ชาวบ้านขอโชค! เจ้าพ่อไทรทอง ได้เลขเด็ดต้นโพธิ์หน้าศาล

อุทัยธานี – ชาวบ้านขอโชค!เจ้าพ่อไทรทอง ได้เลขเด็ดต้นโพธิ์หน้าศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านซับป่าพลู หมู่ 6 ต.ป่าอัอ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ใกล้กับวันหวยออกงวดวันที่ 16 มีนาคม 2569 ได้พบกับชาวบ้านเดินทางพร้อมกับนำธูปมากราบไหว้กับเจ้าพ่อไทรทอง อยู่คู่กับหมู่บ้านมานานกว่า40 ปี ได้พบกับคุณตา ชื่อนายสมาน อายุ 79 ปี เปิดเผยว่า ที่ศาลแห่งนี้อยู่คู่กับหมู่บ้านมานาน ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีชาวบ้านมาจัดงาน ฉายหนังกลางแปลงภายในหมู่บ้าน แต่ไม่สามารถจัดงานได้ รวมถึงงานบุญ ก็ไม่สำเร็จ เกิดเหตุเครื่องฉายหนังเสียหายไม่ทราบสาเหตุ ล่าสุดเป็นที่เล่าขานต่อกันมา ว่าเจ้าพ่อไทรทองนั้นศักดิ์สิทธิ์ จนทำให้ชาวบ้าน ต่างพากันศรัทธา และที่ผ่านมาก็ได้มาขอโชคขอลาภ ให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

หลังจากที่ชาวบ้านกราบจุดธูปไหว้เจ้าพ่อไทรทองแล้ว ได้จุดธูปเลขเสี่ยงดวงได้เลข 404 หลังจากนั้นได้มาขอเลขเด็ดที่ต้นโพธิ์ใหญ่หน้าศาล เห็นเลชัดที่กลางต้น ได้เลข 829 บางคนก็เห็นเป็น 329 พร้อมกับนำแป้งมาทาถู ได้เห็นตัวเลขต่างๆนาๆ ทั้งนี้ชาวบ้านจะนำเลขที่ได้นั้นเป็นเสี่ยงดวงในวันหวยออก หากถูกรางวัลจะนำน้ำแดงและนำสิ่งของมากราบไหว้ อย่างไรก็ตามเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

“กองทัพภาคที่ 2 จัดกิจกรรม “Smile Army” เดินหน้าสร้างความสุขและกระชับสัมพันธ์ประชาชนชายแดนไทย-กัมพูชา”

“กองทัพภาคที่ 2 จัดกิจกรรม “Smile Army” เดินหน้าสร้างความสุขและกระชับสัมพันธ์ประชาชนชายแดนไทย-กัมพูชา”

กองทัพภาคที่ 2 เดินหน้าสร้างขวัญกำลังใจและเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน จัดกิจกรรมแสดงดนตรี “Smile Army” ณ ลานกิจกรรมชุมชนบ้านสายโท 6 ใต้ ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

โดย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมแสดงดนตรี “Smile Army” เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของกองทัพบกที่ให้ความสำคัญกับการดูแลขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ชายแดนควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจและความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยงานรัฐและชุมชน แล้วเป็นงานกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชน พื้นที่ชายแดน

กิจกรรม “Smile Army” ในครั้งนี้ใช้ดนตรีเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความสุขและสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ส่งมอบความผ่อนคลายและเติมพลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและพี่น้องประชาชนทั่วพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 นอกจากการแสดงดนตรีแล้ว กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 26 ยังได้จัดกิจกรรมบริการประชาชนที่หลากหลาย อาทิ การให้บริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ การสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาแก่เด็กและเยาวชน รวมถึงการจัดกิจกรรมโดยชุดขุนภักดีเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติและความภาคภูมิใจในแผ่นดินไทย ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่

โดยกิจกรรมทั้งหมดมุ่งเน้นที่จะสร้างความเชื่อมั่น ความเข้าใจ และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็งในการดูแลรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืนต่อไป

#กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #SmileArmy #จังหวัดบุรีรัมย์ #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน

แห่ส่องเลขเด็ด! บวงสรวง “พญานาคคู่” ยาว 75 เมตร วัดวังไทรทอง คอหวยไม่พลาดเลขธูป

เพชรบูรณ์ – ชาวบ้านแห่ร่วมพิธีบวงสรวง “พญานาคคู่” ทางเข้า วัดวังไทรทอง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ หลังสร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมส่องเลขเด็ดจากธูปเสี่ยงทายและเลขหางประทัด เพื่อนำไปเสี่ยงโชคงวดนี้

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณทางขึ้น วัดวังไทรทอง หมู่ 7 ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมาร่วมพิธีบวงสรวง พญานาคคู่ ซึ่งประดิษฐานอยู่บริเวณทางเข้าวัด โดยองค์พญานาคทั้งสองมีความยาวกว่า 75 เมตร เชื่อกันว่าเป็นพญานาคราชผู้คุ้มครองพระพุทธศาสนาและประทานพรด้านโชคลาภ

ภายในพิธีมีคณะกรรมการวัดและชาวบ้านร่วมกันจัดโต๊ะบวงสรวง พร้อมตั้งบายศรี เครื่องสักการะ ผลไม้ 9 อย่าง และอาหารคาวหวาน เช่น ขนมต้ม ขนมเทียน ก่อนเชิญ นางน้ำฝน เกศวิริยะการ ร่างทรงปู่ดำแสนจันทา มาประกอบพิธีบวงสรวง เปิดดิน เปิดฟ้า และเปิดประตูทั้งสามทิศ เพื่อบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์

นางน้ำฝน เปิดเผยว่า การทำพิธีครั้งนี้เป็นการบวงสรวงพญานาคราชทั้ง 2 องค์ หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ เพื่อบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้รับรู้ และขอให้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในการสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยพิธีได้จัดตามที่องค์พญานาคต้องการ ได้แก่ ธัญพืช 9 อย่าง ขนมต้ม ขนมเทียน และจุดธูปเปิดภูมิ 52 ดอก
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวบ้านที่มาร่วมพิธีต่างร่วมร่ายรำถวายองค์พญานาคเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เมื่อเสร็จพิธี หลายคนไม่พลาดพากันไปส่อง ธูปเสี่ยงทาย บริเวณหน้าโต๊ะบวงสรวง บางคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพ ขณะที่บางคนจดเลขกันอย่างตั้งใจ

โดยเลขที่ชาวบ้านมองเห็นจากธูปเสี่ยงทายคือ 648 ส่วนเลขหางประทัดที่จุดในพิธีปรากฏเป็นเลข 45 และ 637 ทำให้คอหวยต่างนำไปหาซื้อลอตเตอรี่เพื่อเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังเล่าว่า นับตั้งแต่สร้างพญานาคคู่บริเวณทางเข้าวัดวังไทรทองแล้วเสร็จ ได้มีชาวบ้านถูกลอตเตอรี่จากการมาขอพรและส่องเลขกันมาแล้ว ติดต่อกันถึง 2 งวด ทำให้ยิ่งมีผู้คนหลั่งไหลมาขอพรและร่วมพิธีอย่างต่อเนื่อง.


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

รวบแล้วโจรควงปืนชิงทองห้างดังนครปฐม ได้ของกลางคืนครบ 23 เส้น

นครปฐม – ตำรวจภาค 7 ตำรวจนครปฐม ไม่ถึง 3 วัน ตามรวบผู้ต้องหาควงปืน ชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างดังนครปฐม ได้ของกลางคืนครบ 23 เส้น หลังก่อเหตุผู้ต้องหาหลบหนีกบดานเข้าบ้านพักย่านบ้านแพ้ว

วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นคร ปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก. สส.ภ.7, พ.ต.อ.ณัฐพิสิษฐ์ รัตนอุดม ผกก.กก.1 บก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ. จว.นครปฐม, พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.พัฒพงศ์ คนแรง รอง ผบก.บก.กค.ภ.7, พ.ต.อ.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ4)กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.7, พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รอง ผกก. สส.สภ.เมืองนครปฐม,ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.7 ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครปฐม ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม

ได้ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างดังนครปฐม คือนายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ที่อยู่ ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.278/2569 โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์ในเวลา กลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการ ใด ๆ โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้า หรือทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

พร้อมของกลางในคดี อาวุธปืน แบลงค์กัน ยี่ห้อ โซรากิ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกล่องใส่อาวุธปืน หมวกกันน็อก แบบเต็มใบ สีน้ำเงิน จำนวน 1 ใบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น สปาร์ค สีดำ คันหมายเลขทะเบียน ขลน 428 ราชบุรี เสื้อผ้า-เครื่องแต่งกาย ที่ผู้ต้องหาใช้ในวันก่อเหตุ สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 23 เส้น มูลค่า 3,680,000 บาท โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
สืบเนื่องเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.27 น. ได้มีคนร้ายเป็นชาย จำนวน 1 คน ใช้อาวุธปืนก่อเหตุ ชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างดังนครปฐม โดยคนร้ายได้ สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าและแต่งกายเพื่ออำพรางตัว ก่อนเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งนครปฐม จากนั้นได้ใช้อาวุธปืน ยิงข่มขู่พนักงานร้านทอง แล้วปีนเข้าไปทุบกระจกตู้แสดงสินค้า ก่อน นำเอาสร้อยคอทองคำ น้ำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น น้ำหนักรวม 46 บาท มูลค่าประมาณ 3,680,000 บาท แล้วหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ภายหลังจากก่อเหตุ คนร้ายได้ ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะหลบหนี ออกจากบริเวณ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี นครปฐม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งทำการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) พนักงานสอบสวนจึง ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อ ศาลจังหวัดนครปฐม เพื่อขออนุมัติหมายจับ ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วมี คำสั่ง ออกหมายจับเลขที่ จ.278/2569 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2569

ทางชุดสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังหนึ่งใน ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ก่อเหตุ อยู่ภายในบ้านพักหลัง ดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ทราบ ก่อนทำการจับกุมตัว

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุได้มาดูลาดเลาก่อนก่อเหตุ 1วันเพื่อหาจังหวะลงมือก่อเหตุ และหลังก่อเหตุ ระหว่างหลบหนีได้เปลี่ยนเสื้อผ้าตลอดเส้นทาง และขี่รถจยย.วนไปวนมาเพื่อหลอกเจ้าหน้าที่ จนเจ้าหน้าที่สืบสวนออกหาเบาะแสจนสามารถจับกุมตัวได้ ในชั้นจับกุม ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และได้สมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ไปตรวจค้นภายในบ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งสามารถตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

“สภท.” ร่วมกับรพ.เจริญกรุงประชารักษ์ จัดตรวจสุขภาพฟรี! สื่อมวลชน เนื่องใน “วันนักข่าว”

“สภท.” ร่วมกับรพ.เจริญกรุงประชารักษ์ จัดตรวจสุขภาพฟรี! สื่อมวลชน เนื่องใน “วันนักข่าว”

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ณ ที่ทำการสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย สี่แยกการเรือน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร : นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.61ปี) กล่าวถึงการจัดกิจกรรมการตรวจสุขภาพเนื่องในโอกาส “วันนักข่าว 5 มีนาคม” ประจำปี 2569 โดยสมาคมฯ ได้ร่วมกับโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรี! ให้กับสมาชิกสมาคมฯ-สื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

โดยกำหนดจัดขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00–14.00 น. ณ สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขที่ 299 ถนนราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน” ตามนโยบายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งทางกรุงเทพมหานคร ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจสุขภาพอย่างทั่วถึง

พร้อมกันนี้ขอขอบคุณ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ที่มอบอาหารกล่อง และข้าวปั้นญี่ปุ่น,บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด ที่มอบน้ำดื่ม เซเว่น มาให้บริการผู้ร่วมตรวจสุขภาพ และขอขอบคุณ สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย,นายอรรถการ ตฤษณารังสี ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีซันชิโร่,คุณมาลี มหาเจริญสิริ และศูนย์สายตาทรีเฟรนด์ ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมสมาคมฯ และขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการกิจกรรมในครั้งนี้

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)

สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

“น้ำยืนไฟต์” เดือดแน่ ส.ส.กังฟู-สมศักดิ์ พรรคไทรวมพลัง หนุนจัดศึกสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่าชาว อ.น้ำยืน

ส.ส.กังฟู-วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง,นายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต10 จ.อุบลราชธานี พรรคไทรวมพลัง,นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอาวุโส ผู้แทนนายอาทิตย์ บุษบา นายอำเภอน้ำยืน,”เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และนายสรวีร์ ฤทธิชัย ร่วมแถลงข่าวมหกกรรมมวยไทยนานาชาติ “งานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่าชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 “น้ำยืนไฟต์” 19 มี.ค.2569 ที่เวทีมวยชั่วคราวลานหน้าเทศบาลอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี

วันที่ 9 มี.ค.2569 ที่หน้าศาลหลักเมือง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เป็นประธานในการแถลงข่าวมหกรรมมวยไทยนานาชาติ “งานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่า ชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 “น้ำยืนไฟต์” โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบไปด้วยนายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต10 อุบลราชธานี ประธานชมรมคนรักน้ำยืน, นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอาวุโส อ.น้ำยืน ผู้แทนนายอาทิตย์ บุษบา นอภ.น้ำยืน, นายสุรชัย ชวาลารัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.น้ำยืน, นายชมเชย ทองชุม ประธานสภาวัฒนธรรม อ.น้ำยืน, นายพิเชษฐ์ ทาบุดดา ที่ปรึกษาพรรคไทรวมพลัง, นางวาสนา คำโส อดีตนายก อบต.โดมประดิษฐ์, ผู้ใหญ่ไสว บุรากรณ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านวารีอุดม, “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์รางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน ผู้บริหารก่อเกีบรติ บ็อกซิ่งกรุ๊ป เจ้าของศึก”ก่อเกียรติสัญจร” ทาง ททบ.5,นายสรวีร์ ฤทธิชัย โปรโมเตอร์เวทีลุมพินี+ผู้บริหารวันก่อเกียรติ +ผู้บริหารสามชัยกรุ๊ป อุบลฯ

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ประธานกิตติมศักดิ์การจัดการแข่งขันมหกรรมมวยไทยนานาชาติงานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลัก เมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่า ชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 “น้ำยืนไฟต์” กล่าวถึงการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า “เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวอำเภอน้ำยืนและร่วมสักการะบูชาศาลหลักเมือง อ.น้ำยืน สิ่งศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมือง โดยอำเภอน้ำยืนจัดงานสมโภชน์ในระหว่างวันที่ 13 – 20 มี.ค.2569 และในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค.2569 จัดมหกรรมมวยไทยนานาชาติ”ก่อเกียรติสัญจร” ถ่ายทอดสดจากเวทีมวยชั่วคราวลานหน้าเทศบาลอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี สู่สายตาประชาชนทั่วประเทศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.-20.00 น.ซึ่งตนเชื่อว่ามหกรรมมวยไทยนานาชาติ “ก่อเกียรติสัญจร” ในครั้งนี้จะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และสร้างความสุขให้กับชาวอำเภอน้ำยืน และพื้นที่ใกล้เคียงกับคู่มวยสุดเดือดในรายการกว่า 20 คู่ พร้อมเชิญชวนชาวอำเภอน้ำยืนและนักท่องเที่ยวมาร่วมชมร่วมเชียร์มหกรรมมวยไทยนานาชาติในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค.2569

นายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต10 อุบลราชธานี ประธานชมรมคนรักน้ำยืน ในฐานะประธานดำเนินการจัดการแข่งขันกล่าวถึงการแข่งขันมหกรรมมวยไทยนานาชาติว่า “ชาวอำเภอน้ำยืนต้องพบกับสถานการณ์ตึงเครียดแนวชายแดนจากการสู้รบมาแล้วถึง 2 ครั้ง เชื่อว่างานมหกรรมมวยไทยนานาชาติ”ก่อเกียรติสัญจร”ในงานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองในปีนี้ จะมีส่วนช่วยเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจพี่น้องชาวน้ำยืนให้กลับมาแข็งแกร่ง และสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ และเชื่อว่า”มวยไทย” ที่ถูกปลูกฝังอยู่ในสายเลือดของคนไทยทุกคน จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ชาวน้ำยืนฟันฝ่าในทุกอุปสรรคดำเนินกลับมาชีวิตได้อย่างมีความสุขต่อไป

นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอาวุโส อ.น้ำยืน ผู้แทนนายอาทิตย์ บุษยา นายอำเภอน้ำยืน กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่สนับสนุนการจัดมหกรรมมวยไทยนานาชาติงานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่า ชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 “น้ำยืนไฟต์” มั่นใจว่าชาวน้ำยืนและพื้นที่ใกล้เคียงจะมีความสุขและสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ และจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอน้ำยืนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

“เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์ยอดเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน แห่งก่อเกียรติ บ็อกซิ่ง กรุ๊ป กล่าวว่า “ก่อเกียรติสัญจร ทาง ททบ.5 วันเสาร์ที่ 19 มี.ค.2569 นี้ต้องขอขอบคุณ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานกรรมการมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะประธานที่ปรึกษาบริษัทก่อเกียรติ บ็อกซิ่ง กรุ๊ปในการสนับสนุนจัดมหกรรมมวยไทยนานา ชาติงานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่าชาวอำเภอน้ำยืนประจำปี 2569 “น้ำยืนไฟต์” ในครั้งนี้ และขอบคุณโรงแรมกัญธิญา การ์เด้น เอื้อเฟื้อสถานที่พัก และยืนยันทุกคู่มวยที่จะมาทำการแข่งขันผ่านการคัดสรรนักมวยเข้าร่วมแข่งขันมาอย่างดี และพร้อมสร้างความสุขกับกับพี่น้องประชาชนชาวน้ำยืนอย่างแน่นอนครับ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

‘อมตะ’ กางโรดแมป ปี 69 ตั้งเป้าขายที่ดิน 2,800 ไร่ใน 3 ประเทศ ทรานส์ฟอร์มสู่ ‘Industrial City’ รับดีมานด์ใหม่ – เมกะเทรนด์ทุนโลกไหลสู่อาเซียน

‘อมตะ’ กางโรดแมปปี 69 ตั้งเป้าขายที่ดิน 2,800 ไร่ใน 3 ประเทศ ทรานส์ฟอร์มสู่ ‘Industrial City’ รับดีมานด์ใหม่ – เมกะเทรนด์ทุนโลกไหลสู่อาเซียน

“อมตะ” ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ดึงผู้บริหารมืออาชีพเสริมทัพ เพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจ พร้อมกางโรดแมปธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขายที่ดินรวม 2,800 ไร่ ครอบคลุมไทย–เวียดนาม–ลาว เดินหน้าผลักดันโมเดล “Industrial City” รองรับการเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์โลกจุดกระแสการย้ายฐานการลงทุนเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน

นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ว่าจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัย สงครามการค้า รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออก กลางที่มีความไม่แน่นอนสูง จึงจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันความขัดแย้งในหลายภูมิภาคยังเป็นความท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการผลิตโลก ทั้งด้านระบบขนส่ง ราคาพลังงาน และการจัดหาวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบดังกล่าว ดังนั้น ภาคการผลิต และนักลงทุนจากทั่วโลกกำลังมองหาฐานการผลิตใหม่ ที่มีเสถียรภาพและศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว ส่งผลให้ภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย เวียดนาม และลาว กลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“อาเซียนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการลงทุนใหม่ของโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่มีความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งรวมถึงระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร ซึ่งอาเซียนมีศักยภาพในการรองรับด้านการลงทุน” นายวิกรมฯ กล่าว

สำหรับกลยุทธ์สำคัญของกลุ่มอมตะในปี 2569 จะเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในรอบ 8 ปี เพื่อยกระดับการบริหารจัดการให้สอดรับกับการขยายธุรกิจในภูมิภาค โดยดึงผู้บริหารมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเสริมทีมบริหารเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนองค์กรสู่มาตรฐานสากล โดยการปรับโครงสร้างดังกล่าวมุ่งเน้น 3 แกนหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการบริหารองค์กร เพื่อรองรับการลงทุนระลอกใหม่ที่กำลังไหลเข้าสู่ภูมิภาค ได้แก่

  • Agility เพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการตัดสินใจทางธุรกิจ
  • Governance เสริมสร้างระบบธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน
  • Scale Up รองรับการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve และโครงการลงทุนระดับเมกะโปรเจ็กต์

สำหรับแผนการการลงทุนในปี 2569 บริษัทเตรียมงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนและพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรองรับการลงทุนใหม่ที่จะเกิดขึ้น โดยตั้งเป้าขายที่ดินรวม 2,800 ไร่ ครอบคลุมในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคอาเซียน 3 ประเทศหลัก ประกอบด้วย

  1. ไทย 1,650 ไร่ โดยเน้นการดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
  2. เวียดนาม 550 ไร่ รองรับกระแสการย้ายฐานการผลิตจากจีนและการขยายตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล และ
  3. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 600 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นประตูเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์ทางบกของภูมิภาค

นอกจากนี้ อมตะอยู่ระหว่างการปรับบทบาทจากผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมสู่การเป็นผู้พัฒนา “Industrial City” หรือเมืองอุตสาหกรรมครบวงจร ที่ผสานโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ปรัชญา “All Win” มุ่งสร้างการเติบโตอย่างสมดุลระหว่างภาคธุรกิจ นักลงทุน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ อมตะยังให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยในปี 2569 บริษัทเตรียมความพร้อมด้านการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2583 พร้อมตั้งเป้าลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยพื้นที่ดำเนินงานลง 30%

อมตะ ในฐานะผู้พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมสมบูรณ์แบบ ไม่ได้มองเพียงการขายที่ดินหรือให้เช่าพื้นที่โรงงานเท่านั้น แต่กำลังสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ครบวงจร ครอบคลุมโครง สร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ ระบบน้ำประปา ไฟฟ้า การศึกษา เทคโนโลยี พลังงานสะอาด ตลอดจนที่อยู่อาศัย โรงแรม และศูนย์บริการราชการเบ็ดเสร็จ (Government All-Service Center) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ปัจจุบัน โครงการของอมตะเป็นที่ตั้งของโรงงานและธุรกิจเชิงพาณิชย์มากกว่า 1,600 แห่ง มีแรงงานรวมกว่า 350,000 คน จากนักลงทุน 30 สัญชาติ รวมถึงบริษัทชั้นนำระดับโลกในกลุ่ม Fortune Global 500


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

อจน. พลิกโฉมงานวิศวกรรมสู่พื้นที่แห่งความสุข ชู “นนทบุรีโมเดล” ต้นแบบบำบัดน้ำเสียยุคใหม่ สนามบอล-อควาเรียมใต้ดิน ในไทย

อจน. พลิกโฉมงานวิศวกรรมสู่พื้นที่แห่งความสุข! ชู “นนทบุรีโมเดล”ทต้นแบบบำบัดน้ำเสียยุคใหม่ สนามบอล-อควาเรียมใต้ดิน ในไทย

วันที่ 12 มีนาคม 2569 : องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) กระทรวงมหาดไทย สร้างปรากฏ การณ์ใหม่ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เปิดตัว “นนทบุรีโมเดล” เปลี่ยนภาพจำระบบบำบัดน้ำเสียแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นทรัพยากรล้ำค่าและพื้นที่สันทนาการของชุมชน ภายใต้แนวคิด “น้ำสะอาด คือพื้นฐานของชีวิตที่ดี” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน

นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย นำคณะสื่อมวลชนเจาะลึกนวัตกรรมเชิงรุกในกิจกรรม “สื่อสัญจร : เปิดมุมมอง นวัตกรรมบำบัดน้ำเสีย” ณ พื้นที่อำเภอบางบัว ทอง จังหวัดนนทบุรี เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการก้าวข้ามขีดจำกัดด้านวิศวกรรม ไปสู่การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมีไฮไลท์สำคัญที่น่าทึ่ง 2 แห่ง ได้แก่

  1. สนามฟุตบอลบนบ่อบำบัด : เมื่อ “พื้นที่บำบัด” กลายเป็น “พื้นที่แห่งความสุข” ที่ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำเทศบาลเมืองบางคูรัด อจน. ได้เนรมิตนวัตกรรมที่ไม่มีใครคาดคิด :
    1. นวัตกรรมใต้ดิน : ออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กอยู่ใต้ดินทั้งหมด
    2. พื้นที่เอนกประสงค์ด้านบน : ใช้พื้นที่เหนือระบบบำบัดจัดทำเป็นสนามฟุตบอลและพื้นที่นันทนาการสำหรับชุมชน
    3. จุดเปลี่ยน : พลิกโฉมภาพลักษณ์จากโรงบำบัดน้ำเสียที่ผู้คนมักหลีกเลี่ยง ให้กลายเป็นจุดศูนย์รวมกิจกรรมที่สร้างรอยยิ้มและสุขภาพที่ดี
  2. Aquarium ใต้ดิน : นวัตกรรม Edutainment ส่องโลกน้ำใสแบบ Real-time ที่ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำเทศบาลเมืองลำโพ นำเสนอการเรียนรู้ที่มาพร้อมความบันเทิง :
    1. -พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (Aquarium) : ชมความสวยงามของสัตว์น้ำในสภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย
    2. -ผนังอะคริลิคใสไฮไลท์ : โชว์ “กระบวนการบำบัดน้ำเสีย” ของจริงแบบ Real-time ผ่านผนังใส เพื่อให้เห็นขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำเสียคืนสู่สภาพน้ำใสอย่างใกล้ชิด
    3. -การเรียนรู้คู่ความบันเทิง : ผสมผสาน Education และ Entertainment เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อปลูกจิตสำนึกรักษ์น้ำให้กับเยาวชนและประชาชน

“เราเชื่อว่าความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การบำบัดน้ำได้ตามมาตรฐาน แต่คือการทำให้ประชาชนเห็นคุณค่าของน้ำและอยู่ร่วมกับระบบสาธารณูปโภคได้อย่างมีความสุข”

อจน. พร้อมเดินหน้าเป็นองค์กรนวัตกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการจัดการน้ำเสียชุมชนให้เป็นรูปธรรม เพื่อส่งต่อโลกที่สะอาดและยั่งยืนให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ช้าง-บางจากฯ-ดิทโต้-จีพีพี” ผนึกกำลังเปิดฤดูกาล 2026 ก้าวสู่ปีที่ 5 “Chang-GENZ Golf Tour” รุกแผนสร้างทางลัดปั้นนักกอล์ฟเยาวชนไทยสู่ทำเนียบโปรระดับโลก

“ช้าง-บางจากฯ-ดิทโต้-จีพีพี” ผนึกกำลังเปิดฤดูกาล 2026 ก้าวสู่ปีที่ 5 “Chang-GENZ Golf Tour” รุกแผนสร้างทางลัดปั้นนักกอล์ฟเยาวชนไทยสู่ทำเนียบโปรระดับโลก

บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด ร่วมกับพันธมิตรหลัก นำโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง,บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน),บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท จี พี พี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมเดินหน้ายกระดับการพัฒนานักกอล์ฟเยาวชนอย่างเต็มรูปแบบ เปิดฉากดวลสวิงฤดูกาลใหม่ “ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” (Chang-GENZ Golf Tour 2026) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างระบบนิเวศการแข่งขันที่ยั่งยืน และเปิดเส้นทางลัดเพื่อช่วยผลักดันเยาวชนไทยให้ประสบความสำเร็จทั้งในระดับชาติและก้าวไกลสู่ระดับนานาชาติได้อย่างมืออาชีพในอนาคต

นายทศพล ศรีวรกุล ผู้จัดการวางแผนเชิงกลยุทธ์ บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด พร้อมด้วย นายภัทริศร์ ถนอมสิงห์ ผู้จัดการงานบริหารกิจกรรมโครงการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง,นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายประสงค์ สุดอำพัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวจัด ศึกกอล์ฟเยาวชน “ช้าง – เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” ที่ราชพฤกษ์ คลับ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569

นายทศพล ศรีวรกุล ผู้จัดการวางแผนเชิงกลยุทธ์ บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับปี 2026 GENZ มุ่งขับเคลื่อนความยั่งยืนตามเป้าหมาย SDGs โดยเน้นสองยุทธศาสตร์หลัก คือ การพัฒนาคนและการดูแลสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดว่า “สนามกอล์ฟคือห้องเรียน” เพื่อปลูกฝังทักษะกีฬา Sportsmanship และ Community ที่เข้มแข็ง ควบคู่กับกิจกรรม Green Activities และเป้าหมายการยกระดับทัวร์นาเมนต์สู่มาตรฐาน Carbon Neutral อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความเชื่อว่า ความสำเร็จในสนามต้องมาพร้อมความรับผิดชอบต่อโลก รวมทั้งการดำเนินงานของ GENZ ถูกออกแบบเป็น Ecosystem ที่ครบวงจรสำหรับนักกอล์ฟเยาวชน ครอบคลุม Tournament,Mind Training Camp,โอกาสแข่งขันต่างประเทศ และการสนับสนุนเยาวชน เพื่อพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งทักษะและทัศนคติ พร้อมมาตรฐานระดับสากลผ่านการรับรองคะแนน World Amateur Golf Ranking (WAGR) และ Junior Golf Scoreboard (JGS)
นายภัทริศร์ ถนอมสิงห์ ผู้จัดการงานบริหารกิจกรรมโครงการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง เปิดเผยว่า “กว่า 19 ปีที่ช้างมุ่งมั่นพัฒนากีฬากอล์ฟไทยแบบทั้งระบบ เพื่อสร้างความยั่งยืนและพัฒนาเยาวชนไทยสู่การแข่งขันระดับโลก สำหรับโครงการ Chang-GENZ Golf Tour ในปีที่ 5 นี้ ช้างยังคงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างรากฐานที่มั่นคงบนมาตรฐานระดับอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมให้น้องๆ ก่อนก้าวสู่การเป็นโปรกอล์ฟอาชีพที่มีคุณภาพ ดังเช่นความสำเร็จของ ‘โปรกัญจน์ เจริญกุล’ และ ‘โปรฟีเวอร์ นิติธร ทิพย์พงษ์’ ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตจากการมุ่งมั่นพัฒนานักกอล์ฟตั้งแต่ระดับเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง”

ด้าน นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บางจากฯ ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างสมดุลแห่งความยั่งยืน มุ่งพัฒนาเยาวชนผ่านหลากหลายโครงการอย่างต่อเนื่อง สำหรับกีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่สร้างสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลและการทำกิจกรรมกลางแจ้ง เสริมสร้างสมาธิ การคิด การตัดสินใจ และการควบคุมอารมณ์ของตนเอง ซึ่งเป็นทักษะที่เทคโนโลยีทดแทนไม่ได้ โดยบางจากฯ ได้สนับสนุนการแข่งขัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยในปีนี้ บางจากฯ ได้เพิ่มบทบาทการขับเคลื่อนด้าน climate action ผ่านการมอบทุนพัฒนาทักษะให้นักกอล์ฟเยาวชนรวม 12 ทุน และสนับสนุนให้ทุกการแข่งขันของ The GENZ เป็น Carbon Neutral Event หรือกิจกรรมที่มีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดย Carbon Markets Club ต่อยอดด้วยการชดเชยคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการเดินทางและใช้ชีวิตประจำวันของ ‘โปรเปียโน-อาภิชญา ยุบล’ ให้เป็นนักกีฬาไร้คาร์บอนของไทย เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์โลกให้กับนักกีฬารุ่นใหม่อีกด้วย”

นายประสงค์ สุดอำพัน จากดิทโต้ หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักได้นำแนวคิดการบริหารจัดการข้อมูล (Data Management) มาร่วมปรับใช้เพื่อสร้าง Growth Mindset ให้นักกีฬา ขณะที่ นายวินัย รอดจ่าย จาก จี พี พี อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมเป็น ‘ลมใต้ปีก’ สนับสนุนประสบ การณ์การแข่งขันในต่างประเทศเพื่อยกระดับทักษะชีวิตและฝีมือสู่สากล สำหรับปี 2026 “Chang-GENZ Golf Tour” ยังผนึกกำลังร่วมกันกับพาร์ทเนอร์ด้านนวัตกรรม ได้แก่ อุดมพานิช, อะเบ้าท์ กราส, อาดิดาส กอล์ฟ,Golfing Ground รวมถึงการนำนวัตกรรมฝึกจิตระดับโลกอย่าง “FlowCode” เข้ามาเสริมแกร่งด้านจิตใจอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อให้เยาวชนไทยมีความพร้อมรอบด้านทั้งร่างกายและจิตใจในการก้าวสู่เวทีสากลอย่าง PGA และ LPGA Tour

การแข่งขัน “Chang-GENZ Golf Tour 2026” ในฤดูกาลนี้จะจัดขึ้นรวมทั้งสิ้น 5 รายการ บน 5 สนามชั้นนำของประเทศไทย โดยนักกีฬาที่ทำคะแนนสะสมยอดเยี่ยมจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการพัฒนาฝีมือและโอกาสแข่งขันในระดับนานาชาติ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น ต่อไป

  • รายการที่ 1 “บางจาก โอเพ่น” วันที่ 27-29 มี.ค.2569 สนามเขาใหญ่ คันทรีคลับ จ.นครราชสีมา
  • รายการที่ 2 “บางจาก มาสเตอร์” วันที่ 18-19 เม.ย.2569 สนามกบินทร์บุรี สปอร์ต คลับ จ.ปราจีนบุรี
  • รายการที่ 3 “ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ” วันที่ 16-17 พ.ค.2569 สนามเทรเชอร์ ฮิลล์ กอล์ฟ คลับ จ.ชลบุรี รายการที่ 4 “ช้าง แชมเปี้ยนชิพ” วันที่ 14-16 ส.ค.2569 สนามเลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ จ.เพชรบุรี รายการที่ 5 “บางจาก แชมเปี้ยน คัพ” วันที่ 11-13 ก.ย.2569 สนามแรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ จ.นครราชสีมา

ผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถติดตามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้ที่ LINE Official : @genzgolf หรือ โทร.065-6962229


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

Intelligent Asia Thailand 2026 เปิดศักราชใหม่ของการผลิตอัจฉริยะและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมต่อไทยสู่การแข่งขันระดับสากล

Intelligent Asia Thailand 2026 เปิดศักราชใหม่ของการผลิตอัจฉริยะและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมต่อไทยสู่การแข่งขันระดับสากล

กรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 — Intelligent Asia Thailand 2026 แพลตฟอร์ม B2B ชั้นนำด้านการผลิต PCB และเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลับมาอีกครั้งเพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตของประเทศไทย และเชื่อมต่อภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การแข่งขันในตลาดโลก สอดรับกับการเติบโตของการลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาค

งาน Intelligent Asia Thailand 2026 จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Yorkers Trade & Marketing Service Co., Ltd., Messe Frankfurt (HK) Ltd, Taiwan Branch และ GMTX Company Limited โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ได้รับเกียรติจาก คุณปรนนท์ ฐิตะวรรโณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิด

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการผลิตอัจฉริยะของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาคอุตสาหกรรมมีมูลค่าสูงถึง 324,000 ล้านบาท (ประมาณ 10,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อนหน้า แม้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ประเทศได้แสดงศักยภาพที่โดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐานและทักษะภาคการผลิตที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ Intelligent Asia Thailand 2026 กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงผู้มีบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรม และเปิดโอกาสใหม่ให้กับภาคการผลิตไทย

ภายในงานประกอบด้วยสองโปรไฟล์หลัก ได้แก่ PCB Thailand ซึ่งนำเสนอเทคโนโลยีและซัพพลายเชนสำหรับการผลิต PCB และ Automation Thailand ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ยุค Industry 4.0 อย่างยั่งยืน งานจัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ในฮอลล์ EH98 ของ BITEC โดยมี Exhibitors มากกว่า 310 รายจากทั่วโลก นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันล้ำสมัยสู่ภาคการผลิตไทย

การเดินทางครั้งใหม่ของอุตสาหกรรมไทยสู่การผลิต “มูลค่าสูง”

ประเทศไทยกำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างอุตสาหกรรม จากการผลิตแบบดั้งเดิมสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันทางการค้าที่ทวีความเข้มข้น

ขณะเดียวกัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นภูมิภาคที่มีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก เกิดการลงทุนจำนวนมหาศาลและสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อภูมิทัศน์การผลิตของภูมิภาค โดยประเทศไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 600,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2023–2025 ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูงมีสัดส่วนมากที่สุด

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งขนาดของโอกาส และทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต

คุณวรวรรณ นรสุชา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุน 2 รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า 

“ปี 2026 เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เมื่อห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดย BOI มุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนทั้งด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี

ภายใต้ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและระบบอัตโนมัติถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ พร้อมสนับสนุนผู้พัฒนาระบบอัตโนมัติและผู้เชี่ยวชาญด้าน System Integration ที่ลงทุนด้านวิศวกรรม การออกแบบระบบ และการบูรณาการเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันสร้างโรงงานแห่งอนาคตในประเทศไทย”

ในอีกด้านหนึ่ง การเร่งพัฒนาซัพพลายเชนภายในประเทศให้แข็งแกร่ง ถือเป็นภารกิจสำคัญเพื่อรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น คุณธีระ กิตติธีรพรชัย CEO ของ GMTX Company Limited หนึ่งในผู้จัดงาน กล่าวว่า

“ในปี 2025 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีมูลค่าสูงถึง 1.87 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลขสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การลงทุนของประเทศไทย โดยการลงทุนจำนวนมากกำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น Electronics, Semiconductor, EV และ Data Center

เฉพาะอุตสาหกรรม PCB เพียงอย่างเดียว ตั้งแต่ปี 2022 ถึงกลางปี 2025 มีโครงการลงทุนมากกว่า 180 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านบาท ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิต PCB อันดับหนึ่งของอาเซียน และกำลังก้าวสู่ Top 5 ของโลก

คำถามสำคัญคือ เมื่อโรงงานใหม่กำลังเกิดขึ้น ซัพพลายเชนใหม่กำลังก่อตัว ผู้ผลิตไทยพร้อมหรือยัง เพราะการแข่งขันในโลกอุตสาหกรรมปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ต้นทุนแรงงานอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิต ความแม่นยำ ความเร็ว และการใช้เทคโนโลยี”

สมการอุตสาหกรรมยุคใหม่ ‘เมื่อเทคโนโลยีและแรงงานต้องเติบโตไปด้วยกัน’

อุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การขาดแคลนทรัพยากร และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ทำให้แรงงานในภาคการผลิตลดลง

ในบริบทใหม่นี้ เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติไม่ได้มีบทบาทเพียงเพื่อทดแทนแรงงาน แต่ต้องทำงานร่วมกับบุคลากรที่มีทักษะสูง เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการผลิต

คุณ Sylke Schulz-Metzner รองประธาน SPS, Mesago Messe Frankfurt กล่าวว่า

“เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก ‘ระบบอัตโนมัติ’ ไปสู่ ‘การผลิตอัจฉริยะ’ ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในปัจจุบันขึ้นอยู่กับการใช้ข้อมูล AI อุตสาหกรรม และการเชื่อมต่อระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของการผลิต

SPS มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรม พร้อมสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับโรงงานอัจฉริยะในอนาคต”

ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน Intelligent Asia Thailand 2026 ผู้เข้าร่วมงานจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติผ่านเวที SPS Stage Bangkok และ PCB Stage รวมถึงกิจกรรมเสวนาพิเศษหัวข้อ ‘กลยุทธ์เชิงรุกภาคการผลิตไทย: ทำอย่างไรจึงจะขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาคก่อนสายเกินไป’

แพลตฟอร์มเชื่อมต่ออุตสาหกรรมมูลค่าสูงของไทยสู่ตลาดโลก

Intelligent Asia Thailand 2026 เป็นเวทีเชิงกลยุทธ์สำหรับการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ โดย คุณ Akai Lin, Overseas Director, Chan Chao International Enterprise Group กล่าวถึงแนวคิดของการจัดงานว่า

“เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งของการเปลี่ยนแปลงในภาคการผลิตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Intelligent Asia Thailand จึงทำหน้าที่เป็นประตูสำคัญที่เชื่อมต่อผู้ประกอบการกับโอกาสใหม่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยการจัดงานในครั้งนี้ให้ความสำคัญกับสองเสาหลัก ได้แก่ PCB Thailand และ Automation Thailand ซึ่งเป็นจุดบรรจบของการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่กำลังหลอมรวมกันเป็นโครงสร้างสำคัญของอุตสาหกรรมยุคใหม่”

ในขณะเดียวกัน คุณปรนนท์ ฐิตะวรรโณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงบทบาทของการจัดงานในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยว่า

“Intelligent Asia Thailand 2026 เป็นการผสานกันของสองโปรไฟล์สำคัญ ได้แก่ Automation และ PCB ซึ่งนำเสนอทั้งเทคโนโลยีและซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมมูลค่าสูงยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วน หัวใจสำคัญของงานคือการบูรณาการระหว่างอุตสาหกรรม PCB และเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงในอนาคต

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพร้อมสนับสนุนการพัฒนาและการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนจากหลากหลายอุตสาหกรรม ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในระยะยาว”

Intelligent Asia Thailand 2026 ถูกออกแบบให้เป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดยผสานเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม PCB

ภายในงานยังมี Zhejiang Pavilion และ Taiwan Pavilion ที่นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันการผลิตจากผู้ประกอบการชั้นนำ รวมถึงกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมต่อผู้ประกอบการไทยกับเจ้าของเทคโนโลยีระดับสากล

ประตูสู่โอกาสของอุตสาหกรรมการผลิตยุคใหม่

Intelligent Asia Thailand 2026 เปิดพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการ นักอุตสาหกรรม และนักลงทุน ที่กำลังมองหาเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ ข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรม และพันธมิตรระดับสากล

งานจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 11–13 มีนาคม 2569 ณ Hall 98 BITEC กรุงเทพฯ

ลงทะเบียนฟรีเพื่อเข้าชมงาน
https://intelligentasia-thailand.chanchao.com.tw/


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน