ผบ.มทบ.13 ตรวจจุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569

จังหวัดลพบุรี – ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13 นำคณะนายทหารตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่จุดบริการประชาชนช่วงเทสกาลสงกรานต์ ซึ่งมีจิตอาสาพระราช ทาน มทบ.13 ร่วมกับทางฝ่ายปกครอง

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 พลตรีธารา เจนตลอด ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13 พร้อมคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่เดินทางให้กำลังใจเจ้าหน้าที่จุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลสง กรานต์ ประจำปี 2569 ณ จุดบริหารประชาชนริมถนนสายลพบุรี – สิงห์บุรี ตำบลพรหมมาสตร์ อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งได้มีกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 13 ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อสม. โดยสลับกันมาปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการประชา ชนที่เดินทางบนถนนสายดังกล่าวให้จอดพัก ทั้งนี้ได้ให้บริการสอบถามเส้นทาง ห้องน้ำ บริการยารักษาโรคเบื้องต้น น้ำดื่ม กาแฟ และสำรับที่นอนพักผ่อน

สำหรับถนนสายดังกล่าวเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่ประชาชนใช้สัญจรในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นถนนสายรองที่เชื่อมระหว่างถนนสายเอเชีย กับ ถนนสายมิตรภาพ ที่ใช้เดินทางขึ้นสายเหนือและสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ขจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ใช้เส้นทางดังกล่าวเดินทางไปและกลับถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย สำหรับในวันนี้เป็นวันเปิดจุดบริการเป็นวันแรกของช่วง 7 วันอันตราย โดยเชื่อว่าตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้วันนี้ถึงวันเสาร์จะมีประชาชนเดินทางและแวะใช้บริการที่จุดดังกล่าวเป็นจำนวนมากเหมือนทุกเทศกาล

พร้อมกันนี้ก็ได้เน้นให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำในเรื่องเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ในการให้บริการให้มีความพร้อม รวมทั้งขอบใจที่เจ้าหน้าที่ได้เสียสละความสุขส่วนตัวที่จะต้องอยู่กับครอบครัวมาให้บริการกับผู้ที่ใช้เส้นทางดังกล่าว โดยได้มอบน้ำดื่ม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง อาหาร ขนม ให้เป็นกำลังแก่เจ้าหน้าที่ไว้บริโภคในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่และเป็นขวัญกำลังใจ


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ลพบุรีร้อนระอุทะลุ 40 องศา คนก็ร้อนลิงก็ร้อน

จังหวัดลพบุรี – อากาศร้อนจัด อุณหภูมิทะลุ 40 องศา ทั้งสวนสวนสัตว์ลพบุรี และสวนลิงลพบุรี ต้องเพิ่มรอบให้น้ำคลายร้อนให้กับลิง ขณะที่คนทำงานกลางวัน อย่างผู้ผลิตดินสอพองกลางแดดต้องเปลี่ยนข่วงเวลามาทำตอนกลางคืนแทน

จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ตลอดทั้งวัน ของจังหวัดลพบุรี ต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ เฉลี่ย 38-39 องศา บางวันทะลุ กว่า 40 องศา และมีค่าดัชนีความร้อนในร่างกายสูงกว่า 50 องศา Top 10 (1 ใน 10) ของจังหวัดที่ร้อนที่สุดในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ทั้ง คนและลิง โดยเฉพาะลิงซึ่งเป็นสัตว์ที่มีลักษณะทางกายภาพใกล้เคียงกับมนุษย์ มักหงุด หงิดได้ง่าย ทำร้ายกันเอง เมื่อเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้สวนสัตว์ลพบุรี ซึ่งต้องดูแลลิงอยู่หลายชนิด ทั้งสิงแสม ลิงกัง อุรังอุตัง ลิงดาวเด่นของสวนสัตว์ลพบุรี ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดติดต่อกันหลายในช่วงนี้ ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ด้วยการทำความสะอาด และคอยฉีดน้ำให้กับลิง วันละ 2 ช่วงเวลา ทั้งช่วงสาย และช่วงบ่าย เพื่อลดอุณภูมิในกรงลิง ควบคู่กับการให้น้ำเย็นและน้ำแข็ง เพื่อช่วยลดความเคลียดให้กับลิง ระว่างให้น้ำในกรงลิง บางตัวก็จะมาเกาะที่หน้ากรงให้ฉีดน้ำ บ้างตัวก็จะเอาสายยางที่เจ้าที่ส่งให้ ไปฉีดน้ำใส่ตัวเองเพื่อคลายร้อน

ด้าน พันเอก สง่า เพชรราวี ผู้อำนวยการสวนสัตว์ลพบุรี บอกว่า….ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดทางสวนสัตว์ลพบุรี ก็จะมีมาตรการ ลดความร้อนให้กับสัตว์ โดยการทำความสะอาด เติมน้ำในบ่อต่างๆ ให้เพียงพอ ส่วนสัตว์บางประเภทเช่น พวกลิง จะมีการล้างกรงวันละ 2 ครั้ง ควบคู่กับการฉีดน้ำให้แก่ลิง และมีการให้น้ำเย็น และน้ำแข็ง แก่ลิงได้ดื่มกิน เพื่อเพิ่มความเย็นให้แก่สัตว์เหล่านี้ด้วย

เช่นเดียวกับที่ สถานอนุบาลสัตว์เทศบาลเมืองลพบุรี….หรือ สวนลิงโพธิเก้าต้น ซึ่งมีลิง จำนวนมาก กว่า 2,000 ตัว ที่กรมอุทยาน และ เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองลพบุรี ได้ร่วมได้ดักจับมาจาก ในตัวเมิองลพบุรี เพื่อเป็นการควบคุมประชากรลิงลพบุรี หลังไปก่อความเดือดร้อนรำคาญ แก่ประชาชน และนักท่องเที่ยว ในช่วง 2 ที่ผ่านมา ก็ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดไม่แพ้กัน ซึ่ง นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี ได้สังการให้เจ้าหน้าที่ นำรถบรรทุกน้ำดับเพลิง พร้อมเจ้าหน้าที่ คอยเข้าไปทำความสะอาดล้างพื้น ทำความสะอาดบ่อน้ำภายในกรงลิง และคอยเติมน้ำในบ่อให้แก่ลิง อยู่เสมอ ควบคู่กับการเลือกให้อาหาร ที่เป็นผักผลไม่ที่มีน้ำ อย่างแตงกวา มะละกอ แตงโม มาเพิ่มให้ลิงได้กินเพื่อคลายความร้อน ซึ่งช่วยลดความเคลียด และอาการหงุดหงิดของลิงได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ความร้อนที่ส่งผลกลับกับคนทำงาน…โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพ คนทำดินสอพอง ใน 2 ตำบล ริมคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งต้องเร่งผลิตหยอดดินสอพองตากแดด แบบหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน เพื่อให้ผลผลิตออกจำหน่ายได้ทันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็ต้องปรับตัว เพราะทนต่อสภาพอากาศในตอนกลางวันไม่ไหว…ต้องปรับเวลาออกมาเร่งทำงาน แต่ช่วงเช้ามือ ก่อนที่แดดจะแรงจัด พอช่วงสายก็จะหยุดพัก….และมาทำอีกทีในช่วงเย็น และหลายรายต้องทนอดนอน เปิดไฟให้แสงสว่าง ทำการหยอดดินสอพองในตอนกลางคืนแทน เพราะทำกลางวันไม่ไหว อากาศร้อนจัดอย่างที่เห็น


กฤษณ์ ลพบุรี 0890899090

แม่ทัพภาคที่ 3 ประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ จิตอาสาดับไฟป่า

แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภาค 3 ประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ จิตอาสาดับไฟป่า พร้อมรับมอบน้ำใจสนับสนุนจาก เอไอเอส หนุนภารกิจดับไฟป่ากองทัพภาคที่ 3 พร้อมดูแลสัญญาณเครือข่ายพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่เสี่ยง ร่วมสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภาค 3 เป็นประธาน การประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ และพบปะ ให้กำลังใจ ชุดปฏิบัติการของภาคีเครือข่ายอากาศยาน สำหรับดับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมทั้งตรวจความพร้อม การปฏิบัติการบินดับไฟป่า ของกองพันบินเฉพาะกิจ ซึ่งจัดกำลังพลมาจาก กองพันกองบิน 41 โดย อากาศยาน ฮ.ท.17 ณ อาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภาค 3 ได้รับมอบน้ำดื่ม เพื่อสนับสนุนภารกิจแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือ จาก นายอาทยา หยู่เย็น หัวหน้าสำนักปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคเหนือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS พร้อมหารือ ในการเดินหน้าสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ทั้งการดูแลรักษาเสถียร ภาพเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่วิกฤต ได้วางมาตรการรองรับใน 2 ด้านหลัก คือ

  • ความพร้อมด้านเครือข่าย : ทีมวิศวกร ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สัญญาณเครือข่ายพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงและจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถสื่อสาร ประสานงาน และใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมอุปกรณ์ปั่นไฟ พร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงให้พร้อมต่อการเข้าพื้นที่ได้อย่างทันต่อสถานการณ์
  • การสนับสนุนกำลังบำรุง : การมอบน้ำดื่มในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการร่วมสนับสนุนการทำงานของกองทัพภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางสภาวะอากาศที่ยากลำบาก เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทุกคน

พร้อมขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของภาครัฐอย่างเต็มกำลังและขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวไทย ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เสียสละเพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับพี่น้องชาวเหนือ เพื่อก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด


นที มีเดช รายงาน

กรมทหารพรานที่ 32 แจกจ่ายน้ำบรรเทาภัยแล้งช่วยเหลือ หลังชาวบ้าน ร้องขอน้ำใช้ ทั้งร้อน ทั้งแล้ง…ไม่ไหวแล้ว

กรมทหารพรานที่ 32 นำจิตอาสาภัยพิบัติ แจกจ่ายน้ำบรรเทาภัยแล้งช่วยเหลือชาวบ้าน 2 หมู่บ้านของอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ร้องขอน้ำใช้ ทั้งร้อน ทั้งแล้ง…ไม่ไหวแล้ว

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 พันเอก ปิยะพงษ์ พรดา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 32 มอบหมายให้พันตรี นิสิต ดอกเทียน นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือนกรมทหารพรานที่ 32 จัดชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสาภัยพิบัติจาก กรมทหารพรานที่ 32 พร้อมรถบรรทุกน้ำ นำน้ำเข้าแจกจ่ายให้กับประชาชน ตามโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2569 โดยนำน้ำสะอาดจากการประปาส่วนภูมิภาค สาขาจังหวัดน่าน จำนวน 18,000 ลิตร แจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง จำนวน 8 ราย ในพื้นที่ บ้านปัวชัย และ บ้านแฮด ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

ทั้งนี้ได้รับการประสานจาก ผู้ใหญ่บ้านบ้านปัวชัย และ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแฮด ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ประชาชนในพื้นที่ได้รับความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ รวมถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยทหารและประชาชนในพื้นที่ จังหวัดน่าน

#ราษฎร์รัฐร่วมใจช่วยภัยแล้ง #เราทำความดีด้วยหัวใจ #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส #กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน #จังหวัดน่าน #กองทัพภาคที่3 #กรมทหารพรานที่32สุภาพบุรุษชุดดำ


นที มีเดช รายงาน

“พระครูอ๊อด-ทราย สก๊อต” นำทีมจิตอาสาลุยไฟป่าเชียงใหม่ จับพิกัดโดรน-ระดมอาสาดับไฟป่า ชี้ทุกชีวิตต้องได้รับการปกป้อง

“พระครูอ๊อด- ทราย สก๊อต” นำทีมจิตอาสาลุยไฟป่าเชียงใหม่ จับพิกัดโดรน-ระดมอาสาดับไฟป่า ชี้ทุกชีวิตต้องได้รับการปกป้อง

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ดและอำเภอแม่ออน ซึ่งยังคงพบจุดความร้อน (Hotspot) กระจายอยู่ในหลายจุด ท่ามกลางสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชัน ส่งผลให้การเข้าถึงและควบคุมเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก

พระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำทีมลงพื้นที่ร่วมกับ “ทราย สก็อต” นักอนุรักษ์ชื่อดัง และจิตอาสา เพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนควบคุมไฟป่าในพื้นที่ โดยมีการระดมอาสาสมัครเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจ ทั้งการใช้โดรนบินสำรวจเพื่อระบุตำแหน่งพิกัดไฟป่าอย่างแม่นยำ และการจัดทีมภาคพื้นดินเข้าดับไฟด้วยเครื่องเป่าลม เพื่อสกัดการลุกลามของเพลิงในจุดเสี่ยง

คุณทราย สก็อต ให้สัมภาษณ์ระหว่างการลงพื้นที่ว่า การทำงานช่วยเหลือสังคมตามหลักพระพุทธศาสนา ไม่จำกัดอยู่เพียงในวัด แต่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ การได้ร่วมทำงานกับพระครูอ๊อดในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของพระสงฆ์ที่ออกมามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสถานการณ์ไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อทั้งมนุษย์และสัตว์ป่าในพื้นที่ ซึ่งแม้จะเป็นพื้นที่สูงชันและเข้าถึงยาก แต่ก็เห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

ด้านพระครูอ๊อด ระบุว่า การควบคุมไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ และอาสาสมัคร ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิเพชรเกษม จังหวัดเชียงใหม่ และมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนข้อมูลพิกัดไฟป่า และการประสานงานภาคสนาม โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับประชาชนในพื้นที่

นายณัฐพล สิงห์เถื่อน หัวหน้าศูนย์อาสาสมัครดับไฟป่ามูลนิธิกระจกเงา ให้ข้อมูลว่า ลักษณะพื้นที่ที่เป็นหน้าผาสูงชัน ประกอบกับไฟที่ลุกไหม้ต่อเนื่องหลายวัน ทำให้การปฏิบัติงานมีความยากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะการปฎิบัติภารกิจในพื้นที่ป่าเบญจพรรณซึ่งเป็นป่ารกพร้อมทั้งจากความร้อนสะสมและเชื้อเพลิงธรรมชาติที่เอื้อต่อการลุกลามของไฟ แม้จะมีการบูรณาการกำลังจากหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ทีมเหยี่ยวไฟ และอาสาสมัครในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการนำแนวทาง “ป่าเปียก” มาใช้ควบคุมสถานการณ์ โดยการเพิ่มความชื้นในพื้นที่ป่า เพื่อลดโอกาสการติดไฟและชะลอความรุนแรงของเพลิง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการรับมือไฟป่า


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ.ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารปี 2569 ชูระบบอิเล็กทรอนิกส์นำร่อง ยกระดับความโปร่งใสและอำนวยความสะดวกประชาชน

ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารปี 2569 ชูระบบอิเล็กทรอนิกส์นำร่อง ยกระดับความโปร่งใสและอำนวยความสะดวกประชาชน

วันนี้ (7 เมษายน 2569) เวลา 10.45 น. ณ เวสต์ฮอลล์ ชั้น 4 เซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 โดยมี พันเอก ชัชวาล อังวณิชย์สกุล รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 14 ในฐานะประธานกรรมการตรวจเลือกฯ พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ อาทิ พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา, พลโท ธนิศร์ ยูสานนท์ เจ้ากรมกำลังพลทหารบก และ พลโท นฤดล สุขมา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ให้การต้อนรับ โดยหน่วยตรวจเลือกแห่งนี้ มีชายไทยเข้ารายงานตัวกว่า 300 คน ซึ่งมียอดความต้องการทหารกองประจำการจำนวน 34 คน และในเบื้องต้นมีผู้สมัครใจเข้ารับราชการแล้ว 11 คน

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้รับชมการสาธิตและทดสอบการใช้งานระบบการตรวจเลือกรูปแบบใหม่ (New Recruiting Procedure: NPR) ซึ่งเป็นการนำระบบยืนยันตัวตนและบันทึกข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้นำร่อง เพื่ออำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาในขั้นตอนต่าง ๆ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้คำแนะนำแก่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ในการพิจารณาแนวทางจัดพื้นที่สำหรับสำรวจขนาดเครื่องแต่งกายให้มีมาตรฐานเป็นรูปแบบเดียวกัน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยในกระบวนการตรวจเลือก

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบกยังได้พบปะพูดคุยและให้กำลังใจแก่ชายไทยรวมถึงญาติที่มาคอยสนับสนุนอย่างใกล้ชิด โดยได้เน้นย้ำความเชื่อมั่นว่า กองทัพบกมีความมุ่งมั่นที่จะดูแลกำลังพลทุกนายเสมือนสมาชิกในครอบครัวตามมาตรฐานเดียวกัน

ซึ่งในห้วงต่อไปกองทัพบกจะจัดกิจกรรม Open House เพื่อเปิดโอกาสให้ครอบครัวได้เข้าเยี่ยมชมหน่วยฝึก สัมผัสสภาพความเป็นอยู่ และโภชนาการที่เหมาะสม รวมถึงได้เห็นพัฒนาการทางร่างกายและบุคลิกภาพของบุตรหลานหลังเข้าประจำการ

สำหรับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 มีกำหนดดำเนินการในระหว่างวันที่ 1–12 เมษายน 2569 (ยกเว้นวันที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นวันจักรี) จึงขอเชิญชวนชายไทยที่ได้รับหมายเรียก (สด.35) เข้ารับการตรวจเลือกตามวันและเวลาที่กำหนด เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบของชายไทยในการรับใช้ชาติสืบไป


นที มีเดช รายงาน

รอง ผอ.รมน.ฝ่ายทหาร จัดชุดปฏิบัติการช่วยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ดับไฟพร้อมทำแนวกันไฟป้องกันการเกิดเหตุที่รุนแรง

รอง ผอ.รมน.ฝ่ายทหาร จัดชุดปฏิบัติการช่วยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ดับไฟพร้อมทำแนวกันไฟป้องกันการเกิดเหตุที่รุนแรง

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 พันเอก วรา อุตรพงศ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ (ฝ่ายทหาร) เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ได้บูรณาการทำงานร่วมกับส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในการจัดกำลังทหารช่วยดับไฟในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมสนับสนุนปฏิบัติการลาดตระเวนป้องกันไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่มีความเสี่ยงสูง โดยตลอดทั้งวันชุดปฏิบัติการป้องกันไฟป่าหน้าดอยจากกรมทหารพราน ที่ 36 จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติช่างเคี่ยน หน่วยพิทักษ์อุทยานที่ 7 และ อุทยานแห่งชาติแม่เหี่ยะ หน่วยพิทักษ์อุทยานที่ 4 ลงพื้นที่ลาดตระเวนจรยุทธ์ ป้องปราม และดับไฟป่า จากจุดเริ่มต้น ต.แม่เหี่ยะ อ.เมืองเชียงใหม่ ถึง ห้วยแม่นาทราย ต.บ้านโป่ง อ.หางดง เพื่อป้องกันการลักลอบเผาป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย ด้านอำเภอหางดง

ขณะที่ชุดปฏิบัติการป้องกันไฟป่าจากกองพันมณทลทหารบกที่ 33 (พัน.มทบ.33) ร่วมกับ – เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ ปุย ที่ 2 (น้ำตกศรีสังวาลย์) และ เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ (แม่เหียะ) ได้ร่วมกันเข้าทำแนวกันไฟและดับไฟป่าที่เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ บริเวณป่าแม่นาไทร หมู่ ที่ 10 ต.บ้านปง อ.หางดง จนดับสนิท

นอกจากนี้ชุดปฏิบัติการป้องกันไฟป่าหน้าดอยสุเทพ – ปุย จากกรมทหารพรานที่ 36 ยังจัดกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนจรยุทธ์ตามเส้นทางบ้านห้วยตึงเฒ่า ถึง บ้านป่าแหว่ง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ด้านอำเภอแม่ริม เพื่อป้องปรามการลักลอบเผาป่าด้านอำเภอแม่ริม เนื่องจากมีพื้นที่เขาสูงชันหากเกิดไฟป่าอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่

ทั้งนี้ได้กำชับกำลังทุกชุดปฏิบัติการเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบ ผู้ที่เข้าป่าเพื่อหาของป่า พร้อมช่วยในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เรื่องการไม่เผาป่าให้กับชาวบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

กองร้อยฝึกรบพิเศษ 3 ค่ายฝึกการรบพิเศษประตูผา พร้อม จิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6/69 ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันจักรี

กองร้อยฝึกรบพิเศษ 3 ค่ายฝึกการรบพิเศษประตูผา พร้อม จิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6/69 ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ (วันจักรี)

กองร้อยฝึกรบพิเศษ 3 ค่ายฝึกการรบพิเศษประตูผา จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน และ จิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6/69 เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ (วันจักรี) ณ บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จว.ลำปาง โดยมี นายอำเภอแม่เมาะ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา ผู้นำชุมชน และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

ในการนี้ กำลังพลจิตอาสาของหน่วยได้ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ปรับปรุงภูมิทัศน์ และพัฒนาพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้เกิดความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย อันเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ โดยผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

จิตอาสา904 #จิตอาสาพัฒนา #ทำความดีด้วยหัวใจ #วันจักรี #เราทำความดีด้วยหัวใจ


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.เชียงราย ร่วม มทบ.37 และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อคุมเข้มราคา–สต๊อก หลังวิกฤตตะวันออกกลาง

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 37 และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงบริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดเชียงราย เพื่อคุมเข้มราคา–สต๊อก หลังวิกฤตตะวันออกกลาง

การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ร่วมกับสรรพสามิตร จังหวัดเชียงราย, ผู้แทนมณฑลทหารบกที่ 37, ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย, ผู้แทนสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่, ผู้แทนพาณิชย์จังหวัด ชร., ผู้แทนสืบสวนภูธร ภาค 5 และผู้แทนสำนักพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ร่วมบูรณาการ ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และการจัดเก็บบริเวณคลังสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงคอสโม ยอดเหนือปิโตรเลียม จำกัด เพื่อติดตามกำกับดูแลระดับการจัดเก็บน้ำมันสำรองคลัง /คุณภาพของน้ำมันในคลัง /ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากการสู้รบในตะวันออกกลาง

จากการตรวจสอบพบว่าสถานีบริการมีการแสดงราคาน้ำมันอย่างชัดเจน ทั้งป้ายหน้าและหัวจ่ายตรงกัน โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแต่อย่างใด ประชาชนยังคงเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก แต่สถานการณ์เป็นไปอย่างปกติ ปริมาณน้ำมันมีเพียงพอ รองรับความต้องการในพื้นที่ ไม่พบการกักตุนสินค้า โดยสถานีเปิดเผยข้อมูลสต๊อกน้ำมันอย่างชัดเจน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน ห้ามกักตุนสินค้า ห้ามปฏิเสธการจำหน่าย และห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

ผลการตรวจสอบโดยรวมพบว่า ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์ สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ณ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง คอสโม ยอดเหนือปิโตรเลียม จำกัด ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร.


นที มีเดช รายงาน

รอง ผบ.มทบ.37 ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 จังหวัดเชียงราย

รอง ผบ.มทบ.37 ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 จังหวัดเชียงราย

พ.อ. สิงหนาท โลสุยะ รอง ผบ.มทบ.37 พร้อมคณะ ได้ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกินฯ ประจำปี 2569 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่ง ใส และยุติธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและชายไทยผู้เข้ารับการตรวจเลือก โดยมี พ.ท. เลิศวิทย์ ตีณรงค์ ผบ.นฝ.นศท.มทบ.38/ประธานกรรมการตรวจเลือกฯ ณ หอประชุมอำเภอเมืองเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร. และ พ.อ. พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ รอง ผบ. มทบ. 37 พร้อมคณะ ได้ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกินฯ ประจำปี 2569 โดยมี พ.อ. วีระชาติ โชติวรอานนท์ ผบ.พัน.ซบร.23 บชร.3/ประธานกรรมการตรวจเลือกฯ ณ หอประชุมอำเภอพาน อ.พาน จว.ช.ร.

การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าประจำการ ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 เมษายน 2569 (ยกเว้นวันที่ 6 เม.ย.) ทั่วประเทศ เน้นความโปร่งใส ยุติธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยมีผู้บังคับบัญชาแต่ละพื้นที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยตรวจเลือกอย่างต่อ
นโยบายหลัก: เน้นความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ตรวจสอบได้ และเชิญชวนสมัครใจเป็นทหารสร้างโอกาสต่อยอดเป็นทหารอาชีพ

สำหรับจังหวัดเชียงรายบรรยากาศทั้ง 2 พื้นที่ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความเป็นระเบียบ โปร่งใส และสะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการปฏิบัติภารกิจสำคัญของชาติ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวของชายไทยในการก้าวสู่การรับใช้ชาติด้วยความภาคภูมิใจ