ผู้สมัคร ส.ส. เขต6 พรรคเพื่อไทยเบอร์ 4 ลุยพื้นที่ขอคะแนนเสียงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในตลาดนัด

นครปฐม – ผู้สมัคร ส.ส. เขต6 พรรคเพื่อไทยเบอร์ 4ลุยพื้นที่ขอคะแนนเสียงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในตลาดนัด

นาย ศิรวริศ สวนแก้วหรือทนายหมู ผู้สมัครส.ส.นครปฐม เขต 6 พรรคเพื่อไทยเบอร์ 4 ลุยลงพื้นที่ขอคะแนนเสียง กับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชน ที่มาเดินจับจ่ายใช้สอย ที่ตลาดนัดหน้าโรงเรียนวัดไร่ขิง โดยพี่น้องประชาชนให้ความสนใจ นโยบายของพรรคเพื่อไทย เพราะมีผลงานในอดีตที่ผ่านมาทุกนโยบายสามารถจับต้องและทำได้จริง และได้ผู้สมัคร ส.ส. หนุ่มไฟแรง หวังปักธงส.ส.นครปฐม ในนามพรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้ง 6 ได้ในครั้งนี้


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ประเพณี “ยกดาบชาติพันธุ์” ถวายหลวงพ่อขุนด่านแห่งเดียวในโลก

สุพรรณบุรี – พิธีแห่ผ้าห่มหลวงพ่อขุนด่าน และงานประเพณีนุ่งชุดไทยมายกดาบชาติพันธุ์ แห่ดาบถวายหลวงพ่อขุนด่าน หนึ่งเดียวในโลก ชาวบ้านเชื่อว่าจะช่วยตัดกรรม ตัดทุกข์ ตัดโศก ตัดโรค ตัดภัย ตัดสิ่งไม่ดีให้หายไป จะมีแต่สิ่งมงคล สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต และมีโชคลาภ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนร้อนปีใหม่ ส่วนที่แปลกและฮือฮามาก อยู่ที่กิจกรรมธาราพาโชคการกุศล ที่มีรางวัลใหญ่เป็นรางวัลพิเศษ “โลงศพ” ปริศนาธรรม เตือนสติให้ทุกคนได้ปล่อยวางการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก่อนพิธีเปิดงานทุกคนได้ยืนสดุดีให้ทหารกล้าทุกนาย ที่พลีชีพปกป้องอธิปไตยของชาติไทย และได้เปิดเพลงชาติไทย ทุกคนยืนตรงเครารพธงชาติ แสดงถึงความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ธงชาติไทยโบกสะบัดพลิ้วสวยงาม

ที่วัดดงเสลา ตำบลองค์พระ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี พระครูโสภิตสุวรรณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดดงเสลา ร่วมกับคณะกรรมวัด ผู้นำชุมชน ประชาชน จัดพิธีแห่ผ้า ห่มหลวงพ่อ ขุนด่าน ปีนี้ผ้าสีเหลือง เป็นสีธงชัย ผ้าขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 13 เมตร งานประเพณีนุ่งชุดไทยมายกดาบชาติพันธุ์ ถวายหลวงพ่อขุนด่าน และงานประจำปีปิดทองหลวงพ่อขุนด่าน หนึ่งปีมีครั้งเดียว งานมีไปจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2569

ก่อนเริ่มพิธีเปิดผู้ที่มาร่วมงานทุกคนได้ยืนสดุดีให้ทหารกล้าทุกนาย ที่พลีชีพปกป้องอธิป ไตยของชาติไทย และได้เปิดเพลงชาติไทย ทุกคนยืนตรงเครารพธงชาติ แสดงถึงความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งธงชาติไทยได้โบกสะบัดพลิ้วสวยงาม ทั้งที่ช่วงนั้นไม่มีลมพัด แต่เบื้องหลังนั้นได้มีเจ้าหน้าที่นำพัดลมตัวใหญ่มาเปิดเป่าลมให้ธงชาติไทยได้โบกสะบัดพลิ้วอย่างสวยงาม ซึ่งผู้ที่มาร่วมพิธีจะแต่งชุดไทยพื้นถิ่นกับชุดไทยย้อนยุค และมีกลุ่มชาติพันธุ์มาร่วมพิธี ประกอบด้วย ชาวไทยพื้นถิ่น-ชาวไทยเชื้อสายจีน-ลาวครั่ง-ไทยพวน-ไทยมอญ-กะเหรี่ยง-ไทยทรงดำ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ จะถือดาบมาร่วมขบวนแห่กันอย่างคึกคัก โดยได้อัญเชิญดาบขึ้นแท่นบนเวที พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ ประกอบพิธี เจิมและ ผูกผ้าแพรที่ดาบใหญ่มหามงคล

จากนั้นอัญเชิญดาบใหญ่มหามงคล 2 เล่ม ยาว 3 เมตร หนักเกือบ 100 กิโลกรัม โดยมีชายแต่งชุดทหารโบราณแบกดาบ ใหญ่มหามงคล 2 เล่ม นำหน้าขบวนแห่ดาบไปถวายหลวงพ่อขุนด่าน ตามด้วยข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน และกลุ่มชาติพันธุ์ แต่งกายมาในชุดของแต่ละชาติพันธุ์ ทุกคนจะเดินถือดาบร่วมขบวนแห่ดาบใหญ่

โดยในขบวนแห่ดาบ มีเครื่องขยายเสียง นักดนตรีและนักร้องมาร้องเพลงให้นางรำได้เต้นกันอย่างสนุกสนาน ส่วนนักดนตรี มือกลอง มือกีต้าร์ มือเบส แต่งกายชุดทหารโบราณ สีแดง ขบวนแห่ดาบเดินลอดผ่านซุ้มดาบยักษ์ 8 อรหันต์ เชื่อว่าจะช่วยตัดกรรม ตัดทุกข์ ตัดโศก ตัดโรค ตัดภัย ตัดสิ่งไม่ดีให้หายไป ให้มีแต่สิ่งมงคล สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ขบวนแห่ดาบจะไปวนรอบอุโบสถมหาอุตม์ 3 รอบ แล้วนำดาบไปถวายดาบหลวงพ่อขุนด่าน ภายในอุโบสถมหาอุตม์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

default

ภายในงานประชาชนและนักท่องเที่ยว สามารถมาร่วมสนุกกับกิจกรรมการกุศล “ธาราพาโชคการกุศล” รายได้เข้ากองทุนมูลนิธิหลวงพ่อขุนด่าน เพื่อการกุศลและสาธารณประโยชน์ นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยยากไร้ และผู้ที่ประสบอุทกภัย ภัยพิบัติต่างๆ ส่วนสีสันที่ฮือฮาอยู่ที่กิจกรรมธาราพาโชคการกุศล ทางวัดจัดหนักรางวัลใหญ่ เป็นรางวัลพิเศษ “โลงศพ” ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะว่าเป็นปริศนาธรรม ในการเตือนสติให้ทุกคนได้ปล่อยวางเรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เท่านั้น ส่วนใครที่ได้รางวัลพิเศษโลงศพ สามารถนำเอารางวัลโลงศพกลับบ้านก็ได้ แต่ถ้าไม่เอารางวัลโลงศพกลับบ้าน ก็สามารถบริจาคโลงศพให้กับทางวัดได้ เพื่อเป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา จะได้กุศลแรงและจะทำให้มีโชคลาภนอกจากกิจกรรมธารพาโชค จะมีรางวัลพิเศษโลงศพแล้ว ทุกคนจะได้ลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า พัดลม ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ของใช้ต่างๆ อีกจำนวนมาก

ด้านพระครูโสภิตสุวรรณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดดงเสลา เปิดเผยว่า หลวงพ่อขุดด่าน พระประ ธานประจำอุโบสถมหาอุตม์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ศิลปะอู่ทองปางพิจารณาชราธรรม หน้าตักกว้าง 16 ศอก สูง 20 ศอก ส่วนประเพณีถวายดาบหลวงพ่อขุนด่าน มีมาตั้งแต่สร้างองค์หลวงพ่อขุนด่าน ซึ่งเป็นปริศนาธรรมสอนให้รู้ว่า เพื่อให้พุทธบริษัททั้งหลาย ตัดซึ่งกิเลส ความโลภ โกรธ หลง ในจิตใจ เป็นการตัดทุกข์ ตัดเคราะห์ ให้เบาบางลง ให้เรื่องร้ายๆ กับกลายเป็นดี ประเพณียกดาบถวายหลวงพ่อขุนด่าน มีหนึ่งเดียวในโลก ชาวบ้านเชื่อว่าได้มาร่วมพิธีแห่ดาบ ยกดาบถวายหลวงพ่อขุนด่าน และได้กราบไหว้ขอพรหลวงพ่อขุนด่าน จะเป็นการตัดกรรม ตัดทุกข์ ตัดโศก ตัดโรค ตัดภัย ตัดสิ่งไม่ดีให้หายออกไปจากชีวิตและครอบครัว และจะมีแต่สิ่งมงคล สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตและจะทำให้มีโชคมีลาภ


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

มทภ.2 ค้างคืนอยู่กับลูกน้องในฐานปฏิบัติการ พื้นที่แนวหน้า

มทภ.2 ค้างคืนอยู่กับลูกน้องในฐานปฏิบัติการ พื้นที่แนวหน้า

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่แนวตามาเรีย–สัตตะโสม อยู่ร่วมกับกำลังพล ใช้ชีวิตเรียบง่าย ให้กำลังใจ และกำชับการปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย เพราะเป็นพื้นที่ที่เคยทำงานและปฏิบัติการมาก่อน ตรวจเยี่ยมกำลังพลแนวตามาเรีย–สัตตะโสม ติดตามสถานการณ์จริง เข้าใจภูมิประเทศจากประสบการณ์ตรง พร้อมกำชับการปฏิบัติภารกิจอย่า’รอบคอบและปลอดภัยสูงสุด


พรพิพัฒ รายงาน

แม่ทัพเติ่ง ตรวจเยี่ยมเวลากลางคืน เห็นสภาพจริง เข้าใจความเป็นอยู่จริง เพื่อขวัญและกำลังใจของกำลังพลหน่วยพร้อมรบ RDF-X พร้อมให้กำลังใจและมอบของเยี่ยมปีใหม่

แม่ทัพเติ่ง ตรวจเยี่ยมเวลากลางคืน เห็นสภาพจริง เข้าใจความเป็นอยู่จริง เพื่อขวัญและกำลังใจของกำลังพลหน่วยพร้อมรบ RDF-X พร้อมให้กำลังใจและมอบของเยี่ยมปีใหม่

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่เนิน 225 เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติภารกิจของหน่วยพร้อมรบ RDF-X ในช่วงเวลากลางคืน เพื่อรับทราบสภาพการปฏิบัติงานจริง สภาพความเป็นอยู่ และความพร้อมของกำลังพลในพื้นที่ปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด
ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะพูดคุย ให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจ พร้อมมอบของเยี่ยมเนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยมีเสนาธิการหน่วยพร้อมรบ RDF-X และผู้บังคับกองร้อย ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน

โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำและกำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ รอบรู้สถานการณ์ และยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ ควบคู่กับการดูแลสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของกำลังพลให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และภารกิจ

การตรวจเยี่ยมในช่วงเวลากลางคืนครั้งนี้ สะท้อนถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาที่ต้องการเห็นสภาพการทำงานและชีวิตความเป็นอยู่จริงของกำลังพลในพื้นที่ พร้อมเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง


พรพิพัฒน์ รายงาน

ทบ. สดุดีทหารกล้า สละชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ชายแดน ไทย -กัมพูชา จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ แด่วีรชนผู้ปกป้องผืนแผ่นดินไทย

ทบ. สดุดีทหารกล้า สละชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ชายแดน ไทย -กัมพูชา จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ แด่วีรชนผู้ปกป้องผืนแผ่นดินไทย

จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ส่งผลให้กำลังพลกองทัพบกซึ่งปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละ กองทัพบกจึงได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพแก่ทหารหาญผู้กล้า เพื่อเชิดชูเกียรติและสดุดีการอุทิศชีวิตเพื่อประเทศชาติอย่างสมเกียรติ

วันนี้ (29 ธันวาคม 2568) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้ พลเอก ศานติ ศกุนตนาค ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก เข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพกำลังพลผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบ โดยมีนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ณ วัดเชือกนอก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ

สำหรับการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่ พลทหาร ธนพัฒน์ นันทะวงศ์ สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการสู้รบบริเวณ บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยกองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานชั้นยศ เป็น ร้อยตรี และจะได้รับเงินพระราชทาน, เงินบำรุงขวัญ, เงินสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตของกองทัพบก (ภัยสงคราม), เงินช่วยเหลือและเงินบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท และเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรีและเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ ตามมติ ครม. รวมประมาณ 11,105,264 บาท

พิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ยืนยันจะดูแลสิทธิ สวัสดิการ รวมทั้งความเป็นอยู่ของครอบครัวและทายาทของทหารกล้าทุกนายอย่างดีที่สุด ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความจงรักภักดีที่ทหารหาญทุกท่านได้อุทิศให้แก่ประเทศชาติ นับเป็นเกียรติภูมิสูงสุดของกองทัพบก และจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำ ตลอดจนอยู่ในหัวใจของประชาชนไทยตลอดไป


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

เชียงใหม่ เตรียมจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 24 มกราคม 2569

จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความจงรักภักดี สำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 24 มกราคม 2569

วันนี้ (29 ธ.ค. 68) ที่ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการจัดกิจกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับงานพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้ส่วนราชการและทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนะ และพิจารณารูปแบบการจัดกิจกรรมในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความจงรักภักดีในห้วงระยะเวลาภายใน 100 วัน แห่งการสวรรคต ทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับหน่วยงาน องค์กร สมาคม สถาบัน สถานศึกษา หรือชุมชน โดยกำหนดวัน เวลา สถานที่ และรูปแบบกิจกรรมภายในงานให้มีความเหมาะสมและสมพระเกียรติ

โดยกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์

สำหรับกิจกรรมหลักระดับจังหวัดในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ประชุมมีมติกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ ที่ 24 มกราคม 2569 โดยเลือกอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่จัดกิจกรรมของจังหวัด เนื่องจากมีความพร้อมในหลายด้าน เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญและเกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ มีจุดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้ผู้ร่วมงานได้ศึกษา สถานที่มีความสวยงาม อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถรองรับผู้ร่วมงานได้เป็นจำนวนมาก และการเดินทางสะดวก

ในเบื้องต้นกิจกรรมภายในงานจะประกอบด้วย การฟ้อนแบบล้านนา การแสดงโขน การแสดงดนตรีพระราชนิพนธ์เทิดพระเกียรติ จุดเทียนแสดงความอาลัย การจัดนิทรรศการเฉลิมพระ เกียรติ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ นอกจากนี้ยังอยู่ในช่วงที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์กำลังจัดงาน “เทศกาลชมสวน : Flora Festival 2025“ ทำให้ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสกับความสวยงามของสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาพรรณ โดยเฉพาะโซน “บุปผาราชินี” ที่เป็นกลุ่มพรรณไม้ทรงคุณค่าที่ได้รับพระราชทานนาม หรือเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเฉลิมพระเกียรติในฐานะนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ เช่น กุหลาบควีนสิริกิติ์ , แคทลียาควีนสิริกิติ์” และบัวควีนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความงามคู่แผ่นดินไทยและพระจริยวัตรอันอ่อนโยนของพระองค์ โดยคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานนับหมื่นคน

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ จึงขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่ รวมถึงพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มาร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีที่มีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันเสาร์ ที่ 24 มกราคม 2569 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

ผบช.ภ.3 ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน สภ.มะเริง กำชับเข้มจัดการจราจร–ดูแลความปลอดภัยเต็มกำลังช่วงปีใหม่ 2569

ผบช.ภ.3 ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน สภ.มะเริง กำชับเข้มจัดการจราจร–ดูแลความปลอดภัยเต็มกำลังช่วงปีใหม่ 2569

นครราชสีมา เมื่อวันที่ (30 ธันวาคม 2568) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความพร้อมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 บริเวณตู้ยามบ้านใหม่ สังกัดสถานีตำรวจภูธรมะเริง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ และกำชับมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ

ในการนี้ มี พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ. โกสินทร์ สะอาดวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมะเริง พร้อมด้วยผู้บริหารและข้าราชการตำรวจในสังกัด อาทิ พ.ต.ท.สุทธิรักษ์ ลัคนาลิขิต รอง ผกก.ป.สภ.มะเริง, พ.ต.ท.ชีวิน กสิ กรรม รอง ผกก.สส.สภ.มะเริง, พ.ต.ท.สุพีร์ ชัยสูงเนิน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.มะเริง, พ.ต.ท. บรรลือศักดิ์ โพธิ์นวลศรี สวป.สภ.มะเริง, พ.ต.ท.โสวัฒน์ สุระเสน สว.สส.สภ.มะเริง และ พ.ต.ท.จักรา พรหมดีสาร สว.อก.สภ.มะเริง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จิตอาสา ผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตำรวจอาสา และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ สภ.มะเริง ร่วมบูรณาการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชา ชนตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมกำชับแนวทางการปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณีเกิดเหตุทางการจราจรที่อาจส่งผลให้การจราจรติดขัดหรือมีรถสะสม ขอให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาในทันที เพื่อเร่งระบายรถและทำให้การจราจรกลับสู่สภาพคล่องตัวโดยเร็ว ลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่หมั่นประชาสัมพันธ์ข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางเลี่ยง และสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านสื่อออนไลน์และช่องทางประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างปลอดภัยและสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการป้องกันเหตุอาชญากรรม การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการให้บริการด้วยความสุภาพ เป็นมิตร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่

การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำนโยบายของตำรวจภูธรภาค 3 ที่มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก บูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อให้การดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และอุ่นใจตลอดการเดินทาง


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ทบ.จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพทหารหาญ สดุดีวีรชนผู้พิทักษ์ผืนแผ่นดินไทย สละชีพเพื่อชาติ

ทบ.จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพทหารหาญ สดุดีวีรชนผู้พิทักษ์ผืนแผ่นดินไทย สละชีพเพื่อชาติ

จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ส่งผลให้กำลังพลกองทัพบกซึ่งปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละ กองทัพบกจึงได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพแก่ทหารหาญผู้กล้า เพื่อเชิดชูเกียรติและสดุดีการอุทิศชีวิตเพื่อประเทศชาติอย่างสมเกียรติ

วันนี้ 30 ธ.ค.68 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้ พลเอก อัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพกำลังพลผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบ โดยมีคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ วัดบ้านหนองแมงดาราษฎร์บำรุง อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ

สำหรับการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่ พลทหาร ทิวตะวัน พลเยี่ยม สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการสู้รบ บริเวณ พื้นที่ บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานชั้นยศ เป็น ร้อยตรี และจะได้รับเงินพระราชทาน, เงินบำรุงขวัญ, เงินสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตของกองทัพบก (ภัยสงคราม), เงินช่วยเหลือและเงินบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท และเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรีและเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ ตามมติ ครม. รวมประมาณ 11,113,750 บาท

พิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ยืนยันจะดูแลสิทธิ สวัสดิการ รวมทั้งความเป็นอยู่ของครอบครัวและทายาทของทหารกล้าทุกนายอย่างดีที่สุด ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความจงรักภักดีที่ทหารหาญทุกท่านได้อุทิศให้แก่ประเทศชาติ นับเป็นเกียรติภูมิสูงสุดของกองทัพบก และจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำ ตลอดจนอยู่ในหัวใจของประชาชนไทยตลอดไป


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานไฟพระฤกษ์ และน้ำพระพุทธมนต์ ในการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี

นครนายก – สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานไฟพระฤกษ์ และน้ำพระพุทธมนต์ ในการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี

วันที่ 29 ธันวาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่วัดอุดมธานี พระอารามหลวง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จัดพิธีมอบไฟพระฤกษ์ และน้ำพระพุทธมนต์ประทาน จาก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยสำนักงานวัฒน ธรรมจังหวัดนครนายก และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก เป็นผู้อัญเชิญเพื่อถวายแด่เจ้าคณะจังหวัดนครนายก ทั้ง 2 นิกาย โดยมี นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานถวายไฟพระกฤษ์ และน้ำพระพุทธมนต์ประทาน แด่ พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก ฝ่ายมหานิกาย , พระมุนีนายก เจ้าคณะจังหวัดนครนายก ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย และเจ้าคณะอำเภอ ทั้ง 2 นิกาย โดยมี พระสังฆาธิการ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง

ด้วยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานไฟพระฤกษ์และน้ำพระพุทธมนต์ ให้จังหวัดนครนายกนำไปถวายแด่เจ้าคณะจังหวัดนครนายก และเจ้าคณะอำเภอ เพื่อนำไปปฏิบัติในพิธี “สวดมนต์และปฏิบัติธรรมข้ามปี บริสุทธิ์ด้วยใจ ถวายพระราชกุศล พุทธศักราช 2569” จัดขึ้นตามมติมหาเถรสมาคม มติที่ 915/2568 ประกอบด้วยกิจกรรมสวดมนต์และปฎิบัติธรรมข้ามปี เพื่อถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในช่วงคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2569 และเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ ความรุ่งโรจน์ ความสำเร็จ ความสามัคคี อันเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ สร้างแรงจูงใจให้ประชาชน ลด ละ เลิกอบายมุข ในเทศกาลปีใหม่

โดยให้เจ้าคณะจังหวัดแจ้งพระสังฆาธิการในเขตปกครองมาต่อไฟพระฤกษ์ และรับน้ำพระพุทธมนต์ประทานดังกล่าว เพื่อนำไปปฏิบัติในพิธีสวดมนต์ข้ามปีของแต่ละวัดนั้น โดยให้แต่ละวัดได้จัดเตรียมโคมไฟน้ำมันมีกระจกกันลม ให้สมควรแก่พระเกียรติสำหรับต่อไฟพระฤกษ์ประทาน ในการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

กองพลทหารม้าที่ 1 เยี่ยมกำลังใจจากแนวหลังที่ได้รับบาดเจ็บ

กองพลทหารม้าที่ 1 พร้อมด้วย สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองพลทหารม้าที่ 1 เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจราชการสนาม จากเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบล ราชธานี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 มอบให้ พ.อ.ณฑี ทิมเสน เสนาธิการกองพลทหารม้าที่ 1 พร้อมด้วย คุณสาลินี ไวยนนท์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองพลทหารม้าที่ 1 นำคณะสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขา กองพลทหารม้าที่ 1 เยี่ยมให้กำลังใจ ส.ท. สุวรรณ เป็งเชย กำลังพลในสังกัดกองพันทหารม้าเฉพาะกิจที่ 18 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากลูกระเบิดขว้าง เป็นเหตุให้ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณใต้เปลือกตาด้านซ้าย

และ ได้เยี่ยมให้กำลังใจ พลทหาร ธนดล อินตา สังกัด กองพันทหารม้าเฉพาะกิจที่ 10 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจาก สะเก็ดระเบิดของลูกจรวด BM-21 เป็นเหตุให้ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณขาด้านขวา ซึ่งได้สอบถามอาการอย่างใกล้ชิด และสอบถามความคืบหน้าในการรักษา พร้อมให้กำลังใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กำกลังพลและครอบครัวในการดูแลสิทธิสวัสดิการ โดยกำลังพลทั้งสองนายได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่บริเวณที่หมาย ฐานตำรวจตระเวนชายแดน 793 กัมพูชา ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

จากนั้นเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 70 หมู่ 1 ต.โนนสวรรรค์ อ.นาจะหลวย จังหวัดอุบลราชาธานี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ จ.ส.อ. โสภณ ถมยา กำลังพลจากกองพันทหารม้าเฉพาะกิจที่ 18 ซึ่งได้บาดเจ็บจากอาวุธปืนเล็กยาว และลูกระเบิดขว้าง เป็นเหตุให้ถูกกระสุนปืนเล็กยาว บริเวณแขนด้านขวา และสะเก็ดระเบิดบริเวณขาด้านขวา บริเวณที่หมาย ฐานตำรวจตระเวนชายแดน 793 กัมพูชา ในพื้นที่ช่องอานม้า

และเดินทางไปยังโรงพยาบาลสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ จ.ส.ต.สุจินต์ จิตกรียาน กำลังพลสังกัด กองพันทหารช่างที่ 8 กองพลทหารม้าที่ 1 ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจราชการสนาม จากพื้นที่ฐานปฏิบัติการเสือดาว สัตตะโสม อ.กันทรลักษณ์ จว.ศรีสะเกษ ซึ่ง ได้รับบาดเจ็บเหยียบระเบิด ขาซ้ายขาด และมีแผลที่ตาซ้าย

ในการตรวจเยี่ยมกำลังพลทุกนาย ได้เข้าสอบถามอาการบาดเจ็บ ความเป็นอยู่และความคืบหน้าในการรักษาพยาบาลของกำลังพลอย่างใกล้ชิด พร้อมกับให้กำลังใจแก่กำลังพลทุกนายที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ จากการประเมินของแพทย์ผู้ดูแลรักษา อาการทางร่างกายของกำลังพลมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ ในส่วนของสภาพจิตใจยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู และเยียวยา

ในโอกาสนี้ พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 พร้อมด้วย คุณสาลินี ไวยนนท์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองพลทหารม้าที่ 1 ได้มอบเงินช่วยเหลือเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งแสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของกำลังพลทุกนาย โดยย้ำว่าผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้นได้ฝากความห่วงใย และให้ความสำคัญสูงสุด ต่อสิทธิกำลังพล และสวัสดิการ และการดูแลกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้กำลังพลมีความมั่นใจ ว่ากองทัพบกจะยืนเคียงข้างและดูแลอย่างเต็มขีดความสามารถเพื่อให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อพร้อมในการกลับมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ และประชาชน ต่อไป


นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์