“แม่ทัพเติ่ง” พูดน้อย ต่อยหนัก ไม่พักรบ รับจบเอง

27 ธ.ค. 68 เพจ SMART Soldiers Update ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีเสียงครหาว่าพลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 “แม่ทัพเติ่ง” ไม่เด็ดขาด ไม่กล้า ไม่แกร่ง แต่คนที่พูดไม่เคยผ่านสมรภูมิ ไม่เคยวางแผนรบ และไม่เคยแบกชีวิตลูกน้องไว้บนบ่า

วันนี้ “แม่ทัพเติ่ง” พิสูจน์ให้เห็นต่อหน้าคนทั้งประเทศแล้วว่า ยามรบ เราไม่เคยแพ้ใคร สมร ภูมิที่ยากเพียงใด ทหารไทยก็พิชิตได้ แม่ทัพลงหน้าแนวทุกวัน กิน–อยู่–นอน กับทหารแนวหน้า บัญชาการรบด้วยตนเอง ปรับยุทธวิธีหน้างาน เพื่อให้ได้เปรียบข้าศึก และรักษาชีวิตกำลังพลให้มากที่สุด

จากปฏิบัติการยุทธบดินทร์ ถึง ยุทธการศตวรรษ ท่านไม่ใช่นายพลในห้องแอร์ ท่านคือ นายพลสนามรบ ลูกชาวนาแห่งอีสาน ที่ยืนหยัดอยู่กับลูกน้องในวันที่อันตรายที่สุดเสมอ แม่ทัพภาคที่ 2 สะท้อนความเป็นผู้นำที่ให้ความสำคัญกับการทำงานจริง มากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ ท่านลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพราะรู้ดีว่า เวลาสำหรับการเตรียมสนามรบในครั้งนี้มีจำกัด และสมรภูมินี้มีความเป็นชาติและบูรณภาพแห่งดินแดนเป็นเดิมพัน ท่านจะพูดเท่าที่จำเป็นและปล่อยให้ผลลัพธ์เป็นคำอธิบาย ไม่ปล่อยให้อารมณ์หรือกระแสพาไป เพราะพื้นที่ชายแดนไม่ใช่เวทีของการให้ความสำคัญกับคำพูด แต่ทุกตารางนิ้วคือพื้นที่ของความรับผิดชอบต่อทุกชีวิตและอธิปไตยของประเทศชาติ

ขอสดุดี แม่ทัพภาคที่ 2 และขุนพลคู่ใจทุกนาย ผู้ซึ่งเป็นแบบอย่างของทหารอาชีพ


พรพิพัฒน์ รายงาน

รับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลพบุรี วันแรกคึกคัก

จังหวัดลพบุรี – เปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดลพบุรีในวันแรกเป็นไปด้วยความคึกคักมีผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ผู้สนับสนุนมาสมัครกันเป็นจำนวนมาก ขณะที่ได้มีการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 27 ธ.ค. 2568 ที่สำนักงานการเลือกตั้งจังหวัดลพบุรี ตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เดินทางมาสังเกต การณ์ในการเปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)ของจังหวัดลพบุรี ซึ่งมีนายขวัญเพชร ถนอมนาม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดลพบุรี ได้นำคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดลพบุรี และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ สำหรับบรรยากาศในการรับสมัคร ส.ส.ได้มีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ผู้สนับสนุน และรถแห่เดินทางมาลงทะเบียนตั้งแต่ก่อน 08.30 น. ซึ่งทำให้บรรยากาศที่สำนักงานการเลือกตั้งจังหวัดลพบุรีเป็นไปด้วยความคึกคัก ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ อป.พร. ได้มีการจัดการจราจร และการดูแลในเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างดี

จนถึงเวลาการเปิดการรับสมัครพบว่าทุกเขตเลือกตั้งมีผู้สมัครมาก่อนเวลา 08.30 น. และไม่สามารถตกลงในเรื่องหมายเลขประจำตัวผู้สมัครไม่ได้ จึงทำให้ทางคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งต้องใช้วิธีการจับสลากเลือกหมายเลขประจำตัวก่อนที่จะยื่นหลักฐานสมัครบนชั้นสองของสำนักงานการเลือกตั้งจังหวัดลพบุรี สำหรับจังหวัดลพบุรีได้แบ่งเขตการเลือกตั้งออกเป็น 4 เขตเลือกตั้งจากเดิมมี 5 เขตเลือกตั้ง จึงทำให้มีอดีต ส.ส.สมัยที่ผ่านมาต้องลงสมัครรับเลือกตั้งแข่งกันแบบช้างชนช้าง โดยเชื่อว่าในการเลือกตั้ง ส.ส.ลพบุรีในครั้งนี้จะมีการแข่งขันกันสูงกว่าในครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เพชรบูรณ์ คึกคัก! เพื่อไทยมาเต็ม ส่งผู้สมัครครบ 6 เขต สะท้อนความพร้อมลุยศึกเลือกตั้ง

บรรยากาศการเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดเพชรบูรณ์ วันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก มีพรรคการเมืองทยอยส่งผู้สมัครลงสนามอย่างต่อเนื่อง โดยมีพรรคการเมืองเข้าร่วมสมัครรวม 9 พรรค ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและสื่อมวลชนในพื้นที่

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ พรรคเพื่อไทย ซึ่งแสดงความพร้อมอย่างชัดเจน ด้วยการส่งผู้สมัคร ครบทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง ตอกย้ำความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานเพื่อพี่น้องชาวเพชรบูรณ์ พร้อมเดินหน้าสานต่อนโยบายแก้ปัญหาปากท้อง ยกระดับคุณภาพชีวิต และพัฒนาจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 น. ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยมีการชี้แจงขั้นตอนการสมัครและดำเนินการตามระเบียบอย่างโปร่งใส

สำหรับผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยทั้ง 6 เขต ประกอบด้วย

  • เขตเลือกตั้งที่ 1 นายสิทธิชัย ต๊ะอาจ หมายเลข 4
  • เขตเลือกตั้งที่ 2 นายธนะโรจน์ อัครกิจชัยนนท์ หมายเลข 6
  • เขตเลือกตั้งที่ 3 น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา หมายเลข 1
  • เขตเลือกตั้งที่ 4 นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ หมายเลข 5
  • เขตเลือกตั้งที่ 5 นายสุประวีณ์ อนรรฆพันธ์ หมายเลข 5
  • เขตเลือกตั้งที่ 6 นายเกรียงไกร ปานสีทอง หมายเลข 1

การส่งผู้สมัครครบทุกเขตในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่มีทีมงานพร้อม บุคลากรคุณภาพ และความตั้งใจจริงในการเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้ประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ การเปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต จังหวัดเพชรบูรณ์ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27–31 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30–16.30 น. ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยคาดว่าบรรยากาศในช่วงวันถัดไปจะยังคงคึกคักต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสความสนใจของประชาชนที่จับตาการเมืองท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

ทบ.จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ เชิดชูเกียรติทหารกล้า ผู้เสียสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ

ทบ.จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ เชิดชูเกียรติทหารกล้า ผู้เสียสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ

จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ส่งผลให้กำลังพลกองทัพบกซึ่งปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละ กองทัพบกจึงได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพแก่ทหารหาญผู้กล้า เพื่อเชิดชูเกียรติและสดุดีการอุทิศชีวิตเพื่อประเทศชาติอย่างสมเกียรติ

วันนี้ (27 ธันวาคม 2568) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้ พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก เข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพกำลังพลผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบ โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี ณ วัดเจริญสูง อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ

สำหรับการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่ สิบเอกกัมปนาท ทองแสง สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการสู้รบ บริเวณ บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ทั้งนี้ กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานชั้นยศ เป็น พันตรี และจะได้รับเงินพระราชทาน, เงินบำรุงขวัญ, เงินสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตของกองทัพบก (ภัยสงคราม), เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและเงินบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท และเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรีและเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ ตามมติ ครม. รวมประมาณ 11,740,033 บาท

พิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ยืนยันจะดูแลสิทธิ สวัสดิการ รวมทั้งความเป็นอยู่ของครอบครัวและทายาทของทหารกล้าทุกนายอย่างดีที่สุด ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความจงรักภักดีที่ทหารหาญทุกท่านได้อุทิศให้แก่ประเทศชาติ นับเป็นเกียรติภูมิสูงสุดของกองทัพบก และจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำ ตลอดจนอยู่ในหัวใจของประชาชนไทยตลอดไป


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

สภ.โชคชัย จัดชุด ชุมชนสัมพันธ์ รณรงค์ลดอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569

สภ.โชคชัย จัดชุด ชุมชนสัมพันธ์ รณรงค์ลดอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา18.00 น.ณ ปั๊มน้ำมัน ปตท.โนนเพชร อ.โชคชัย จ.นคร ราชสีมา พ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผกก.สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท. คุณากร วรเมธานนท์ สวป.(ชส.)สภ.โชคชัย พร้อมชุดชุมชนสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์รณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ณ ปตท.โนนเพชร อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

ในการนี้ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนเดินทางจาก กทม.เพื่อกลับภูมิลำเนา ประชาชนหลายคนเดินทางผ่าน ปั๊มน้ำมัน ปตท.โนนเพชร อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ก็จะรู้สึกหายเหนื่อยล้า จากการเดินทาง เพราะได้รับความสุข ได้ฟังเพลงเพราะๆ จากนักร้องเสียงทองท่านนี้ ซึ่งนักร้องท่านนี้ชื่อ ร.ต.อ.ณพวิทย์ ปิดกระโทก รอง สวป. สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

ทั้งนึ้ ท่านได้อำนวยความสะดวก ให้ความรู้ กับ ประชาชน ที่กำลังเดินทาง ช่วงเทศกาลปีใหม่ และร้องเพลงเพราะๆให้ฟัง ประชาขนที่ผ่านมาเห็น ต่างก็รู้สึกหายเหนื่อยจากการเดินทาง และรู้สึกอบอุ่น กับความเป็นกันเอง ของ ร.ต.อ.ณพวิทย์ ปิดกระโทก รอง สวป. สภ. โชค ชัย จ.นครราชสีมา


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

เปิดภาพ “เสธ.ปู-แม่ทัพเติ่ง” ขึ้นเหยียบพื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควาย ยันคือพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างสมบูรณ์ แผ่นดินที่เรายืน จะเป็นของลูกหลานเราตราบชั่วกัลปาวสาน”

เปิดภาพ “เสธ.ปู-แม่ทัพเติ่ง” ขึ้นเหยียบพื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควาย ยันคือพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างสมบูรณ์ แผ่นดินที่เรายืน จะเป็นของลูกหลานเราตราบชั่วกัลปาวสาน”

28 ธ.ค. 68 เพจ SMART Soldiers Update ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อม พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะ ลงพื้นที่ตรวจภูมิประเทศ ยืนยันการควบคุมพื้นที่อธิปไตยของไทยอย่างสมบูรณ์ ธงไตรรงค์โบกสะบัดอย่างสง่างาม บนผืนแผ่นดินไทย

โดยระหว่างลงพื้นที่ได้กล่าวว่า ผมขอยืมคำน้องๆ ทหารหาญในแนวหน้ามาใช้ “ที่ๆ เราเหยียบ แผ่นดินที่เรายืน จะเป็นของลูกหลานเราตราบชั่วกัลปาวสาน” โดยกำลังพลในพื้นที่ยังคงมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม ทั้งนี้ เสธ.ทบ./เสธ.ศปก.ทบ. ได้กล่าว ขอบคุณในความเสียสละของกำลังพลทุกนาย รวมทั้งได้ตรวจแนวการวางกำลังตลอดพื้นที่


พรพิพัฒน์ รายงาน

หน่วยเฉพาะกิจราชมนู และ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 มอบผ้าห่มกันหนาว รณรงค์ป้องกันไฟป่าหมอกควันให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

หน่วยเฉพาะกิจราชมนู และ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 มอบผ้าห่มกันหนาว รณรงค์ป้องกันไฟป่าหมอกควันให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วยชุ ดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 303 กองกำลังนเรศวรและชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3103 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง และ อาสาสมัครสาธารณสุขบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ขับเคลื่อนโครงการ “1 เดือน 1 รอยยิ้ม” เข้าเยี่ยมเยือนประชาชนกลุ่มผู้เปราะบาง เพื่อร่วมให้กำลังใจ และสอบถามปัญหาต่างๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน และร่วมกันหาแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป พร้อมมอบผ้าห่มให้กับประชา ชนกลุ่มผู้เปราะบาง และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) โดยเน้นย้ำขอความร่วมมือ “หยุดเผาเด็ดขาด” ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2569 ในพื้นที่ บ.แม่กุใหม่ท่าซุง ต.แม่กุ อ.แม่ สอด จ.ตาก

ขณะที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 306 กองกำลังนเรศวร ร่วมกับ ผู้นำชุมชน และ อาสาสมัครกิจการพลเรือนบ้านแม่สุ ขับเคลื่อนโครงการ “1 เดือน 1 รอยยิ้ม” เข้าเยี่ยมเยือนประชาชนกลุ่มผู้เปราะบาง เพื่อร่วมให้กำลังใจ และสอบถามปัญหาต่างๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน และร่วมกันหาแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป พร้อมมอบเครื่องอุปโภค/บริโภค และผ้าห่มให้กับประชาชนกลุ่มผู้เปราะบาง ในพื้นที่ บ.แม่สุ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่แนวชายแดน และ ขับเคลื่อนเครือข่ายจิตอาสาภาคประชาชน


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.ภาค 3 ส่วนแยก 1 รณรงค์ประชาสัมพันธ์การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน และจ.ตาก

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 จัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน บูรณาการผู้นำชุมชน รณรงค์ประชาสัมพันธ์การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 307 และชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 308 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 พบปะ และประ สานงานกับ เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน และ ผู้ใหญ่บ้านปางบอน เพื่อขับเคลื่อนงานด้านกิจการพลเรือน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ณ บ.นาปลาจาด ต.ห้วยผา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน และ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านปางบอน ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

ด้านในพื้นที่จังหวัดตาก ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 301 ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 304 แล้วชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 305 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับประชาชน และประสานงานกับ กำนันตำบลขะเนจื้อ เพื่อขับเคลื่อนงานด้านกิจการพลเรือน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) โดยเน้นย้ำขอความร่วมมือ “หยุดเผาเด็ดขาด” ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2569 ณ ที่ทำการกำนันตำบลขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด , บ.แม่อุสุ ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง และ ในพื้นที่ บ.เดลอคี ต.หนองหลวง อ.อุ้มผาง จ.ตาก


นที มีเดช รายงาน

รองผู้บัญชาการ “นบ.ยส.๓๕” เยี่ยมชายแดนเชียงใหม่ วางแผนแนวทางการปฏิบัติในการสกัดกั้นยาเสพติด พร้อมกำชับความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสิ่งสำคัญ

รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ เยี่ยมชายแดนเชียงใหม่วางแผนแนวทางการปฏิบัติในการสกัดกั้นยาเสพติด พร้อมกำชับความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสิ่งสำคัญ

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชาย แดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของหน่วยขึ้นตรงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมกำลังพลรับมือสถานการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดในช่วงเทศกาลปีใหม่ และวางแผนการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 2569 ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติ เพื่อปิดช่องโหว่ของการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ โดยเน้นการเฝ้าระวังเส้นทางลำเลียงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเส้นทางรองที่อาจถูกใช้เป็น เส้นทางลำเลียงยาเสพติด ขณะเดียวกันได้ยกระดับการทำงานเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการตรวจสอบจุดสำคัญอย่างศูนย์กระจายสินค้า (Logistics Hub) และคลังสินค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการปรับตัวของชุดปฏิบัติการให้เท่าทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน โดยอาศัยการบูรณาการด้านการข่าวที่แม่นยำและการประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ

พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ ยังได้แสดงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยกล่าวย้ำว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ต้องศึกษาคู่มือการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันความสูญเสีย หมั่นตรวจสอบความพร้อมทั้งด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ ให้มีความพร้อมใช้งานอยู่สม่ำเสมอ

ทั้งนี้ การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นความพร้อมและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) จะทำหน้าที่สกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเต็มกำลัง ควบ คู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละทุกคน เพื่อให้ภารกิจลุล่วงไปได้อย่างยั่งยืนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ทบ.เผยพบ PMN-2 อีก 4 ทุ่น ใกล้จุดทหารไทยเหยียบกับระเบิด เตรียมส่งหลักฐานให้เวทีโลก ชี้กัมพูชายังฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวา

ทบ.เผยพบ PMN-2 อีก 4 ทุ่น ใกล้จุดทหารไทยเหยียบกับระเบิด เตรียมส่งหลักฐานให้เวทีโลก ชี้กัมพูชายังฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวา

วันนี้ (25 ธันวาคม 2568) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานความคืบหน้าภายหลังเหตุการณ์กำลังพลกองทัพภาคที่ 2 ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิด ระหว่างการปฏิบัติภารกิจเสริมความมั่นคงในพื้นที่ ปราสาทตาควาย

จากการตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุเพิ่มเติมโดยหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด พบการติดตั้งทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 อีกจำนวน 4 ทุ่น วางเรียงต่อเนื่องตามเส้นทางเคลื่อนที่ของกำลังพล โดยอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียงประมาณ 30 เซนติเมตร ลักษณะการวางทุ่นดังกล่าวสะท้อนถึงการจงใจมุ่งหมายให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และบุคคลที่สัญจรผ่านพื้นที่อย่างชัดเจน

กองทัพบกขอยืนยันว่า หลักฐานเชิงประจักษ์ดังกล่าวบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงมีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) อย่างร้ายแรง และเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรมสากล

ทั้งนี้ กองทัพบกจะรวบรวมข้อมูล หลักฐาน และรายละเอียดทั้งหมด ส่งมอบให้กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางการทูต และยกระดับการชี้แจงต่อประชาคมระหว่างประเทศในเวทีนานาชาติอย่างเป็นทางการต่อไป โดยกองทัพบกขอประณามการกระทำดังกล่าวอย่างถึงที่สุด และขอย้ำว่าการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกกรณี เป็นการกระทำที่ไม่อาจยอมรับได้ในสังคมโลก


นที มีเดช รายงาน