ตร.ภูธรมุกดาหาร ร่วม กอ.รมน. ทหารกองกำลัง ตรวจค้นบ้านเป้าหมายเคลือข่ายยานรก

      เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 เวลา 15.30 น. ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการ ของ พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.ม.ห., พ.ต.อ.อนุสรณ์ พัฒนบุตร รอง ผบก.ภ.จว.ม.ห., พ.ต.อ.จตุรงค์ กลิ่นศรีสุข ผกก.สืบสวน ภ.จว.ม.ห., พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.จังหวัด.มห.(ท), พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร กอ.รมน.จังหวัด ม.ห., ชรต.209 กอ.รมน.จังหวัด ม.ห. ร่วมบูรณาการกับ กก.สส.ภ.จว.ม.ห., ปส.ภ.จว.ม.ห., กกล.รส.จว.ม.ห.(ชป.รส.อ.เมือง ร้อย รส.ร.3 พัน 1), ขกท.กกล.สุรศักดิ์มนตรี และ ชปข.สขว.กอ.รมน. ในการร่วมกันตรวจค้นบ้านเป้าหมายบ้านเลขที่ 191 หมู่ 3 บ.ศูนย์ไหม ต.มุกดาหาร อ.เมือง.จว.มุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการนายทวีวุฒิ หรือตั๊ม คนดี อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 ม.3 ต.มุกดาหาร อ.เมือง จว.มุกดาหาร

      ซึ่งมีพฤติกรรมนำยาบ้ามาจำหน่ายในพื้นที่ เมื่อ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในบ้านพบนางบุญแล บุญธิเสน แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น และนายทวีวุฒิ คนดี นอนพักอยู่ภายในบ้าน เข้าตรวจค้น พบถุงพลาสติกห่อ วัตถุบางอย่างซ่อนไว้อยู่บริเวณใต้หลังคาภายในบ้าน เจ้าหน้าที่แกะห่อตรวจสอบพบว่า มีถุงพลาสติกชนิดรูดปิดเปิดสีน้ำเงินจำนวน 3 ถุง และหลอดพลาสติกบรรจุยาบ้า จำนวน 2 หลอด หลังจากตรวจนับแล้วมียาบ้า ชนิดสีส้ม จำนวน 630 เม็ด ชนิดสีเขียว จำนวน 6 เม็ดรวมทั้งสิ้น 636 เม็ด ซึ่งนายทวีวุฒิฯ ยอมรับว่ายาบ้าเป็นของตนจริงโดยรับยามาจาก นายอนุชา หรือเก่ง วาปี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 310 ม.4 ต.มุกดาหาร อ.เมือง จว.มุกดาหาร และรับว่าตนได้เสพยาบ้าด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ดีต่อใจ ชาวไร่ยาสูบปลื้ม เลื่อนขึ้นภาษีบุหรี่ 40% แถมคลังจัดงบช่วยเหลือ พร้อม ลุ้นรัฐบาลใหม่รื้ออัตราภาษี

     ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้เลื่อนการขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบจากเดิมที่จะมีกำหนดขึ้นเป็น 40% ในเดือนตุลาคม 2562 ออกไปอีก 1 ปี เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของชาวไร่ยาสูบนั้น นายกิตติทัศน์ ผาทอง ตัวแทนภาคียาสูบแห่งประเทศไทยนำชาวไร่ยาสูบจากภาคเหนือ ภาคอีสาน และเพชรบูรณ์-สุโขทัย จำนวน 100 คน รวมตัวกันที่กระทรวงการคลังเพื่อมอบดอกไม้และแสดงความขอบคุณนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้จัดงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ยาสูบและเลื่อนการขึ้นภาษี 40% ออกไป โดยมีนายยุทธนา หยิมการุณ รองปลัดกระทรวงการคลังเป็นตัวแทนรับมอบ นายกิตติทัศน์กล่าวว่า “ชาวไร่ยาสูบขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่รับฟังความเดือนร้อนของชาวไร่ 5 หมื่นครอบครัวทั่วประเทศ และเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับชาวไร่ 159 ล้านบาท รวมทั้งพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดกับชาวไร่หากมีการขึ้นภาษีบุหรี่อีกครั้งในเดือนตุลาคมนี้ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พวกเราส่งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 120 ฉบับ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ร่วม 20 ครั้ง รวมทั้งจัดประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องและตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ ขอให้รัฐบาลเลื่อนการขึ้นภาษีบุหรี่ จะได้ลดผลกระทบต่อเกษตรกรชาวไร่ยาสูบที่มีรายได้น้อยและยังช่วยรักษาอาชีพยาสูบเอาไว้”
     ด้าน นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวเสริมว่า “การขึ้นภาษีบุหรี่ทุกปีติดๆกัน 3-4 ปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวไร่ยาสูบต้องเดือดร้อนเพราะถูกลดโควตาการรับซื้อใบยาไปเกือบ 50% ทำให้ขาดรายได้ มีหนี้สินเพิ่มขึ้น คิดเป็นรายได้ของชาวไร่ที่หายไป 2 พันล้านบาท ตอนแรกก็รู้สึกกังวลกับอนาคตเพราะไม่รู้ว่าปีนี้จะได้ปลูกยาสูบหรือไม่ แต่พอรู้ข่าวว่ารัฐบาลจะยังไม่ขึ้นภาษีบุหรี่ ก็ดีใจมากที่ชาวไร่ยาสูบก็ยังไม่ถูกทอดทิ้ง เชื่อว่าการจ้างงานและเศรษฐกิจในพื้นที่ปลูกยาสูบก็จะดีขึ้นด้วย” ซึ่งหลังจากนี้หากมีการตั้งรัฐบาลใหม่ จะจัดประชุมขึ้นอีกครั้งและเชิญ รมว. คลังคนใหม่รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับฟังข้อเสนอของอุตสาหกรรมและหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป

มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

ศาลยุติธรรมและศาลสระบุรีทั้ง5ศาลในเขตจังหวัดสระบุรีจัดพิธีลงนามถวายพระพร​ ชัยมงคล

ศาลยุติธรรมและศาลสระบุรีทั้ง5ศาลในเขตจังหวัดสระบุรีจัดพิธีลงนามถวายพระพร​ ชัยมงคล
      เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น.​ นายมานิตย์​ สุขอนันต์อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 เป็นประธาน​ ในพิธีถวายลงนามพระพรชัยมงคลเนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
     มีนายณรงค์​ สุธรรมโกศล​ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 1 นายธีระศาสตร์​ มงคลภัทรสุข​ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสระบุรี​ นายทศพรรณ​ คงเพียรธรรมผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงสระบุรี​ นายวิทวัส​ ทีปประพันธ์ณี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสระบุรี​ พร้อมคณะผู้พิพากษาข้าราชการ​ พนักงานราชการ​ ลูกจ้าง​ ตลอดจนคณะผู้พิพากษาสมทบและผู้ประนีประนอมในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1​ ศาลแรงงานภาค 1 ศาลจังหวัดสระบุรี​ ศาลแขวงสระบุรีและศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสระบุรี​ ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล​ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ณห้องประชุมชั้น 13 อาคารศาลจังหวัดสระบุรี​ อำเภอเมือง​ จังหวัดสระบุรี​ ศาลยุติธรรมทั้ง5ศาล​ ในเขตจังหวัดสระบุรี​ จึงพร้อมใจกันจัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล​
      ทั้งนี้การปฏิบัติตามนโยบายของสำนักงานศาลยุติธรรมให้หน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรม​ ตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมเครื่องสักการะ

สธ. หนุน พม.-มท. ตามโครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ขยายผล สร้างเด็กดี เก่ง มีคุณภาพ

     วันนี้ (8 พ.ค.62 ) 14.00 น.  นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)
     เป็นประธานการแถลงข่าว “โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด” ภายหลังจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2562
มีมติให้สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตั้งแต่ 0 – 6 ปี จากฐานรายได้เดิม 36,000 บาท ขยายเป็นไม่เกิน
     100,000 บาท ต่อคน ต่อปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 ซึ่งจะเปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป
     โดยมีผู้แทนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เข้าร่วมแถลงข่าว
ณ บริเวณโถง ชั้น 1 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ
     นายปรเมธี กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงความสำคัญ
     ของการมีพัฒนาการที่สมวัยของเด็กแรกเกิด จึงได้สร้างระบบคุ้มครองทางสังคม ด้วยการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนให้กับเด็กแรกเกิดในครัวเรือนยากจนหรือเสี่ยงต่อความยากจน เพื่อเป็นมาตรการให้บิดา มารดา นำเด็กเข้าสู่ระบบบริการของรัฐ และได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามยุทธศาสตร์การพัฒนาและส่งเสริมสร้างศักยภาพคนของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12  (พ.ศ. 2560 – 2564)  และแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติฉบับที่1 (พ.ศ. 2555 – 2559) และฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560 – 2564) ที่ได้กำหนดไว้รวมทั้งเป็นหลักประกันให้เด็กได้รับสิทธิด้านการอยู่รอดและการพัฒนาตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม มุ่งให้ประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และสอดรับกับทิศทางกระแสโลกเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)
   

        ที่มีนัยสำคัญถึง “การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” (Leave No One Behind) เน้นว่ารัฐต้องประกันสิทธิแก่เด็กแต่ละคนโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กทุกคนให้เสมอภาค
      นายปรเมธี กล่าวต่อไปว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้กำหนดแผนการดำเนินโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ดังนี้ ระยะที่ 1 ให้กับเด็กที่เกิดตั้งแต่
     วันที่ 1 ตุลาคม 2558 –30 กันยายน 2559 รายละ 400 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี ระยะที่ 2 พ.ศ. 2560 –2561 เพิ่มวงเงินจาก 400 บาท เป็น 600 บาท
ต่อคน และขยายระยะเวลาเพิ่มจาก 1 ปี เป็น 3 ปี ระยะที่ 3 พ.ศ. 2562 สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตั้งแต่ 0 – 6 ปี และจากฐานรายได้เดิม 36,000 บาท ขยายเป็นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคนต่อปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2562 นั้น มีเด็กได้รับสิทธิแบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่ 1. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2561 และเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิรายเดิมจะได้รับเงินต่อเนื่องจนอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ 2. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558
–  30 กันยายน 2561 ที่มีคุณสมบัติครบ แต่ไม่เคยได้รับสิทธิมาก่อน ให้ไปลงทะเบียนที่ท้องถิ่น 3. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562 กรณีมาลงทะเบียนในปีงบประมาณ 2562 จะได้รับสิทธินับจากวันที่เด็กเกิดจนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ แต่หากลงทะเบียนหลังจากวันที่ 30 กันยายน 2562  ไปแล้ว จะได้รับเงินนับจากวันที่ลงทะเบียนเป็นต้นไป จนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์
      นายปรเมธี กล่าวต่ออีกว่า กระทรวง พม. โดย ดย. ได้ดำเนินการปรับปรุงระเบียบกรมกิจการเด็กและเยาวชน ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ให้สอดรับกับมติคณะรัฐมนตรีฯ พร้อมทั้งพัฒนาระบบฐานข้อมูลโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้รองรับกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ซึ่งปัจจุบันมีผู้มีสิทธิจำนวน 600,000 คน และคาดว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณ  2562จะมีเด็กได้รับสิทธิประมาณ 1,500,000 คน รวมทั้ง พัฒนาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำเข้าข้อมูลแบบสมบูรณ์เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ยื่นคำร้องของรับเงินอุดหนุน การตรวจสอบสถานะของผู้มีสิทธิของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่  ในฐานะเจ้าของข้อมูล เพื่อติดตามความก้าวหน้าของกลุ่มเป้าหมาย และพัฒนาให้ผู้ยื่นคำร้องขอรับสิทธิสามารถตรวจสอบสิทธิได้ด้วยตนเอง
     “กระทรวง พม. จะเปิดให้ผู้มีสิทธิได้ยื่นคำร้องขอรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2562
โดยผู้มีสิทธิที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร สามารถลงทะเบียนยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร  และผู้ที่อาศัยอยู่
ในส่วนภูมิภาค ให้ยื่นคำร้องได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เด็กอาศัยอยู่ ทั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
     ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โทร 0 2255 5850-7 ต่อ 121,122,123 ,147 และ 0 2651 6534
โทรสาร 0 2253 9119 หรือติดตามที่ Facebook โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด” นายปรเมธี กล่าวในตอนท้าย

     แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพการเจริญเติบโตและการส่งเสริมพัฒนาการเด็กในสถานบริการสาธารณสุข โดยมารดาช่วงตั้งครรภ์จะได้รับ  สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก เพื่อดูแลสุขภาพตนเองและลูกควบคู่กับการได้รับความรู้ ฝึกทักษะการเลี้ยงดูลูกตามกระบวนการโรงเรียนพ่อแม่ โดยให้ความรู้แก่แม่หรือผู้เลี้ยงดูให้ดูแลสุขภาพ โภชนาการ ดูแลสุขภาพช่องปากและส่งเสริมพัฒนาการตามกระบวนการ กิน กอด เล่นเล่า นอน เฝ้าดูฟัน และพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กจะได้รับความรู้ตรงจากโปรแกรม ๙ ย่างเพื่อสร้างลูก เมื่อเด็กอายุ 3-5 ปี เป็นช่วงสมองส่วนบริหารพัฒนาสูงสุด ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะอยู่ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและโรงเรียนระดับชั้นอนุบาล กรมอนามัย จึงได้ผลิตคู่มือการเรียนการสอน    ด้านสุขภาพตาม “คำสอนพ่อ” เพื่อให้คุณครูใช้เป็นคู่มือการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบ STEM EDUCATION    โดยบูรณาการเนื้อหา สุขภาพ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ ให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองแบบ Project approach ด้วยการลงมือทำปฏิบัติจริง นำความรู้ สู่ความคิดสร้างสรรค์  คิดเชิงวิพากษ์ การสื่อสารและสร้างนวัตกรรม อีกทั้งผลิตคู่มือต้นแบบ “เลี้ยงลูกตามคำสอนของพ่อ” คุณธรรม 8 ประการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ครอบครัวได้ใช้ในการอบรม บ่มเพาะลูก

       “นอกจากนี้ กรมอนามัยได้ขับเคลื่อนมาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ปกป้องให้เด็กรับนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนและกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัยจนลูกอายุ 2 ปี และมีการติดตามเด็กในโครงการฯ โดยใช้   โครงการฯ โดยใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก เพื่อตรวจสอบการเข้ารับบริการด้านสุขภาพ ดังนี้ 1) มารดาช่วงตั้งครรภ์ ฝากครรภ์ตามนัดหรือไม่ 2) มีการบันทึกน้ำหนัก ส่วนสูงและจุดกราฟโภชนาการและประเมินพัฒนาการลูกหรือไม่ 3) มีการพาลูกไปตรวจสุขภาพ ตรวจพัฒนาการ ฉีดวัคซินตามนัดหรือไม่ และ 4) ได้ใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กอ่านและบันทึก การดูแลสุขภาพของแม่และลูกตามแนวทางการเลี้ยงดูเด็กตามวัยอย่างเหมาะสมหรือไม่ เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่องและเติบโตเป็นเด็กไทยที่ดี เก่ง และเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

จังหวัดยะลา ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ในโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ถนนเฉลิมพระเกียรติ

      เนื่องในวโรกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข
      (ชุดทักษิณสัมพันธ์ที่ ๓๑๑/ชุดสถานีวิทยุทักษิณสัมพันธ์ที่ ๓๐๓) ร่วมกับ หัวหน้าส่วนราชการ, กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน, มวลชนจิตอาสา, โฆษกชาวบ้าน, นักเรียน และ ประชาชน ในพื้นที่อำเภอธารโต ร่วมดำเนินกิจกรรมโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ถนนเฉลิมพระเกียรติ โดยการทำความสะอาด ตัดแต่งต้นไม้ตลอด ๒ ข้างทางถนนสาย ๔๑๐ ยะลา เบตง เนื่องในวโรกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ หมวดเฉพาะกิจ หน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลา ๓๑ ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ทรงพระราชทานแนวทางพระราชดำริการดำเนินงานของจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” โดยมี นาย อนิรุทร บัวอ่อน นายอำเภอธารโต เป็นประธาน มีส่วนราชการและ ประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมฯ จำนวน ๓๕๐ คน

กอ.รมน.จ.สระบุรีจัดการอบรมโครงการปฎิบัติงานตามแผนงานขับเคลื่อนมวลชน

      วันที่ 7 พ.ค.62​ 09.00น. พ.อ.เพิ่มศักดิ์ ขุนโขลน รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.บ. เป็นประธานเปิดอบรมโครงการปฏิบัติงานตามแผนการขับเคลื่อนมวลชน กอ.รมน.จังหวัด สระบุรี​ กิจกรรมอบรมพัฒนาสัมพันธ์ตรวจสอบข้อมูลและขยายเครือข่ายมวลชน ณ รพ.สต.เตาปูน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีผู้ร่วมกิจกรรม จำนวน 100 คน ประกอบด้วย อสม.เตาปูน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ อบต.เตาปูน ซึ่งกลุ่มงานกิจการมวลชน กอ.รมน.จังหวัด
      สระบุรี​ นำโดย พ.อ.หญิง ชดาษา พนาเวศร์ หน.กลุ่มงานกิจการมวลชน ฯ ได้นำหัวข้อ “การร่วมพิทักษ์สิ่งแวดล้อม” ในการดำเนินการอบรม การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมความมุ่งหมายของทางราชการ​/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้ข่าวสระบุรีรายงาน

จังหวัดสระบุรีอัญเชิญเครื่องราชสักการะที่ทรงพระราชอุทิศถวายเป็นพุทธบูชา

       วันที่7พฤษภาคม​2562​ เวลา 16.15 น.ณ​พระมณฑปวัด​พระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธาน​ จุดธูปเทียน บูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเข้ารับต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ธูปเงิน เทียนทองพระราชทาน จากเจ้าหน้าที่ประดิษฐานยังโต๊ะหมู่บูชา พระสงฆ์ถวายอดิเรก ประธานกราบลาพระสงฆ์และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
      ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานเครื่องราชสักการะที่ทรงอุทิศถวายเป็นพุทธบูชา ให้ผู้แทนกระทรวงมหาดไทยเชิญไปถวายเป็นพุทธบูชาปูชนียสถานสำคัญตามต่างจังหวัดทั่วประเทศ 10 แห่ง ดังนี้ 1.พระพุทธบาท วัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี 2.พระพุทธชนิราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก 3. พระมหาธาตุ วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย 4.พระธาตุหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพนู 5. พระปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม 6.พระบรมธาตุ วัดพระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช 7. พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม 8.พระธาตุ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ 9.พระธาตุเชิงชุม วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร 10.พระบรมธาตุ วัดพระบรมธาตุไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

กิจกรรม “เข้าค่าย” เสริมแรงแห่งรักสามัคคีอย่างมีคุณธรรม

     เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.30 น. ที่ลานอาคารเอนกประสงค์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ตำบลบึงสามพัน อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ นายวัลลภ สาครรัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายเสริมแรงแห่งรักสามัคคีอย่างมีคุณธรรม (นักศึกษาใหม่) ประจำปี 2562 มีนายซุติพนธ์ นานาพร ปลัดอำเภอบึงสามพันเดินมามาเป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมให้โอวาท
      โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษา ได้เรียนรู้ระเบียบวินัยของการอยู่ร่วมกัน เรียนรู้คุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม ได้มีความรู้จากการเข้าค่ายไปใช้ในชีวิตประจำวัน รู้จักการมีน้ำใจกับเพื่อนที่มาจากต่างสถาบันและเพื่อลดปัญหาการทะเลาะวิวาท จากนักเรียน นักศึกษาที่เข้ามาอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก
      โดยภายในกิจกรรมมีการจัดเข้าฐาน จำนวน 10 ฐาน มีการแสดงและกิจกรรมรอบกองไฟ การรับฟังการบรรยายธรรมะจากพระครูกมลพัชรประสิทธิ์
     มีผู้เข้าโครงการ ครูเจ้าหน้าที่ พนักงานจำนวน 50 คน นักเรียนชายจำนวน 228 คน นักเรียนหญิงจำนวน 200 คน รวมทั้งสิ้น 478 คน สำหรับปีนี้มีนักเรียนที่มาสมัครเรียนจากโรงเรียนต่างๆ รวม 103 โรงเรียน

รุ่งทิพย์ บุญบำรุง/มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

จังหวัดปัตตานี ดำเนินกิจกรรม “พิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

     เนื่องในวโรกาส เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุดทักษิณสัมพันธ์ที่ ๑๑๓/ชุดสถานีวิทยุทักษิณสัมพันธ์ที่๑๐๓) ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการรบพิเศษที่ ๑๐๑, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, ปลัดอำเภอ, เจ้าหน้าที่ปกครอง, บัณฑิตแรงงาน, บัณฑิตอาสา, และประชาชนจิตอาสาอำเภอยะรัง ร่วมพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรับชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ณ หอประชุมอำเภอยะรัง ตำบลยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องในวโรกาส เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล โดยมี นาย อับดุลการีม ยีดำ นายอำเภอยะรัง/ผอ.ศปก. อ.ยะรัง เป็นประธาน โดยมี ส่วนราชการ และประชาชน ในพื้นที่อำเภอยะรัง เข้าร่วมพิธีฯ จำนวน ๖๐๐ คน

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำพสกนิกรและประชาชนจิตอาสา ร่วมถวายสักการะ ‘ พระบรมฉายาลักษณ์ ‘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐

      เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2562 เวลา 16.00 น. นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร/ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานประกอบพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะ หน้าพระฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณ์อดุลยเดช สยามินทราธิเบศราชวโรดม บรมนาถบพิตร วชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีนายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา นายศุภกร มูลสุวรรณ นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รัฐวิสหกิจ ภาคเอกชน ประชาชนจิตอาสาจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

      จากนั้น นายชยันต์ ศิริมาศ ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ประชาชนจิตอาสา รับชมการถ่ายทอดสด พระราชพิธีบรมราชาภิเษกจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในการเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล และการเสด็จออกให้ทูตานุทูต และกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล

      จังหวัดมุกดาหาร ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นิทรรศการจิตอาสา ” เราทำความดีด้วยหัวใจ ” ให้ประชาชนได้รับชม และร่วมถ่ายภาพ สำหรับการดูแลประชาชนที่มาร่วมงาน จังหวัดมุกดาหาร ได้ประสานจัดโรงครัวพระราชทาน ซึ่งจะมีอาหารและเครื่องดื่มแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมกิจกรรมได้รับประทานอาหารฟรีตลอดงาน รวมถึงมีจุดให้บริการด้านการแพทย์หากมีการเจ็บป่วยฉุกเฉินจะสามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที


เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน