ชื่นมื่น ! “ดร.แก้ว“ นำทัพคณะทำงาน ร่วมแสดงความยินดี พร้อมมอบของที่ระลึกให้กับ “อัจฉรา ศรีฉ่ำ”อัยการจังหวัดนนทบุรีคนใหม่

ชื่นมื่น ! “ดร.แก้ว“ นำทัพคณะทำงาน ร่วมแสดงความยินดี พร้อมมอบของที่ระลึกให้กับ “อัจฉรา ศรีฉ่ำ”อัยการจังหวัดนนทบุรีคนใหม่

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. ณ สำนักอัยการจังหวัดนนทบุรี : ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ (ดร.แก้ว) ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร,อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย,ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี,ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” นำคณะทำงานเข้าร่วมแสดงความยินดี มอบของที่ระลึกให้กับ ท่านอัจฉรา ศรีฉ่ำ อัยการจังหวัดนนทบุรีคนใหม่

ร่วมกันนี้ยังมี นายเทพประทานพร ทองคลัง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี, นายสมสินธุ์ สุดสายธรรม อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี นายไพบูลย์ เจียรนัยกุลกนก อัยการจังหวัดและคุ้มครองสิทธิ์ และช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดนนทบุรี, พล.ต.ต.สมพล วงศรีสุนทร ผบก.ภ.จ.ชัยนาท, คุณทวีศักดิ์ สุทิน, คุณสุรสีห์ ศรีอินทร์สุทธิ์ เข้าร่วมแสดงความยินดี ต่อมาหลังจากเสร็จกิจกรรมมอบของที่ระลึก ดร.แก้ว พร้อมอัยการฯ และคณะประชุมปรึกษาหารือเดินหน้าขับเคลื่อนบุคลากร คณะทำงาน ให้คำปรึกษาเรื่องคดีความ กับประชาชน สู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ห่วงใยสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ แจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวม 440,000 แสนชิ้น ฝ่าวิกฤตมหันตภัยจมฝุ่นพิษ [PM2.5เกินมาตรฐาน]

ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน พ.ศ.2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นำเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย และแผนกบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ประสบภัยฝุ่นพิษ [PM2.5เกินมาตรฐาน] อาทิ อำเภอเมือง หางดง แม่ริม สันทราย ดอยสะเก็ด และสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวม 440,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดยมี มูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล จังหวัดเชียงใหม่ มูลนิธิลำพูนสามัคคีการกุศล จังหวัดลำพูน และมูลนิธิลําปางสงเคราะห์ จังหวัดลำปาง และมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย เป็นผู้ประสานงานและร่วมแจกจ่ายในพื้นที่

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนักถึงวิกฤตการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก [PM2.5] โดย ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บูรณาการการจัดการเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลดจำนวนกระถางธูปสักการบูชา การงดการเผากระดาษชุดเครื่องสักการะที่ศาลเจ้าฯ รวมถึงติดป้ายรณรงค์ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธางดจุดธูป-เทียน และแจ้งการจัดเก็บธูป-เทียนที่จุดแล้วเร็วขึ้น และจัดเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยความห่วงใย และ ตระหนักถึงสุขภาพประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและสิ่งแวดล้อมส่วนรวม โดยตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ช้าง-เจนซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” ต่อสนาม 2 ‘บางจาก มาสเตอร์ส’ เล่นกบินทร์บุรี ลุ้นตั๋วล่าฝัน พบโค้ชระดับโลกที่สหรัฐฯ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

“ช้าง-เจนซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่องในสนามที่ 2 รายการ “บางจาก มาสเตอร์ส 2026” ณ สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ จ.ปราจีนบุรี ระหว่างวันที่ 18-19 เมษายน 2569 แชมป์รุ่น Super GENZ (ชาย) รับสิทธิ์บินตรงสู่สหรัฐอเมริกา เข้าแคมป์ฝึกซ้อมแบบ 1 ต่อ 1 กับโค้ชระดับโลก และลงชิงชัยในศึก FCG International Championship อย่างคุ้มค่าที่สุด

การแข่งขันสนามที่ 2 นี้ มีรางวัลใหญ่ที่เหล่านักสวิงเยาวชนพลาดไม่ได้ ให้กับผู้ชนะเลิศในรุ่น Super GENZ (ชาย) ซึ่งจะได้รับสิทธิ์เดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมและเข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟรายการ 19th FCG International Championship ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน-3 กรกฎาคม 2569 โดยบริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด นับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยาก นักกีฬาได้สัมผัสประสบการณ์ระดับอาชีพตลอด 11 วันเต็ม แบ่งเป็นช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมและวางแผนการเล่นในสนามจริง 4 วัน และช่วงแข่งขันในรายการที่ได้รับการรับรองคะแนน WAGR อีก 3 วัน มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท (รวม 2 รางวัล จากสนามที่ 1 และ 2) และความพิเศษในปีนี้คือการได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมโค้ชระดับโลก นำโดย โค้ช Josh Alpert เจ้าของรางวัล 2023 SCPGA Teacher & Coach of the Year ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลักดันนักกอล์ฟเยาวชนเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี พร้อมด้วย โค้ช Aiden Oliver อดีตนักกอล์ฟ Division 1 ร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์แบบ 1 ต่อ 1 เพื่อดึงศักยภาพนักกีฬาออกมาให้ถึงขีดสุด

นอกจากรางวัลสู่สหรัฐอเมริกาแล้ว นักกอล์ฟยังได้สะสมคะแนนในระบบ Junior Golf Scoreboard (JGS) เพื่อสร้างโปรไฟล์สำหรับการศึกษาต่อต่างประเทศ และลุ้นสิทธิ์เป็น 1 ใน 6 ตัวแทนเยาวชนไทยจากรุ่น Junior GENZ และ Super GENZ บินไปแข่งขันรายการ Yonex Junior Golf Championship 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น หลังจบการแข่งขันสนามที่ 3 อีกด้วย

สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามที่มีความยาวและท้าทายความสามารถของนักกอล์ฟอย่างมาก จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าใครจะมีความนิ่งและสมาธิที่แข็งแกร่งพอที่จะคว้าแชมป์ในสนามนี้ไปครอง โดยทาง “เดอะ เจ็นซ์” ยังคงมุ่งเน้นการเสริมทักษะด้านจิตวิทยา ผ่านความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเพื่อยกระดับเยาวชนไทยให้มีมาตรฐานทัดเทียมนักกีฬาอาชีพ

“บางจาก มาสเตอร์ส 2026” พร้อมระเบิดความมันส์บนสนามที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ณ กบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ เยาวชนที่สนใจสามารถสมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่: Official Line: @genzgolf และ โทรศัพท์: 065-696-2229


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สสจ.นครศรีธรรมราช เปิดโครงการ “GoSec (CTMR)” ดึงผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ติวเข้ม 25 โรงพยาบาล เสริมเกราะไซเบอร์ขั้นสูง ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลสุขภาพ

สสจ.นครศรีธรรมราช เปิดโครงการ “GoSec (CTMR)” ดึงผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ติวเข้ม 25 โรงพยาบาล เสริมเกราะไซเบอร์ขั้นสูง ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลสุขภาพ

เมื่อวันที่ 8 -10 เมษายน 2569 ที่นครศรีธรรมราช : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรี ธรรมราช ยกระดับความเข้มข้นในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาคุณภาพเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยไซเบอร์ GoSec (Cyber Trust & Monitoring Readiness : CTMR)” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศร่วมถ่าย ทอดเทคนิคการเฝ้าระวังภัยคุกคามดิจิทัลให้แก่บุคลากรไอทีจาก 25 โรงพยาบาลทั่วจังหวัด

เมื่อวันที่ 8-10 เมษายน 2569 นายแพทย์ธรรมสถิต พิบูลย์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจัง หวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ โดยไฮไลท์สำคัญของการอบรมในครั้งนี้ คือการได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.กฤษณ์ธนะทรรศน์ รัตนภูมิภักดี ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เป็นวิทยากรหลักในการบรรยายและนำเวิร์กชอปเพื่อถ่าย ทอดองค์ความรู้เชิงลึก

นายแพทย์ธรรมสถิต พิบูลย์ เผยว่า “การได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.กฤษณ์ธนะทรรศน์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษระดับแถวหน้า มาเป็นผู้บรรยายในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่บุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงพยาบาลทั้ง 25 แห่ง จะได้เรียนรู้กลยุทธ์การรับมือภัยคุกคามในระดับสากล เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปกป้องข้อมูลสุขภาพของประชาชนชาวนคร ศรีธรรมราชให้ปลอดภัยจากการถูกโจมตีในทุกรูปแบบ”

เจาะลึกกลยุทธ์ GoSec (CTMR) โดยผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ในการบรรยายโดย ศ.ดร.กฤษณ์ธนะทรรศน์ รัตนภูมิภักดี ได้มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะความพร้อมผ่านแนวคิด CTMR เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ ระบบสาธารณสุขจังหวัด :

  • Cyber Trust: การวางโครงสร้างสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่เน้นความปลอดภัยสูงสุด (Zero Trust Architecture)
  • Monitoring Readiness : เทคนิคการตรวจจับสัญญาณการบุกรุก (Intrusion Detection) และการวิเคราะห์พฤติกรรมผิดปกติของระบบ
  • Incident Response : การจัดทำแผนเผชิญเหตุและการซ้อมรับมือ (Cyber War Game) เพื่อให้ระบบกลับมาใช้งานได้ทันทีหากเกิดวิกฤต

การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Practical Workshop) ผู้เข้าร่วมอบรมจากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน ทั้ง 25 แห่ง ได้ลงมือปฏิบัติจริงในประเด็นสำคัญ :

  • Vulnerability Assessment : การค้นหาและปิดช่องโหว่ของระบบสารสนเทศโรงพยาบาล
  • Log Management & Compliance : การบริหารจัดการข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องตามกฎหมายและ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
  • Ransomware Defense : การตั้งค่าระบบป้องกันและสำรองข้อมูลเพื่อรับมือมัลแวร์เรียกค่าไถ่ก้าวสู่ Smart Hospital ที่เปี่ยมด้วยความมั่นคงปลอดภัย

โครงการ GoSec (CTMR) ภายใต้การนำของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช และการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญพิเศษในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่ปลอดภัย ช่วยให้โรงพยาบาลในสังกัดสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมั่นใจ และพร้อมขับเคลื่อนสู่การเป็น Smart Hospital ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับสากล
ติดตามรายละเอียดและองค์ความรู้เพิ่มเติม : เว็บไซต์ www.gosec.one


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. หนุนงานวิจัย “Safe-Reforest” ยกระดับการจัดการป่าไม้ไทย สู่ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

วช. หนุนงานวิจัย “Safe-Reforest” ยกระดับการจัดการป่าไม้ไทย สู่ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จัดการประชุมเผยแพร่ผลการวิจัยสู่สาธารณะ ภายใต้หัวข้อ “Safe-Reforest : ยกระดับการจัดการป่าไม้ไทย สู่ความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม” โดยมี ศ.พล.ต.ต.ดร.ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นประธานเปิดการประชุม โดยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องบุษบงกช เอ ชั้น 2 โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพฯ

ศ.พล.ต.ต.ดร.ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวเปิดการประชุม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาใช้เป็นเครื่องมือในการยกระดับธรรมาภิบาลในโครงการภาครัฐ โดยเฉพาะการป้องกันความเสี่ยงจากการทุจริตในโครงการปลูกป่า ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ด้าน รศ.พ.ต.อ.สุรัตน์ สาเรือง คณบดีคณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ หัวหน้าโครงการวิจัย ได้นำเสนอผลการดำเนินงานวิจัยเรื่อง “การจัดทำมาตรการป้องกันความเสี่ยงการทุจริตในโครงการปลูกป่าของหน่วยงานภาครัฐ” โดยชี้ให้เห็นถึงช่องว่างและความท้าทายของระบบเดิม พร้อมเสนอแนวทางการพัฒนากลไกเชิงป้องกันที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในระดับนโยบายและปฏิบัติ

นอกจากนี้ คณะนักวิจัยยังได้นำเสนอแพลตฟอร์ม “Safe-Reforest : นวัตกรรมเฝ้าระวังการทุจริตและการบุกรุกป่าแบบมีส่วนร่วม” ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำคัญในการเฝ้าระวังและติดตามการปลูกป่าแบบมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบ และร่วมติดตามผลการดำเนินงานได้อย่างโปร่งใส

ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “Reforestation with Good Governance : สร้างระบบปลูกป่าที่ตรวจสอบได้” โดยผู้แทนจากกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอแนะในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการป่าไม้ของประเทศให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

ทั้งนี้ การประชุมในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของ วช. ในการผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยมุ่งหวังให้เกิดต้นแบบระบบการจัดการป่าไม้ที่มีธรรมาภิบาล ลดความเสี่ยงการทุจริต และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคม อันจะนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ทัพเบสบอล 5 ทีมชาติไทยสร้างประวัติศาสตร์! ผงาดคว้าทองแดงเอเชียคัพ คว้าตั๋วลุยศึกชิงแชมป์โลกเป็นครั้งแรก

ทัพเบสบอล 5 ทีมชาติไทยสร้างประวัติศาสตร์! ผงาดคว้าทองแดงเอเชียคัพ คว้าตั๋วลุยศึกชิงแชมป์โลกเป็นครั้งแรก

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ที่ฮ่องกง : ทีมชาติไทยสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการกีฬาโลก ด้วยการคว้า อันดับ 3 ในการแข่งขัน “เบสบอล 5 เอเชียคัพ ครั้งที่ 3″ (3rd Baseball5 Asia Cup) ณ ประเทศฮ่องกง เมื่อวันที่ 27-31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยในรอบชิงชนะเลิศอันดับ 3 ไทยชาติไทยสามารถเอาชนะทีมชาติเกาหลีใช้ไป ได้อย่างสุดระทึก 2-0 เซต ส่งผลให้ทัพนักกีฬาไทยคว้าสิทธิ์เป็น 1 ใน 3 ตัวแทนจากทวีปเอเซีย เข้าสู่การแข่งขันชิง แชมป์โลก III WBSC Baseball5 World Cup ณ กรุงซานฮวน ประเทศเปอร์โตริโก ในช่วงปลายปีนี้ได้สำเร็จ

เส้นทางสู่ชัยชนะ ความมุ่งมั่นและชั้นเชิงระดับเอเชีย

ในการแข่งขันนัดชิงอันดับ 3 ทีมชาติไทย (ปัจจุบันรั้งอันดับ 18 ของโลก) โชว์ฟอร์มแกร่งเอาชนะเกาหลีได้ ด้วยคะแนน 6-5 และ 5-4 ซึ่งถือเป็นชัยชนะที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางกลยุทธ์และจิตใจที่เยือกเย็นภายใต้ ความกดดัน เนื่องจากทั้งสองเซตตัดสินกันด้วยคะแนนเฉือนกันเพียงแต้มเดียวเท่านั้น

การก้าวขึ้นสู่โพเดียมในครั้งนี้ถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของทัพนักกีฬาไทย จากที่เคยคว้าอันดับ 7 ในการแข่งขันเอเซียคัพครั้งแรกเมื่อ 4 ปีก่อน สู่การเป็นทีมหน้าใหม่ทีมแรกที่สามารถแทรกตัวขึ้นมาอยู่บนโพ เดียมระดับทวีปได้สำเร็จ ทำลายสถิติเดิมที่มีเพียง ญี่ปุ่น จีนไทเป และเกาหลีใต้ เท่านั้น ที่เคยผูกขาดครองตำแหน่ง นี้มาโดยตลอด

สรุปผลการแข่งขันและทำเนียบแชมป์

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้น ณ D-Park Shopping Mall เขตทวนหวัน ฮ่องกง โดยมีทีมเข้าร่วมประชันฝีมือทั้งหมด 9 ชาติ ได้แก่ จีนไทเป,ญี่ปุ่น,ไทย,เกาหลีใต้,ฮ่องกง,เวียดนาม,สิงคโปร์,ซาอุดีอาระเบีย และบังกลาเทศ ผลการจัดอันดับและทีมที่ได้รับสิทธิ์ไปชิงแชมป์โลก มีดังนี้

  • ชนะเลิศ จีนไทเป (คว้าสิทธิ์ชิงแชมป์โลก)
  • รองชนะเลิศ ญี่ปุ่น (คว้าสิทธิ์ชิงแชมป์โลก)
  • อันดับ 3 ไทย (คว้าสิทธิ์ชิงแชมป์โลก – สร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรก)
  • อันดับ 4 : เกาหลีใต้

(หมายเหตุ : ฮ่องกงได้รับสิทธิ์เข้าร่วมชิงแชมป์โลกในฐานะเจ้าภาพครั้งที่ผ่านมา)

ก้าวต่อไปสู่เวทีโลก ณ เปอร์โตริโก

ทีมชาติไทยจะเดินทางไปร่วมศึกชิงแชมป์โลกครั้งที่ 3 (III WBSC Baseball5 World Cup) ระหว่างวันที่ 9-13 ธันวาคม 2569 ณ กรุงซานฮวน ประเทศเปอร์โตริโก ซึ่งในปีนี้ได้มีการขยายจำนวนทีมเป็น 16 ทีม ทั่วโลก โดยมีทีมระดับมหาอำนาจที่ผ่านเข้ารอบแล้ว อาทิ ตูนิเซีย,แอฟริกาใต้,ฝรั่งเศส,สเปน,ตุรกี,เจ้าภาพ เปอร์โตริโก รวมถึงแชมป์เก่าอย่างคิวบา

ถอดรหัสความสำเร็จ : การบริหารจัดการและทีมงานเบื้องหลัง

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการวางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบของสมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส นายกสมาคมฯ ผนวกกับการบริหารจัดการ ทีมที่ยอดเยี่ยมของคณะทำงานผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ได้แก่

  • ผู้จัดการทีม นางสาวริญญานันท์ คันธา (Powerpump45)
  • หัวหน้าผู้ฝึกสอน ดร.ณัฐพงศ์ สัมปหังสิต (มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกรุงเทพ)
  • ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน คุณปฏิญญา ครุธทิน (Powerpump45)

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ทีมงานได้ยกระดับมาตรฐานทีมอย่างต่อเนื่อง จากอันดับ 7 ในปี 2022 สู่การคว้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เมื่อปลายปี 2025 อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนทักษะจากผู้เชี่ยวชาญระดับ โลกอย่าง “อายาโกะ ร็อคคาคุ” อดีต MVP ชิงแชมป์โลกปี 2022 จากญี่ปุ่น รวมถึงการสร้างฐานแฟนคลับให้กีฬา ชนิดนี้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านการร่วมสนับสนุนของนักแสดงชื่อดัง “ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน”

ขุนพลนักกีฬาชุดประวัติศาสตร์
เบสบอล 5 เป็นกีฬาแบบผสมชาย-หญิง (Mixed-gender) โดยขุมกำลังสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ไทย ประกอบด้วยนักกีฬาที่ผ่านการคัดเลือก ดังนี้

นักกีฬาชาย

  • รามิล ยาลังคำ (ศิษเก่าโรงเรียนกีฬาเชียงใหม่ และมกช.เชียงใหม่)
  • ธีธัช สุวรรณแสง (ศิษเก่าโรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรี)
  • เสฏฐวุฒิ บูชา (ศิษเก่าโรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรีและ มกช. สุพรรณบุรี)
  • นฤพล ม่วงเกษม (ศิษเก่าโรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรีและ มกช. สุพรรณบุรี)
  • ศุภเสก แก้วดวงดี (ศิษเก่าโรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรีและ มกช. สุพรรณบุรี)

นักกีฬาหญิง

  • กัญญาวรรณ ศิลา (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
  • นันท์นภัส วัตตพรหม (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
  • สุดารัตน์ เวียงคำฟ้า (มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์)
  • สิริลักษณ์ ณะอุบล (มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตอ่างทอง)
  • อมลวรรณ มั่นเสดาะ (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. หนุนงานวิจัย “From Policy to Practice” ขับเคลื่อนระบบบริการภาครัฐดิจิทัล Fast Track สู่ต้นแบบโปร่งใส แก้ปัญหาสินบนอย่างเป็นรูปธรรม

วช. หนุนงานวิจัย “From Policy to Practice” ขับเคลื่อนระบบบริการภาครัฐดิจิทัล Fast Track สู่ต้นแบบโปร่งใส แก้ปัญหาสินบนอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จัดการประชุมเผยแพร่แผนงานวิจัยการขับเคลื่อนและขยายผลระบบบริการภาครัฐรูปแบบดิจิทัลและช่องทางพิเศษแบบเร่งด่วน เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาการรับสินบน ภายใต้แนวคิด “From Policy to Practice : ขับเคลื่อนนโยบายสู่ต้นแบบและขยายผลสู่การปฏิบัติ” โดยมี ศ. พล.ต.ต.ดร.ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วยนักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องบุษบงกช เอ ชั้น 2 โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพฯ

ศ.พล.ต.ต.ดร.ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการยกระดับการให้บริการภาครัฐ โดยใช้งานวิจัยเป็นฐานองค์ความรู้เชิงประจักษ์ เพื่อพัฒนากลไกเชิงปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ (วช.) ได้สนับ สนุนทุนอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ภายใต้แผนงานเสริมสร้างธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน โดยมีโรงเรียนนายร้อยตำรวจเป็นผู้ดำเนินโครงกล่าวดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการพัฒนามาตรการดำเนินงาน การเสริมสมรรถนะหน่วยงาน การวิเคราะห์ช่องว่างของระบบงาน และการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต้นแบบ

จากการดำเนินงานวิจัยที่ผ่านมา คณะผู้วิจัยได้ศึกษาและถอดบทเรียนการขับเคลื่อนระบบบริการภาครัฐแบบ Fast Track พบว่า ความสำเร็จของการนำไปสู่การปฏิบัติ จำเป็นต้องอาศัยการผลักดันเชิงนโยบายจากผู้บริหารระดับสูง ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งในด้านกระบวนการ เทคโนโลยี กฎระเบียบ และศักยภาพของบุคลากร

นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังนำไปสู่การพัฒนาแพลตฟอร์ม “GFOS Plus” ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำคัญในการยกระดับการให้บริการภาครัฐให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นต้นแบบสำคัญในการขยายผลสู่หน่วยงานภาครัฐในวงกว้าง

ในโอกาสนี้ ศ.พล.ต.ต.ดร.ชัชนันท์ ได้กล่าวขอบคุณ (วช.) ที่ให้การสนับสนุนทุนวิจัย ตลอดจนผู้บริหาร หน่วยงานภาคี และคณะผู้วิจัยทุกท่าน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ผลผลิตจากงานวิจัยครั้งนี้จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการยกระดับการให้บริการภาครัฐ และเสริมสร้างธรรมาภิบาลได้อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

โดยมีประเด็นหัวข้อดังนี้

  • TED Talk: FAST TRACK DIGITAL GOVERNMENT บริการภาครัฐดิจิทัลกับการยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐ
    ผู้ร่วมเสวนา :
    นายสุรงค์ บูลกุล (หอการค้าไทย)
    นายถิรพงศ์ ฤกษ์ขำ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ)
    นายภิญโญยศ ม่วงสมมุข (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ)
  • FROM POLICY TO PRACTICE: ขับเคลื่อนนโยบายสู่ต้นแบบและขยายผลสู่การปฏิบัติ
    ผู้ร่วมเสวนา :
    นายสุภอรรถ โบสุวรรณ (HAND Social Enterprise)
    นายชนันตชัย พฤกษ์สุกาญจน์ (เทศบาลเมืองสามพราน จ.นครปฐม)
  • การนำเสนอ สรุปผลการดำเนินงานของแผนงาน
    ผู้นำเสนอ : รศ.พ.ต.อ.ดร.ธิติ มหาเจริญ รองคณบดีนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผู้บริหารจัดการแผนงาน
  • การนำเสนอนวัตกรรมด้านการบริการภาครัฐยุคใหม่ “GFOS Plus Platform”
    ผู้นำเสนอ : พ.ต.ท.ดร.ปริญญา ลีลานันท์ คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อย

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการงานวิจัยสู่การขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ ที่มุ่งเน้นการสร้างระบบบริการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอดจากการทุจริต อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

บก.น.9 จัดพิธีประดับยศว่าที่ร้อยตำรวจตรี, สรงน้ำพระและรดน้ำดำหัวตามประเพณีวันสงกรานต์ ประจำปี 2569

บก.น.9 จัดพิธีประดับยศว่าที่ร้อยตำรวจตรี,สรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัวตามประเพณีวันสงกรานต์ ประจำปี 2569

วันที่ 10 เม.ย.2569 : พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9. พร้อมด้วย รอง ผบก.น9,คณะที่ปรึกษา กต.ตร.บกน.9 และข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.น.9 เข้าร่วมในพิธี ประดับยศ ว่าที่ร้อยตำรวจตรี จำนวน 31 นาย และมอบนโยบายให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดฯ ถือเป็นพิธีที่มีความสำคัญเพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของอาชีพข้าราชการตำรวจผลที่ตามมาประชาชนจะได้รับการปกป้องถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างแท้จริง สมดั่งคำว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ และตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน” และ ในการนี้ได้มีพิธีสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้บังคับบัญชาตามประเพณีวันสงกรานต์ ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมเอนกประสงค์ บก.น.9


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

ฮือฮา !! โค้งฟาร์มโชคชัย ป้าย “นักแสดง Netflix” โผล่กว่า 30 รูป ทำชาวบ้านหลอนกลางคืน ที่แท้แคมเปญเตือนขับขี่ปลอดภัย

นครราชสีมา – ฮือฮาโค้งฟาร์มโชคชัย ป้าย “นักแสดง Netflix” โผล่กว่า 30 รูป ทำชาวบ้านหลอนกลางคืน ที่แท้แคมเปญเตือนขับขี่ปลอดภัย

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอพบป้ายภาพนักแสดงจาก Netflix จำนวนกว่า 30 รูป ถูกนำมาติดตั้งเรียงรายบริเวณทางโค้งขาเข้าเมืองนครราชสีมา แถว ฟาร์มโชคชัย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะผู้ที่ขับรถผ่านในช่วงเวลากลางคืน ต่างระบุว่าเมื่อเห็นป้ายจำนวนมากในจุดโค้ง อาจทำให้ตกใจหรือรู้สึกหลอน เนื่องจากแสงไฟสะท้อนใบหน้าบนป้ายอย่างชัดเจน

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบว่าป้ายทั้งหมดเป็นภาพนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่งของ Netflix จัดทำในลักษณะฟิวเจอร์บอร์ด ติดตั้งตามแนวโค้งรวมกว่า 30 ป้าย โดยมีข้อความรณรงค์เกี่ยวกับความปลอดภัยในการขับขี่ สื่อความหมายให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ก่อนพักผ่อนและรับชมภาพยนตร์ที่บ้าน

จากการสอบถามผู้ใช้เส้นทางรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ในช่วงกลางวันอาจดูเป็นเพียงป้ายโฆษณาทั่วไป แต่เมื่อขับรถผ่านในช่วงค่ำหรือกลางคืน โดยเฉพาะในบริเวณทางโค้งที่มีแสงไฟรถส่องกระทบใบหน้าบนป้ายจำนวนมาก อาจทำให้รู้สึกสะดุดตาและตกใจได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การติดตั้งป้ายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ด้านความปลอดภัยในการเดินทาง และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับภาพยนตร์ของแพลตฟอร์มสตรีมมิง โดยใช้วิธีการสื่อสารที่สะดุดตาและแตกต่างจากป้ายโฆษณาทั่วไป ส่งผลให้เกิดกระแสพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

ทั้งนี้ ประชาชนบางส่วนยังได้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า แม้แนวคิดของโครงการจะน่าสนใจ แต่ควรพิจารณาความเหมาะสมของจุดติดตั้ง โดยเฉพาะบริเวณทางโค้งหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เพื่อไม่ให้เกิดความตกใจหรือรบกวนสมาธิของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน


ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ร่วมเปิด ศูนย์อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชนช่วงสงกรานต์ 2569 ของจังหวัดพิษณุโลก

รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ร่วมเปิด! ศูนย์อาชีวะ-ขนส่ง #อาสาช่วยประชาชนช่วงสงกรานต์ 2569 ของจังหวัดพิษณุโลก พร้อมบูรณาการจัดตั้งจุดบริการประชา ชนดูแล การเดินทางการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดเชียงราย

เมื่อวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้ พันเอก อัศวิน ดุสิตรัตนกุล รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 3/รองเสนาธิการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3 เป็นผู้แทนเข้าร่วมกิจกรรมและร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดศูนย์ “อาชีวะ – ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลสงกรานต์ 2569” โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ศรีสุธาออยล์ จำกัด (ปั๊ม ปตท. แยกวัดสะกัดน้ำมัน) อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นางสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดฯ มี จ่าสิบตรี สานนท์ วรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกรมการขนส่งทางบก, นางวรุณยุพา วิเศษสรรค์ ขนส่งจังหวัดพิษณุโลก และนายสุชาติ ชาติวรรณ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดพิษณุโลก ทั้ง 8 แห่ง ร่วมพิธี

การจัดตั้งศูนย์ “อาชีวะ – ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน” มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางจำนวนมาก โดยให้บริการตรวจสภาพรถเบื้องต้น ซ่อมบำรุง และให้คำแนะนำด้านความปลอด ภัยในการเดินทาง อันเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการเดินทางอย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลสำ คัญของไทย

ศูนย์นี้ตั้งขึ้นเพื่อดูแลประชาชนช่วงเดินทางสงกรานต์ #ให้บริการฟรี! ทั้งตรวจสภาพรถ ซ่อมรถเบื้องต้น แนะนำเส้นทาง แหล่งท่องเที่ยว พร้อมน้ำดื่มและจุดพักผ่อน เพิ่มความปลอดภัยตลอดการเดินทาง และยังเป็นเวทีให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวะได้ฝึกทักษะจริง มีนักเรียน นักศึกษาจาก 8 วิทยาลัยในพื้นที่ ผลัดเปลี่ยนให้บริการ ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569 ประชาชนและนักท่องเที่ยวท่านใดเดินทางผ่าน แวะใช้บริการได้เลย

ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์ฯ ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 37, แขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1, โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช และหน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ดำเนินการจัดตั้งเปิดจุดบริการประชาชนร่วมกัน เนื่องในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตั้งแต่วันที่ 10 – 16 เมษายน 2569 โดยมี พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 /ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และจิตอาสาผู้ปฏิบัติงานประจำจุดบริการประชาชน ฯ ณ แขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จเชียงราย

และในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ พลตรี สุวัฒน์ เฉลิมเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 35 พร้อมส่วนราชการในพื้นที่ เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่จิตอาสา ประจำจุดบริการประชาชน ของ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 35 ซึ่งจัดกำลังมาจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ จิตอาสาพระราชทาน และ สาธารณสุข เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่ ประชาชนที่สัญจรในห้วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ณ จุดบริการประชาชนหน้าวัดพระยืน ตำบลทุ่งยาง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์


นที มีเดช รายงาน