รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ยันไม่มีผู้ป่วยโควิด 19 ตรวจสอบโซเชียล เป็นข่าวลือ

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ยันไม่มีผู้ป่วยโควิด 19 ตรวจสอบโซเชียลข่าวลือ

ในวันนี้ 19 มี.ค.63 พล.ร.ต.เกิดศักดิ์ วีระโยธิน ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เปิดเผยว่า จากกรณีมีโพสต์ ลงในโซเชียลว่า รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มีผู้ติดเชื้อโควิด 19 นั้น ขอเรียนชี้แจงว่า ตั้งเเต่เดือน ก.พ.63 จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด 19 แต่อย่างใด และในปัจจุบัน หน้ากากอนามัยของโรงพยาบาลฯ มีอย่างจำกัด จึงขอให้เจ้าหน้าที่ใน รพ.ฯ และผู้มาใช้บริการ ได้ใช้อย่างประหยัดด้วย จึงขอเรียนชี้แจงและแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน

ส่วนข้อความที่โพสต์และแชร์ในโซโลกเชียลนั้น ขอความกรุณาได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เพราะจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ตื่นตระหนกได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบโซเชียลที่ลงไม่ถูกต้อง เพื่อดำเนินการต่อไปแล้ว


ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้ว่าสุโขทัย สั่งปิด 3 หมู่บ้าน ของอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย

ผู้ว่าสุโขทัย สั่งปิด 3 หมู่บ้าน ของอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย

นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวถึงการพบเซียนมวยชาว อำเภอกงไกรลาศ ติดเชื้อไวรัสโควิด -19 และกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุโขทัย ได้มีมติในที่ประชุม ให้ปิด 3 หมู่บ้าน ของตำบลท่าฉนวน ประกอบด้วย หมู่ 2 บ้านหนองบัว, หมู่ 9 บ้านคลองยาง ,หมู่ 11 บ้านหล่ายปอแดง ,ตำบลท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ให้เป็นพื้นที่ระบาดในการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อโควิด -19 เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 1 เมษายน 2563 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้สั่งให้มีการตั้งด่านคัดกรองคนเข้าออกในพื้นที่ และใช้มาตราควบคุมโรคเช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร

จากไทม์ไลน์การสอบสวนโรคของผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกของจังหวัดสุโขทัย เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 -14 มีนาคม 2563 มีผู้สัมผัสและมีความเสี่ยงประมาณ 100 คน ล่าสุดผลยืนยันการตรวจภรรยาเซียนมวย ติดเชื้อเป็นรายที่สองของจังหวัดสุโขทัย

ในขณะที่พี่สาวของเซียนมวย ซึ่งมีอาการไข้และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลขณะนี้รอผลยืน ยันทางห้องปฎิบัติการจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีกครั้ง ขณะเดียวกันบริเวณบ้านของเซียนมวยผู้ติดเชื้อ โควิด -19 และ กลุ่มบ้านญาติใกล้เคียงกัน 4-5 หลังคาเรือนพบว่า ต่างปิดตายไม่มีบุคคลเข้าออกบ้าน ทราบว่า มีญาติพี่น้องและบ้านเรือนใกล้เคียงต่างพากันกักตัวตามมาตรการสาธารณสุข เป็นเวลา 14 วันเนื่องจากเป็นผู้ใกล้ชิดและมีความเสี่ยงสูง โดยเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และ ท้องถิ่น อบต.ท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จัง หวัดสุโขทัย คุมเข้มตามมาตรการเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อโควิด -19 มีการตั้งด่าน ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องผ่านเข้าออกหมู่บ้าน ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ใช้เจลล้างมือพร้อมทั้งฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อยานพาหนะทุกชนิดในการผ่านเข้าออกหมู่บ้านอย่างเข้มข้น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนด้วยดี

ด้านมาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบนั้น ให้มีการรายงานสถานการณ์โณคโควิด-19 ทุกวัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน พร้อมหามาตรการทางการเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สถาบันทางการเงินทำตามมาตรการอย่างจริงจัง ให้จัดหาอุปกรณ์ในการป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับภาคเอกชนในราคาที่เป็นธรรม และแนะนำความรู้ในการป้องกันตนเอง ให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมด้านการพัฒนาสินค้าและผู้ประกอบการ ฟื้นฟูย่านการค้าที่สำคัญของจังหวัด เพื่อรองรับเมื่อสถานการณ์โควิด-19 เข้าสู่ภาวะปกติ

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

เพชรบูรณ์ – อำเภอวังโป่ง ร่วมกันจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

เพชรบูรณ์ อำเภอวังโป่ง ร่วมกันจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

ณ โรงเรียนบ้านซับเปิบ หมู่ 3 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ นายวรวุฒิ อินตะมะ นายอำเภอวังโป่ง มอบหมายให้ นายณัฐพัชร์ ภัทรพิศิษฐ์ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/รอง ผอ.ศอ.จอส.อ.วังโป่ง เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราช ทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการตำรวจ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ จิตอาสาพระราชทานในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ตามโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ ซึ่งกำหนดให้จัดกิจกรรมทุกเดือน เพื่อให้ประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคี มีความสุข และประเทศชาติมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน

ด้าน นายณัฐพัชร์ ภัทรพิศิษฐ์ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/รอง ผอ.ศอ. จอส.อ.วังโป่ง กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดโรงเรียนบ้านซับเปิบ ในวันนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโรคโควิด 19 อีกด้วย โดยจิตอาสาพระราชทานร่วมกันทำความสะอาดบริเวณโรงเรียนบ้านซับเปิบ ประสานความร่วมมือร่วมกันทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชนโดยเฉพาะ จิตอาสาพระราชทานในการเข้ามามีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วน มีความสมัครสมานสามัคคี มีความสุข และประเทศชาติมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน สนองพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยสร้างจิตสำนึกให้ประชาชน และให้ความสำคัญในการรักษาความสะอาด สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับสถานศึกษาแห่งนี้อีกด้วย “เป็นการเริ่มที่ตัวเรา และจบที่ตัวเราเอง”


เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

เลย # ทหารพราน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตรวจยึดยานรก 10,000 เม็ด จยย.1 คัน ในพื้นที่ อำเภอเชียงคาน

เลย # ทหารพราน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตรวจยึดยานรก 10,000 เม็ด จยย.1 คัน ในพื้นที่ อำเภอเชียงคาน


เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 เวลา 17.00 นาฬิกา กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบรับ – ส่งยาเสพติด บริเวณริมถนนสาย 2195 (บ้านเชียงคาน – บ้านคกมาด ) พื้นที่ บ้านเชียงคาน หมู่ 1 ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย จากนั้นเวลา 18.30 นาฬิกา ได้จัดกำลังพล 4 นาย ร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรเชียงคาน, สถานีเรือเชียงคาน, กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 246, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเลย และตำรวจน้ำเชียงคาน ทำการซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งเวลา 20.00 นาฬิกา ตรวจพบชายขับขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน มาจอดแล้วเดินมาหยิบสิ่งของบางอย่าง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่ชายคนดังกล่าวได้ทิ้งสิ่งของและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ

จากการตรวจสอบ พบถุงพลาสติก 1 ใบ ตรวจสอบภายในถุงพลาสติกพบก้อนวัตถุห่อหุ้มด้วยกระดาษไขสีขาวประทับอักษรภาษาอังกฤษ A จำนวน 5 ก้อน จึงนำ ของกลางมาตรวจนับอย่างละเอียด ผลการปฏิบัติสามารถตรวจยึดยาบ้า 10,000 เม็ด (ลักษณะกลมแบน ด้านหนึ่งผิวเรียบ อีกด้านประทับอักษรภาษาอังกฤษ WY เม็ดสีส้ม จำนวน 9,900 เม็ด และเม็ดสีเขียว จำนวน 100 เม็ด), ถจักรยานยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จึงได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้กับ สถานีตำรวจภูธรเชียงคาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

หนองคาย # กกล.สุรศักดิ์มนตรี สกัดกั้นการลักลอบขนย้ายยาเสพติด ของกลุ่มเครือข่าย ขบวนการค้ายาเสพติด 9,452 เม็ด ในพื้นที่ อ.โพนพิสัย

หนองคาย #กกล.สุรศักดิ์มนตรี สกัดกั้นการลักลอบขนย้ายยาเสพติด ของกลุ่มเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติด 9,452 เม็ด ในพื้นที่ อ.โพนพิสัย

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 เวลาประมาณ 08.00 น. กองกำลัง.สุรศักดิ์มนตรี โดยกองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 245 หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว (ขอปิดนาม) ว่าจะมีการลักลอบรับ – ส่งยาเสพติด บริเวณวัดโพธิ์งาม พื้นที่ บ.แดนเมือง ม.3 ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย จึงจัดกำลังพล ทำการวางกำลังดักซุ่มโดยรอบบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.30 น. ไม่พบเห็นบุคคลเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ

จากการตรวจสอบ พบถุงพลาสติกสีเขียววางอยู่บริเวณโคนต้นไม้ จึงได้ทำการตรวจสอบภายในถุงพลาสติก พบก้อนวัตถุห่อหุ้มด้วยกระดาษไขสีเหลืองประทับ จำนวน 2 ก้อน จึงนำของกลางมาตรวจนับอย่างละเอียด จากการตรวจนับ พบเป็นยาบ้า จำนวน 9,452 เม็ด จากนั้น ได้นำของกลางทั้งหมด ส่งมอบให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.โพนพิสัย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

สวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค พ่นยาฆ่าเชื้อ เพิ่มความมั่นใจนักท่องเที่ยว

สวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์คพ่นยาฆ่าเชื้อเพิ่มความมั่นใจนักท่องเที่ยว

วันที่ 18 มี.ค.63 ที่สวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายมนตรี วงษ์หิรัญเดชา ผู้จัดการสวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค ร่วมกับเจ้าหน้าที่อำเภอสัตหีบ และสาธารณสุขอำเภอสัตหีบ โดยมีนายภาคิน ปานประเสริฐ ปลัดอำเภอสัตหีบ นางสาวเตือนจิตร์ ทรัพย์นา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.นาจอมเทียน นำเจ้าหน้าที่ร่วมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโควิด 19 รวมถึงเชื้อโรคอื่นๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว และในวันนี้กลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล นำโดยนายพนธกร ใคร่ครวญ ประธานกลุ่มฯ พร้อมสมาชิกได้ร่วมเดินทางมามอบป้ายประขาสัมพันธ์ สวนน้ำปลอดภัยปลอดไวรัสโควิด 19 และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในอำเภอสัตหีบ ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

นายมนตรี วงษ์หิรัญเดชา ผู้จัดการสวนน้ำสวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค กล่าวว่า สวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค ( Car toon Network ) ได้เข้มงวดและเคร่งครัดในเรื่องมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด 19 ตามที่กระทรวงสาธารณะสุขประกาศ โดยได้จัดตั้งจุดคัดกรองบริเวณทางเข้า เพื่อตรวจสแกนและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกคนที่เข้าสวนน้ำฯ ซึ่งในวันนี้เป็นวันที่ไฟฟ้าดับ ทางสวนน้ำฯ จึงได้จัด Big cleaning Day เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวสวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

นายอภิชาติ อร่ามรัตน์ ตัวแทนกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล กล่าวว่าวันนี้ทางกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ได้มามอบป้ายประชาสัมพันธ์ และเชิญชวนให้มาเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวอำเภอสัตหีบ พร้อมแจกใบปลิวประชาสัมพันธ์ ให้ได้รับทราบเกี่ยวกับเชื้อโรคไวรัส โควิด-19 ว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่เข้ามาเที่ยวสวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ซึ่งเชื่อมั่นว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน


ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย – ผู้ตรวจราชการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตร ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุโขทัย

สุโขทัย-ผู้ตรวจราชการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุโขทัย

วันที่ 17 มีนาคม 2563 เวลา 13.00 น. นายกิตติ แดงพลอย ผู้ตรวจราชการ ส.ป.ก. สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมด้วย นางสาวพจนันท์ กองมาก ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุโขทัย และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรกรรม ของนางประเทืองทิพย์ บุญชู ซึ่งเป็นเกษตรกรเข้าร่วมโครงการพัฒนาระบบกสิกรรมธรรมชาติด้วยศาสตร์พระราชา ในรูปแบบ โคก หนอง นา โมเดล ณ หมู่ที่ 7 ตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย และได้เยี่ยมชม และให้คำแนะนำในการดำเนินกิจการของ สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคเนื้อในเขตปฏิรูปที่ดินนาขุนไกร จำกัด ตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

ผู้ตรวจราชการ ส.ป.ก. ได้ประชุมตรวจ ติดตามความก้าวหน้าตามแผนงาน/โครงการ และภารกิจตามแผนการตรวจราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ส.ป.ก. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รอบที่ 1 ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุโขทัย โดยมี นางสาวพจนันท์ กองมาก ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุโขทัย ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ร่วมประชุม และรายงานผลการดำเนินงานตามภารกิจ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุโขทัย ตำบลธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย


นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

พล.อ.ประวิตร” ลงพื้นที่ EEC ติดตามสถานการณ์น้ำ

พล.อ.ประวิตร” ลงพื้นที่ EEC ติดตามสถานการณ์น้ำ ขอบคุณคนเมืองจันท์ปันน้ำ-ทุกภาคส่วนลดใช้น้ำ 10% ร่วมฝ่าวิกฤติแล้ง

วันนี้ (18 มี.ค. 63) เวลา 10.00 น. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางป้องกันแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเดินทางไปรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำและมาตรการการแก้ไขปัญหา ณ มณฑลทหารบกที่ 14 ค่ายนวมินทราชินี อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี

จากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำที่อ่างเก็บน้ำบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมี ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน, ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, พร้อมด้วยนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, ผู้แทนส่วนราชการและเอกชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับ

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกโดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC พบว่ายังมีหลายพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ แม้ว่าฝนตกลงมาในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาและทำให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำอยู่บ้าง แต่มีปริมาณไม่มากนัก ดังนั้น กอนช. จึงได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอตลอดฤดูแล้งนี้ โดยหนึ่งในมาตรการคือ การขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งภาคอุตสาหกรรมและประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำและลดการใช้น้ำลง 10% ซึ่งจากการติดตามความก้าวหน้าของมาตรการ ทุกภาคส่วนในพื้นที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้สถานการณ์ภัยแล้งเบาบางลงและชะลอการเกิดผลกระทบในพื้นที่เสี่ยงไปได้มาก

นอกจากนี้ยังขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, คณะกรรมการลุ่มน้ำสาขาวังโตนด ชาวจันทบุรี, สทนช. กรมชลประทานและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันปันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองประแกด จ.จันทบุรี ให้แก่อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง จำนวน 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนช่วยเหลือพื้นที่ จ.ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ตลอดฤดูแล้งปีนี้ “เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ขอมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการดังนี้

  1. จังหวัดเป็นหน่วยงานหลักในการสำรวจ ติดตาม สถานการณ์ ขาดแคลนน้ำ และให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยอย่างทันท่วงที
  2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค บริษัท East Water การนิคมอุตสาหกรรมฯ และมณฑลทหารบกที่ 14 ร่วมกันป้องกันและดำเนินมาตรการลดผล กระทบในพื้นที่ EEC โดยพิจารณาปรับปรุง พัฒนาเชื่อมโยงน้ำ จัดหาแหล่งน้ำสำรองเพิ่มเติม สูบน้ำจากลำน้ำธรรมชาติเติมอ่างเก็บน้ำ กรณีมีฝนตก
  3. รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนลดการใช้น้ำลงอย่างน้อย 10% อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณน้ำเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้งและเกิดความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่อย่างยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว

ด้าน ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า กอนช. ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อให้ปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ EEC มีเพียงพอจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.63 โดยการเชื่อมโยงโครงข่ายเติมน้ำใน 3 อ่างเก็บน้ำหลักในพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี ได้แก่

  1. อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง ดำเนินการแบ่งปันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแกด จ.จันทบุรี ระบายลงคลองวังโตนด และใช้ระบบสูบผันน้ำคลองวังโตนด มาเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์ ช่วง 1-25 มี.ค.63 รวม 10 ล้านลบ.ม. และการสร้างระบบสูบกลับชั่วคราวจากคลองสะพานเพื่อสูบน้ำในกรณีมีฝนตกในพื้นที่ คิดเป็นปริมาณน้ำประมาณ 0.15 ล้าน ลบ.ม./วัน
  2. อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง ดำเนินการสูบผันน้ำลงอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 0.6 ล้าน ลบ.ม./วัน และสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่มาลงอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลอีก 3 ล้าน ลบ.ม. ซ่อมแซมระบบสูบกลับจากแม่น้ำระยอง เพื่อสูบน้ำในกรณีมีฝนตก ในพื้นที่ คิดเป็นปริมาณน้ำ 0.10 ล้าน ลบ.ม./วัน ส่วนนิคมอุตสาหกรรมมาตตาพุดใช้น้ำจากคลองน้ำหูเพื่อลดการใช้น้ำจาก อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ในปริมาณวันละ 0.05 ล้าน ลบ.ม. และ
  3. อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี สูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทรฯ จ.ชลบุรี 3 ล้านลบ.ม. และการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาฯ จ.ปราจีนบุรี ลงแม่น้ำ บางปะกงและสูบต่อไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ อีก 0.18 ล้าน ลบ.ม./วัน กรณีมีฝนตกในลุ่มน้ำบางปะกงผลักดันน้ำเค็มลงมาต่ำกว่าจุดสูบน้ำ

“นอกจากนี้ยังมีมาตรการเสริมอีก 4 มาตรการเพื่อรองรับมาตรการหลักที่กล่าวไปข้างต้น ได้แก่

  1. การเจรจาซื้อน้ำจากแหล่งน้ำเอกชนเช้าในระบบน้ำของจ.ชลบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา อีก 14 ล้าน ลบ.ม.
  2. การลดการใช้น้ำจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ 10%
  3. การลดการใช้น้ำของโรงไฟฟ้าเอกชนโดยการเดินระบบอยู่ในโหมด Stand Bye หรือเดินระบบเท่าที่จำเป็น และ 4. ผู้ประกอบการในนิคมอุตสากรรมในพื้นที่ จ.ระยอง ลดการใช้น้ำ 10%

ทั้งนี้ เพื่อรองรับการใช้น้ำเพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยา การประปาส่วนภูมิภาคสาขาพัทยา ยังมีแผนติดตั้งระบบสูบน้ำเคลื่อนที่จากอ่างเก็บน้ำห้วยตู้ 1,2 และ อ่างเก็บน้ำมาบฟักทอง 1,2 รวม 3 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสร้างความมั่นใจกับประชาชนจะมีน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดแล้งนี้”


ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – นักท่องเที่ยวพบซากโลมาอิรวดี ตายเกยตื่นสภาพเน่าเปื่อย ที่ชายหาดบานชื่น

ตราด-นักท่องเที่ยวพบซากโลมาอิรวดีตายเกยตื่นสภาพเน่าเปื่อยที่ชายหาดบานชื่น

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา วันที่ 18 มีนาคม 2563 ที่บริเวณหน้าหาดบานชื่น หมู่ 5 ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขตคลองใหญ่ ได้รับแจ้งจากชาวนักท่องเที่ยวว่าพบซากสัตว์ไม่ทราบชนิดใด เนื่องจากสภาพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วชายหาด ลอยนํ้าทะเลมาเกยตื้นชายหาดที่บริเวณหน้าหาดรีสอร์ทหาดบานชื่นแห่งหนึ่ง หมู่ 5 ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

หลังรับแจ้งอาสาสมัครสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสภานตราดเขตคลองใหญ่ร่วมตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตะวันออก จ.ระยอง พบว่าเป็นซากลูกโลมาอิรวดีสภาพเน่าเปื่อย ความยาว 1 เมตร 6 ซม. อายุประมาณ 6 เดือน ลูกโลมาอิรวดีเพศเมียตายมาแล้วประมาณ 7 วัน จากนั้นทางเจ้าหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตะวันออก จ.ระยอง ทําการผ่าพิสูตรและทําการบันทึกข้อมูลรายละเอียดของโลมาตัวดังกล่าว เพื่อนําข้อมูลไปพิสูตรอีกครั้ง เพื่อนําไปบันทึกเป็นข้อมูลประกอบในการอนุรักษ์ คาดว่าโลมาตัวนี้พัดหลงจากฝูงโลมาแล้วขาดอาหาร ในการผ่าพิสูตรเก็บเนื้อเยื่อยและชิ้นส่วนต่างๆของโลมาในครั้งนี้

โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัย จ.ระยอง นายธนพรรณ ชุ่มชื้น ได้กล่าวว่าในปีนี้โลมาตายในอ่าวตราดมาแล้ว 4 ตัว จากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จ. ระยอง เพื่อหาสาเหตุการตายต่อไป ในการผ่าตัดในกระเพาะอาหารไม่มีอาหารในกระเพาะ เนื่องจากยังเล็กไป จากนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ช่วยกันนําซากโลมาไปทําการฝังกลบ เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อโรคหรือสัตร์ชนิดอื่นมาคุ้ยกระจายต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จ.นครพนม ประกอบพิธีวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2563 ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

จ.นครพนม ประกอบพิธีวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2563 ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

วันพุธที่ 18 มีนาคม 2563 เวลา 08.00 น. ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ประธานในพิธีถวายราชสักการะ และกล่าวถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2563

โดยมี นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, นายชาตรี จันทร์วีระชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม, นายวัฒนศักดิ์ เจียวิริยบุญญา รองนายกเทศมนตรีเมืองนครพนม, นายโชคดี มังคละคีรี รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม, พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ, คณะผู้บริหารองค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น, ตลอดจนข้าราชการ, พนักงานราชการ และลูกจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมประกอบพิธี.

ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระบรมราช โองการให้ยกฐานะตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร ขึ้นเป็นสุขาภิ บาลท่าฉลอม เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2448 กลายเป็นจุดกำเนิดของการปกครองส่วนท้องถิ่นครั้งแรกในประเทศไทย ในการเริ่มต้นการกระจายอำนาจการปกครองให้แก่ประชาชน จนมีความเข้มแข็ง และเป็นรากฐานการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน

และคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2553 กำหนดให้วันที่ 18 มีนาคมของทุกปี เป็นวันท้องถิ่นไทย ดังนั้น จังหวัดนครพนม จึงได้ร่วมกันประกอบพิธีดังกล่าวขึ้น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน อีกทั้ง เพื่อให้คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ ตลอดจนบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ตระหนักถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบที่มีต่อประชาชน สังคม และประเทศชาติ รวมถึงให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของการปกครองส่วนท้องถิ่น อันเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย


ภาพข่าว เทพพนม หนุ่ม นคร รายงาน