ่มดวลเดือดวันเสาร์ที่ 28 มี.ค.2569 วันละ 1 คู่จนกว่าจะได้แชมป์

สำหรับ 16 กำปั้นฝีมือพระกาฬตัวแทน 16 จังหวัดทั่วประเทศประกอบไปด้วย

  • ต๊ะสยาม ส.ทองไสล (กทม.)
  • เดชานันท์ สิงห์มนัสศักดิ์ (ปทุมธานี)
  • ธนทัต กัลยาณมิตร (สมุทรปราการ)
  • ขวัญชัย เปลี่ยนขุนทด (อ่างทอง)
  • เอ็ม 16 บ้านแรมบ้า (ชลบุรี)
  • ชนะภูมิ ชูตระกูล (นครปฐม)
  • ณัฐพล บัวสา (กาญจนบุรี)
  • จักรกฤษณ์ มาทา (เพชรบูรณ์)
  • วชิรวิทย์ บุญกุศล (ศรีสะเกษ)
  • โอชิน ศิษย์ อ.แอม (สงขลา)
  • ศักย์ศรณ์ แก้วเฟื่อง (สุโขทัย)
  • ฟ้าลิขิต ศิษย์ อ.แอม (นครศรีธรรมราช)
  • ทนงศักดิ์ ส.จันทสิทธ์ (อุบลราชธานี)
  • เพชรสุขสันต์ น้ำดื่มพรศิริ (ร้อยเอ็ด)
  • ซุปเปอร์แม็ก กิวกิวเต้น้องรักยิม (ตราด)
  • เพชรพยัคฆ์ เพชรชุมแพยิม (หนองคาย)

และในการเปิดตัว “มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก” ยังได้รับเกียรติจากสองกำปั้นดังมาร่วมเชิญเข็มขัดทั้งสองเส้น เริ่มที่ผู้ถือเข็มขัดมวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก ได้รับเกียรติจากอดีตแชมเปี้ยนโลก WBA นักชกไทยหนึ่งเดียวเจ้าของรางวัลคู่มวยดุเดือดที่สุดของโลก ประจำปีจาก 4 สถาบันใหญ่ เดอะลิ้งค์ ESPN สื่อมวลชนอเมริกาสังกัดก่อเกียรติยิม สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาลย์ และนักมวยผู้ถือเข็มขัด WBC Silver Asia เป็นนักมวยสากลไต่บัลลังก์โลกในสังกัดก่อเกียรติยิมอีกคน ปูซาน ปราสาทหินพิมาย ก่อเกียรติยิม ซึ่งบรรยากาศการเปิดตัว”มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก” เต็มไปด้วยความคึกคัก และนี่คือการส่งเสริมและพัฒนาวงการมวยสากลให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยวันก่อเกียรติครับ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ทลายซุ้มหัวจ่ายยาเสพติดหลังวัดรวก โชว์อาวุธปืน-ธนบัตรไทยปลอมกลางเขาวงกตฝั่งธน

“จัดชุดใหญ่ทลายหัวจ่ายย่านฝั่งธน” บช.น.และปปส. สนธิกำลังบุกค้น 3 จุด แพร่ยานรก “ทลายซุ้มโจรฝั่นธนหลังวัดรวก” รวบผู้ต้องหา 6 ราย ไม่เพียงค้ายา แต่แอบผลิตเงินปลอม พร้อมโชว์ติดอาวุธสงครามครบมือ เสมือนจะไปทำสงครามรองจ๋อเตือนชาวฝั่งธน รีบตรวจสอบแบงค์พันในกระเป๋าด่วน

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2569 เวลา 06.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านยาเสพติด ,พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7, พล.ต.ต.พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น.8, พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน รอง ผบก.น.8, พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก.สน.บางยี่ขัน, พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมีผกก.สส.บก.น.8 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น., สน.บางยี่ขัน, กก.สส.บก.น.8 และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำโดยนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม., นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก., นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด,พ.ต.อ.สัณห์ธรธัญ  อารมณ์รัตน์ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ

“แผนปฏิบัติการ ทลายซุ้มยาเสพติดหลังวัดรวก“ นำหมายค้นศาลเข้าตรวจค้น 3 จุด จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 6 ราย ดังนี้

  1. นายอำนาจ หรือบอส อายุ 22 ปี ถูกจับในข้อหา “มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและปลอมเงินตรา ธนบัตรปลอม”
  2. นายบารมี หรือเบีย อายุ 19 ปี ถูกจับในข้อหา “มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
  3. นางสาวสุชัญญา หรือเก๋ อายุ 47 ปี ถูกจับในข้อหา “มีไว้ในความครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนตามกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”
  4. นายสมชาย อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ 246/2569 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2569 ข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและไอซ์) โดยกระทำเพื่อการค้า โดยผิดกฎหมายและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”
  5. นายอนุสรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 127/2569 ข้อหา “สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน (จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และ
  6. นางสาวชาลิณี อ่อนนุ่ม ถูกจับกุมข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ตรวจยึดของกลาง 1.อาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก, 2.ธนบัตรปลอม ฉบับละ 1,000 บาท (รอการตัดขอบ) จำนวน 37 ฉบับ, 3.เคตามีน จำนวน 6 ถุง น้ำหนักรวม 28 กรัม, 4.ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 134.74 กรัม, 5.ยาบ้า 363 เม็ด, 6.รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมา จำนวน 1 คัน(อยู่ระหว่างตรวจสอบคืนเจ้าของ) และ 7.เงินสด จำนวน 34,610 บาท

พฤติการณ์กล่าวคือ จาก “ยานรก” สู่ “ธนบัตรผี” สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. สน.บางยี่ขัน สนธิกำลังร่วมกับ ป.ป.ส.กทม. แกะรอยเครือข่ายค้ายารายใหญ่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี แต่กลับพบ “เซอร์ไพรส์” ที่น่ากลัวกว่าเดิม เมื่อสืบทราบว่าแก๊งนี้ไม่ได้แค่ขายยานรก แต่ยังลักลอบผลิตเงินปลอมส่งต่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จนสร้างความเดือดร้อนทั่วพื้นที่ฝั่งธนบุรี ข้อมูลสถิติ ในห้วงเดือน ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกหลอกใช้ธนบัตรปลอมมาซื้อของ ในพื้นที่ บก.น.7 จำนวนไม่ต่ำกว่า 5 คดี (สำรวจพบเยอะสุดพื้นที่ สน.บางยี่ขัน 3 คดี) และจากการสืบสวนในเบื้องต้นในแต่ละคดี พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุล้วนเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน

กลโกงแสงสลัว : แบงก์ปลอม “เกรดทำมือ” จากแผนประทุษกรรมล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 คนร้ายกลุ่มนี้ทำทีติดต่อไปขอซื้อรถจักรยานยนต์จากผู้เสียหายที่โพสขายในโลกโซเชียล ก่อนจะนัดพบเพื่อซื้อขายกันภายใน ซ.จรัญสนิทวงศ์ 45 และเมื่อเดินทางมาพบกัน คนร้ายทำทีเข้าไปซื้อขายในที่ที่มีแสงไฟสลัว ก่อนจะจ่ายเงินสดโดยใช้ธนบัตรปลอม ฉบับ 1,000 บาท จำนวน 54 ใบ มอบให้กับผู้เสียหาย เมื่อคนร้ายยื่นเงินปลอมให้กับผู้เสียหายแล้วก็จะรีบรับรถจากผู้เสียหายแล้วขับออกไปทันทีไม่รอให้ผู้เสียหายนับเงินให้เสร็จสิ้นก่อน ซึ่งในคราแรกผู้เสียหายยังไม่รู้ตัว แต่เมื่อได้นำธนบัตรปลอมนั้นไปซื้อสินค้าในร้านค้า 7-11 ก็พบว่าเป็นธนบัตรปลอม จึงได้นำของกลางเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางยี่ขัน ทันที ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบของกลางธนบัตรปลอมจำนวน 54 ฉบับ พบว่าแบงก์ปลอมชุดนี้เป็นงาน “Handmade” ตัดขอบเบี้ยว เนื้อกระดาษเรียบกริบ และไร้ลายน้ำ ความเนียนเทียบเท่าของจริงได้เพียง 70% เท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะหลอกตาคนในที่อับแสง

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เล็งเห็นภัย สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. และ ฝ่ายสืบสวน สน.บางยี่ขัน เร่งสืบสวนแกะรอยจนพบว่า กลุ่มคนร้ายมีแผนประทุษกรรมคล้าย “กองโจร” มักมีการรวมตัวแจกอาวุธ ก่อนเคลื่อนทัพไปก่อเหตุ ผลุบโผล่ดั่งนินจาและออกล่าเพียงยามวิกาล ก่อนสลายหายเข้าไปในตรอกซอกซอยชุมชน จากต้นจนสุดสายในหลายคดีล้วนบรรจบที่ “บ้านลับหลังวัดรวก” บริเวณท้าย ซ.จรัญสนิทวงศ์ 33 แขวงบางขุนศรี เขตบาง กอกน้อย กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตรอกเล็กๆที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้ เส้นทางลึกลับซับซ้อนคล้ายเขาวงกต และยังพบหลักฐานว่าเป็นที่เก็บอาวุธของซุ้มโจรนี้ หลังจากสืบสวนแน่ชัดแล้ว พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก.สน.บางยี่ขัน นำทีมพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ขออนุมัติศาลออกหมายจับและหมายค้น บ้านลับแห่งนี้ทันทีและในขณะเดียวกัน นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม.,นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก.นำกำลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกับ กก.สส.บก.น.8 สืบสวนขยายผลต่อเนื่องจนทราบถึงระดับหัวหน้าเครือข่ายและเซฟเฮ้าลับแหล่งแพร่กระจายยาเสพติด ภายในซอยอิสระภาพ 11 ไม่ไกลจากคลังแสงหลังวัดรวก จึงทำการขออนุมัติศาลเพื่อขอหมายค้นเพิ่มอีก 1 จุด

ฤกษ์ดีบุกค้นฝั่งธน “ศุกร์ 13” มี.ค.69 เวลา 07.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. สนธิกำลังร่วมกับ นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กท นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น., สน.บางยี่ขัน, กก.สส.บก.น.8 และ ป.ป.ส. กว่า 100 นาย รวมพลปลุกใจก่อนเคลื่อนทัพ

  • จุดที่ 1 “คลังแสงหลังวัดรวก” เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลธนบุรีที่ ค.23/2569 ลงวันที่ 12 มี.ค.2569 บุกเข้าไปที่บ้านเลขที่ 431/26 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นพบธนบัตรปลอม ฉบับละ 1,000 บาท (รอการตัดขอบ) จำนวน 37 ฉบับ,อาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก,เคตามีน จำนวน 5 ถุง น้ำหนักรวม 23 กรัม,ไอซ์ 1 ถุง และ รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมา จำนวน 1 คัน จอดแอบอยู่ภายในบ้าน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย
  • จุดที่ 2 “เซฟเฮ้าส์ลับแหล่งปล่อยยา” เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลอาญาธนบุรีที่ ค.54/2569 ลงวันที่ 12 มี.ค.2569 บุกเข้าไปที่บ้านเลขที่ 675/5 ซ.อิสระภาพ 11 แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นพบ ของกลางยาบ้า 355 เม็ด ไอซ์น้ำหนักรวมถุงประมาณ 133.44 กรัม และเงินสด จำนวน 34,610 บาท จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า “การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ บชน. และ ป.ป.ส.ถือเป็นปฏิบัติการตามนโยบายเชิงรุกของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นต้นตอของธนบัตรปลอมฉบับ 1,000 บาท ที่แพร่ระบาดย่านฝั่งธนในห้วงเดือน ม.ค.–ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเดือดร้อนไปทั่วพื้นที่ พ่อค้าแม่ขายในพื้นที่ต้องขายของหลังขดหลังแข็ง แต่ต้องมาขาดทุนโดยไม่รู้ตัวเพราะเผลอทอนเงินให้จากธนบัตรปลอมเหล่านี้ ในส่วนของการสืบสวนคนร้ายกลุ่มนี้เกิดจากความทุ่มเทแรงกายแรงใจกว่าหลายวันของเจ้าหน้าที่ บชน. และ ป.ป.ส.กทม. จนทำให้สามารถพิสูจน์ทราบคนร้ายได้ทั้งหมด และยังสืบได้ไปถึง รังยาเสพติด อาวุธและผลิตธนบัตรเถื่อน ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในชุมชนที่เส้นทางซับซ้อนเหมือนเขาวงกต ผมขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนฝั่งธนบุรี ขอให้ท่านรีบตรวจสอบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ในกระเป๋าของท่าน หากพบว่าเป็นธนบัตรปลอม ขอให้รีบนำไปแจ้งความดำเนินคดี ห้ามนำออกใช้เป็นอันขาด”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

Never Forget Your Enemy (ยังไงก็ใช่นาย)” ซีรีส์วายเกาหลี เรต19+ ผลิตโดย YYDS Entertainment การันตีคุณภาพจากโปรดักชั่นเกาหลี

Never Forget Your Enemy (ยังไงก็ใช่นาย)” ซีรีส์วายเกาหลี เรต19+ ผลิตโดย YYDS Entertainment การันตีคุณภาพจากโปรดักชั่นเกาหลี

เตรียมออกอากาศตอนแรก 17 มีนาคมนี้ ทาง WeTV ที่เดียวเท่านั้น นับเป็น ผลงานซีรีส์วายเกาหลีเรื่องแรกในไลน์อัป WeTV Original ที่น่าจับตามอง โดยเกิดจากความร่วมมือระดับนานาชาติ ระหว่างบริษัทโปรดักชั่นจากประเทศไทย YYDS Entertainment และทีมงานจากประเทศเกาหลีใต้

สำหรับ YYDS Entertainment เป็นบริษัทโปรดักชั่นไทยที่เคยสร้างผลงานซีรีส์คุณภาพมาแล้ว อาทิ My Stand-In ตัวนายตัวแทน และ หอมกลิ่นความรัก ขณะที่ฝั่งเกาหลีใต้ก็เป็นทีมงานที่อยู่เบื้องหลังซีรีส์วายชื่อดัง Love for Love’s Sake ทำให้การร่วมมือกันครั้งนี้ได้รับความสนใจจากแฟนซีรีส์ทั้งในไทยและต่างประเทศตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศ

ซีรีส์เรื่อง “Never Forget Your Enemy (ยังไงก็ใช่นาย)” ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความขัดแย้งและความทรงจำในอดีต ก่อนจะพัฒนาเป็นความรู้สึกที่ยากจะปฏิเสธ โดดเด่นด้วยโทนเรื่องที่เข้มข้น สมจริง และกล้าถ่ายทอดอารมณ์ความสัมพันธ์ของตัวละครในระดับเรต 19+ เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นำแสดงโดยสองนักแสดงหนุ่มชาวเกาหลีที่กำลังเป็นที่จับตามอง ได้แก่

  • ลีจาอุน (Lee Jawoon / 이자운) ยูทูบเบอร์สายกินที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ด้วยบุคลิกสดใส เป็นกันเอง และเสน่ห์ความสามารถด้านภาษา โดยจาอุนสามารถ สื่อสารภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้ได้รับความเอ็นดูจากแฟนๆ ชาวไทยเป็นอย่างมาก
  • ฮวังจุนซู (Hwang Junsu / 황준수)  หนุ่มมากความสามารถที่มีผลงานการแสดงมาอย่างมากมาย อาทิเช่น The Bangkok Boy Series ,Save My Favorite (최애를 구하라) และ Idta / 잇다  นอกเหนือจากนี้ยังมี รายการ Reality อย่าง Boys Lost in Thailand และ LoveX มีความสามารถที่สื่อสารได้ถึง 4 ภาษา ได้แก่ เกาหลี จีน อังกฤษ และไทย

ทั้งสองคนมาพร้อมภาพลักษณ์ หนุ่มอปป้ารูปร่างสูงกว่า 180 เซนติเมตร บุคลิกโดดเด่นและเคมีที่เข้ากันอย่างลงตัว ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่แฟนซีรีส์ตั้งตารอชม

“Never Forget Your Enemy (ยังไงก็ใช่นาย)” มีกำหนดออกอากาศ ตอนแรกวันที่ 17 มีนาคมนี้ และจะออกอากาศ ทุกวันอังคาร–พุธ เวลา 17:00 น. (ตามเวลาไทย) รับชมได้ เฉพาะทาง WeTV เท่านั้น

แฟนซีรีส์สามารถติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจาก “ศัตรู” แต่อาจจบลงด้วย “ความรัก” ได้พร้อมกันทั่วโลกเร็วๆ นี้

NeverForgetYourEnemy #ยังไงก็ใช่นาย #네원수를잊지마라 

WeTVOriginal #WeTVth #YYDSent #LeeJawoon #HwangJunsu

Highlight:
https://youtu.be/gFNvuiJB3JI?si=wHbzG2diopPRrW9O
Teaser:
https://youtu.be/nsLrW4Y5EI0?si=8fqJglhdsaSHNqoE
OST: 
https://youtu.be/mI3d7aF7NOM?si=Mgl2H8-Cq0GW0enF
 Trailer:
https://youtu.be/LCKVStF6qb4?si=KKl_wmqXdv4XQpgT
https://drive.google.com/file/d/1S7E3iPjqIdT8NZbtMvbZBqGxFdF5lv-z/view?usp=sharing
Highlight Trailer:
https://wetv.vip/th/play/z8grnsk4uhwvfb0/b4101t2n68u-Highlight_Trailer%3A_Never_Forget_Your_Enemy_%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2 
Photo for PR : 
https://drive.google.com/drive/folders/1AZ299QXpNJvIu4WplcOlbUp9wqYelR7H?usp=sharing


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน