กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 248,000 เม็ด ในพื้นที่ แม่จัน จ.เชียงราย

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 248,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 22 ทีนาคม 2569 เวลา 04.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารพานที่ 3106 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 จัดกำลังพล จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ทำการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดกั้นชั่วคราว เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านกิ่วสะไต ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จัง หวัดเชียงราย อมาเมื่อเวลา 0730 ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัย จำนวน 1 ราย (ชาย) ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ 110 สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 1 กค 5646 เชียงราย มาตามเส้นทางดังกล่าว หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่เมื่อบุคคลดังกล่าวพบเห็นเจ้าหน้าที่ได้ทิ้งรถจักรยานยนต์และอาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบกระเป๋าเดินทางสีดำด้านหลังเบาะนั่ง ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 26 ก้อน รวม 160,000 เม็ด และกระเป๋าเดินทางสีน้ำเงินวางซ้อนทับกัน ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 14 ก้อน รวม 88,000 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้นประมาณ 248,000 เม็ด หน่วยได้นำของกลางทั้งหมดส่งสถานนีตำรวจภูธรแม่จัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 277 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 282 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 169,109,054 เม็ด, เฮโรอีน 1.3 กิโลกรัม, ไอซ์ 2,947.2 กิโลกรัม, ฝิ่น 169.4 กิโลกรัม และ คีตามีน 431.4 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 37 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 25 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 28,767 ล้านบาท (28,767,054,602 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ นำจิตอาสา พร้อมทุกภาคส่วนร่วมเก็บขยะในแม่น้ำปิง เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำจิตอาสา พร้อมทุกภาคส่วนร่วมเก็บขยะในแม่น้ำปิง เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวควบคู่กับการดูแลธรรมชาติและวัฒนธรรมของเชียงใหม่อย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 10.15 น. นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “บทแห่งสายน้ำ…ร่วมใจรักษ์ปิง” เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก (World Water Day) โดยมี นางวิยะดา นราดิศร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ หัว หน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ จิตอาสาพระราชทาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท เข้าร่วมกิจกรรม ที่ท่าเรือล่องม่วน อนันตรา เชียง ใหม่ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า แม่น้ำปิงเปรียบเสมือนหัวใจของคนเชียงใหม่ เป็นสายน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ เชื่อมโยงผู้คน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของเมือง กิจกรรมในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันดูแลทรัพยากรน้ำ ร่วมรณรงค์การดูแล ฟื้นฟู และอนุรักษ์แม่น้ำปิง เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของคนรุ่นต่อไป กิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดูแลมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของเชียงใหม่ให้คงอยู่อย่างงดงามสืบไป

ด้านนางสาวทัศพร ใจบุญชื่น ผู้จัดการทั่วไป อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท กล่าวเสริมว่า อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมในวันนี้สะท้อนถึงแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ที่เราให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและการสร้างคุณค่าให้กับชุมชนอย่างแท้จริง โดยทำกิจกรรมเก็บขยะในแม่น้ำปิงผ่านการล่องเรือโดยใช้เรือทั้งสามลำในฟลีทเรือจ้าวปิงริเวอร์ครูซของรีสอร์ท เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำในระยะยาว อีกทั้งความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของรีสอร์ทยังได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยการได้รับการรับรอง Green Growth 2050 ระดับ Platinum ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่สูงสุดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยมอบให้แก่โรงแรมที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมากกว่าร้อยละ 90 ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม การได้รับการรับรองดังกล่าวสะท้อนถึงการดำเนินงานอย่างเป็นระบบของอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร การลดของเสีย การออกแบบที่ยั่งยืน และการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น

วันอนุรักษ์น้ำโลก ตรงกับวันที่ 22 มีนาคมของทุกปี ถูกกำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์น้ำและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลแหล่งน้ำมาอย่างต่อเนื่อง


นที มีเดช รายงาน

เพลิงไหม้ห้องเก็บของคอนโดดังกลางเมืองพัทยา

เวลา 14.00 น. วันที่ 23 มี.ค. 69 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเมืองพัทยารับแจ้งเหตุไฟไหม้ภายใน 9 กะรัต คอนโดซอยอรุโณทัย 2 พัทยากลาง หลังรับแจ้งจึงส่งเจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิง จำนวน 3 คัน รุดตรวจสอบและระงับเหตุ ในที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากบริเวณห้องเก็บของชั้นใต้ดินของคอนโด เจ้าหน้าที่พยายามหาทางเข้าแต่ไม่พบ จึงขออนุญาตผู้ดูแลคอนโดทำการทุบเปิดช่องเพื่อที่จะระงับเหตุเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 30 นาที เพลิงจึงสงบ

จากการตรวจสอบ พบว่าห้องดังกล่าวเป็นห้องเก็บของอยู่ชั้นใต้ดินของคอนโดภายในเต็ม
ไปด้วยกระดาษเอกสารและพลาสติก จากการสอบถามช่างและผู้ดูแลคอนโดทราบว่าห้องดังกล่าวไม่ได้มีการก่อสร้างหรือเชื่อมใดๆแต่ก็ไม่ทราบว่าเกิดเพลิงไหม้ได้อย่างไร เพราะห้องนี้ไม่ได้ใช้มานานแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้หาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าข่าวภาคตะวันออก รายงาน

ตรวจเข้ม 2 จุดใหญ่โคราช บุกเช็กคลังน้ำมันปักธงชัย–ปั๊มปากช่อง สำรองเพียงพอ ไม่พบกักตุน สยบข่าวตื่นตระหนก

ตรวจเข้ม 2 จุดใหญ่โคราช บุกเช็กคลังน้ำมันปักธงชัย–ปั๊มปากช่อง สำรองเพียงพอ ไม่พบกักตุน สยบข่าวตื่นตระหนก

วันที่ 23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เดินหน้าตรวจเข้มสถานีบริการและคลังน้ำมันในหลายพื้นที่ เพื่อป้องกันการกัก ตุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ท่ามกลางกระแสความกังวลด้านพลังงาน โดยเมื่อเวลา 10.00 น. ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปากช่อง, พ.ต.อ.อภิวัชร์ นาทอง ผู้กำกับการ สภ.กลางดง, พ.ต.ท.เอกมนัส วงคำ สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.กลางดง และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงพลังงาน ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน บริษัทพิศาดีเวลล็อป จำกัด (คลังน้ำมันปั๊มคอสโม่) บริเวณถนนมิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นคร ราชสีมา

จากการตรวจสอบพบว่า สถานีบริการเปิดให้บริการตามปกติ และมีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับจำหน่าย โดยมีปริมาณน้ำมันคงเหลือ ได้แก่ น้ำมันดีเซล B7 จำนวน 176,071 ลิตร จำหน่ายลิตรละ 36.90 บาท, น้ำมันแก๊สโซฮอล 91 จำนวน 451 ลิตร จำหน่ายลิตรละ 33.40 บาท และน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 จำนวน 26,411 ลิตร จำหน่ายลิตรละ 33.80 บาท ทั้งนี้ ไม่พบการกระทำความผิด การกักตุน หรือการจำหน่ายน้ำมันผิดกฎหมายแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ในช่วงเช้าวันเดียวกัน เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่อีกชุดได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงที่ คลังน้ำมันปักธงชัย (PTG) อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจสอบศักยภาพการสำรองน้ำมันในพื้นที่

การตรวจสอบครั้งนี้นำโดย พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนคร ราชสีมา พร้อมด้วย นายธรรมธรรศ ทองสำโรง นายอำเภอปักธงชัย, พ.ต.อ.โยธิน วรรณทวี ผู้กำกับการ สภ.ปักธงชัย, นายพินิจ ช่างไม้ เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน และ พ.ต.ต.ฐานพันธ์ คงเกษ สารวัตร กก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดการข่าว เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด

จากการตรวจสอบพบว่า คลังน้ำมันดังกล่าวมีศักยภาพในการจัดเก็บน้ำมันดีเซล จำนวน 4 ถัง ความจุรวมสูงสุด 10,771,397 ลิตร และน้ำมันเบนซินมีถังเก็บใช้งานจริง 7 ถัง จากทั้งหมด 10 ถัง ความจุรวมสูงสุด 1,744,179 ลิตร

ส่วนปริมาณน้ำมันคงเหลือในปัจจุบัน พบว่าน้ำมันดีเซลคงเหลือ 6,350,787 ลิตร คิดเป็นร้อยละ 58.9 ของความจุทั้งหมด ขณะที่น้ำมันเบนซินคงเหลือ 560,158 ลิตร คิดเป็นร้อยละ 32.1 ของความจุ โดยมีแผนสำรองน้ำมันเพิ่มวันละ 250,000 ลิตร และจะได้รับโควต้าเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ในช่วงสิ้นเดือน

นอกจากนี้ ยังพบว่าปริมาณการจ่ายน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 1.0–1.3 ล้านลิตรต่อวัน กระจายไปยังสถานีบริการน้ำมัน PT ประมาณ 100 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสาร คาม และนครราชสีมา โดยใช้รถบรรทุกสิบล้อขนาด 18,000 ลิตร และรถเทรลเลอร์ขนาด 41,000 ลิตรในการขนส่ง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่า ปัจจุบันมีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากประชาชนเกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สงคราม ส่งผลให้ยอดเติมน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงถึง 3 เท่าตัว รวมถึงภาคอุตสาหกรรมบางส่วนเปลี่ยนมาสั่งซื้อน้ำมันโดยตรงจากคลัง ส่งผลให้รอบการวิ่งของรถบรรทุกน้ำมันต้องเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าปริมาณน้ำมันสำรองในพื้นที่ยังอยู่ในระดับเพียงพอ พร้อมกำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนต่อไป.


กิตตินันท์ ผู้สื่อข่าวนครราชสีมา

“ทหารพราน 23” ซุ่มตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหา 4 ราย ที่ชายแดน จ.อำนาจเจริญ

“ทหารพราน 23 ซุ่มตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหา 4 ราย ที่ชายแดน จ.อำนาจเจริญ”

ที่บัญชาการกองกำลังสุรนารี กองบังคับการควบคุมที่ 4 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ อ.ชานุมาน จ.อำนาเจริญ จึงจัดกำลังโดย กองร้อยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 บูรณาการร่วมกับ ชรบ.บ้านสงยาง, ฝ่ายปกครอง อ.ชานุมาน, มว. ตชด.2273, ทกย.นรข.เขตอุบลราชธานี (นาสีดา), สภ.ชานุมาน ทำการซุ่มเฝ้าตรวจ/สกัดจับ บริเวณรินถนนเส้นทาง บ.หินสิ่ว – บ.สงยาง ต.คำเขื่อนแก้ว อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ครั้นเมื่อเวลา 03.00 น. ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย จนท.จึงแสดงตนเข้าตรวจสอบ สามารถตรวจยึด ยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย, รถยนต์ จำนวน 2 คันและ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้กับ สภ.ชานุมาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

#หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่23 #กองกำลังสุรนารี #กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

“Suranaree Army Night Run 2026” นักวิ่งกว่าหมื่นคนร่วมสัมผัสสมรภูมิแห่งศรัทธา ณ ค่ายสุรนารี

“Suranaree Army Night Run 2026” นักวิ่งกว่าหมื่นคนร่วมสัมผัสสมรภูมิแห่งศรัทธา ณ ค่ายสุรนารี

บรรยากาศการจัดงานวิ่งการกุศลยามค่ำคืน “Suranaree Army Night Run 2026” ณ ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา เมื่อค่ำคืนวันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างสมเกียรติและยิ่งใหญ่เกินความคาดหมาย โดยได้รับเกียรติจาก พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีและร่วมนำทัพนักวิ่งจากทั่วประเทศรวมกว่า 10,000 คน หลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่ประวัติศาสตร์ของกองทัพภาคที่ 2

ท่ามกลางการจำลองยุทธภูมิรบสำคัญอย่างปราสาทตาควายและเนิน 350 ที่ประดับตกแต่งด้วยแสงสีเสียงสุดตระการตา พร้อมการจัดแสดงยุทโธปกรณ์ทั้งรถถังและปืนใหญ่ตลอดเส้นทางวิ่ง สร้างความตื่นตาตื่นใจและภาพจำอันทรงพลังให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนที่ได้สัม ผัสกลิ่นอายความเข้มแข็งของทหารกล้าในรูปแบบใหม่

ความพิเศษที่เป็นไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือการมอบเหรียญรางวัลเกียรติยศที่ผ่านพิธีปลุกเสกและลงอักขระยันต์โดย “หลวงปู่ศิลา” พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ซึ่งถือเป็นของมหามง คลที่นักวิ่งทุกคนตั้งใจพิชิตเพื่อครอบครองเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต นอกจากนี้รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดงานยังนำไปใช้ในสาธารณกุศลเพื่อสนับสนุนภารกิจของกองทัพและช่วยเหลือครอบครัวทหารผ่านศึกในภูมิภาคตามเจตนารมณ์ของแม่ทัพภาคที่ 2

ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนแห่งความสุขด้วยคอนเสิร์ตสุดอลังการจากศิลปินคุณภาพ “เบน ชลาทิศ” ที่มาเติมเต็มรอยยิ้มและพลังเสียงอันทรงพลัง ท่ามกลางเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากเหล่านักวิ่งนับหมื่นชีวิต ส่งผลให้งานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสุขภาพ แต่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เชื่อมโยงศรัทธา ความสามัคคี และการกุศลเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดในรอบปีของจังหวัดนครราชสีมา

#กองทัพภาคที่2 #SuranareeArmyNightRun202 3วิ่งการกุศลยามค่ำคืน #หลวงปู่ศิลา #นครราชสีมา #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ติดตามภารกิจความมั่นคงหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน.ภาค 4 สน.

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ติดตามภารกิจความมั่นคงหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน.ภาค 4 สน. เน้นย้ำบูรณาการการทำงานทุกมิติ ยึดความปลอดภัยกำลังพลควบคู่กับการดูแลประชาชน มุ่งขับเคลื่อนสันติสุขอย่างยั่งยืน

วานนี้ (18 มี.ค.69) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกและรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาของกองทัพบก และ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชาย แดนภาคใต้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านความมั่นคง ตามขอบ เขตความรับผิดชอบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภาย ในภาค 4 ให้การต้อนรับ

โดยผู้บัญชาการทหารบกและคณะฯ ได้ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ณ ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมือง จ.นราธิวาส พร้อมร่วมประชุมติดตามสถานการณ์และการปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ณ ห้องประชุมสโมสรร่มเกล้า ค่ายจุฬาภรณ์ จากนั้นเดินทางไปยังกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 5 กองบังคับการควบคุมสุริโยทัย อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กอง ทัพเรือที่ 33 และกองบังคับการควบคุมสุริโยทัย ซึ่งเป็นหน่วยในสังกัดกองทัพบกและกอง ทัพเรือที่ได้บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันในพื้นที่ เพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย สกัดกั้นและปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งถือเป็นกำลังแนวหน้าที่สำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงาน พร้อมพบปะให้กำลังใจกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังเฉพาะกิจของกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิ วาส

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกส่วนที่มุ่งมั่นทุ่มเทปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนของปีงบประมาณ 2569 โดยเน้นย้ำว่าการทำงานในพื้นที่จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันในหลายมิติ ทั้งงานด้านยุทธวิธีและการข่าว ขอให้หน่วยติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์รอบด้าน พร้อมประสานการปฏิบัติกับ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการปฏิบัติภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนดอย่างเหมาะสมและรัดกุม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพล และหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้มากที่สุด ซึ่งในปีนี้มุ่งเน้นความเป็นเอกภาพในการทำงาน โดยมีหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดเป็นแกนหลักในการควบคุมและบูรณาการปฏิบัติงานในพื้นที่ ขอให้ผู้บังคับหน่วยกำชับกำลังพลให้ศึกษาในบทบาทหน้าที่และภารกิจหน่วย รวมทั้งแผนการปฏิบัติต่างๆ ตลอดจนนโยบายของผู้บังคับบัญชาทุกระดับอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การปฏิบัติในพื้นที่เป็นไปอย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด มีผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ร่วมขับเคลื่อนสันติสุขให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสูงสุดอย่างแท้จริง



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

กองทัพบกโต้กลับกัมพูชา ย้ำไทยยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิง มุ่งแก้ไขปัญหาชายแดนผ่านกลไกทวิภาคี

กองทัพบกโต้กลับกัมพูชา ย้ำไทยยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิง ชี้การปรับปรุงพื้นที่และการก่อสร้างอยู่ในเขตอธิปไตยไทย มุ่งแก้ไขปัญหาชายแดนผ่านกลไกทวิภาคี

วันนี้ (19 มีนาคม 2569) ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาออกแถลงการณ์ประท้วง โดยกล่าวอ้างว่าฝ่ายไทยมีการรุกล้ำอธิปไตยและดำเนินกิจกรรมก่อสร้างในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดนนั้น กองทัพบกขอยืนยันว่าการปฏิบัติของหน่วยทหารไทยที่มีการกล่าวถึงนั้น ดำเนินการอยู่ภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และอยู่ภายในขอบเขตพื้นที่ปฏิบัติการของฝ่ายไทย โดยเป็นไปตามเงื่อนไขการหยุดยิงในแถลงการณ์ร่วมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายคงกำลังไว้ ณ ตำแหน่งปัจจุบันก่อนที่จะมีการหยุดยิง

สำหรับกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างถึงการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 นั้น กองทัพบกขอเรียนชี้แจงว่า ในทางปฏิบัติที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชามักมีการละเมิดกรอบดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไม่สามารถนำมาใช้เป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาได้ตามเจตนา รมณ์ และนำไปสู่ความตึงเครียดในพื้นที่ จนถึงขั้นมีการปฏิบัติการทางทหารต่อกันในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในสภาพการณ์ปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายจึงมุ่งยึดถือข้อตกลงหยุดยิงและแถลงการณ์ร่วมฯ เป็นหลักในการควบคุมสถานการณ์

ส่วนที่ฝ่ายกัมพูชาเรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติกิจกรรมในการปรับปรุงพื้นที่ และก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ดังกล่าว และให้ปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างสองประเทศนั้น กองทัพบกขอเรียนว่า กิจกรรมของหน่วยทหารไทยเป็นการดำเนินการที่มีความจำเป็นทางทหาร เพื่อการเฝ้าระวัง รักษาความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงให้กับพื้นที่ปฏิบัติงาน ภายหลังจากที่มีเหตุ การณ์การปฏิบัติการทางทหารต่อกันในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเองก็มีการดำเนินการในลักษณะไม่แตกต่างกัน ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวมิได้มีเจตนาในการยกระดับสถานการณ์แต่อย่างใด

ในกรณีที่ฝ่ายกัมพูชายืนยันความมุ่งมั่นในการแสวงหาทางออกผ่านกระบวนการสันติวิธี โดยอาศัยกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงทวิภาคีนั้น กองทัพบกขอยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวเป็นหลักการเดียวกับที่ฝ่ายไทยยึดถือ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาและแสวงหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคี ภายใต้สถานการณ์และห้วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพตามแนวชายแดน

ทั้งนี้ กองทัพบกขอย้ำว่าไทยยึดมั่นการปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด ภายใต้กรอบกฎ หมายระหว่างประเทศ มุ่งรักษาเสถียรภาพ ไม่ยกระดับสถานการณ์ และยืนยันการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคีมาอย่างต่อเนื่อง



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

อบจ.อยุธยา เชิญเยี่ยมชม เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และสัมผัสความงดงามของมรดกโลก

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชา ชนทุกท่านร่วมเดินทางมาเยี่ยมชม เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และสัมผัสความงดงามของมรดกโลกแห่งนี้

เชิญเที่ยวชมโบราณสถานเก่าแก่อยุธยา วัดพระศรีสรรเพชญ์ วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชิญชวนชมโบราณสถาน ของเก่าแก่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หนึ่งในโบราณสถานสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วัดพระศรีสรรเพชญ์ ตั้งอยู่ภายในเขต อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และถือเป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็น วัดหลวงที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชวังโบราณ ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญของพระมหากษัตริย์และราชสำนักในอดีต

จุดเด่นของวัดคือ เจดีย์ทรงลังกา 3 องค์ ที่ตั้งเรียงกันอย่างสง่างาม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอยุธยา และเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยา

ในอดีต วัดแห่งนี้ยังเคยเป็นที่ประดิษฐาน พระศรีสรรเพชญดาญาณ พระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ที่หุ้มด้วยทองคำ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญของกรุงศรีอยุธยา

ปัจจุบันวัดพระศรีสรรเพชญ์เป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของ มรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก ที่สะท้อนความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาในอดีต


สุขุม แก้วกดั่น อยุธยา

โครงการทหารพันธ์ุดี “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” พัฒนาแหล่งอาหาร และสร้างแหล่งเรียนรู้ ในพื้นที่ จ.น่าน

โครงการทหารพันธ์ุดี “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” พัฒนาแหล่งอาหาร และสร้างแหล่งเรียนรู้ ในพื้นที่ จ.น่าน

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ชุดปฏิบัติการโครงการทหารพันธ์ุดี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 ร่วมกับคณะครูและนักเรียน ดำเนินงาน ตามโครงการทหารพันธ์ุดี “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” ตามพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 10 แห่ง ในพื้นที่ อ.สองแคว, อ.ทุ่งช้าง, อ.เฉลิม พระเกียรติ และ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารกลางวันให้กับนักเรียนได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน ในด้านเกษตรกรรม, ด้านปศุสัตว์, ด้านการประมงน้ำจืด และขยายผลไปสู่ชุมชนใกล้เคียง

ขณะที่ มณฑลทหารบกที่ 38 จัดชุดปฎิบัติการโครงการทหารพันธ์ุดี “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” ดำเนินโครงการทหารพันธ์ุดี “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” ตามพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านผักเฮือก โรงเรียนบ้านบ่อหลวง โรงเรียนบ่อเกลือ ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ จว.น่าน และ โรงเรียนบ้านขุนน้ำน่าน ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จว.น่าน เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารกลางวันให้กับนักเรียนได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนา การ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน ในด้านการเกษตร, ประมงและปศุสัตว์

#โครงการทหารพันธุ์ดีน่าน #ชุมชนเบิกบานอาหารปลอดภัย 3ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส #กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน #กรมทหารพรานที่32สุภาพบุรุษชุดดำ #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่32 #กองกำลังผาเมือง


นที มีเดช รายงาน