Intelligent Asia Thailand 2026 เปิดศักราชใหม่ของการผลิตอัจฉริยะและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมต่อไทยสู่การแข่งขันระดับสากล

Intelligent Asia Thailand 2026 เปิดศักราชใหม่ของการผลิตอัจฉริยะและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมต่อไทยสู่การแข่งขันระดับสากล

กรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 — Intelligent Asia Thailand 2026 แพลตฟอร์ม B2B ชั้นนำด้านการผลิต PCB และเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลับมาอีกครั้งเพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตของประเทศไทย และเชื่อมต่อภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การแข่งขันในตลาดโลก สอดรับกับการเติบโตของการลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาค

งาน Intelligent Asia Thailand 2026 จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Yorkers Trade & Marketing Service Co., Ltd., Messe Frankfurt (HK) Ltd, Taiwan Branch และ GMTX Company Limited โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ได้รับเกียรติจาก คุณปรนนท์ ฐิตะวรรโณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิด

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการผลิตอัจฉริยะของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาคอุตสาหกรรมมีมูลค่าสูงถึง 324,000 ล้านบาท (ประมาณ 10,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อนหน้า แม้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ประเทศได้แสดงศักยภาพที่โดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐานและทักษะภาคการผลิตที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ Intelligent Asia Thailand 2026 กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงผู้มีบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรม และเปิดโอกาสใหม่ให้กับภาคการผลิตไทย

ภายในงานประกอบด้วยสองโปรไฟล์หลัก ได้แก่ PCB Thailand ซึ่งนำเสนอเทคโนโลยีและซัพพลายเชนสำหรับการผลิต PCB และ Automation Thailand ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ยุค Industry 4.0 อย่างยั่งยืน งานจัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ในฮอลล์ EH98 ของ BITEC โดยมี Exhibitors มากกว่า 310 รายจากทั่วโลก นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันล้ำสมัยสู่ภาคการผลิตไทย

การเดินทางครั้งใหม่ของอุตสาหกรรมไทยสู่การผลิต “มูลค่าสูง”

ประเทศไทยกำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างอุตสาหกรรม จากการผลิตแบบดั้งเดิมสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันทางการค้าที่ทวีความเข้มข้น

ขณะเดียวกัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นภูมิภาคที่มีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก เกิดการลงทุนจำนวนมหาศาลและสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อภูมิทัศน์การผลิตของภูมิภาค โดยประเทศไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 600,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2023–2025 ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูงมีสัดส่วนมากที่สุด

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งขนาดของโอกาส และทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต

คุณวรวรรณ นรสุชา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุน 2 รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า 

“ปี 2026 เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เมื่อห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดย BOI มุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนทั้งด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี

ภายใต้ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและระบบอัตโนมัติถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ พร้อมสนับสนุนผู้พัฒนาระบบอัตโนมัติและผู้เชี่ยวชาญด้าน System Integration ที่ลงทุนด้านวิศวกรรม การออกแบบระบบ และการบูรณาการเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันสร้างโรงงานแห่งอนาคตในประเทศไทย”

ในอีกด้านหนึ่ง การเร่งพัฒนาซัพพลายเชนภายในประเทศให้แข็งแกร่ง ถือเป็นภารกิจสำคัญเพื่อรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น คุณธีระ กิตติธีรพรชัย CEO ของ GMTX Company Limited หนึ่งในผู้จัดงาน กล่าวว่า

“ในปี 2025 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีมูลค่าสูงถึง 1.87 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลขสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การลงทุนของประเทศไทย โดยการลงทุนจำนวนมากกำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น Electronics, Semiconductor, EV และ Data Center

เฉพาะอุตสาหกรรม PCB เพียงอย่างเดียว ตั้งแต่ปี 2022 ถึงกลางปี 2025 มีโครงการลงทุนมากกว่า 180 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านบาท ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิต PCB อันดับหนึ่งของอาเซียน และกำลังก้าวสู่ Top 5 ของโลก

คำถามสำคัญคือ เมื่อโรงงานใหม่กำลังเกิดขึ้น ซัพพลายเชนใหม่กำลังก่อตัว ผู้ผลิตไทยพร้อมหรือยัง เพราะการแข่งขันในโลกอุตสาหกรรมปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ต้นทุนแรงงานอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิต ความแม่นยำ ความเร็ว และการใช้เทคโนโลยี”

สมการอุตสาหกรรมยุคใหม่ ‘เมื่อเทคโนโลยีและแรงงานต้องเติบโตไปด้วยกัน’

อุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การขาดแคลนทรัพยากร และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ทำให้แรงงานในภาคการผลิตลดลง

ในบริบทใหม่นี้ เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติไม่ได้มีบทบาทเพียงเพื่อทดแทนแรงงาน แต่ต้องทำงานร่วมกับบุคลากรที่มีทักษะสูง เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการผลิต

คุณ Sylke Schulz-Metzner รองประธาน SPS, Mesago Messe Frankfurt กล่าวว่า

“เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก ‘ระบบอัตโนมัติ’ ไปสู่ ‘การผลิตอัจฉริยะ’ ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในปัจจุบันขึ้นอยู่กับการใช้ข้อมูล AI อุตสาหกรรม และการเชื่อมต่อระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของการผลิต

SPS มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรม พร้อมสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับโรงงานอัจฉริยะในอนาคต”

ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน Intelligent Asia Thailand 2026 ผู้เข้าร่วมงานจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติผ่านเวที SPS Stage Bangkok และ PCB Stage รวมถึงกิจกรรมเสวนาพิเศษหัวข้อ ‘กลยุทธ์เชิงรุกภาคการผลิตไทย: ทำอย่างไรจึงจะขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาคก่อนสายเกินไป’

แพลตฟอร์มเชื่อมต่ออุตสาหกรรมมูลค่าสูงของไทยสู่ตลาดโลก

Intelligent Asia Thailand 2026 เป็นเวทีเชิงกลยุทธ์สำหรับการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ โดย คุณ Akai Lin, Overseas Director, Chan Chao International Enterprise Group กล่าวถึงแนวคิดของการจัดงานว่า

“เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งของการเปลี่ยนแปลงในภาคการผลิตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Intelligent Asia Thailand จึงทำหน้าที่เป็นประตูสำคัญที่เชื่อมต่อผู้ประกอบการกับโอกาสใหม่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยการจัดงานในครั้งนี้ให้ความสำคัญกับสองเสาหลัก ได้แก่ PCB Thailand และ Automation Thailand ซึ่งเป็นจุดบรรจบของการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่กำลังหลอมรวมกันเป็นโครงสร้างสำคัญของอุตสาหกรรมยุคใหม่”

ในขณะเดียวกัน คุณปรนนท์ ฐิตะวรรโณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงบทบาทของการจัดงานในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยว่า

“Intelligent Asia Thailand 2026 เป็นการผสานกันของสองโปรไฟล์สำคัญ ได้แก่ Automation และ PCB ซึ่งนำเสนอทั้งเทคโนโลยีและซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมมูลค่าสูงยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วน หัวใจสำคัญของงานคือการบูรณาการระหว่างอุตสาหกรรม PCB และเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงในอนาคต

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพร้อมสนับสนุนการพัฒนาและการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนจากหลากหลายอุตสาหกรรม ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในระยะยาว”

Intelligent Asia Thailand 2026 ถูกออกแบบให้เป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดยผสานเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม PCB

ภายในงานยังมี Zhejiang Pavilion และ Taiwan Pavilion ที่นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันการผลิตจากผู้ประกอบการชั้นนำ รวมถึงกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมต่อผู้ประกอบการไทยกับเจ้าของเทคโนโลยีระดับสากล

ประตูสู่โอกาสของอุตสาหกรรมการผลิตยุคใหม่

Intelligent Asia Thailand 2026 เปิดพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการ นักอุตสาหกรรม และนักลงทุน ที่กำลังมองหาเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ ข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรม และพันธมิตรระดับสากล

งานจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 11–13 มีนาคม 2569 ณ Hall 98 BITEC กรุงเทพฯ

ลงทะเบียนฟรีเพื่อเข้าชมงาน
https://intelligentasia-thailand.chanchao.com.tw/


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. ผนึกกำลัง มธ. เดินหน้าหลักสูตร RUSH ระยะที่ 2 มุ่งสร้างเครือข่ายนักวิจัย – ยกระดับสู่การใช้งานจริง

วช. ผนึกกำลัง มธ. เดินหน้าหลักสูตร RUSH ระยะที่ 2 มุ่งสร้างเครือข่ายนักวิจัย – ยกระดับสู่การใช้งานจริง

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 : โครงการการพัฒนาหลักสูตรเสริมศักยภาพและจรรยาบรรณด้านการวิจัยในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดการอบรมหลักสูตร “เสริมศักยภาพและจรรยาบรรณด้านการวิจัยในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (RUSH)” ระยะที่ 2 โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมและขยายผลงานวิจัยให้สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ของแต่ละภูมิภาค พร้อมทั้งสนับสนุนการผลักดันข้อเสนอโครงการที่มีศักยภาพ เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.สุนิดา อรุณพิพัฒน์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการอบรมหลักสูตร RUSH ว่า “โครงการนี้ถือเป็นความริเริ่มอันดีของ วช. ที่ต้องการเห็นบุคลากรในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีเครือข่ายที่เข้มแข็งและได้รับการเสริมศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความสำเร็จนี้ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปีแรก สำหรับในระยะที่ 2 เราได้ยกระดับการดำเนินงานให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งเป้าไปที่การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง ท้ายที่สุดนี้ จากความสำเร็จในระยะแรกที่นักวิจัยสามารถยื่นขอรับทุนสนับสนุนในลักษณะงานวิจัยเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามเป้าหมาย ทำให้เรามั่นใจว่าเครือข่ายที่เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์ขึ้นในปีนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยความพยายาม ความหวัง และความห่วงใย จะนำพาทุกท่านไปสู่การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ตลอดจนร่วมกันยกระดับการพัฒนาประเทศไปสู่อีกขั้นหนึ่ง”

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมี ดร.เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ร่วมกล่าวแสดงความยินดี

โดยระบุว่า “ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดที่ต้องเข้าใจตนเองและเข้าใจโลกไปพร้อมกัน เรามีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ลึกซึ้ง และมีทุนทางสังคมที่ทรงคุณค่า ทว่าการจะนำทุนเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริงนั้น จำเป็นต้องอาศัยนักวิจัยที่เข้าใจทั้งทฤษฎีและสภาพความเป็นจริง สามารถทำงานบูรณาการร่วมกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรด้านมนุษยธรรมได้ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องสามารถสื่อสารองค์ความรู้เหล่านั้นให้ผู้กำหนดนโยบายและสาธารณชนเข้าใจ ตลอดจนนำไปปฏิบัติได้จริง ผมขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าอบรมทุกท่านที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมหลักสูตรนี้ ท่านคือกำลังสำคัญของชาติทั้งในมิติขององค์ความรู้และความรับผิดชอบต่อสังคม ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเวลา 3 วันหลังจากนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์งานวิจัยและเครือข่ายความร่วมมือ ที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ทางวิชาการ แต่ยังสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นที่พึ่งพิงให้แก่กลุ่มคนเปราะบางได้อย่างแท้จริง”

นอกจากนี้ คุณแก้วเกศร์ ถาวรพันธ์ รองเลขาธิการวุฒิสภา ได้ร่วมกล่าวแสดงความยินดี โดยระบุว่า “การอบรมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้งานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และเป็นเป้าหมายในการร่วมกันผลักดันการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม หลายคนมักตั้งคำถามว่า งานวิจัยที่ดีนั้นอยู่ที่ไหน อาจจะอยู่ในห้องสมุดหรืออยู่บนหิ้ง ความท้าทายที่สำคัญคือ เราจะนำงานวิจัยที่ดีเหล่านั้นลงจากหิ้งมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร ดิฉันขอชื่นชมหลักสูตรนี้ที่มีความมุ่งมั่นในการนำงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นด้านนโยบายสาธารณะ ด้านสังคมและชุมชน หรือด้านพาณิชย์ก็ตาม สำหรับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการสนับสนุนงานของวุฒิสภา ทั้งด้านการประชุม ด้านกฎหมาย และด้านวิชาการ เราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ จึงได้สนับสนุนให้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำผลงานทางวิชาการและงานวิจัยมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการนิติบัญญัติต่อไป”

พร้อมกันนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้เกียรติขึ้นกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ในบริบทไทย: จากรากฐานตะวันตกสู่การสร้างสรรค์ทฤษฎีของเราเอง”

โดยระบุว่า “เราจะต้องสร้างสังคมศาสตร์ของเราให้เป็นสังคมศาสตร์อีกรูปแบบหนึ่งที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว เป็นการศึกษาที่ไม่ได้ลอกเลียนแบบชาติตะวันตกทั้งหมด แต่เป็นการเรียนรู้จากตะวันตกโดยไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจ พร้อมทั้งนำมาประยุกต์ให้เป็นแม่แบบสำหรับประเทศที่มีบริบทหรือต้นทุนทางสังคมคล้ายคลึงกับไทย เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม แม้กระทั่งในเรื่องของการทูต สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างแนวทางการทูตแบบไทยขึ้นมา เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งวิถีทาง (Approach) ที่น่าสนใจ อาจไม่ใช่รูปแบบประเทศมหาอำนาจระดับกลาง (Middle Power) ในความหมายเดิมเสียทีเดียว แต่เป็นการรวมตัวกันเพื่อไม่ให้ตกเป็นเบี้ยล่างของใคร ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก อย่างไรก็ตาม การเรียนการสอนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) ในปัจจุบัน มักถูกมองว่าเป็นความเป็นสากล (Universal Science) แต่แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่ความเป็นสากลเสมอไป ทว่าขึ้นอยู่กับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความสามารถในการสร้างสรรค์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ของแต่ละพื้นที่มากกว่า”

สำหรับการอบรมหลักสูตร RUSH ระยะที่ 2 มีกำหนดจัดการอบรมทั้งในกรุงเทพมหานครและในส่วนภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง โดยการอบรมในครั้งนี้ถือเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในกรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศได้เข้าร่วม ตลอดระยะเวลาการอบรมรูปแบบผสมผสานทั้ง Online และ On-site รวม 4 วัน ผู้เข้าอบรมจะได้รับการบ่มเพาะความรู้และทักษะในด้านต่าง ๆ ผ่านการฝึกปฏิบัติการ (Workshop) และการให้คำปรึกษา (Coaching) อย่างครบถ้วนตามที่หลักสูตรกำหนด หลังจากนั้นจะมีระยะเวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้พัฒนาข้อเสนอโครงการให้มีความสมบูรณ์ โดยทางโครงการฯ จะมีการติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และกำหนดให้มีการนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายต่อผู้เชี่ยวชาญในลำดับต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

16 ขุนพลกำปั้นในพิกัด 115 ปอนด์จาก 16 จังหวัดสุดคึกพร้อมลุยชิงเข็มขัด “มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก”

16 ขุนพลกำปั้นในพิกัด 115 ปอนด์ จาก 16 จังหวัดสุดคึกพร้อมลุยชิงเข็มขัด “มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก” โดยมีคุณพรจิรา โนนุช ผอ.ฝ่ายประชา สัมพันธ์มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ และกรรมการบริหารวันก่อเกียรติ เป็นประธานเปิดตัว ร่วมด้วย “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกยอดเยี่ยม 3 สถาบัน และนายสรวีร์ ฤทธิชัย กรรมการบริหารวันก่อเกียรติ และโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี ที่เวทีมวยเวิร์ดสยาม สเตเดี้ยม ตะวันนา กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2569 ที่ เวทีมวยเวิร์ดสยาม สเตเดี้ยม ตะวันนา กรุงเทพฯ กับบรรยากาศการแข่งขันมวยไทย “ซุปเปอร์แชมป์” บาย วันก่อเกียรติ ซึ่งมีไฮไลท์สำคัญในการเปิดตัว 16 นักชกฝีมือพระกาฬจาก 16 จังหวัดในพิกัด 115 ปอนด์ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วจากทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจากคุณพรจิรา โนนุช ผอ.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ และกรรมการบริหารวันก่อเกียรติ เป็นประธานร่วมด้วย “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยม 3 สถาบัน เจ้าของศึกมวยไทยซุปเปอร์แชมป์ บาย วันก่อเกียรติ และนายสรวีร์ ฤทธิชัย กรรมการบริหารวันก่อเกียรติ และโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี โดยการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์นี้มีเดิมพันของนักชกผู้ชนะ คือ เข็มขัด “มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก” และเข็มขัดแชมเปี้ยน WBC Silver Asia พร้อมรางวัลถ้วยเกียรติยศ มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ เพื่อความเป็นหนึ่งในรุ่น 115 ปอนด์ โดยจะเริ่มดวลเดือดวันเสาร์ที่ 28 มี.ค.2569 วันละ 1 คู่จนกว่าจะได้แชมป์

สำหรับ 16 กำปั้นฝีมือพระกาฬตัวแทน 16 จังหวัดทั่วประเทศประกอบไปด้วย

  • ต๊ะสยาม ส.ทองไสล (กทม.)
  • เดชานันท์ สิงห์มนัสศักดิ์ (ปทุมธานี)
  • ธนทัต กัลยาณมิตร (สมุทรปราการ)
  • ขวัญชัย เปลี่ยนขุนทด (อ่างทอง)
  • เอ็ม 16 บ้านแรมบ้า (ชลบุรี)
  • ชนะภูมิ ชูตระกูล (นครปฐม)
  • ณัฐพล บัวสา (กาญจนบุรี)
  • จักรกฤษณ์ มาทา (เพชรบูรณ์)
  • วชิรวิทย์ บุญกุศล (ศรีสะเกษ)
  • โอชิน ศิษย์ อ.แอม (สงขลา)
  • ศักย์ศรณ์ แก้วเฟื่อง (สุโขทัย)
  • ฟ้าลิขิต ศิษย์ อ.แอม (นครศรีธรรมราช)
  • ทนงศักดิ์ ส.จันทสิทธ์ (อุบลราชธานี)
  • เพชรสุขสันต์ น้ำดื่มพรศิริ (ร้อยเอ็ด)
  • ซุปเปอร์แม็ก กิวกิวเต้น้องรักยิม (ตราด)
  • เพชรพยัคฆ์ เพชรชุมแพยิม (หนองคาย)

และในการเปิดตัว “มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก” ยังได้รับเกียรติจากสองกำปั้นดังมาร่วมเชิญเข็มขัดทั้งสองเส้น เริ่มที่ผู้ถือเข็มขัดมวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก ได้รับเกียรติจากอดีตแชมเปี้ยนโลก WBA นักชกไทยหนึ่งเดียวเจ้าของรางวัลคู่มวยดุเดือดที่สุดของโลก ประจำปีจาก 4 สถาบันใหญ่ เดอะลิ้งค์ ESPN สื่อมวลชนอเมริกาสังกัดก่อเกียรติยิม สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาลย์ และนักมวยผู้ถือเข็มขัด WBC Silver Asia เป็นนักมวยสากลไต่บัลลังก์โลกในสังกัดก่อเกียรติยิมอีกคน ปูซาน ปราสาทหินพิมาย ก่อเกียรติยิม ซึ่งบรรยากาศการเปิดตัว”มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก” เต็มไปด้วยความคึกคัก และนี่คือการส่งเสริมและพัฒนาวงการมวยสากลให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยวันก่อเกียรติครับ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ทลายซุ้มหัวจ่ายยาเสพติดหลังวัดรวก โชว์อาวุธปืน-ธนบัตรไทยปลอมกลางเขาวงกตฝั่งธน

“จัดชุดใหญ่ทลายหัวจ่ายย่านฝั่งธน” บช.น.และปปส. สนธิกำลังบุกค้น 3 จุด แพร่ยานรก “ทลายซุ้มโจรฝั่นธนหลังวัดรวก” รวบผู้ต้องหา 6 ราย ไม่เพียงค้ายา แต่แอบผลิตเงินปลอม พร้อมโชว์ติดอาวุธสงครามครบมือ เสมือนจะไปทำสงครามรองจ๋อเตือนชาวฝั่งธน รีบตรวจสอบแบงค์พันในกระเป๋าด่วน

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2569 เวลา 06.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านยาเสพติด ,พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7, พล.ต.ต.พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น.8, พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน รอง ผบก.น.8, พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก.สน.บางยี่ขัน, พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมีผกก.สส.บก.น.8 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น., สน.บางยี่ขัน, กก.สส.บก.น.8 และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำโดยนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม., นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก., นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด,พ.ต.อ.สัณห์ธรธัญ  อารมณ์รัตน์ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ

“แผนปฏิบัติการ ทลายซุ้มยาเสพติดหลังวัดรวก“ นำหมายค้นศาลเข้าตรวจค้น 3 จุด จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 6 ราย ดังนี้

  1. นายอำนาจ หรือบอส อายุ 22 ปี ถูกจับในข้อหา “มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและปลอมเงินตรา ธนบัตรปลอม”
  2. นายบารมี หรือเบีย อายุ 19 ปี ถูกจับในข้อหา “มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
  3. นางสาวสุชัญญา หรือเก๋ อายุ 47 ปี ถูกจับในข้อหา “มีไว้ในความครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนตามกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”
  4. นายสมชาย อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ 246/2569 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2569 ข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและไอซ์) โดยกระทำเพื่อการค้า โดยผิดกฎหมายและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”
  5. นายอนุสรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 127/2569 ข้อหา “สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน (จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และ
  6. นางสาวชาลิณี อ่อนนุ่ม ถูกจับกุมข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ตรวจยึดของกลาง 1.อาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก, 2.ธนบัตรปลอม ฉบับละ 1,000 บาท (รอการตัดขอบ) จำนวน 37 ฉบับ, 3.เคตามีน จำนวน 6 ถุง น้ำหนักรวม 28 กรัม, 4.ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 134.74 กรัม, 5.ยาบ้า 363 เม็ด, 6.รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมา จำนวน 1 คัน(อยู่ระหว่างตรวจสอบคืนเจ้าของ) และ 7.เงินสด จำนวน 34,610 บาท

พฤติการณ์กล่าวคือ จาก “ยานรก” สู่ “ธนบัตรผี” สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. สน.บางยี่ขัน สนธิกำลังร่วมกับ ป.ป.ส.กทม. แกะรอยเครือข่ายค้ายารายใหญ่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี แต่กลับพบ “เซอร์ไพรส์” ที่น่ากลัวกว่าเดิม เมื่อสืบทราบว่าแก๊งนี้ไม่ได้แค่ขายยานรก แต่ยังลักลอบผลิตเงินปลอมส่งต่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จนสร้างความเดือดร้อนทั่วพื้นที่ฝั่งธนบุรี ข้อมูลสถิติ ในห้วงเดือน ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกหลอกใช้ธนบัตรปลอมมาซื้อของ ในพื้นที่ บก.น.7 จำนวนไม่ต่ำกว่า 5 คดี (สำรวจพบเยอะสุดพื้นที่ สน.บางยี่ขัน 3 คดี) และจากการสืบสวนในเบื้องต้นในแต่ละคดี พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุล้วนเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน

กลโกงแสงสลัว : แบงก์ปลอม “เกรดทำมือ” จากแผนประทุษกรรมล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 คนร้ายกลุ่มนี้ทำทีติดต่อไปขอซื้อรถจักรยานยนต์จากผู้เสียหายที่โพสขายในโลกโซเชียล ก่อนจะนัดพบเพื่อซื้อขายกันภายใน ซ.จรัญสนิทวงศ์ 45 และเมื่อเดินทางมาพบกัน คนร้ายทำทีเข้าไปซื้อขายในที่ที่มีแสงไฟสลัว ก่อนจะจ่ายเงินสดโดยใช้ธนบัตรปลอม ฉบับ 1,000 บาท จำนวน 54 ใบ มอบให้กับผู้เสียหาย เมื่อคนร้ายยื่นเงินปลอมให้กับผู้เสียหายแล้วก็จะรีบรับรถจากผู้เสียหายแล้วขับออกไปทันทีไม่รอให้ผู้เสียหายนับเงินให้เสร็จสิ้นก่อน ซึ่งในคราแรกผู้เสียหายยังไม่รู้ตัว แต่เมื่อได้นำธนบัตรปลอมนั้นไปซื้อสินค้าในร้านค้า 7-11 ก็พบว่าเป็นธนบัตรปลอม จึงได้นำของกลางเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางยี่ขัน ทันที ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบของกลางธนบัตรปลอมจำนวน 54 ฉบับ พบว่าแบงก์ปลอมชุดนี้เป็นงาน “Handmade” ตัดขอบเบี้ยว เนื้อกระดาษเรียบกริบ และไร้ลายน้ำ ความเนียนเทียบเท่าของจริงได้เพียง 70% เท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะหลอกตาคนในที่อับแสง

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เล็งเห็นภัย สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. และ ฝ่ายสืบสวน สน.บางยี่ขัน เร่งสืบสวนแกะรอยจนพบว่า กลุ่มคนร้ายมีแผนประทุษกรรมคล้าย “กองโจร” มักมีการรวมตัวแจกอาวุธ ก่อนเคลื่อนทัพไปก่อเหตุ ผลุบโผล่ดั่งนินจาและออกล่าเพียงยามวิกาล ก่อนสลายหายเข้าไปในตรอกซอกซอยชุมชน จากต้นจนสุดสายในหลายคดีล้วนบรรจบที่ “บ้านลับหลังวัดรวก” บริเวณท้าย ซ.จรัญสนิทวงศ์ 33 แขวงบางขุนศรี เขตบาง กอกน้อย กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตรอกเล็กๆที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้ เส้นทางลึกลับซับซ้อนคล้ายเขาวงกต และยังพบหลักฐานว่าเป็นที่เก็บอาวุธของซุ้มโจรนี้ หลังจากสืบสวนแน่ชัดแล้ว พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก.สน.บางยี่ขัน นำทีมพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ขออนุมัติศาลออกหมายจับและหมายค้น บ้านลับแห่งนี้ทันทีและในขณะเดียวกัน นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม.,นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก.นำกำลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกับ กก.สส.บก.น.8 สืบสวนขยายผลต่อเนื่องจนทราบถึงระดับหัวหน้าเครือข่ายและเซฟเฮ้าลับแหล่งแพร่กระจายยาเสพติด ภายในซอยอิสระภาพ 11 ไม่ไกลจากคลังแสงหลังวัดรวก จึงทำการขออนุมัติศาลเพื่อขอหมายค้นเพิ่มอีก 1 จุด

ฤกษ์ดีบุกค้นฝั่งธน “ศุกร์ 13” มี.ค.69 เวลา 07.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. สนธิกำลังร่วมกับ นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กท นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น., สน.บางยี่ขัน, กก.สส.บก.น.8 และ ป.ป.ส. กว่า 100 นาย รวมพลปลุกใจก่อนเคลื่อนทัพ

  • จุดที่ 1 “คลังแสงหลังวัดรวก” เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลธนบุรีที่ ค.23/2569 ลงวันที่ 12 มี.ค.2569 บุกเข้าไปที่บ้านเลขที่ 431/26 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นพบธนบัตรปลอม ฉบับละ 1,000 บาท (รอการตัดขอบ) จำนวน 37 ฉบับ,อาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก,เคตามีน จำนวน 5 ถุง น้ำหนักรวม 23 กรัม,ไอซ์ 1 ถุง และ รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมา จำนวน 1 คัน จอดแอบอยู่ภายในบ้าน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย
  • จุดที่ 2 “เซฟเฮ้าส์ลับแหล่งปล่อยยา” เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลอาญาธนบุรีที่ ค.54/2569 ลงวันที่ 12 มี.ค.2569 บุกเข้าไปที่บ้านเลขที่ 675/5 ซ.อิสระภาพ 11 แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นพบ ของกลางยาบ้า 355 เม็ด ไอซ์น้ำหนักรวมถุงประมาณ 133.44 กรัม และเงินสด จำนวน 34,610 บาท จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า “การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ บชน. และ ป.ป.ส.ถือเป็นปฏิบัติการตามนโยบายเชิงรุกของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นต้นตอของธนบัตรปลอมฉบับ 1,000 บาท ที่แพร่ระบาดย่านฝั่งธนในห้วงเดือน ม.ค.–ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเดือดร้อนไปทั่วพื้นที่ พ่อค้าแม่ขายในพื้นที่ต้องขายของหลังขดหลังแข็ง แต่ต้องมาขาดทุนโดยไม่รู้ตัวเพราะเผลอทอนเงินให้จากธนบัตรปลอมเหล่านี้ ในส่วนของการสืบสวนคนร้ายกลุ่มนี้เกิดจากความทุ่มเทแรงกายแรงใจกว่าหลายวันของเจ้าหน้าที่ บชน. และ ป.ป.ส.กทม. จนทำให้สามารถพิสูจน์ทราบคนร้ายได้ทั้งหมด และยังสืบได้ไปถึง รังยาเสพติด อาวุธและผลิตธนบัตรเถื่อน ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในชุมชนที่เส้นทางซับซ้อนเหมือนเขาวงกต ผมขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนฝั่งธนบุรี ขอให้ท่านรีบตรวจสอบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ในกระเป๋าของท่าน หากพบว่าเป็นธนบัตรปลอม ขอให้รีบนำไปแจ้งความดำเนินคดี ห้ามนำออกใช้เป็นอันขาด”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

Never Forget Your Enemy (ยังไงก็ใช่นาย)” ซีรีส์วายเกาหลี เรต19+ ผลิตโดย YYDS Entertainment การันตีคุณภาพจากโปรดักชั่นเกาหลี

Never Forget Your Enemy (ยังไงก็ใช่นาย)” ซีรีส์วายเกาหลี เรต19+ ผลิตโดย YYDS Entertainment การันตีคุณภาพจากโปรดักชั่นเกาหลี

เตรียมออกอากาศตอนแรก 17 มีนาคมนี้ ทาง WeTV ที่เดียวเท่านั้น นับเป็น ผลงานซีรีส์วายเกาหลีเรื่องแรกในไลน์อัป WeTV Original ที่น่าจับตามอง โดยเกิดจากความร่วมมือระดับนานาชาติ ระหว่างบริษัทโปรดักชั่นจากประเทศไทย YYDS Entertainment และทีมงานจากประเทศเกาหลีใต้

สำหรับ YYDS Entertainment เป็นบริษัทโปรดักชั่นไทยที่เคยสร้างผลงานซีรีส์คุณภาพมาแล้ว อาทิ My Stand-In ตัวนายตัวแทน และ หอมกลิ่นความรัก ขณะที่ฝั่งเกาหลีใต้ก็เป็นทีมงานที่อยู่เบื้องหลังซีรีส์วายชื่อดัง Love for Love’s Sake ทำให้การร่วมมือกันครั้งนี้ได้รับความสนใจจากแฟนซีรีส์ทั้งในไทยและต่างประเทศตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศ

ซีรีส์เรื่อง “Never Forget Your Enemy (ยังไงก็ใช่นาย)” ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความขัดแย้งและความทรงจำในอดีต ก่อนจะพัฒนาเป็นความรู้สึกที่ยากจะปฏิเสธ โดดเด่นด้วยโทนเรื่องที่เข้มข้น สมจริง และกล้าถ่ายทอดอารมณ์ความสัมพันธ์ของตัวละครในระดับเรต 19+ เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นำแสดงโดยสองนักแสดงหนุ่มชาวเกาหลีที่กำลังเป็นที่จับตามอง ได้แก่

  • ลีจาอุน (Lee Jawoon / 이자운) ยูทูบเบอร์สายกินที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ด้วยบุคลิกสดใส เป็นกันเอง และเสน่ห์ความสามารถด้านภาษา โดยจาอุนสามารถ สื่อสารภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้ได้รับความเอ็นดูจากแฟนๆ ชาวไทยเป็นอย่างมาก
  • ฮวังจุนซู (Hwang Junsu / 황준수)  หนุ่มมากความสามารถที่มีผลงานการแสดงมาอย่างมากมาย อาทิเช่น The Bangkok Boy Series ,Save My Favorite (최애를 구하라) และ Idta / 잇다  นอกเหนือจากนี้ยังมี รายการ Reality อย่าง Boys Lost in Thailand และ LoveX มีความสามารถที่สื่อสารได้ถึง 4 ภาษา ได้แก่ เกาหลี จีน อังกฤษ และไทย

ทั้งสองคนมาพร้อมภาพลักษณ์ หนุ่มอปป้ารูปร่างสูงกว่า 180 เซนติเมตร บุคลิกโดดเด่นและเคมีที่เข้ากันอย่างลงตัว ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่แฟนซีรีส์ตั้งตารอชม

“Never Forget Your Enemy (ยังไงก็ใช่นาย)” มีกำหนดออกอากาศ ตอนแรกวันที่ 17 มีนาคมนี้ และจะออกอากาศ ทุกวันอังคาร–พุธ เวลา 17:00 น. (ตามเวลาไทย) รับชมได้ เฉพาะทาง WeTV เท่านั้น

แฟนซีรีส์สามารถติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจาก “ศัตรู” แต่อาจจบลงด้วย “ความรัก” ได้พร้อมกันทั่วโลกเร็วๆ นี้

NeverForgetYourEnemy #ยังไงก็ใช่นาย #네원수를잊지마라 

WeTVOriginal #WeTVth #YYDSent #LeeJawoon #HwangJunsu

Highlight:
https://youtu.be/gFNvuiJB3JI?si=wHbzG2diopPRrW9O
Teaser:
https://youtu.be/nsLrW4Y5EI0?si=8fqJglhdsaSHNqoE
OST: 
https://youtu.be/mI3d7aF7NOM?si=Mgl2H8-Cq0GW0enF
 Trailer:
https://youtu.be/LCKVStF6qb4?si=KKl_wmqXdv4XQpgT
https://drive.google.com/file/d/1S7E3iPjqIdT8NZbtMvbZBqGxFdF5lv-z/view?usp=sharing
Highlight Trailer:
https://wetv.vip/th/play/z8grnsk4uhwvfb0/b4101t2n68u-Highlight_Trailer%3A_Never_Forget_Your_Enemy_%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2 
Photo for PR : 
https://drive.google.com/drive/folders/1AZ299QXpNJvIu4WplcOlbUp9wqYelR7H?usp=sharing


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

เชิญร่วมงานมะปรางหวาน-มะยงชิด ณ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.นเรศวร จ.พิษณุโลก

เชิญร่วมงานมะปรางหวาน-มะยงชิด ณ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.นเรศวร จ.พิษณุโลก

รศ.ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท มหาวิทยาลัยนเรศวร หัวหน้าศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโน โลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)กระทรวง (อว.) ขอเชิญร่วมงานมะปรางหวาน-มะยงชิด ครั้งที่ 21 ในวันที่ 22 มีนาคม 2569 ณ คณะเกษตร ศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเสวนาวิชาการ ”การปรับตัวของเกษตรกรผู้ปลูกมะปรางหวานและมะยงชิดภายใต้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง“ โดยคุณทะวาย ปิ่นทอง, อาจารย์ประทุม ทองคำ และ รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท เวลา 9.00-12.00 น การประกวดมะปรางหวาน มะยงชิด ประจำปี 2569 ชมงานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พลเอก กานต์นาทฯ ลงพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ พบปะและมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ทหารผ่านศึก จำนวน 310 นาย

พลเอก กานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกพร้อมด้วย คุณจิตตานันท์ นิกรยานนท์ นายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และคณะลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์พบปะและมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ทหารผ่านศึก จำนวน 310 นายจากจังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพิจิตร พร้อมกล่าวเชิดชูเกียรติและศักดิ์ศรีของทหาร ผ่านศึกผู้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องเอกราชและความมั่นคงของประเทศชาติ โดยยืนยันว่าองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจะดูแลสิทธิและสวัสดิการของทหารผ่านศึกอย่างเต็มกำลัง ครบทั้ง 6 ด้านเพื่อให้ทหารผ่านศึกและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงและสมศักดิ์ศรี

ด้าน นายปกรณ์ แสงทองแดงทหารผ่านศึกนอกประจำการในฐานะตัวแทนทหารผ่านศึกในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพิจิตรกล่าวแสดงความซาบซึ้งต่อความห่วงใยขององค์ การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของทหารผ่านศึกและครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนในครั้งนี้เป็นกำลังใจสำคัญที่สะท้อนว่าประเทศชาติไม่เคยทอดทิ้ง ผู้ที่เคยปฏิบัติหน้าที่ปกป้องแผ่นดิน

จากนั้นผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกพร้อมคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของเพื่อเป็นกำลังใจแก่นางนิตยา สวรรค์นคร อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นครอบครัวทหาร ผ่านศึก โดยสามีซึ่งเป็นนักบินทหารอากาศเสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตกระหว่างปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ภูพาน จังหวัดสกลนคร เมื่อปีพุทธศักราช 2521
(ภาพห้องประชุม)

นอกจากนี้ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกยังได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานรวมถึงปัญหา อุปสรรค และความต้องการของสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเพชรบูรณ์จาก พลตรี สิริ เทียนสันต์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 ในฐานะหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเพชรบูรณ์ เพื่อร่วมกันหาแนวทางพัฒนาการดูแลและช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัวให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป


ผู้ว่าฯ นครปฐม นำทีมตรวจสถานีบริการน้ำมัน สร้างความมั่นใจประชาชนด้านราคาและคุณภาพพลังงาน

ผู้ว่าฯ นครปฐม นำทีมตรวจสถานีบริการน้ำมัน สร้างความมั่นใจประชาชนด้านราคาและคุณภาพพลังงาน

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง ประกอบด้วย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม สำนักงานชั่งตวงวัด เขต ๐-๓ นครปฐม สำนักงานพลังงานจังหวัดนครปฐมกอ.รมน.จังหวัดนครปฐม ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ทั้งสถานีบริการน้ำมันแบรนด์หลัก สถานีบริการน้ำมันรายย่อย และตรวจสอบข้อร้องเรียน เพื่อกำกับดูแลราคาจำหน่ายให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชา ชน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์ ที่กำชับให้ทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและพลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมด้านราคาให้กับประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันให้เป็นไปตามกฎหมาย อาทิ การแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน ปริมาณน้ำมันต้องถูกต้องครบถ้วน คุณภาพได้มาตรฐาน รวมทั้งป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาคตะวัน ออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า ราคาน้ำมันของแต่ละสถานีบริการ อาจมีความแตกต่างกัน เนื่องจากต้นทุนการจัดซื้อที่ต่างกัน ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ทำเลที่ตั้ง และการแข่งขัน ทางการค้าซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐสำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีความผันผวนในช่วงนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียด ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และอาจกระทบต่อต้นทุนด้านพลังงานและราคาสินค้า

นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จังหวัดนครปฐมให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรม ด้านราคา รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบด้านค่าครองชีพ

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายน้ำมันที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม หรือสายด่วน 1569 ได้ตลอด 24ชั่วโมง


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

พิธีมอบประกาศนียบัตรนักเรียนชั้นม 6 ที่สำเร็จการศึกษาโรงเรียนกีฬาประจำภาคกลาง

พิธีมอบประกาศนียบัตรนักเรียนชั้นม 6 ที่สำเร็จการศึกษาโรงเรียนกีฬาประจำภาคกลาง

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 13 มีนาคม 2569 ได้จัดมอบประกาศนียบัตรนักเรียนผู้ที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นพื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนกีฬาประจำภาคกลาง สังกัดมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ขึ้นที่ อาคารเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร ชั้น 3 โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี โดย ผศ.ดร.วีรศักดิ์ วิศาลาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี มี ผศ.ดร. ฉัตรชัย แสงสุขีลักษณ์ ประธานกรรมการบริหารประจำภาคกลางในนามคณะกรรมการดำเนินงานพิธีมอบประกาศนียบัตร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน มีนางสมจิต บุญคงเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมคณะผู้บริหาร จากโรงเรียนกีฬา จังหวัดสุพรรณบุรี โรงเรียนกีฬาจังหวัดอ่างทอง โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครนายก โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี นักเรียนที่สำเร็จการศึกษา แขกผู้มีเกียรติ ผู้ปกครองเข้าร่วมในพิธีพิธีมอบประกาศนียบัตรนักเรียน

โรงเรียนกีฬาประจำภาคกลางจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรีโดยมีโรงเรียนกีฬา 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 93 คน โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี จำนวน 46 คน โรงเรียนกีฬาจังหวัดอ่างทอง จำนวน 57 คน และโครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครนายก จำนวน 19 คน รวมทั้งหมด 215 คน

ตลอดระยะเวลาที่นักเรียนศึกษาอยู่ในโรงเรียนกีฬานักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนาทั้งด้านวิชาการ ด้านทักษะกีฬา และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาต่อและการดำรงชีวิตในสังคม และได้เป็นตัวแทนของจังหวัด เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระดับชาติ และเป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ สร้างชื่อเสียงให้กับ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และประเทศชาติมาโดยตลอด จึงได้จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรเพื่อ 1. แสดงความยินดีกับผู้สำเสร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2568 2. ยกย่อง เชิดชูเกียรติ และประกาศเกียรติคุณนักเรียน 3. เพื่อให้นักเรียนได้เห็นความสำคัญของการศึกษาและกีฬา เกิดความรักความผูกพันต่อสถานศึกษา

ในการนี้ประธานในพิธีได้มอบเกียรติบัตรนักกีฬาดีเด่นจำนวน 41 คน นักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่น จำนวน 4 คน นักเรียนกิจกรรมดีเด่น จำนวน 4 คน มอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียนที่สำเร็จการศึกษา จำนวน มีการแสดงศิลปะมวยไทย ของนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี และมีตัวแทนนักเรียนกีฬาประจำภาคกลาง จัด บูม ให้นักเรียนชั้น ม.6 ที่จบการศึกษาด้วย


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

พล.ต.ต.พศวีร์ ฯ ประชุม หน.สภ.ในสังกัด เตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนช่วงสงกรานต์

พล.ต.ต.พศวีร์ ฯ เรียกประชุม หน.สภ.ในสังกัด เตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชา ชนช่วงสงกรานต์ และมอบใบประกาศกิตติคุณให้กับตำรวจดีเด่น และตร.ที่ทำ CPR ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวฟื้นคืนชีพ

เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 69 เวลา 13:30 น.ที่ ห้องประชุม ชั้น 5 ภ.จว.กาญจนบุรี พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ทุกนาย หน.สภ.ในสังกัด ภ.จว.กาญจนบุรี ผกก.ฝอ.ภ.จว.กาญจนบุรี รอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.กาญจนบุรี สว.ฝอ.ภ.จว. กาญจนบุรี หน่วยงานตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

ร่วมประชุมบริหารราชการ ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมกันนี้ได้มีการมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ภ.จว.กาญจนบุรี และตำรวจที่ช่วยเหลือประขาชน พื้นที่ สภ.ปิล๊อก ที่ช่วยปั้มหัวใจนักท่องเที่ยว จนฟื้นคืนชีพ และมอบสื่อรณรงค์และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางถนน จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรองรับการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน


///////#กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก