สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 ประชุมโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 3

ประจวบคีรีขันธ์ – สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 ประชุมโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ที่บ้านกลางอ่าวบีช รีสอร์ท ตำบลรงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบดีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการประชุม โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 3 ปรับปรุงช่วงที่ 1 ( พ.ศ. 2566 – 2580 ) ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 โดยมี นายธันยา จรูญสมาธิศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ (สทนช.2) นายอรรถพล ชำนาญเวชกิจ ผู้จัดการโครงการฯ พร้อม ผู้บริหารท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำพื้นที่ และ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมร่วมรับความคิดเห็น

โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566-2580) ทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบ คีรีขันธ์ เพื่อรับมือกับความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของภาคส่วนต่างๆ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2580)

โครงการนี้มุ่งเน้นการยกระดับแผนแม่บทเดิมให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยนำกระบวนการ การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment, SEA) มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่สมดุลและสอดคล้องกับศักยภาพที่แท้จริงของพื้นที่

วัตถุประสงค์หลักของโครงการทบทวนและปรับปรุงรายงาน SEA ให้เป็นปัจจุบันเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ จัดทำเผนแม่บทลุ่มน้ำโดยพัฒนาแผนงานที่สอดคล้องกับแผนแม่บท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีของประเทศ บูรณาการทุกมิติ วางแผนงานครอบคลุมทั้งการจัดหา การจัดสรรน้ำการบรรเทาอุทกภัย-ภัยแล้ง และ การฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมเสนอแนะ และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อให้แผนแม่บทเป็นที่ยอมรับ และนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง

สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ มีลักษณะเฉพาะที่เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลสลับกับเทือกเขาสูงทางก็ตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 13,371 ตารางกิโลเมตร ในเขต 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และบางส่วนของจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรี และจังหวัดชุมพร สถานการณ์ด้านทรัพยากรน้ำ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตอับฝน มีปริมาณน้ำต้นทุนจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น มักเกิดจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงมรสุม (เดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน) พบปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็มบริเวณปากแม่น้ำ ซึ่งกระทบต่อการเกษตรและการประมง


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

มะพร้าวน้ำหอม ราคาตกต่ำเจ้าของสวนวอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำมันปุ๋ยยาแพง

สุพรรณบุรี – ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำเป็นประวัติการณ์ เกษตรกรเจ้าของสวนได้รับผลกระทบผลผลิตขายไม่ออกต้องตัดทิ้งบางรายถึงขั้นขนขึ้นบรรทุกไปทิ้งกลางถนน

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่ สวนมะพร้าวเดอะฟอร์เรสท์ฟาร์ม ตำบลจระเข้ใหญ่ อำเภอบาง ปลาม้า เนื้อที่ 80 ไร่ และที่ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เนื้อที่ 120 ไร่ที่กำลังออกผลผลิตเกือบเต็มพื้นที่ มีคนงานกำลังรดน้ำดูแล บางส่วนกำลังตัดลำเลียงมะพร้าวอยู่ในร่องสวนมะพร้าวส่วนมากกองอยู่โคนต้นมะพร้าวบนร่องสวน

นายธีรพงษ์ หลงหา อายุ 34 ปีเจ้าของสวนมะพร้าว กล่าวว่า ตนเรียนจบวิศวกร จากมหา วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นนักเดินเรือ พาณิชย์นาวีเดินเรืออยู่ต่างประเทศ พอทำไปได้ระยะหนึ่งก็รู้สึกอิ่มตัว ก็คิดทำธุรกิจที่เป็นของตัวเอง ระหว่างนั้นก็คิดได้ว่าที่บ้านมีพื้นที่นาอยู่หลายไร่ จึงคิดว่าเราน่าจะทำอาชีพเกษตรเพราะคิดว่าอาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่มั่นคง กระทั่ง 4-5 ปี ที่ผ่านมาตัดสินใจจึงผันตัวเป็นเกษตรกร มาทำสวนมะพร้าวน้ำหอม แต่มาวันนี้ได้รับผลกระทบเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากราคามะพร้าวน้ำหอม ไม่ได้เป็นอย่างที่ตนวาดหวังเอาไว้ตอนนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำมาก จากเมื่อ2 ปีที่แล้วเคยขายมะพร้าวน้ำหอมได้ในราคาลูกละ 30 กว่าบาทแต่มาวันนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมเหลือเพียงลูกละ 3-5 บาท

จากเหตุการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำทำให้ตนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะค่าน้ำมัน ค่าแรงงาน ค่าปุ๋ย ค่ายา เนื่องด้วยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเพราะสวนเราไม่ได้ออกแบบระบบสปริงเกอร์ เราใช้เรือในการรดน้ำ เราต้องใช้น้ำมัน ทำให้เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายขึ้นมาอีกตนก็รู้สึกหวั่นๆอยู่เหมือนกันว่าจะไปในทิศทางไหนดีมันเดินไปยากมาก ที่สวนของตนเป็นสวนเกษตรแบบอินทรีย์ เคมี ใช้ทั้ง 2 อย่างเพราะถ้าใช้เคมีอย่างเดียวถึงแม้จะได้ผลผลิตดีแต่ค่าใช้จ่ายสูง คุณภาพของสวนจะไม่ดี เช่นค่าใช้จ่ายสูง ดินถ้าใช้ปุ๋ยบ่อยๆจะแข็งกระด้าง ตนจึงใช้วิธีผสมกันทั้งอินทรีย์และเคมี เช่นมูลไก่แกลบ ใส่ปุ๋ยหมักที่ทำจากเศษผักผลไม้ จากโรงงานที่มีการตัดแต่งเอามาหมักทำปุ๋ยแล้วเอามาใส่ที่สวน นอกจากนี้ยังได้ชีวภัณฑ์จากเกษตรตำบล มีพี่เลี้ยงเกษตรตำบล มีมหาลัยที่เข้ามาช่วยดูแลสนับสนุนเรา เกี่ยวกับเกษตรภัณฑ์ เคมีภัณฑ์

ที่ผ่านมาตนเอามะพร้าวที่ตกเกรด ตกไซส์ มาแปรรูป ผ่าเอาเนื้อ เอาน้ำมาทำน้ำมะพร้าว ส่งขายเสริมจากขายผลสด แต่ ตอนนี้ตนต้องช่วยเหลือเองเอาทั้งมะพร้าวตกเกรด มะพร้าวคัดเกรดคุณภาพดี ส่งโรงงาน มาแปรรูป ทำน้ำมะพร้าวขายเพราะราคาตกต่ำ ขายไม่ออกไม่คนรับซื้อ โดยปกติช่วงนี้ราคามะพร้าวต้องสูง เพราะอยู่ในช่วงฤดูร้อนมะพร้าวจะขาดคอ เราต้องใช้เครื่องฉีดพ่นน้ำซึ่งต้องใช้น้ำมันเพื่อให้มีความชื้นมากขึ้นเพื่อให้ผลผลิตออก แต่มาวันนี้ราคาน้ำมันก็สูงขึ้น ส่วนสาเหตุที่ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำน่าจะเกิดจากการแทรกแซงของพ่อค้านายทุนจากจีน จึงอยากฝากถึงรัฐบาลให้ช่วยเหลือเกษตรกร เร่งแก้ปัญหาราคาผล ผลิต ราคาน้ำมัน ปุ๋ย ยา ที่แพงขึ้นมาก เพราะพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนาชาวสวน ต้องใช้ น้ำมัน ปุ๋ย ยา เป็นหลัก

สำหรับมะพร้าวที่สวนของตนได้รับมาตรฐาน GAP โดยการใช้สารเคมีน้อยลงใช้อินทรีย์มากขึ้น เพราะที่บ้านมีโรงงานตัดแต่งผักและผลไม้ ซึ่งตนก็นำเอาเศษผักผลไม้เหล่านั้นมาทำปุ๋ยหมักเพื่อนำกลับมาใช้ในสวน ดังนั้นมะพร้าวในสวนของเราคุณลูกค้ามั่นใจได้ว่า ปลอดภัย รสชาติหวานอร่อย เพราะตนก็ทานอยู่ประจำ


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

นายก “นาตาลี” ลุยงานทันที หลังเข้ารับตำแหน่ง นายกเทศบาลตำบลทับสะแก ช่วยชาวบ้านประสบปัญหาน้ำอุปโภค ท่ามกลางอากาศร้อนจัด

ประจวบคีรีขันธ์ – นายก “นาตาลี” ลุยงานทันที หลังเข้ารับตำแหน่ง นายกเทศบาลตำบลทับสะแก ช่วยชาวบ้านประสบปัญหาน้ำอุปโภค ท่ามกลางอากาศร้อนจัด

วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายสุทิน ตั้งเขาทอง รองนายกเทศบาลฯ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รับฟังปัญหา จากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภค และสำรวจ หาแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยมีผู้ประสบปัญหาน้ำอุปโภค จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้แต่ หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ในเขตเทศบาล โดยนำรถน้ำออกให้บริการชาวบ้าน ท่ามกลางอากาศร้อนจัด

สำหรับ นางสาวปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก เป็นนายกหญิงคนแรกของเทศบาลตำบลทับสะแก ได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลตำบลทับสะแก เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 14 ) พ.ศ.2562 มาตรา 48 ทศ วรรคแรก กำหนดว่า ก่อนนายกเทศมนตรีเข้ารับหน้าที่ให้ประธานสภาเทศบาลเรียกประชุมสภาเทศบาลเพื่อให้นายกเทศมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาล โดยไม่มีการลงมติ ทั้งนี้ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ประกาศผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลทับสะแก (ชั้น 2 )


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

สาธุชน ร่วมอัญเชิญพระทีฆะทัสสีมุนีนาถ พระประธาน ประดิษฐานภายในอุโบสถวัดหนองยาว

สุพรรณบุรี – วัดหนองยาว ตำบลห้วยขมิ้นจัดพิธีอัญเชิญชัก “พระทีฆะทัสสีมุนีนาถ” พระประธานประดิษฐานภายในอุโบสถ หลวงพ่อเจ้าอาวาสมอบทุนการศึกษาให้นักเรียน จำนวน 41 โรงเรียน จำนวน 143 ทุน รวม 71,500 บาท แล้วยังแจกไข่ให้นักเรียนและชาวบ้านที่มาร่วมงานคนละ 30 ฟอง รวม 10,000 ฟอง

ที่วัดหนองยาว ต.ห้วยขมิ้น อ.ด่านช้าง พระครูสุตาภิวัฒน์ (หลวงพ่อมหาเหวียง) เจ้าอาวาสวัดหนองยาว พร้อมด้วยคณะกรรมการวัดหนองยาว ข้าราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน สาธุชนผู้ใจบุญ ร่วมกันประกอบพิธี อัญเชิญชัก “พระทีฆะทัสสีมุนีนาถ” พระประธานประดิษฐานภายในอุโบสถวัดหนองยาว เนื่องจากทางวัดได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถรุดหน้าไปกว่าร้อยละ 75 โดยมุงหลังคาและจัดสร้างฐานพระประธานเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงได้จัดพิธีอัญเชิญชัก “พระทีฆะทัสสีมุนีนาถ” พระประธาน ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก 69 นิ้ว อัญเชิญเข้าประดิษฐาน ภายในพระอุโบสถ เพื่อเป็นมหามงคล พร้อมกับจุดประทัดเบิกฤกษ์เบิกชัย จำนวน 10,000 นัด

ผู้ร่วมบุญต่างลุ้นเลขหางประทัด เบิกฤกษ์ ซึ่ง ได้เลข 520, 81,3627 นอกจากนี้ยังมีเลขทะเบียนรถเครนที่มายกพระประธาน 86, 3939, 70, 6777 ตัวเลขดังกล่าวต่างนำเอาไปเสี่ยงโชคกันในงวดนี้ ในการนี้พระครูสุตาภิวัฒน์ (หลวงพ่อมหาเหวียง) เจ้าอาวาสวัดหนองยาว ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน จำนวน 41 โรงเรียน ทุนละ 500 บาท รวม 143 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 71,500 บาท และแจกไข่ไก่ให้กับนักเรียนและชาวบ้านที่มาร่วมงานคนละ 1 แผงหรือคนละ 30 ฟอง รวมทั้งหมดจำนวน 10,000 ฟอง


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

สาธุชนกว่า 5,000 แห่ร่วมพิธีบวงสรวงปลุกเสกท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ

สุพรรณบุรี – ส่องเลขเด็ด พิธีบวงสรวง ปลุกเสกท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ สวดภาณยักษ์ ผู้ร่วมพิธีทั้งชายหญิงออกอาการของขึ้น ท่าทางเหมือนยักษ์ ส่งเสียงคำราม บางคนนั่งสั่น สาธุชนจากทั่วสารทิศรวมกว่า 5,000 คน เข้าร่วมพิธี

ที่วัดเดิมบาง (หรือวัดคงคาราม) ต.เดิมบาง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เจ้าตำรับ “ท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ” องค์แรกในประเทศ พระครูบาวชิริล ประกอบพิธีอัญเชิญองค์พระนารายณ์ทรวครุฑ ให้สาธุชนได้ร่วมกันสวดมนต์ขอพร เปิดดวงรับทรัพย์ เปิดทรัพย์เศรษฐี และประกอบพิธีพุทธา-เทวาภิเษก ผู้ร่วมพิธีจุดธูปยักษ์ที่หน้า “ท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ” พร้อมสวดภาณยักษ์ มีสาธุชนจากทั่วสารทิศรวมกว่า 5,000 คน เข้าร่วมพิธี

โดยมีการตั้งเครื่องบวงสรวง ที่หน้าลานท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ พระครูสุวรรณปุญญารักษ์ เจ้าอาวาสวัดเดิมบาง พร้อมด้วยพระครูบาวชิริล จุดธูปเทียนประกอบพิธีบวงสรวง และได้ทำการอธิษฐานจิตปลุกเสก รูปหล่อท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ ขนาดบูชา เนื้อนิลโภค ทรัพย์ จำนวน 2,569 ตน เพื่อให้ผู้ที่ศรัทธาได้ร่วมบุญบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล และมีนาง รำมารำถวาย “ท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำ”

จากนั้นได้มีพิธีสวดภาณยักษ์ใหญ่ ตำรับยักษ์หน้าทองคำ เปิดทรัพย์เศรษฐี จัดขึ้นในรอบ 3 ปี ระหว่างประกอบพิธีกรรมอยู่นั้น ปรากฏว่ามีคนอาการเหมือนของขึ้น ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง แต่ละคนต่างออกอาการท่าทางเหมือนยักษ์ ส่งเสียงคำราม บางคนนั่งสั่น เชื่อว่าเทพที่มีในตนของผู้เข้าร่วมพิธีมารับรู้

สำหรับการที่ได้มาร่วมพิธีสวดภาณยักษ์ มีความเชื่อกันว่า เป็นการเสริมสิริมงคล ขจัดปัดเป่าสิ่งอัปมงคล ให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธี จากนั้นพระครูบาวชิริล ได้อัญเชิญไม้ครูเทวดาลงจุลเจิมศีรษะ เคาะกระเป๋าสตางค์เปิดทรัพย์ แก่ผู้ร่วมพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคล และมีโชคลาภ แต่ที่ไม่พลาดคือ เลขธูปมงคล ที่จุดตอนพิธีบวงสรวง ปรากฏได้เลข 558 ผู้ร่วมพิธีต่างนำเอาไปเสี่ยงโชคกันในงวดนี้


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

อบต.นาหูกวาง เตรียมจัดงานสงกรานต์ “นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี” (Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

ประจวบคีรีขันธ์ – อบต.นาหูกวาง เตรียมจัดงานสงกรานต์ “นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี” (Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่บริเวณชายหาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงาน “นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี “(Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy) โดยมี นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอิษฎา เสาวรส ผอ.ททท.สำนักงาน จ.ประจวบคีรี ขันธ์ นายชัยนรินทร์ นิลธนาเกียรติ นายวสุ โชคกิจการ นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายกอบต.นาหูกวาง พร้อม คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานอบต.แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

ภายใต้แนวคิดการเนรมิตพื้นที่ชายหาดให้กลายเป็นโลกแห่งแสงไฟยามค่ำคืน ผสมผสานศิลปะแสง สี เสียง กับอัตลักษณ์ท้องถิ่นและวัสดุรีไซเคิล สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ปลุกชีวิตใหม่ให้หาดแหลมกุ่ม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 14 – 15 เมษายน 2569 ณ หาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประระจวบคีรีขันธ์

ภายในงาน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศ “โลกใต้ท้องทะเลแห่งแสงสี” ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้มีความโดดเด่น แปลกใหม่ และมีชีวิตชีวา พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ไฮไลท์กิจกรรมภายในงาน 1. อุโมงค์ไฟสุดตระการตา (Light Tunnel) เปิดประสบการณ์แรกแห่งความประทับใจ ด้วยอุโมงค์ไฟ “THE DEEP BLUE PORTAL” ที่จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งแสงสีสุดแฟนตาซี 2. จุดถ่ายภาพเรืองแสง (Glowing Reef )ประติมากรรมแสงรูปสัตว์ทะเล ปะการัง และงานศิลปะ UV Glow สุดอลังการ จุดเช็คอินห้ามพลาด 3.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ (Exhibition) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และฉายภาพยนต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร, พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่ 4. ตลาดชุมชน SEA-CRET MARKET รวมของดี ของเด่น อาหารทะเลสดใหม่ อาหารพื้นบ้าน และสินค้า OTOP จากชุมชน 5.เวทีการแสดง PEARL STAGE ชมพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ พร้อมการแสดงดนตรี โชว์แสงไฟ และการแสดงสร้างสรรค์ในบรรยากาศริมทะเล เชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ เทศกาลแสงสีริมทะเลสุดตระการตา



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร และปัจฉิมนิเทศ นร.ระดับชั้น ม. 6 ประจำปีการศึกษา 2568

อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนีย บัตร และปัจฉิมนิเทศ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2568

ที่หอประชุม 100 ปี โรงเรียนราชินีบูรณะ (เทพผดุงพร) นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 5 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร และปัจฉิมนิเทศ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประ จำปีการศึกษา 2568 โดยมีว่าที่ร้อยตรีมนต์เมืองใต้ รอดอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม กล่าวรายงาน ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนที่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมพิธี

ภายหลังประธานในพิธีได้มอบประกาศนียบัตรให้แก่นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 523 คน เรียบร้อยแล้ว ตัวแทนนักเรียนได้กล่าวแสดงความรู้สึก จากนั้นนักเรียนทุกคนร่วมกันสวดฉันท์นมัสการอาจริยคุณเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณต่อคุณครูโดยพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 5 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานในพิธี ได้กล่าวแสดงความชื่นชมต่อความสำเร็จ ซึ่งเป็นผลตอบแทนความวิริยะอุตสาหะอันยาวนานตลอดมาของนักเรียน และในปีการศึกษานี้มีนักเรียนผ่านการคัดเลือก เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา รอบที่ 1 (Portfolio) ได้แล้วจำนวน 248 คน ย่อมเป็นการแสดงให้ถึงความสำเร็จของนักเรียน ซึ่งนำความภาคภูมิใจมาสู่ครูและสถานศึกษา และขอให้นักเรียนประสบความสำเร็จในโอกาสต่อๆ ไป

นอกจากนี้นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 5 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดงานเลี้ยงเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จให้แก่นักเรียน รวมทั้งคณะครูและผู้บริหารอีกด้วย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ชาวบ้านร้องตรวจสอบกองเปลือกมะพร้าว หลังด้วงระบาดทำมะพร้าวตายกว่า 200 ต้น

ราชบุรี – ชาวบ้านร้องตรวจสอบกองเปลือกมะพร้าว หลังด้วงระบาดทำมะพร้าวตายกว่า 200 ต้น

ในวันนี้ (30 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในหมู่ 3 ต.โคกหม้อ  อ.เมือง  จ.ราชบุรี  ว่าขณะนี้ด้วงมะพร้าวระบาดหนักกัดกินต้นมะพร้าวที่ปลูกไว้ตายไปแล้วกว่า 200 ต้น  ซึ่งเชื่อว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากกองเปลือกและต้นมะพร้าวที่มีการนำมาทิ้งจนกองเป็นภู เขาใกล้กับสวนของชาวบ้าน   จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบชาวสวนสองคนที่เป็นตัวแทนชาวบ้านได้นำผู้สื่อข่าวเข้าไปดูในสวนมะพร้าวที่กำลังถูกตัวด้วงเข้าไปกัดกินยอดจนยืนต้นตายไปจำนวนมาก  และใกล้กับสวนมะพร้าวพบว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลที่มีการเปิดให้นำเปลือกมะพร้าวที่ได้ทำการแปรรูปแล้ว และต้นมะพร้าวที่ถูกตัดนำมาทิ้งที่บริเวณนี้จนกองเป็นภูเขาสูง  ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าตัวด้วงที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้นั้นมาจากกองเปลือกและต้นมะพร้าว   จนชาวบ้านต้องนำตาข่ายไปล้อมรอบสวนเพื่อที่จะดักตัวด้วงและพบว่ามีตัวด้วงบินมาติดหลายร้อยตัว 

โดยชาวบ้านบอกว่า ในพื้นที่ในตำบลโคกหม้อนี้มีการปลูกมะพร้าวกันมากกว่า 80 เปอร์ เซนต์  ปลูกกันมาหลายสิบปี ที่ผ่านมาไม่เคยมีตัวด้วงระบาด  แต่เมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมามีการเปิดพื้นที่ให้นำเปลือกและต้นมะพร้าวมาทิ้ง  ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ด้วงระบาดเพราะด้วงอาจจะติดมากับต้นที่นำมาทิ้งและเมื่อช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา  มีความชื้นสะสมซึ่งทำให้ด้วงแพร่พันธุ์เร็ว  เมื่อด้วงเข้ามากัดกินยอดอ่อนของมะพร้าวก็จะทำให้คอหักและยืนต้นตายไป  ซึ่งขณะนี้มีต้นมะพร้าวตายไปแล้วมากกว่า 200 ต้น  รัศมีประมาณ 10 กิโลเมตร ในช่วง 2-3 เดือน และในช่วงนี้ราคามะพร้าวก็ตกต่ำแต่ยังมาถูกด้วงซื้อเติมเข้าไปอีก  เคยไปแจ้งทางผู้ประกอบการแต่ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่สามารถพิจสูจน์ได้ว่าด้วงมาจากกองเปลือกมะพร้าว  

ที่ผ่านมาก็แจ้งไปยังทางเทศบาลตำบลหลักเมือง  ซึ่งเป็นท้องถิ่นที่ดุแลพื้นที่นี้ก็ยังไม่มีใครที่จะเป็นผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน  และช่ไรไม่ได้มากแค่ให้คำแนะนำในการป้องกันตัวด้วงเท่านั้นแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย   ชาวบ้านก็เลยต้องช่วยตัวเองด้วยการนำตาข่ายมาดักตัวด้วงซึ่งก็จะบินมาติดวันละหลายร้อยตัว  นำสารเคมีที่ด้วงไม่ชอบมาไล่  แต่ก๋ยังไม่ได้ผลเพราะปริมาณของตัวด้วงมีมากและเชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นทุกวัน  เพราะในกองเปลือกมะพร้าวมีความชื้นพอดี  และเริ่มจะระบาดเป็นวงกว้างมากขึ้น  ก็อยากจะวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้  และยังมีเรื่องของกลิ่นที่มารบกวนเพราะน้ำมะพร้าวที่ออกมาจากเปลือกมะพร้าวก็เกิดการเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น  และหากไหลลงคลองก็จะทำให้เกิดมลพิษได้


สายชลี ราชบุรี รายงาน

จังหวัดนครปฐม บูรณาการทุกภาคส่วน จับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ภายใต้ปฏิบัติการ พิทักษ์นครปฐม ทลายเครือข่ายยาเสพติด

จังหวัดนครปฐม บูรณาการทุกภาคส่วน จับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ภายใต้ปฏิบัติการ พิทักษ์นครปฐม ทลายเครือข่ายยาเสพติด

วันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุม ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ปลัดจังหวัดนครปฐม และรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ภายใต้ปฏิบัติการ พิทักษ์นครปฐม ทลายเครือข่ายยาเสพติด โดยเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรบางเลน ร่วมกับ ฝ่ายปกครองอำเภอบางเลน ลงพื้นที่ตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด ในพื้นที่ตำบลลำพญา พร้อมของกลางยาบ้า 882,102 เม็ด, เคตามีน 6.43 กรัม, โทรศัพท์มือถือ และรถยนต์ อีกทั้งยึดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบ ได้แก่ รถยนต์กระบะ 1 คัน, บัตร ATM และคันเบ็ด 17 คัน รวมมูลค่าทรัพย์สิน 3,300,000 บาท และออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการจำหน่ายยาเสพติดเพิ่มเติมอีก 1 ราย

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จากปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจัง ซึ่งปัญหายาเสพติดถือเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานร่วมกันแก้ไขอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐมยังคงเดินหน้าดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม และฟื้นฟู เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในภาครัฐ และลดผลกระทบต่อครอบครัว เด็ก และเยาวชน ซึ่งเป็นหนึ่งประเด็นปัญหาที่ประชาชนอยากให้มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

พลตำรวจตรี พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมกับจังหวัดนครปฐม และสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 7 ได้บูรณาการกำลังทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

จากการดำเนินการภายใต้ปฏิบัติการ “พิทักษ์นครปฐม ทลายเครือข่ายยาเสพติด” ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 28 มีนาคม 2569 สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้รวมทั้งสิ้น 1,899 ราย ผู้ต้องหา 1,918 คน โดยมีของกลางสำคัญ ได้แก่ ยาบ้ากว่า 1.59 ล้านเม็ด ไอซ์ 6.57 กิโลกรัม เฮโรอีน 39.93 กรัม เคตามีน 209.04 กรัม และยาอี 392 เม็ด พร้อมทั้งสามารถยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องได้มูลค่ากว่า 63 ล้านบาท โดยในช่วงการระดมกวาดล้างระหว่างวันที่ 23 – 27 มีนาคม 2569 เพียง 5 วัน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 126 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมาก และยึดทรัพย์สินได้กว่า 4.4 ล้านบาท ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสยาเสพติด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม – ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู๋สื่สื่อข่าว นครปฐม

ตำรวจทางหลวงอู่ทอง ตามจับอดีตเซลล์ ผู้ต้องหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น

สุพรรณบุรี – เจ้าหน้าที่ ตำรวจทางหลวงอู่ทองตามรวบเทน กระจันเซลล์ หนุ่มโหด ก่อเหตุใช้มีดฟันหัว หัวหน้างาน หวิดดับ หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอยู่จังหวัดชลบุรี สุดท้ายกลับมาตายรัง ตำรวจสืบทราบตามจับคาบ้าน

วันที่ 30 มีนาคม 2569 พ.ต.ต.กฤษฎา พ่วงปาน สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้สั่งการให้ ด.ต.อาทิตย์ พูลโพธิ์ทอง หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงอู่ทอง, ด.ต.โสภณ ตะพัง, จ.ส.ต.รชานนท์ คล้ายทอง, จ.ส.ต.ปฏิพล ประสพกาญจน์ ผบ.หมู่ ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล.กวดขันจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายทุกประเภท ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเข้มงวด ต่อมา ด.ต.อาทิตย์ พูลโพธิ์ทอง หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงอู่ทอง สืบทราบว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหนองคาย กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันพยาพยามฆ่าผู้อื่น” ได้หลบหนีเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 1 ตำบลกระจัน อำเภออู่ทอง ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ ก่อนนำกำลังพร้อมหมายจับของศาลจังหวัดหนองคาย เข้าตรวจสอบ

เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมและเรียกให้นายอุเทน หรือเทนฯ ออกมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อนายอุเทน เห็นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายยืนอยู่ จึงได้ออกมาพบและพุดคุย สอบถามนายอุเทน รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับหมายจับจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับของศาลจังหวัดหนองคาย ให้นายอุเทน ดูและอ่านด้วยตัวเอง

สอบถามนายอุเทน หรือเทนฯ เล่าว่าเมื่อปี พ.ศ.2565 ขณะนั้นตนมีอาชีพเป็นเซลล์ขายสินค้าอยู่ที่ จังหวัดหนองคาย ตนถูกกดดันจากหัวหน้างานในเรื่องการทำงานอย่างหนัก ส่งผลให้ตนเกิดความเครียดสะสมมานาน จนเมื่อถึงวันเกิดเหตุตนรู้สึกว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำงาน จึงก่อเหตุทะเลาะวิวาทและได้หยิบมีดฟันไปที่ศีรษะของหัวหน้างานจนได้รับบาดเจ็บ ต้องนำส่งโรงพยาบาล หลังจากก่อเหตุที่ จังหวัดหนองคาย ได้หลบหนีไปอยู่ที่ จังหวัดชลบุรี เป็นเวลาประมาณ 2-3 ปี และได้รับแจ้งจากเพื่อน ว่ามีตำรวจกำลังติดตามตัวเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นที่ จังหวัดหนองคาย เมื่อทราบข่าวว่าถูกตำรวจติดตามตัว จึงได้หลบหนีกลับมาอยู่บ้านที่ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งในระหว่างที่กลับมาอยู่ที่ จังหวัดสุพรรณบุรี ตนจะเก็บตัวอยู่ภายในบ้านไม่แสดงตัวให้ใครพบเห็น แต่สุดท้ายก็ไม่รอดถูกจับจนได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอู่ทอง จึงได้ควบคุมตัวนายอุเทน หรือเทนฯ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี