ภัยแล้งลุกคืบทหารรบพิเศษเร่งช่วยเหลือแจกจ่ายน้ำประชาชน 500 ครัวเรือน

จังหวัดลพบุรี – กรมรบพิเศษที่ 1 นำรถบรรทุกน้ำของหน่วย ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2569 ตามนโยบาย ของ กองทัพบก

กรมรบพิเศษที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการพลเรือน กองพันประจำอำเภอ และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จากกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 1 (รพศ.1 พัน.2) พร้อมด้วยรถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร ในนามศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกรมรบพิเศษที่ 1 ร่วมกับเทศบาลดีลัง อ.พัฒนานิคม ออกแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 2 ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ จำนวน 500 หลังคาเรือน โดยใช้แหล่งน้ำดิบบริเวณเขาน้อย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตระบบประปาผิวดิน ซึ่งปัจจุบัน ปริมาณแหล่งน้ำดิบดังกล่าว ไม่เพียงพอต่อการผลิตประปา เนื่องจากเกิดปัญหาภัยแล้ง ในพื้นที่ฝนตกน้อยกว่าที่คาดการณ์ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

โดยกรมรบพิเศษที่ 1 ได้สนับสนุนรถยนต์บรรทุกน้ำ จำนวน 6 เที่ยวๆ ละ 6,000 ลิตร รวมปริมาณน้ำ 36,000 ลิตร เพื่อทำการแจกจ่ายน้ำอุปโภค บริโภค ให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ภาชนะกักเก็บน้ำสำรองในแต่ละครัวเรือน เริ่มแห้งขอด เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันตามนโยบายของกองทัพบก ในโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2569 และได้เข้าประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และเข้าใจถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ตลอดจนการใช้น้ำอย่างไรให้ได้ประโยชน์จากน้ำอย่างคุ้มค่า

ทั้งนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกรมรบพิเศษที่ 1 ได้มีการสั่งให้หน่วยขึ้นตรง กรมรบพิเศษที่ 1 เตรียมพร้อมด้านกำลังพลและยานพาหนะของหน่วยให้พร้อม เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นกรณีเร่งด่วน เมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ไปจนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะคลี่คลาย ตามนโยบายของกองทัพบก


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ศิษย์เก่า วปอ.57 – ซินโครตรอนเดินหน้าเสริมสมรรถนะแพทย์ทหารต่อเนื่อง ส่งมอบสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนให้ รพ.ค่ายสุรนารี ปกป้องกำลังพลชายแดน

ศิษย์เก่า วปอ.57 – ซินโครตรอนเดินหน้าเสริมสมรรถนะแพทย์ทหารต่อเนื่องส่งมอบสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนให้ รพ.ค่ายสุรนารี ปกป้องกำลังพลชายแดน

คณะศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเสริมสมรรถนะแพทย์ทหารอย่างต่อเนื่อง ส่งมอบสายรัดห้ามเลือดให้แก่โรงพยาบาลค่ายสุรนารีจำนวน 1,000 ชิ้น หลังประสบความสำเร็จในการพัฒนาและทดสอบอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อใช้ในราชการภาคสนามสำหรับปฐมพยาบาลและช่วยเหลือกำลังพลชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

นครราชสีมา – คณะศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ผลิตและส่งมอบรายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนหรือทูนิเก้ (Combat Application Tourniquet: CAT) จำนวน 1,000 ชิ้น ให้แก่ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี โดยมี นายศศิศ มนต์เสรีนุสรณ์ ประธานรุ่น วปอ.57 เป็นประธานในพิธีมอบ

นายศศิศ มนต์เสรีนุสรณ์ ประธานรุ่น วปอ.57 กล่าวว่า “คณะศิษย์เก่า วปอ. 57 ได้บริจาคเงินในการผลิตห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้ ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากหลายภาคส่วน โดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนได้พัฒนาให้สามารถผลิตสายรัดห้ามเลือดได้ในราคาที่ประหยัดลง แต่มีคุณภาพดีเทียบเท่าสินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศ ผลิตได้ในเมืองไทย ทำให้ผลิตได้มากขึ้น สามารถรักษาชีวิตกำลังพลได้มากขึ้น ส่วนโรงพยาบาลค่ายสุรนารีได้ให้การรักษาพยาบาลทางการแพทย์ในภาวะเสี่ยงอันตรายด้วยความเสียสละและกล้าหาญ และขอขอบ คุณ พล.อ.สุรศักดิ์ ถนัดศีลธรรม อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี และศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 57 ที่จุดประกายให้เกิดโครงการสนับสนุนการผลิตสายรัดห้ามเลือดนี้”

“ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบคณะศิย์เก่า วปอ.57 ได้หารือกัน และตระหนักถึงความเสียสละของน้องๆ ทหารแนวหน้าที่ปกป้องอธิปไตยให้แนวหลังอยู่อย่างสงบปลอดภัย โครงการสนับ สนุนการผลิตสายรัดห้ามเลือดนี้จะเป็นสิ่งที่แนวหลังได้ตอบแทนการเสียสละของแนวหน้า เรายึดหลักการว่าจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เราหวังว่าสายรัดห้ามเลือดที่มอบให้แก่น้องๆ ทหารจะไม่ถูกหยิบออกมาใช้ เพราะนั่นหมายความว่าท่านปลอดภัย แต่ถ้าถูกหยิบออกมาใช้ก็ขอให้ท่านได้กลับไปหาครอบครัวอันเป็นที่รักอย่างปลอดภัย” ประธานรุ่น วปอ.57 กล่าว

พันเอก รัฐสรรค์ ภูวนาถวรกิตติ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี กล่าวว่า “สายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนที่ได้รับมาในครั้งนี้ หน่วยสายการแพทย์กองทัพภาคที่ 2 จะนำไปใช้ประโยชน์การสนับสนุนกองกำลังสุรนารีในภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยโรงพยาบาลค่ายสุรนารีจะเป็นแม่ข่ายในการแจกจ่ายให้แก่กำลังพลเพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน”

นายสำเริง ด้วงนิล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “สายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนที่มอบให้แก่โรงพยาบาลค่ายในครั้งนี้ เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สถาบันฯ และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ร่วมกันพัฒนาและทดสอบจนประสบความสำเร็จในการนำไปใช้ในราชการภาคสนามของกองทัพภาคที่ 2 แต่สถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ยังมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์นี้ให้เพียงพอและต่อเนื่อง คณะศิษย์เก่า วปอ.57 จึงสนับสนุนงบประมาณ โดยสถาบันฯ รับผิดชอบในการจัดทำสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้”

สำหรับสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้เป็นอุปกรณ์สำคัญทางเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ที่ใช้เพื่อควบคุมภาวะเลือดออกรุนแรงจากบาดแผลที่แขนหรือขา ซึ่งไม่สามารถหยุดเลือดได้ด้วยวิธีกดแผลโดยตรง ซึ่งแถบที่กว้างของสายรัดจะกระจายแรงกดและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเฉพาะจุด จึงมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกว่าวัสดุชั่วคราว อาทิ เชือก หรือผ้าแคบ ซึ่งการพัฒนาสายรัดห้ามเลือดนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการประยุกต์ใช้ความเชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนเพื่อความมั่นคงของประเทศ


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

ลำพูนแถลงข่าวการจัดงาน วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา “เสน่ห์ชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ในโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจประจำปี 2569

จังหวัดลำพูนโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ร่วมกับหน่วยงาน ภาครัฐและเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้จัดการแถลงข่าวการจัดงาน “วิถีถิ่น วิถีชาติ พันธุ์ล้านนา” ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 20 – 24 มีนาคม 2569 ณ ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ในวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม เวลา 17:30 น. นายโยธิน ประสงค์ ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวการจัดงาน วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา “เสน่ห์ชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”ในโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (เชิงสะพานท่าขาม) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน

โดยผู้เข้าร่วมแถลงข่าวการจัดงานครั้งนี้ได้ชี้แจงในแต่ละประเด็น เกี่ยวกับการจัดงานในครั้งนี้ โดยประเด็นแรก เกี่ยวกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวพร้อมเชิญชวนร่วมงานโดยรองผู้ว่าฯ และวัตถุประสงค์การจัดงานภาพรวมภายในงานโดยนายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัด รวมถึงความพร้อมของการจัดงานโดยนายพงษ์เทพ มนัสตรง ประธานสภาวัฒนธรรม, การสนับสนุนสถานที่การจัดงานโดยนายณัฏพงศ์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญชัย ,การสนับสนุนการจัดงาน โดยนส.ฐานิตา แจ้งชัด ประชาสัมพันธ์จังหวัดและ การสนับสนุนข้อมูลกลุ่มชาติพันธ์ในพื้นที่โดย นส.ภิญญาพัชญ์ สันติจีราวัชร์โดย ผอ.ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง

การจัดงานครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริม เผยแพร่ แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ ความหลากหลายของมรดกวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนาในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, แม่ฮ่องสอน, เชียงราย, พะเยา, แพร่ และน่าน รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรมของชุมชน

ภายในงาน “วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา” จะมีกิจกรรมที่สะท้อนความหลากหลายของวัฒน ธรรม กลุ่มชาติพันธุ์ล้านนา อาทิ นิทรรศการอัตลักษณ์ชาติพันธุ์และบ้านจำลอง การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น การจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจาก 4 จังหวัดภาคเหนือ การประกวดอาหารชาติพันธุ์ การเดินแบบแฟชั่นผ้าชาติพันธุ์ รวมถึงการแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมจากเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ ที่จะร่วมถ่ายทอดวิถีชีวิตและเสน่ห์ทางวัฒนธรรมให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เข้าร่วมงาน

ทั้งนี้ กำหนดจัดพิธีเปิดงานฯ ในวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป ณ ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่จัดงานที่ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของภาคเหนือและเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงเหมาะสมอย่าง ยิ่งในการเป็นพื้นที่นำเสนอวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชน ทั่วไป ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนา ในงานวิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ ล้านนา “เสน่ห์ชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”


นที มีเดช รายงาน

นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก มอบหมายให้ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 มอบสิ่งอุปกรณ์และเครื่องบริโภคให้กับกำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน

นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก มอบหมายให้ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 มอบสิ่งอุปกรณ์และเครื่องบริโภคให้กับกำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน

คุณสุภัทรา แคล้วปลอดทุกข์ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก มอบหมายให้ คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 และคณะ เป็นผู้แทนมอบสิ่งอุปกรณ์ และเครื่องบริโภค ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามชายแดน ณ หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน ต่อไป

ตามที่สมาคมแม่บ้านทหารบก โดยนายกสมาคมแม่บ้านทหารบก ได้ให้ความสำคัญและแสดงความห่วงใยต่อกำลังพลของกองทัพบกที่ปฏิบัติภารกิจราชการสนามตามแนวชายแดน ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน และเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งมีภารกิจด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

สมาคมแม่บ้านทหารบกจึงได้ดำเนินการสำรวจความต้องการของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ปฏิบัติการ พร้อมทั้งจัดหาและจัดซื้อสิ่งอุปกรณ์ที่จำเป็น ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพและการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ราชการสนาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้กำลังพลมีสิ่งอุปกรณ์ที่ตรงตามความต้องการ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในสถานการณ์ปฏิบัติภารกิจ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมด้านสิ่งของจำเป็นสำหรับใช้ในยามจำเป็นในพื้นที่ปฏิบัติการ อันจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลให้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

ครอบครัวเข้มเเข็งเป็นแรงใจทหารกล้า


นที มีเดช รายงาน

ด่วนปลาในน้ำลาง ตายเป็นเบือห้ามกินเด็ดขาด

สาธารสุขอำเภอปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ออกประกาศด่วนเตือนประชาชนห้ามกินปลาในแม่น้ำลาง โดยเด็ดขาดหลังได้รับรายงานจากหน่วยพิทักษ์ป่าปางมะผ้า ว่าพบปลาพลวงในแม่น้ำลางและน้ำแม่อุมอง ตายเป็นเบือ ด้านเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ผามอนก็ยืนยันว่าพบปลาตายในถ้ำผามอนตั้งแต่ 27 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับรายงานจาก นายประพาส วนาศิริ สาธารณสุขอำเภอปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ว่าจากกรณีที่ได้มีการตรวจพบปลาในแม่น้ำลาง ได้ตายลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ล่าสุดในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอปางมะผ้า ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำลาง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อนำส่งให้แก่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่จังหวัดเชียง ขณะที่ประมงจัง หวัดแม่ฮ่องสอนจะลงพื้นที่เพื่อเก็บซากปลานำไปตรวจสอบหาสาเหตุต่อไป

ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 สาธารณสุขอำเภอปางมะผ้า ได้พบปลาในแม่น้ำลางได้ตายลงจึงได้มีการออกประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ อำเภอปางมะผ้า ขอความร่วมมือประชาชนงดบริโภคสัตว์น้ำที่ตายโดยผิดธรรมชาติจากแม่น้ำลาง โดยได้รับรายงานจากหน่วยพิทักษ์ป่าปางมะผ้า รายงานเหตุการณ์ เนื่องด้วยตอนนี้ บริเวณ ลำน้ำลาง และ ลำห้วยแม่อุมอง ได้เกิดเหตุการณ์ปลาพลวง ในแม่น้ำเริ่มทยอยตาย และ นกที่ลงมากินน้ำ เช่น นกพิราบ ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ

ทางด้านนายไกรศร บัวบาน หัวหน้าชุดสายตรวจหน่วยพิทักษ์ป่าปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า ฯ เปิดเผยว่า ทางหน่วยได้ตรวจพบว่าปลาในแม่น้ำลาง ได้ตายลงประมาณ 4-5 วันที่ผ่านมา โดยจุดที่พบปลาตาย จะเริ่มต้นที่ ถ้ำผามอน ไหลผ่านลงมาในตัวอำเภอปางมะผ้า และจากการตรวจสอบ ไปยังต้นน้ำที่เลยถ้ำผามอนไปก็ไม่พบว่ามีปลาตายเหมือนช่วงถ้ำผามอนถึงตัวอำเภอปางมะผ้าซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก

นายวีระพงษ์ รัตนศรี นายอำเภอปางมะผ้า เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องปลาในแม่น้ำลางตายเช่นกัน ซึ่งได้แจ้งไปยังกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้ประกาศเตือนให้ราษฎรห้ามนำปลาที่ตายมาบริโภคอย่างเด็ดขาดเนื่องจากในตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการตายของปลาแต่อย่างใด อนึ่งในวันนี้จะมีเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เก็บตัวอย่างซากปลาและน้ำไปตรวจเพื่อหาสาเหตุต่อไป

ทางด้าน หลวงปู่ขาว กิตติโก เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ถ้ำผามอน ระบุว่า ปลาในน้ำลางที่ถ้ำผามอนตายเป็นร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดแต่อย่างใด และพบว่าปลาในถ้ำได้ตายลงไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปลาพลวงหินในถ้ำผามอน อย่างไรก็ตามพบว่าปลาที่ตายส่วนใหญ่เป็นปลาพลวงหิน ซึ่งมักอาศัยอยู่ในถ้ำใต้น้ำ ส่วนปลาชนิดเดียวกันที่ถ้ำน้ำลอด ยังมีชีวิตเป็นปกติ ไม่มีการตายเกิดขึ้นแต่อย่างใด


ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

พิธีพลีมวลสารเพื่อจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น “ยุทธบดินทร์ – ศตวรรษ”

พิธีพลีมวลสารเพื่อจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น “ยุทธบดินทร์ – ศตวรรษ”

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 มีดำริจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น “ยุทธบดินทร์ – ศต วรรษ” เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลของกองทัพภาคที่ 2 ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความมั่นคงของประเทศตามแนวชายแดน รวมทั้งเพื่อมอบแก่ผู้มีอุปการคุณและผู้สนับ สนุนการปฏิบัติภารกิจของกองทัพภาคที่ 2 อันเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมแห่งศรัทธาและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง

ในการนี้ ได้กำหนดจัดพิธีพลีมวลสาร ณ วัดท่าสะแบง ตำบลมะบ้า อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีพระเทพวัชรวิทยาคม (พระอาจารย์ต้อม ปภสฺสโร), พร้อมด้วยพระเถราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและเป็นที่เคารพศรัทธาจากหลายพื้นที่ เมตตาเข้าร่วมประกอบพิธีอธิษฐานจิตและมอบแผ่นโลหะมงคล เพื่อรวบรวมเป็นมวลสารศักดิ์สิทธิ์สำหรับนำไปหลอมรวมในการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์ – ศตวรรษ”

พิธีพลีมวลสารครั้งนี้นับเป็นขั้นตอนสำคัญของการจัดสร้างวัตถุมงคล โดยมวลสารที่ได้รับการอธิษฐานจิตจากพระเถราจารย์ผู้ทรงวิทยาคม จะถูกนำมาประกอบเป็นส่วนหนึ่งของการหล่อหลอมวัตถุมงคล เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ความเข้มแข็งทางจิตใจ และเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน

พระเถราจารย์ทุกรูปได้เมตตาประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ อธิษฐานจิต และมอบแผ่นโลหะมงคลเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมวลสารศักดิ์สิทธิ์ อันเปรียบเสมือนพลังแห่งศรัทธาและพรอันประเสริฐ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ ให้มีความแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง มีขวัญกำลังใจที่มั่นคง เข้มแข็ง พร้อมปฏิบัติภารกิจเพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติสืบไป

#กองทัพภาคที่2 #วัตถุมงคล


ปิดตำนาน แก๊ง จี5 วัยรุ่นโคราชยิงปืนกลางเมือง ยึดปืน 5 กระบอก มีด 3 เล่ม หลังไล่ล่ายิงกันเจ็บ 1

ปิดตำนาน แก๊ง จี5 วัยรุ่นโคราชยิงปืนกลางเมือง ยึดปืน 5 กระบอก มีด 3 เล่ม หลังไล่ล่ายิงกันเจ็บ 1

เมื่อเวลา 14.00 น. วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนคร ราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นม, พ.ต.อ. อโณทัย จินดามณีรอง.ผบก. ภ.จว.นม, พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก สภ.เมืองนครราชสีมา, พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รอง.ผกก.สส.ภ.จว.นม ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมแก๊ง g5 วัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันกลางเมืองโคราช พร้อมของกลาง ปืน ไทยประดิษฐ์ 5 กระบอก มีดยาว 3 เล่ม มอเตอร์ไซค์ 5 คัน

ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันในเขตตัวเมือง หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณซอยลำปรุ 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย ก่อนกลุ่มผู้ก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ต่อมาชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับชุดสืบสวน บก.สส.ภ.3 และ สภ.เมืองนครราชสีมา เร่งติดตามผู้ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางก่อนและหลังเกิดเหตุ จนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม ซึ่งมีทั้งนักเรียนมัธยมปลายและนักเรียนอาชีวะ เคยมีปัญหากันมาก่อน ก่อนจะมาพบกันบนถนนและเกิดการไล่ยิงกัน เจ้าหน้าที่จึงขอศาลอนุมัติหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย 5 จุด พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนรวม 5 กระบอก ประกอบด้วย อาวุธปืนปากกา ขนาด .39 จำนวน 4 กระบอก และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 อีก 1 กระบอก พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด และหากประชาชนพบเบาะแสหรือข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอดเวลา


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

ประธาน กมธ.ทหาร วุฒิสภา ร่วมเข้าตรวจเยี่ยมการฝึกผสม Cobra Gold 2026 อู่ตะเภา ระยอง

ประธาน กมธ.ทหาร วุฒิสภา ร่วมเข้าตรวจเยี่ยมการฝึกผสม Cobra Gold 2026 อู่ตะเภา ระยอง

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569 พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้รับเชิญในการเดินทางเข้าตรวจเยี่ยมชมการฝึกผสมร่วมประจำหน่วยการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 (Cobra Gold 2026) ณ อาคารม้าแดง กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จังหวัดระยอง

ในการนี้ พลเอก ไพบูลย์ วรวรรณปรีชา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ร่วมกับ พลเอก ซาเวียร์ ที. บรันสัน (General Xavier T. Brunson) ผู้บัญชาการกองบัญชาการสหประชาชาติ กองบัญชาการกองกำลังผสม และกองกำลังสหรัฐฯ ประจำเกาหลี ณ ค่ายฮัมฟรีย์ สาธารณรัฐเกาหลี นำคณะผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ นักการเมือง นักศึกษา นักวิชาการ และสื่อมวลชน เข้าตรวจเยี่ยมการฝึกร่วม/ผสมดังกล่าว

การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้คณะผู้แทนได้เข้าถึงการปฏิบัติการฝึกอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงระหว่างประเทศไทยและมิตรประเทศ อันเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเสริมสร้างความเข้าใจและการพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงในอนาคต โดยกิจกรรมศึกษาดูงานประกอบด้วย การรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับ การฝึกปัญหาที่บังคับการ (Command Post Exercise : CPX) การฝึกปฏิบัติการด้านไซเบอร์ (CYBER-X) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงทางดิจิทัล ตลอดจนการฝึกการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ขัดแย้ง (Non-combatant Evacuation Operation / Reinforcement of Joint Non-combatant Operation : NEO/RJNO)

ทั้งนี้ การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ ถือเป็นการฝึกทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกจำนวน 20 ประเทศ และประเทศผู้สังเกตการณ์อีก 10 ประเทศ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงในระดับภูมิภาคและนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นการแสดงถึงความพร้อมและศักยภาพของกองทัพไทยในการปฏิบัติการร่วมกับกองทัพมิตรประเทศ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างเสถียรภาพและการป้องปรามภัยคุกคามในภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมีประเทศมหาอำนาจ อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน และ ออสเตรเลีย เข้าร่วมการฝึกในกิจกรรม การสาธิตการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย (Humanitarian Assistance and Disaster Relief Demonstration : HADR DEMO) ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้กองทัพจากหลากหลายประเทศได้ฝึกร่วมกัน เสริมสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามในทุกรูปแบบ รวมถึงการบริหารจัดการสถานการณ์ภัยพิบัติในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การฝึกดังกล่าวจึงมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค อินโด-แปซิฟิก อันจะนำไปสู่การธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

#กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา #CobraGold2026 #CG26 #ExerciseCobraGold #oneteamทัพไทย


อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ สนธิกำลังรุกหนัก ระดมพล “เสือไฟ-อากาศยาน” บุกพื้นที่เขาสูงชัน สยบไฟป่าองบะ-หัวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นสำเร็จ

อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ สนธิกำลังรุกหนัก ระดมพล “เสือไฟ-อากาศยาน” บุกพื้นที่เขาสูงชัน สยบไฟป่าองบะ-หัวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นสำเร็จ

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 นายคุณากร บุญเกื้อสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่าได้รายงานปฏิบัติการเชิงรุกในการเข้าควบคุมสถานการณ์ไฟป่า หลังตรวจพบจุดความร้อน (Hotspots) ในช่วงบ่ายจำนวน 3 จุด บริเวณป่าองบะ ท้องที่บ้านปากเหมือง หมู่ที่ 7 ตำบลด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ โดยสถานการณ์มีความรุนแรงเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและกระแสลมแรง ประกอบกับพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและยากต่อการเข้าถึง

ปฏิบัติการเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมค่ายเยาวชน โดยมี นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พร้อมด้วย นายอากรชัย อวยพรชัยรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ร่วมกับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชุมวางแผนเผชิญเหตุอย่างเร่งด่วน โดยมีการระดมสรรพกำลังแบบบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ สถานีควบคุมไฟป่าสลักพระ-เอราวัณ และชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า (เสือไฟกาญจนบุรี) รวมกำลังพลกว่า 40 นาย พร้อมรับการสนับสนุนอากาศยานจากศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน (ศอท.) เพื่อเปิดปฏิบัติการทั้งทางบกและทางอากาศ

ในเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุดปฏิบัติการเพื่อเข้าพื้นที่เป้าหมาย โดยกลุ่มที่ 1 นำกำลังเสือไฟและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ รวม 20 นาย เดินทางเข้าพื้นที่บริเวณหัวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ซึ่งเป็นจุดวิกฤต โดยมีอากาศยานเข้าสนับสนุนโปรยน้ำดับไฟอย่างต่อเนื่องถึง 28 เที่ยวบิน รวมปริมาณน้ำกว่า 14,000 ลิตร ขณะที่กลุ่มที่ 2 อีก 20 นาย ได้เร่งเข้าสกัดไฟในพื้นที่ป่าองบะเพื่อป้องกันการลุกลาม

จากการทำงานอย่างหนักภายใต้สภาวะกดดันและภูมิประเทศที่ยากลำบาก ในเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และดับไฟป่าในจุดเป้าหมายได้สำเร็จเรียบร้อย พร้อมทั้งส่งกำลังเดินเท้าเข้าตรวจสอบ “แนวดำ” เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการคุไหม้ซ้ำอีกครั้ง โดยปฏิบัติการครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดีและเจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการปกป้องผืนป่าตะวันตกอย่างเต็มกำลัง


///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

สลด พบเต่าตนุตายลอยเกยหาดชะอำ 2 วัน ตาย 2 ตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางองค์จันทร์ ภาสดา ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้ง จากเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองชะอำ ว่าพบสัตว์ทะเลตายลอยมาเกยตื้น บริเวณชายหาดชะอำใต้ พิกัด 12.7869520,99.9815010 ซอยร่วมจิตร ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบมราเกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองชะอำ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นซากเต่าตนุ (Green Turtle) ขนาดความยาว ประมาณ 43.50 ซม. กว้าง 42 ซม. ด้านหลังกระดองพบรอยแตก ไม่ทราบเพศ เนื่องจากเต่าตนุมีสภาพเน่าเปื่อยมาก เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการจัดเก็บกู้ซากเต่าตนุก่อนนำไปและฝังกลบเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 69ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ 8 มีนาคม เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองชะอำ ว่าพบสัตว์ทะเลเกยตายลอยมาเกยตื้น บริเวณหาดชะอำด้านทิศใต้หน้าลุมพินีพาร์คบีช พิกัด 12°46’45.3″N 99°58’42.4 อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานไปยังศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนเข้าร่วมตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจแล้วเป็นซากเต่าตนุ (Green Turtle) ขนาดความยาว ประมาณ 47 ซม. กว้าง 44 ซม. ด้านหลังกระดองพบรอยแตก ไม่ทราบเพศเนื่องจากมีสภาพเน่าเปื่อยมาก เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการทำการจัดเก็บกู้ซากเต่าตนุก่อนนำไปฝังกลบอย่างถูกวิธิต่อไป
สำหรับ เต่าตนุ (Green Turtle) เป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ของประเทศไทย ถือเป็นสัตว์ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ห้ามล่า ห้ามครอบครอง ห้ามค้า หรือห้ามเพาะพันธุ์ รวมถึงไข่และซากเต่าทุกส่วน หากพบมีการฝ่าฝืน มีโทษทางกฎหมายรุนแรง โดยเต่าทะเลทั้ง 5 ชนิดที่พบในไทย ได้รับการคุ้มครองทั้งหมด


/////// บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี