อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ สนธิกำลังรุกหนัก ระดมพล “เสือไฟ-อากาศยาน” บุกพื้นที่เขาสูงชัน สยบไฟป่าองบะ-หัวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นสำเร็จ

อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ สนธิกำลังรุกหนัก ระดมพล “เสือไฟ-อากาศยาน” บุกพื้นที่เขาสูงชัน สยบไฟป่าองบะ-หัวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นสำเร็จ

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 นายคุณากร บุญเกื้อสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่าได้รายงานปฏิบัติการเชิงรุกในการเข้าควบคุมสถานการณ์ไฟป่า หลังตรวจพบจุดความร้อน (Hotspots) ในช่วงบ่ายจำนวน 3 จุด บริเวณป่าองบะ ท้องที่บ้านปากเหมือง หมู่ที่ 7 ตำบลด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ โดยสถานการณ์มีความรุนแรงเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและกระแสลมแรง ประกอบกับพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและยากต่อการเข้าถึง

ปฏิบัติการเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมค่ายเยาวชน โดยมี นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พร้อมด้วย นายอากรชัย อวยพรชัยรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ร่วมกับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชุมวางแผนเผชิญเหตุอย่างเร่งด่วน โดยมีการระดมสรรพกำลังแบบบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ สถานีควบคุมไฟป่าสลักพระ-เอราวัณ และชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า (เสือไฟกาญจนบุรี) รวมกำลังพลกว่า 40 นาย พร้อมรับการสนับสนุนอากาศยานจากศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน (ศอท.) เพื่อเปิดปฏิบัติการทั้งทางบกและทางอากาศ

ในเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุดปฏิบัติการเพื่อเข้าพื้นที่เป้าหมาย โดยกลุ่มที่ 1 นำกำลังเสือไฟและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ รวม 20 นาย เดินทางเข้าพื้นที่บริเวณหัวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ซึ่งเป็นจุดวิกฤต โดยมีอากาศยานเข้าสนับสนุนโปรยน้ำดับไฟอย่างต่อเนื่องถึง 28 เที่ยวบิน รวมปริมาณน้ำกว่า 14,000 ลิตร ขณะที่กลุ่มที่ 2 อีก 20 นาย ได้เร่งเข้าสกัดไฟในพื้นที่ป่าองบะเพื่อป้องกันการลุกลาม

จากการทำงานอย่างหนักภายใต้สภาวะกดดันและภูมิประเทศที่ยากลำบาก ในเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และดับไฟป่าในจุดเป้าหมายได้สำเร็จเรียบร้อย พร้อมทั้งส่งกำลังเดินเท้าเข้าตรวจสอบ “แนวดำ” เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการคุไหม้ซ้ำอีกครั้ง โดยปฏิบัติการครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดีและเจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการปกป้องผืนป่าตะวันตกอย่างเต็มกำลัง


///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

สลด พบเต่าตนุตายลอยเกยหาดชะอำ 2 วัน ตาย 2 ตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางองค์จันทร์ ภาสดา ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้ง จากเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองชะอำ ว่าพบสัตว์ทะเลตายลอยมาเกยตื้น บริเวณชายหาดชะอำใต้ พิกัด 12.7869520,99.9815010 ซอยร่วมจิตร ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบมราเกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองชะอำ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นซากเต่าตนุ (Green Turtle) ขนาดความยาว ประมาณ 43.50 ซม. กว้าง 42 ซม. ด้านหลังกระดองพบรอยแตก ไม่ทราบเพศ เนื่องจากเต่าตนุมีสภาพเน่าเปื่อยมาก เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการจัดเก็บกู้ซากเต่าตนุก่อนนำไปและฝังกลบเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 69ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ 8 มีนาคม เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองชะอำ ว่าพบสัตว์ทะเลเกยตายลอยมาเกยตื้น บริเวณหาดชะอำด้านทิศใต้หน้าลุมพินีพาร์คบีช พิกัด 12°46’45.3″N 99°58’42.4 อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานไปยังศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนเข้าร่วมตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจแล้วเป็นซากเต่าตนุ (Green Turtle) ขนาดความยาว ประมาณ 47 ซม. กว้าง 44 ซม. ด้านหลังกระดองพบรอยแตก ไม่ทราบเพศเนื่องจากมีสภาพเน่าเปื่อยมาก เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการทำการจัดเก็บกู้ซากเต่าตนุก่อนนำไปฝังกลบอย่างถูกวิธิต่อไป
สำหรับ เต่าตนุ (Green Turtle) เป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ของประเทศไทย ถือเป็นสัตว์ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ห้ามล่า ห้ามครอบครอง ห้ามค้า หรือห้ามเพาะพันธุ์ รวมถึงไข่และซากเต่าทุกส่วน หากพบมีการฝ่าฝืน มีโทษทางกฎหมายรุนแรง โดยเต่าทะเลทั้ง 5 ชนิดที่พบในไทย ได้รับการคุ้มครองทั้งหมด


/////// บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

จังหวัดนครปฐม เปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์เลขสวย ประจำปี 2569 หมวดอักษร ขก ของขวัญล้ำค่า ก้าวหน้ามั่งมี ป้ายดีเลขมงคล

จังหวัดนครปฐม เปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์เลขสวย ประจำปี 2569 หมวดอักษร ขก ของขวัญล้ำค่า ก้าวหน้ามั่งมี ป้ายดีเลขมงคล

ที่ห้องสายนที โรงแรมริเวอร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วย นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมเปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์เลขสวย ประจำปี 2569 หมวดอักษร ขก ของขวัญล้ำค่า ก้าวหน้ามั่งมี ป้ายดีเลขมงคล โดยมีผู้อำนวยการสำนัก ขนส่งจังหวัดนครปฐม และจังหวัดต่างๆ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และประชาชน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

นายไตรสิทธิ์ ธันยาพรสมบัติ ขนส่งจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สำนักงานขนส่งจังจังหวัดนครปฐม ได้นำแผ่นป้ายทะเบียนรถเลขสวย ซึ่งมีภาพสีสันสวยงาม มีสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครปฐม จำนวน 301 หมายเลข ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดให้มีการประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคคลไม่เกิน 7 คน มาแล้ว จำนวน 14 ครั้ง มีรายให้จากการจัดประมูลรวมทั้งสิ้น 291,548,427 บาท (สองร้อยเก้าสิบเอ็ดล้านห้าแสนสี่หมื่นแปดพันสี่ร้อยยี่สิบเจ็ดบาทถ้วน) โดยนำเงินที่ได้จากการประมูลเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ไปใช้ในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และมอบอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการ

สำหรับการประมูลในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนชาวจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง ที่มีความประสงค์เข้าร่วมการประมูลด้วยการลงทะเบียนล่วงหน้า ครบทั้งหมด 301 หมายเลข เป็นเงินทั้งสิ้น 2,161,000 บาท (สองล้านหนึ่งแสนหกหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) กระทำโดยวิธีเสนอราคาด้วยวาจาโดยการเคาะไม้และประมูลทางอินเทอร์เน็ต เพื่อความเสมอภาค โปร่งใส และเป็นธรรม นอกจากนี้ผู้สนใจยังสามารถมาลงทะเบียนเพิ่มเติมได้อีก ณ บริเวณจัดการประมูลแห่งนี้ต่อเนื่องได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น มีผู้ประมูลหมายเลขทะเบียน ขก 9999 ในราคา 885,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 8888 ในราคา 610,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 7777 ในราคา 290,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 6666 ในราคา 240,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 5555 ในราคา 340,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 4444 ในราคา 215,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 3333 ในราคา 225,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 2222 ในราคา 200,000 บาท และหมายเลขทะเบียน ขก 1111 ในราคา 305,000 บาท


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม – ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รร.กุลดิศวิทยานุสรณ์ มอบวุฒิบัตร “บัณฑิตน้อย” อนุบาล 3 สุดอบอุ่น ผู้ปกครองร่วมปลื้มใจ

เพชรบูรณ์ – รร.กุลดิศวิทยานุสรณ์ มอบวุฒิบัตร “บัณฑิตน้อย” อนุบาล 3 สุดอบอุ่น ผู้ปกครองร่วมปลื้มใจ

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ เมื่อโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ จัดพิธีมอบวุฒิบัตร “บัณฑิตน้อย” ให้แก่นักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ประจำปีการศึกษา 2568 ท่ามกลางความยินดีของผู้ปกครองและคณะครูที่มาร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จก้าวแรกของเด็ก ๆ

พิธีจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมอิสระ โรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ โดยมี มิสกุลนิษฐ์ ครุฑางคะ ผู้จัดการโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะครู ผู้ปกครอง และผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยานในความสำเร็จของนักเรียนระดับปฐมวัย ที่สำเร็จการศึกษาและกำลังก้าวสู่ระดับประถมศึกษา

ภายในพิธีมีการกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อยกย่องและสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักเรียนที่มีความตั้งใจศึกษาเล่าเรียน มีความประพฤติดี และได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาที่ศึกษาในระดับอนุบาล

จากนั้นประธานในพิธีได้กล่าวเปิดงาน พร้อมมอบโอวาทและอวยพรให้เด็ก ๆ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เติบโตเป็นคนดี มีความรู้ควบคู่คุณธรรม และเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวและสังคมในอนาคต ก่อนจะทำพิธีมอบวุฒิบัตรให้กับ “บัณฑิตน้อย” ทีละคน ท่ามกลางเสียงปรบมือและรอยยิ้มแห่งความปลื้มปีติของผู้ปกครองที่มาร่วมบันทึกภาพความทรงจำในวันสำคัญของบุตรหลานอย่างอบอุ่นและประทับใจ


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 เยี่ยมครอบครัววีรบุรุษผู้เสียสละ เพราะคำว่า “ทหาร” ไม่ได้หมายถึงผู้ที่ยืนอยู่ในสนามรบเท่านั้น แต่ยังหมายถึงครอบครัวที่จะไม่มีวันถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางเยี่ยมครอบครัววีรบุรุษผู้เสียสละ เพราะคำว่า ” ทหาร ” ไม่ได้หมายถึงผู้ที่ยืนอยู่ในสนามรบเท่านั้น แต่ยังหมายถึงครอบครัวที่จะไม่มีวันถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.69 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางเข้าเยี่ยมเยียนครอบครัวของ ร้อยตรี ธนกร สิงหาชาติ สังกัด ร.23 พัน.4 ณ บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 3 บ้านเหล่า ตำบลเม็กดำ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ ให้กำลังใจ และติดตามการดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อเป็นกำลังใจแก่ครอบครัวของผู้เสียสละ บรรยากาศของการพบกันเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความห่วง ใย การพูดคุยเรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยความหมาย สะท้อนให้เห็นว่าความผูกพันของทหารไม่ได้จบลงพร้อมภารกิจ แต่ยังคงดำรงอยู่ในฐานะครอบครัวเดียวกันของกองทัพ ที่พร้อมยืนเคียงข้างกันในทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยเฉพาะในวันที่ต้องเผชิญกับความสูญเสีย

แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับฟังเรื่องราวของครอบครัวด้วยความตั้งใจ พูดคุยอย่างใกล้ชิด รับฟังทั้งความเป็นอยู่ ความห่วงใย และความเข้มแข็งของครอบครัวผู้เสียสละ พร้อมย้ำด้วยความจริงใจว่า….” กองทัพบกจะไม่ทอดทิ้งกำลังพล และจะดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างดีที่สุด ” เพราะทุกการสูญเสียของทหาร คือความสูญเสียของทั้งกองทัพ และของประเทศชาติ
กองทัพบกยังคงมุ่งมั่นดูแลครอบครัวของวีรชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสวัสดิการ ความเป็นอยู่ การศึกษา และคุณภาพชีวิต เพื่อให้ครอบครัวของผู้เสียสละสามารถก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง อบอุ่น และภาคภูมิใจในเกียรติยศของผู้ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ การเยี่ยมเยียนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงภารกิจตามหน้าที่ แต่คือการส่งต่อกำลังใจจากหัวใจสู่หัวใจ เป็นเครื่องยืนยันว่าครอบครัวทหารเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง วีรชนอาจจากไป แต่ความเสียสละของพวกเขาจะยังคงอยู่ในความทรงจำของกองทัพและแผ่นดินไทย กองทัพบกจะยังคงดูแลคนที่เขารักด้วยหัวใจตลอดไป

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #RTA #ยุทธบดินทร์ #ยุทธการศตวรรษ #เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


พรพิพัฒน์ รายงาน

“น้ำใจชาวตรัง” ส่งต่อกำลังใจสู่ทหารแนวหน้า มอบสิ่งของอุปโภค–บริโภค สู่กองทัพภาคที่ 2

“น้ำใจชาวตรัง” ส่งต่อกำลังใจสู่ทหารแนวหน้า มอบสิ่งของอุปโภค–บริโภค สู่กอง ทัพภาคที่ 2

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 รับมอบสิ่งของอุปโภค–บริโภคจากคณะผู้มีจิตศรัทธาจากจังหวัดตรัง ซึ่งได้เดินทางมาร่วมส่งกำลังใจให้กับกำลังพลของกองทัพบกที่ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในการนี้มี อาจารย์ คฑาวุธ ทองไทย (อ.ไข่ มาลีฮวนน่า) พร้อมด้วย ดร.สัญญา ศรีวิเชียร และคณะจากจังหวัดตรัง ได้ร่วมกันนำสิ่งของอุปโภค–บริโภค อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง และเครื่องใช้จำเป็น มอบให้กับกองทัพภาคที่ 2 เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย –กัมพูชา การมอบสิ่งของในครั้งนี้ เพื่อเป็นพลังแห่งความสามัคคีและน้ำใจของพี่น้องประชา ชนชาวไทย ที่ร่วมกันแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจแก่ทหารผู้เสียสละ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติอย่างเข้มแข็ง

ในนามของกองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมส่งต่อกำลังใจและความปรารถนาดีให้กับกำลังพลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน โดยกำลังใจจากประชาชนถือเป็นพลังสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ และจะปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละ พร้อมปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนรักษาความมั่นคงและความสงบสุขของประชาชนอย่างเต็มกำลัง แม้ต้องเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อก็พร้อมยืนหยัดเพื่อผืนแผ่นดินไทย

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน พร้อมจิตอาสา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามครอบครัวแรงงานไทยในจังหวัดกำแพงเพชร ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง

หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน พร้อมจิตอาสา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามครอบครัวแรงงานไทยในจังหวัดกำแพงเพชร ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง

วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 น. นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้นายอาชวิน ปุจฉากาญจน์ แรงงานจังหวัดกำแพงเพชร นำหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจและติดตามครอบครัวแรงงานไทยในจังหวัดกำแพงเพชร ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีนายสมเกียรติ ชื่นอยู่ นายอำเภอเมืองกำแพงเพชร, นายมานะ พูนบ้านแขก ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงกำแพงเพชร, ว่าที่ร้อยตรีหญิงศศิวิมล บริบูรณ์วงค์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร, ผู้แทนสวัสดิการคุ้มครองรางงานจังหวัดกำแพงเพชร, ผู้แทนประกันสังคม หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน, จิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทานจังหวัดกำแพง เพชร ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น, เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 20 คน ลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามครอบครัวแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ที่ ต.ในเมือง และ ต.สระแก้ว จำนวน 3 ราย พร้อมกับแนะนำแอปพลิเคชัน SMART TOEA แอปพลิเคชันอำนวยความสะดวกคนทำงานต่างประเทศ ซึ่งแอปพลิเคชันดังกล่าว เป็นแอปพลิเคชันที่แรงงานไทยที่ทำงานในต่างประเทศสามารถดาวน์โหลดแอพ และเปิดตำแหน่งพิกัดที่อยู่ล่าสุด เพื่อง่ายต่อการติดตามตัว และในการช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

สำหรับครอบครัวของผู้ใช้แรงงาน ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานในภูมิภาคตะวันออก กลาง เปิดเผยว่า ในส่วนของการติดต่อสื่อสาร ยังคงติดต่อกันได้ปกติ โดยรวมแล้วยังไม่มีความวิตกกังวลใดๆ เนื่องจากสามารถติดต่อสื่อสาร และติดตามข่าวสารตามช่องทางสื่ออย่างไกล้ชิด จึงไม่มีข้อวิตกกังวลใดๆ และเชื่อว่า เหตุการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายลงในเร็ว ๆ นี้


นที มีเดช รายงาน

ไฟป่าบ้านผาบ่อง หลังมีการลอบเผาป่าในพื้นที่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนในตอนกลางวัน

ชุดเฝ้าระวังไฟป่าบ้านผาบ่องเหนือ ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน โดยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับ อบต.ผาบ่อง นำกำลังพลและรถน้ำเข้าดับไฟป่าริมทางหลวง หมายเลข 108 ใกล้จุดชมวิวผาบ่อง จำนวน 2 จุด หลังมีการลอบเผาป่าในพื้นที่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนในตอนกลางวัน

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 20.20 น.ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่อง สอน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณพื้นที่บ้านผาบ่อง เมืองแม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอน จุดเกิดเหตุเลยจุดชมวิวผาบ่อง 500 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร มีการจุดไฟเผาป่า หลายจุด ตั้งแต่เลยจุดชมวิวผาบ่อง เรื่อยไป 3 จุด ห่างกันจุดละ 500เมตร ถึง 1 กิโลเมตร

จากนั้นภายใต้การอำนวยการของ ว่าที่พันตรี ยุทธนา เจ้าดูรี นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ กลุ่มงานความมั่นคง ประสานไปยังชุดเฝ้าระวังไฟป่าบ้านผาบ่องเหนือ ม. 12 ต.ผาบ่อง ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับ อบต.ผาบ่อง นำรถน้ำเข้าระงับเหตุไฟป่าริมทางหลวง หมายเลข 108 จำนวน 2 จุด จุดที่1 ห่างจากจุดชมวิว ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร , จุดที่2 ห่างจากจุดชมวิว ระยะทาง 400 เมตร สามารถระงับไฟป่าได้ทั้งหมด เสร็จสิ้นภารกิจเวลา 21.06 น.

ในวันเดียวกัน ที่ อ.แม่สะเรียง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่สะเรียงและ เจ้าหน้าที่จุดเฝ้าระวังฯ เข้าตรวจสอบ ไฟไหม้ป่า และแปลงพื้นที่การเกษตร สันดอยน้ำพุร้อน เขตบ้านป่ากล้วย ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงช่วยกันดับไฟได้บางส่วน เพราะบริเวณกว้าง และดอยชัน

สำหรับค่ามลพิษจากละอองฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก เกินค่ามาตรฐานที่ อ.ปาย ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 42.5 มคก./ลบ.ม.

ข้อแนะนำในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานประชาชนทั่วไป สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรืออกกำลังกายกลางแจ้ง สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ประชาชนกลุ่มเสี่ยง สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์ขอความร่วมมืองดเผาในที่โล่งทุกพื้นที่ งดเผาในพื้นที่ป่า เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)



ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

วัดหัวเวียงใต้ คณะกรรมการชุมชน ศรัทธาชุมบ้านหัวเวียงใต้ วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารหอระฆังหลังใหม่ เพื่อถวายเป็นสักการบูชา

น่าน – วัดหัวเวียงใต้ คณะกรรมการชุมชน ศรัทธาชุมบ้านหัวเวียงใต้ วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารหอระฆังหลังใหม่ เพื่อถวายเป็นสักการบูชา แทนหลังเก่าซึ่งชำรุดทรุดโทรม และความสูงกว่าพระธาตุ เจดีย์ ซึ่งไม่เหมาะสม ราคา 4 ล้าน โดย สล่าคนรุ่นใหม่ลูกหลานคนเมืองน่าน

วันนี้ 8 มีนาคม 2569 ที่วัดหัวเวียงใต้ พระครูพระครูนิเทศนันทกิจเจ้าอาวาสวัดหัวเวียงใต้ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน และเจ้าคณะตำบลผาสิงห์-บ่อ อ.เมือง จ.น่าน นายจักรพันธ์ เทพสุคนธ์ ประธานคณะกรรมการชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน นายนิคม บริบูรณ์. ส.อบจ.น่าน เขต 1 อ.เมืองน่าน นายสุพจน์ รัตนอนันต์ สท.เทศบาลเมืองน่าน /ไวยาวัจกร วัดหัวเวียงใต้ ได้มีมติที่ประชุม ให้มีพิธีมงคลวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารหอระฆังหลังใหม่ และนำวัตถุมงคลมาร่วมบรรจุ เพื่อถวายเป็นสักการะบูชา ประกอบพิธีทางศาสนาไหว้พระสมาทานศิลและประกออบพิธีวางศิลาฤกษ์ โดย พระครูรังษีธรรมานันท์ (นิกร ธมฺมรํสี) เจ้าอาวาสวัดศรีมงคล (ก๋ง) ต.ยม อ.ท่าวังผา จ.น่าน /รองเจ้าคณะ ต.ยม อ.ท่าวังผา จ.น่าน
นายจักรพันธ์ เทพสุคนธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันมงคลเป็นวันดี มีพิธีพิธีวางศิลาฤกษ์ ก่อสร้างอาคารหอระฆังหลังใหม่

หลังแรกสร้างเป็นหอกลอง พ.ศ. 2489 นายเปล่ง หรือสล่าเปล่ง คำพับ (บิดาของ ครูสุวพิชญ์ จารุพิพัฒน์บุตร) นายจำนงศ์ คำพับ และนางขันแก้ว คำพับ ได้มีจิตศรัทธาทำการรื้อถอนหอกลอง (โรงเก็บกลอง ) ซึ่งชำรุดทรุดโทรม และได้ทำการปลูกสร้างขึ้นใหม่ ทำการก่อสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 หอกลองนี้ จัดเป็นที่เก็บกลองเพื่อตีเป็นสัญญาณเรียกศรัทธามาประชุมในเมื่อมีกิจการงานในวัด และตีในวันธรรมสวนะ

ต่อมาสมัยที่ 2 ในช่วง พ.ศ.2526-2527 คณะศรัทธานำโดยนายสมพงษ์ ชูติกุล หัวหน้าบ้าน (ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ.2535) ได้รื้อถอนหอกลอง สร้างเป็นหอระฆัง ทิศใต้บริเวณพื้นที่เดิมหน้ากุฏิเจ้าอาวาส สูง 4 ชั้น ได้ถูกพายุพัดได้รับความเสียหายชำรุดทรุดโทรม ประกอบกับมีความสูงกว่าเจดีย์พระธาตุอายุกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นการไม่เหมาะสมและฐานล่างของหอระฆังทรุดมากไม่สามารถจะคงไว้ ซึ่งความปลอดภัย คณะกรรมการได้ประชุมมีมติ ควรจะทำการรื้อก่อสร้างอาคารหอระฆังหลังใหม่ เป็นสมัยที่ 3 เป็นหอระฆังศิลปะล้านนา เป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคเหนือ ก่ออิฐถือปูน มีลักษณะเด่นคือส่วนยอดทรงจำลองเจดีย์หรือหลังคาซ้อนชั้นแบบเรือนปราสาท ประดับลวดลายปูนปั้นประณีต อิทธิพลพุกาม เช่น ฐานแปดเหลี่ยม บัวถลา และยอดแหลมที่ยืดสูง โดยนายช่าง หรือ สล่า เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ บ้านสบขุ่น ม.7 ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน พร้อมทีมงาน ที่มีฝีมือในการก่อสร้าง งบประมาณ 4 ล้านบาท ได้มาจากกฐิน พ่อลำพูน กองศาสนะ บ้านหัวเวียงใต้ ได้งบประมาณมาล้านกว่าบาท และคณะศรัทธาร่วมบริจาค แต่ปัจจัยยังคงขาดแคลนอยู่ ก็คงจะบอกบุญกับชาวชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ และคณะศรัทธาทั่วไป ร่วมสร้างบารมีในการสร้างหอระฆัง วัดหัวเวียงใต้ ตามกำลังและจิตรศรัทธา สามารถร่วมบริจาคได้ที่ เลขบัญชี 732-246505-1 ชื่อบัญชี “วัดหัวเวียงใต้” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาน่าน ระยะเวลาเดิมจะแล้วเสร็จ 18 เดือน แต่ได้ลดลงจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปี

นอกจากนี้จะมีการปรับปรุงผิวภูมิทัศน์ใหม่ ซึ่งท่านบัณฑูร ล่ำซำ เป็นเจ้าภาพให้ ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2570 จะมีการสมโภชใหญ่ของชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ของเรา ขอประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวครับ

วัดหัวเวียงใต้ อายุเกือบ 300 ปี มีพื้นที่ 2 ไร่ 2 งาน 10 วา เป็นวัดที่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์และศิลปกรรมท้องถิ่นของเมืองน่าน ได้ดำเนินการก่อสร้างหอระฆังหลังใหม่ขึ้น แทนที่หลังเดิมที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เพื่อให้มีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัย และคงความสวยงามตามศิลปะท้องถิ่น พร้อมสำหรับการใช้งานในการประกอบศาสนกิจของชุมชนและพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญ โดยยังคงเน้นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับโบราณสถานภายในวัด


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

เพชรบูรณ์ จัดงานวันการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด ศาสตร์แห่งนครเพชบุระ”

จังหวัดเพชรบูรณ์จัดงานวันการศึกษาเอกชนจังหวัดเพชรบูรณ์ ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด ศาสตร์แห่งนครเพชบุระ” เพื่อเชิดชูเกียรติบุคลากรทางการศึกษา พร้อมมอบรางวัล “คนดีแห่งนครเพชรบูรณ์” สร้างขวัญกำลังใจแก่ครูและผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอกชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ที่หอประชุมเพชร โรงเรียนเพชรพิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ดร.บัณฑิต ครุฑางคะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมคณะกรรมการจัดงาน ได้ร่วมกันจัดงานวันการศึกษาเอกชนจังหวัดเพชรบูรณ์ ครั้งที่ 3 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและพัฒนาศักยภาพการศึกษาเอกชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นางสาวสุภาพรรณ ทองพยงค์ ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ ว่าที่พันตรี ดำริ ติยะวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ (สกร.) นายประธาน หาดยาว ผู้อำนวยการสำนักงาน สกสค.จังหวัดเพชรบูรณ์ และนายวิโรจน์ เข็มเหล็ก ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชนในจังหวัดเพชรบูรณ์เข้าร่วมในพิธี

ดร.บัณฑิต ครุฑางคะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของวันการศึกษาเอกชน และเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ให้มีความเข้มแข็งและก้าวหน้าต่อไป ภายในงานมีพิธีทางศาสนา การมอบเกียรติบัตรแก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน และการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “คนดีแห่งนครเพชรบูรณ์” เพื่อยกย่องบุคคลที่สร้างคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษาและสังคม

นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายยังมีการจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนเอกชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีการแข่งขันทั้งกีฬาสากลและกีฬาพื้นบ้าน อาทิ ฟุตบอล วอลเลย์บอล และชักกะเย่อ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างสนุกสนาน ก่อนจะปิดท้ายในช่วงค่ำด้วยการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ของคณะครูและบุคลากรโรงเรียนเอกชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเสริมสร้างความสามัคคีในเครือข่ายการศึกษาเอกชนของจังหวัด.


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน