พระสงฆ์ 1,142 รูป ธรรมยาตราเจริญสมาธิภาวนา ถวายสมเด็จพระพันปีหลวง

สุพรรณบุรี – พระสงฆ์ 1,142 รูป ธรรมยาตราเจริญสมาธิภาวนาถวายสมเด็จพระพัน ปีหลวง

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี พระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นำคณะสงฆ์ธรรมยาตรา 1,142 รูปและสาธุชน เจริญสมาธิภาวนา อธิษฐานจิต อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานฆราวาส ณ อนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

จากนั้น พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร น้อมนำพวงมาลัยถวายบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และรูปหล่อพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พร้อมด้วย พระปริยัติวรคุณ เจ้าคณะอำเภอสองพี่น้อง เจ้าอาวาสวัดสองพี่น้อง พระอารามหลวง นำคณะสงฆ์ธรรมยาตรา 1,142 รูป และพุทธศาสนิกชนจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาธรรมพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) โดยพระภาวนาธรรมวิเทศ แสดงพระธรรมเทศนาเรื่อง ความสำคัญของสถานที่เกิดด้วยรูปกายเนื้อ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ความตอนหนึ่งว่า “อนุสรณ์สถานบ้านเกิดพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) สถานที่เกิดรูปกายเนื้อของพระมงคลเทพมุนี ตั้งอยู่บนแผ่นดินรูปดอกบัว มีน้ำล้อมรอบ ตรงข้ามวัดสองพี่น้อง มีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ คณะศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกันจัดสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เป็นรูปทรงภูเขาทอง 8 เหลี่ยม ภายในบันทึกประวัติการสร้างบารมีของท่านตั้งแต่ปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย บริเวณกลางมหาวิหารฯ ประดิษฐานรูปหล่อทองคำของพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี เพื่อให้สาธุชนได้กราบไหว้”

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า กิจกรรมธรรมยาตราจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 มุ่งเน้นการฝึกพระภิกษุบวชใหม่ให้เจริญภาวนาด้วยอิริยาบถเดินอีกทั้งยังเป็นบทฝึกความอดทน บำเพ็ญตบะตลอดระยะเวลา 1 เดือนของพระธรรมทายาทไปพร้อมกับการมีส่วนร่วมของสาธุชนผู้ศรัทธาในปฏิปทาของพระมงคลเทพมุนี ที่จะมาต้อนรับคณะสงฆ์ด้วยการกล่าวสาธุและโปรยกลีบดอกไม้เหมือนครั้งสมัยพุทธ กาล เป็นการแสดงความเคารพในพระรัตนตรัย ตามหลักคารวะ 7 จัดโดยเครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก, องค์การพุทธโลก (พล), วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรม กาย และภาคีเครือข่ายชาวพุทธกว่า 20 องค์กร ระหว่างวันที่ 2 ถึง 31 มกราคม พ.ศ 2569 ณ อนุสรณ์สถานที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)

โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมต้อนรับพระธรรมยาตรา ในวันที่ 3, 7, 11, 14, 18 และ 25 พิธีตัก บาตรพระ 1,142 รูป วันที่ 7, 11, 14, 18, และ 24 พิธีจุดประทีป วันที่ 6 ,10, 13, 17, 23, 24 และ 31 พิธีถวายสังฆทานรวม 360 กว่าวัด วันที่ 6, 17 และ 23 พิธีทอดผ้าป่าบำรุงวัดรวม 32 วัด วันที่ 5, 9, 12, 15, 16, 20, 22, 27 และ 28 พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 31 มกราคม ทั้งนี้ คณะศิษยานุศิษย์พระมงคลเทพมุนีได้มอบกองทุนการศึกษาจำนวน 10 โรงเรียน และร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ปฏิบัติธรรม และถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 142 วัด ในเส้นทางธรรมยาตราอีกด้วย

ติดตามข่าวสารกิจกรรมโครงการได้ทาง www.gbnus.com และ เฟซบุ๊กแฟนเพจ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร.02-831-1234


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ร.พ.นครปฐม จัดโครงการ ฝึกอบรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน กิจกรรม “รวมพลังแห่งความดี”

โรงพยาบาลนครปฐม จัดโครงการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน กิจกรรม “รวมพลังแห่งความดี”

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม มอบหมายให้ แพทย์หญิงบุญเพ็ญ จงเสรีจิตต์ รองผู้อำนวยการด้านตรวจอบภายใน เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบอรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS) ภายใต้กิจกรรม “รวมพลังแห่งความดี” เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี้พันปีหลวง

โดยมี คุณสุรักขณา คงคาเพชร รองหัวหน้าพยาบาลด้านยุทธศาสตร์และสารสนเทศ กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการช่วยฟื้นคืนชีพ ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สำหรับบุคลากรของโรงพยาบาลนครปฐมให้ สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตได้เหมาะสมกับผู้รับบริการ เพื่อให้มีความรู้และทักษะในการปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ทั้งในและนอกโรงพยาบาล สมารถนำไปใช้ได้ ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้ข่าว นครปฐม

นครชัยศรี เปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ”

อำเภอนครชัยศรี เปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ”

วันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหาร/ผู้แทน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 25 แห่ง ธรรมาภิบาลอำเภอนครชัยศรี ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการเปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ” ของอำเภอนครชัยศรี บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจคัดกรองสารเสพติดตรวจหาสารเสพติดในบุคลากร หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อส. และ ลูกจ้าง ในสังกัดอำเภอนครชัยศรี จำนวน 100 ราย ผลการปฏิบัติ “ไม่พบสารเสพติด” ในผู้เข้ารับการตรวจแต่อย่างใด

ปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายจังหวัดนครปฐม กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย อย่างเคร่งครัด


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผบช.ภ. 7 ตรวจเยี่ยม มอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม

วันที่ 4 ม.ค.2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ. 7 เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม โดยมี พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ. สาม พราน, พ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน, พ.ต.ท.ฉัตรธวัชร์ ศักดิ์ดรินทร์ รอง ผกก.สส.สภ.สามพราน, พ.ต.ท.พนม ประทุมแสง สวป.สภ.สามพราน, พ.ต.ท. มานะ ศิริเขตรกรณ์ สวป.(ชส.) สภ.สามพราน, พ.ต.ท.ไพรัตน์ เกษตรศรี สว.(สอบสวน) หน. ห้องคดี สภ.สามพราน, พ.ต.ต.สมเกียรติ บูชาวงศ์ภิวัฒน์ สว.อก.สภ.สามพราน พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ

ในการตรวจเยี่ยม ได้ตรวจแถวข้าราชการตำรวจ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบนโยบายให้ยึดมั่นในความมีวินัย ความสุภาพเรียบร้อย และการให้บริการประชาชนด้วยความจริงใจ

จากนั้นได้ตรวจจุดให้บริการประชาชน One Stop Service ซึ่งจัดให้มีการให้บริการหลายด้านในจุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ และตรวจสอบ ห้องควบคุมผู้ต้องหา ซึ่งมีความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย พร้อม มีกล้องวงจรปิด (CCTV) ติดตั้งในสภาพใช้งานได้ดี สามารถดูภาพได้ทั้งปัจจุบันและย้อนหลังจากข้อมูลที่บันทึกไว้ เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัยในการควบคุมดูแล

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยม บ้านพักข้าราชการตำรวจ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความสะอาด ปลอด ภัย และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยเน้นการปรับปรุงและดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยและการพักผ่อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผู้บริหารสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมความพร้อมด้านการแพทย์ในช่วงเทศกาลปีใหม่

ผู้บริหารสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมความพร้อมด้านการแพทย์ในช่วงเทศกาลปีใหม่

เวลา 09.00 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายเเพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมด้านการแพทย์ และสาธารณสุข พร้อมให้กำลังใจ แพทย์ พยาบาล และ เจ้าหน้า ที่ ที่ปฏิบัติงานห้องฉุกเฉิน ศูนย์สั่งการ เพื่อพร้อมรับ สถานการณ์ อุบัติเหตุอุบัติภัย ที่อาจเกิดขึ้น ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ที่โรงพยาบาลนครปฐม และโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจในระบบบริการสาธารณสุข และลดความเสี่ยงให้กับประชาชนที่เดินทางสัญ จรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผบก.ภ.จวนครปฐม ตรวจเยี่ยมข้าราชการ ตํารวจ สภ.กำแพงแสน ที่ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร ช่วงเทศการปีใหม่ 2569

ผบก.ภ.จวนครปฐม ได้มาตรวจเยี่ยมข้าราชการ ตํารวจ สภ.กำแพงแสน ที่ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร ช่วงเทศการปีใหม่ 2569

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว. นครปฐม พร้อมด้วย ว่าที่ พ.ต.อ.สถาพร พาหา ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวนฯ, พ.ต.อ. ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผกก.สภ.กำแพงแสน, พ.ต.ท.ยศพงศ์ พันธุ รอง ผกก.ป.สภ.กำแพงแสน
พ.ต.ท.อุทัย สุมาลัย รอง ผกก.ป.สภ.บางเลน, พ.ต.ท.วีระพล ลิ้มวัฒนานิมิตกุล รอง ผกก. สอบสวน สภ.กำแพงแสน, พ.ต.ท.ไชยวัฒน์ ทองคงหาญ สวป.สภ.กำแพงแสน และข้าราช การตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครปฐม ได้มาตรวจเยี่ยมข้าราชการ ตํารวจ สภ.กำแพงแสน ที่ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร โดยมอบสิ่งของให้แก่ ร.ต.ต.พิเชษฐ์ กลิ่นบุปผา รอง สวป.(ป.) สภ. กำแพงแสน เพื่อขอบคุณในการทำงานและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

พร้อมกันนี้ได้ประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ที่มีบุคคลถ่ายทอดวีดีโอเผยแพร่ภาพในสื่อโซเชี่ยลมีเดียและแจ้งความดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ บริเวณจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร หน้า สภ.กำแพงแสน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง ตลอดจนกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง เป็นธรรมตามกฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

จากกรณีดังกล่าวมีข้อพิจารณาใน 2 ประเด็น คือ

  1. กรณีบุคคลดังกล่าวแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.กำแพงแสน​ ในข้อหา “ทำร้ายร่างกายและกระทำอนาจาร” ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบคำให้การและส่งตัวไปตรวจบาดแผลที่โรงพยาบาลกำแพงแสนเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
  2. กรณีบุคคลที่เข้ามารบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสภ.กำแพงแสน ฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดดังนี้
    1. ข้อหา “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเสียหายอันเป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ โดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น” ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 174 ประกอบมาตรา 172 และ 173
    2. ข้อหา “กระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ อันเป็นการกระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล ”ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397
    3. ข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน โดยทุจริตหรือหลอกลวง” ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1)

โดยได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องดำเนินการ สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีอย่างรอบคอบ รวดเร็วและให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ณ สภ.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จว.นครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ชาวบ้านผวา !! ตื่นเช้าวันปีใหม่มีหัวกระสุนปืนปริศนาตกทะลุหลังคาใส่ห้องนอน

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามีบ้านประชาชนถูกกระสุนปืนปริศนาตกใส่หลังคาทะลุลงที่นอน เหตุเกิดที่หมู่บ้านพลับพลาไชย หมู่ 6 ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพบผู้เสียหายและญาติยืนคุยให้กำลังใจกันอยู่ที่เพิงหน้าบ้านที่เกิดเหตุ

น.ส.เอ และน.ส.บี สองพี่น้อง เจ้าของห้องได้พาผู้สื่อข่าวเข้าไปดูที่ห้องนอนจุดเกิดเหตุพบที่หลังคาเมทัลชีท มีรูกระสุนทะลุ 1 รู ที่ผนังข้างที่นอนมีรอยถูกกระสุน บนที่นอนามีรอยถูกกระสุนถาก น.ส.เอ และน.ส.บี นามสมมติ สองพี่น้อง เจ้าของห้องเล่าว่า ปกติตนจะนอนที่ห้องนี้ประจำ แต่เมื่อคืนตนไม่อยู่ มีพ่อกับแม่ อยู่บ้านกระทั่งสายตนจึงกลับ พอมาถึงบ้านพ่อกับแม่ก็ถามว่าที่นอน มีรอยอะไรมาก่อนหรือไม่ตนตอบว่าไม่มี พ่อกับแม่จึงบอกว่าที่นอนมีรอยผิดปกติ นอกจากนี้ที่หลังคาก็มีรูทะลุ และที่ข้างที่นอนก็พบหัวกระสุนปืนตกอยู่ 1 หัว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

default

คาดว่าช่วง countdown น่าจะมีคนยิงปืนขึ้นฟ้าแล้วหัวกระสุนปืน ตกมาใส่หลังคาบ้านโดนผนังห้องนอนแล้วกระเด็นมาใส่ที่นอนแล้วหัวกระสุนตกอยู่ที่พื้น ซึ่งปกติจะนอนอยู่ที่ห้องนี้แต่เมื่อคืนโชคดีที่ตนไปเค้าดาวที่บ้านเพื่อน จนเช้ากลับมา แม่เปิดประตูเข้ามาดูก็เห็นมีหัวกระสุนเลยเรียกพ่อมาช่วยดู เลยถามน้องว่ามีรอยบนที่นอนหรือไม่ ซึ่งขอดูก็มีรอยถาก อยากให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดมากขึ้นไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเมื่อคืนตนนอนอยู่ตรงนี้ ยังไงก็บาดเจ็บแน่ไม่มากก็น้อย รู้สึกตกใจมากเพราะที่บ้านไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แม่บอกเมื่อคืนได้ยินเสียงดังเหมือนนกชนหลังคาแต่รอบนี้จะดังกว่าก็เลยสงสัย อยากฝากทุกคนว่าที่สาธารณะไม่ใช่สถานที่ยิงปืนถ้าอยากจะเก่งให้ไปที่สนามยิงปืนและอยากฝากถึงความปลอดภัยควรคิดถึงคนอื่นให้มากๆ

ทางด้านนางแดง นามสมมติ เจ้าของบ้านเล่าว่าเมื่อคืนนี้ได้ยินเสียงพุเสียงดังตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ จากนั้นก็นอนหลับได้ยินอีกทีตอนเที่ยงคืนเหมือนเสียง พลุ countdown พอตอนเช้า มาเปิดห้องลูกสาวปุ๊บก็เจอหัวกระสุนวางอยู่ข้างที่นอนจึงเรียกสามีมาดูเมื่อรู้ว่าเป็นลูกปืนเลยแจ้งให้ตำรวจมาดู น่ากลัวมาก โชคดีที่ลูกสาวไม่อยู่ห้อง มาคิดดูว่าถ้าลูกสาวอยู่ห้องจะเกิดอันตรายกับลูกตรงไหนบ้าง อยากฝากว่าพวกคุณยิงปืนคุณสนุกและความทุกข์ของชาวบ้านลูกปืนลองใส่บ้านทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนโชคดีที่ลูกสาวไม่มีใครอยู่ในห้อง ถ้าลูกอยู่ในห้องจะเกิดอะไรขึ้น และฝากเจ้าหน้าที่ขอให้ช่วยดูแลและเข้มงวดให้มากกว่านี้อีกตนอยู่ที่นีมานานไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ ครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกและบ้านของตนน่าจะเป็นหลังแรกที่ถูกกระสุนปืนตกใส่

ทางด้านนายปลื้ม นามสมมติ เล่าว่าไม่เคยมีปัญหากับใคร ส่วนใหญ่ก็มีแต่บ้านญาติทั้งหมด ส่วนการทำมาหากินไม่เคยมีปัญหากับใครแต่พอมาเจอแบบนี้ ก็รู้สึกตกใจกลัวมันร้ายแรงกว่านี้โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ในห้องครั้งนี้ถือว่าโชคดีไม่มีคนอยู่ในห้องนอนเลยไม่มีใครเป็นอะไร ไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ชาว อ.กำแพงแสน พร้อมใจกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปี 2569

ชาวบ้านอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พร้อมใจกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปี 2569

วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่วัดหนองปลาไหล ตำบลทุ่งกระพังโหม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยพระครูวิมล จินดากร เจ้าอาวาสวัดหนองปลาไหล นำคณะสงฆ์ออกรับบิณฑบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง โดยมี ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านบ้านหนองปลาไหล บ้านกระถินแดง และใกล้เคียง เป็นจำนวนมาก ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระสงฆ์ เนื่องในโอกาสต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคล ความสงบสุขแก่ชีวิตและครอบครัว ตลอดปี 2569

โดยพระครูวิมล จินดากร เจ้าอาวาสวัดหนองปลาไหล ได้นำพระสงฆ์ออกบินฑบาตรจากตลาดหนองปลาไหลไปยังตลาดกระถินแดง และมาสิ้นสุดที่หน้า อบต.ทุ่งกระพังโหม โดยในปีนี้มีชาวบ้านร่วมทำบุญตักบาตร เป็นจำนวนมากกว่าทุกทุกปี

ทั้งนี้ สำหรับข้าวสารอาหารแห้งที่ที่รับบิณฑบาตรจากชาวบ้านในครั้งนี้ ทางวัดจะนำไปมอบให้กับโรงเรียนเพื่อแจกจ่ายให้กับเด็กๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติต่อไป


นายสมคิด พรมมี
ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครปฐม

ร.พ.นครปฐม จัดกิจกรรม ร่วมใจรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

โรงพยาบาลนครปฐม จัดกิจกรรม ร่วมใจรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรม โรงพยาบาลนครปฐม ร่วมใจรณรงค์ ”ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวรายงาน พร้อมด้วย พันตำรวจเอก อชิรวัตต์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมกิจกรรม ภายในงาน มีการมอบ หมวกนิรภัย ให้กับผู้สมัครเข้าร่วมขบวนรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย

จากนั้นมีการปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์ ตามเส้นทางที่กำหนดเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ณ บริเวณโดม อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

เต้ พระราม 7 ฟาดแรง โดรมลูกใครก็ไม่ควร ขอเสียงหนุนแคนดีเดตนายกเพื่อจัดการตัดเส้นเงินตระกูลฮุนสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก

เต้ พระราม 7 ฟาดแรงโดรมลูกใครก็ไม่ควร ขอเสียงหนุนแคนดีเดตนายกเพื่อจัดการตัดเส้นเงินตระกูลฮุนสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก

วันที่ 31 ธันวาคม 68 ผู้อสื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดแทมมารีนกลางเมืองหัวหิน อ.หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ“เต้ พระราม 7” สส.บัญชีรายชื่อพรรคทางเลือกใหม่ ได้พาครอบครัวภรรยาและลูกอีก 4คน เดินทางมาเที่ยวพักผ่อน และหาเสียงพูดคุยกับประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ภายในตลาดแทมมารีนกลางเมืองหัวหิน ซึ่งปกติจะมาพาครอบครัวมาเที่ยวพักผ่อนและมาเคาท์ดาวน์ที่เมืองหัวหินเป็นประจำทุกปี ก่อนได้พบปะพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด พบว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวของเมืองหัวหินดีขึ้นเยอะ เท่าที่ดูรายได้ด้านการท่องเที่ยวในปี 2567 เข้ามาที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประมาณ 44,000 ล้าน มีต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประมาณ 11ล้านคน โดยปีนี้ 68 ในภาพรวมมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากขึ้น มีรายได้จากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวประมาณ 1.9 ล้านๆ บาท

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (เต้ พระราม 7) กล่าวว่า กรณีที่คุณโดมปกรณ์ ลัม ไปโพสต์ข้อความคุกคามทางเพศบุตรสาวของคุณหญิงสุดารัตน์ ทราบว่า คุณหญิงได้มอบฝ่ายกฎ หมายเข้าดำเนินคดีกับคุณโดมแล้ว โดยคุณโดมใช้คำไม่สุภาพไปโพสต์ใน Facebook คุณโดมอ้างว่า ตัวเองมึนเมาหากทราบว่าเป็นลูกคุณหญิงก็จะไม่ทำนั้น ตนขอแจ้งคุณโดมว่าลูกใครคุณโดมก็ไม่มีสิทธิ์ทำไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีสติหรือไม่มีสติก็ตาม ตามประมวลกฎหมายอาญา 2499 แก้ไขเพิ่มเติม 2568 เริ่มมีผลบังคับใช้วันนี้ หรือที่เรียกว่ากฎหมายคุกคามทางเพศในส่วนของออนไลน์ ในอดีตกฎหมายข้อนี้อัตราโทษไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท แต่ปัจจุบันบังคับใช้วันนี้วันแรกการคุกคามทางเพศทางออนไลน์มีอัตราโทษสูงไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิน 6 แสนบาท เคสนี้เป็นโทษทางอาญาแผ่นดิน ซึ่งคุณโดมบอกว่ามีแอดมินอยู่ประมาณ 6-7คน แต่ภายหลังปรากฏว่า ตัวเองออกมายอมรับว่าเป็นคนโพสต์เอง และทราบว่าโทรไปหาคุณหญิงและน้องเจนนี่เพื่อขอโทษแล้ว แต่ก็ไม่ทันเพราะถูกดำเนินคดีแล้ว. อัตราโทษหากรับสารภาพจะถูกจำคุกประมาณ1ปีรอลงอาญา ปรับอาจจะเหลือ 20,000 บาท ประเด็นสำคัญคือสิ่งที่จะโดนต่อไปในอนาคต คือ ถ้าคุณโดมคิดจะเล่นการเมืองในอนาคตเพราะส่วนใหญ่มีดาราจำนวนมากหันมาเล่นการเมือง จะผิดมาตรฐานจริยธรรม สส. สว. คณะรัฐมนตรี ในหวดที่ 2 เกี่ยวกับเรื่องคุกคามทางเพศ. ซึ่งถ้าผิดตรงนี้แล้วมีโอกาสสูงที่จะผิดจะจริยธรรมร้ายแรง ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เลย. ไม่ว่าจะเป็นสส. รัฐมนตรี สว. ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้านกำนันก็เป็นไม่ได้. เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้คุณโดมว่าจะทำอะไรไปต้องมีสติ และยิ่งเป็นดาราดังรุ่นใหญ่ยิ่งต้องใช้สติและระวังให้มาก อย่างน้อยก็เป็นตัวอย่างการคุกคามทางเพศทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ปัจจุบันกฎหมายข้อนี้ค่อนข้างที่จะร้ายแรงเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นบุตรหลานใคร หรือเป็นลูกคนใหญ่คนโตก็ไม่เกี่ยวเพราะทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ฉะนั้นพรรคทางเลือกใหม่ 1 ในนโยบายของพรรค คือการปกป้องสิทธิของสตรีผู้เป็นแม่ ใครก็คุกคามไม่ได้คือดสิ่งสำคัญ

ส่วนประเด็นการสู้รบระหว่างไทยกับเขมร เรารบกันมา 2 รอบแล้ว มีการหยุดยิง 72 ชั่วโมง ถามว่าจะเป็นการหยุดยิงระยะยาวหรือไม่ตนตอบเลยว่าไม่ใช่ ตอนนี้การหยุดยิงเพื่อให้เขมรมาเก็บศพทหารของตัวเอง แต่ปัจจุบันฝ่ายไทยต้องเป็นคนมาเก็บศพทหารเขมร เพราะทางเขมรไม่ยอมรับว่าทหารที่ตายเป็นทหารเขมร ซึ่งการหยุดยิงไม่ใช่การเจรจาหยุดยิงระยะยาวเป็นเพียงแค่การหยุดปีใหม่. ทหารไทยก็จะเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพิ่มเติม ตนทราบว่าทางฝ่ายเขรมกำลังไปหาอาวุธและกระสุนมาเพิ่ม จากประเทศที่3 เป็นจำนวนมากพอสมควร ซึ่งเขรมมีอาวุธที่ร้ายแรงเยอะที่ได้จากประเทศที่3 ขายให้ ผ่านประเทศที่ 3-4 และมีเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องของการสู้รบระหว่างไทยกับเขรมแล้ว แต่มีประเทศที่ 3-4 เข้ามาเกี่ยวข้องหนุนหลังให้เขรมโดยมีสหรัฐหนุนหลังอยู่ โดยสังเกตว่ามีการบินโดรนพลีชีพในไทยจำนวนมากคนที่มาบังคับโดรนเป็นชาวต่างชาติสัญชาติอเมริกันผ่านในรูปแบบบริษัทอาวุธมาใหม่ หากเขมรไม่ชำนาญก็จะจ้างนักรบต่างชาติเข้ามารบแทน เขมรได้งบจากสแกมเมอร์ในไทยปีละ 120,000 ล้าน คนไทยที่ถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ที่เขมรจะโดนไปเปิดบัญชีม้า พอบัญชีม้าถูกล็อคจะถูกดำเนินคดี พรบ.คอมพิวเตอร์จะถูกออกหมายจับค้างไว้คนไทยไม่สามารถกลับเข้าประเทศไทยได้ เพราะกลับเข้าประเทศเมื่อใดก็ถูกจับทันที มีคนไทยจำนวนมาก ไม่กล้ากลับประเทศจึงหันไปเป็นสแกมเมอร์เลยที่เขมร ก็คือไทยหลอกไทย มีอยู่ประมาณ 30,000 คน สแกมเมอร์ตรงนี้ ไม่สามารถกำจัดได้เลยเพราะเราไม่สามารถเข้าประเทศเขาได้ ซึ่งสงครามระยะยาวไม่ใช่ว่าเราจะกำจัดก่อนกองทัพ กำจัดตระกูลฮุนเพียงอย่างเดียว เราต้องลุกคืบเข้าไปถึงชั้นในของเข้าเลย ระเบิดรังสแกมเมอร์ที่เป็นบริษัททั้งหมด เพราะบริษัทเหล่านี้เมื่อก่อนเปิดเป็นแค่บอนก่อนมีสแกมเมอร์ไปร่วมเปิดเป็นบริษัทและนำเงินส่วนหนึ่งให้ฮุนเซ็นนำเงินไปซื้ออาวุธภายนอกนำกลับมารบกับไทย ตอนนี้เขมรมีอาวุธจำนวนมาก สังเกตจากการยิงBM21ใส่ไทย จะยิ่งแบบไม่อั้นวันละ5,000นัดยังได้ แต่ไทยเหนือกว่าคือมีกองทัพอากาศ กองทัพเรือ และที่ยังไม่เหนือกว่าคืออาวุธของกองทัพภาคพื้นดิน สังเกตุจากไทยจะยิงอาวุ ธแต่ละนัดนั้นต้องระมัดระวัง และตรงลงเป้าหมาย ไม่ยิงมั่วแบบเขมร

ในอนาคตตนมองว่าตอนนี้มีกำลังทหา ร360,000 นาย แบ่งเป็นทหารเกณฑ์ 160,000 นาย การที่เราจะลุกคืบเข้าพื้นที่ชั้นในของเขมรนั้นทำไม่ได้เราทำได้แค่ปกป้องพื้นที่ของเรา ในฐานะที่ผมเป็นแคนดีเดตนายกในฐานะภาคทางเลือกใหม่ และเป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้มีนโยบา เงินผดุงเกียรติให้พี่น้องทหารผ่านศึกเดือนละ3,000 บาท นโยบายของเราต้องดูแลทหารปลดประจำการและในประจำการขวัญกำลังใจต้องดีกำลังพลต้องมากพอ. ในมุมของตนการเลือกตั้งในวันที่ 8 อาจจะมีหรือไม่มี หรืออาจจะเลื่อนบ้างไม่รู้กี่วัน นโยบายของเราต้องการเพิ่มกำลังพลทหาร2แสนนายให้เป็นนักรบอาชีพ ไม่ใช่เอานักรบไปล้างจาน ตัดหญ้า หรือไปอยู่กับผู้พันอะไรแบบนั้นไม่เอา ขอเตรียมกำลังพล ปี ของบเพิ่มอีก2พันล้านบาท เพื่อจัดซื้ออาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัย สวัสดิการทหารเพิ่มเข้าไป ซึ่งจะมีทหารเพิ่ม 560,000 นาย ทำให้กำลังรบเราพร้อม ซึ่งพรรคทางเลือกใหม่หากมีพี่น้องประชาชนเลือกเยอะๆ จะมี สส.ในสภาเพิ่มเยอะขึ้น ที่ผ่านมาอยากได้บริหารด้านกระทรวงศึกษา ด้านการคมนาคมแต่ตอนนี้มีสงคราม ไปโรงเรียนก็ไม่ได้ ค้าขายก็ไม่ได้ ไปเที่ยวก็ไม่ได้ อยู่บ้านก็ไม่ได้ ฉะนั้นกระทรวงที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือกระทรวงกลาโหม ผมจึงขออาสาเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ขอใช้เวลา 1 ปี ในการเตรียมกำลังพลเตรียมอาวุธทุกอย่างให้พร้อม หากฮุนเซ็นหันกลับมาเล่นไทยอีกเราจำเป็นต้องเผด็จศึกตระกูลฮุนให้หมดสภาพจากการเป็นผู้นำประเทศ
เราไม่ต้องการประหักประหารพี่น้องประชาชนชาวเขมร เราต้องการทำลายศักยภาพกองทัพและธุรกิจมืดของสมเด็จตระกูลฮุนให้หมดโดยเฉพาะสแกมเมอร์ จำเป็นต้องตระกูลฮุนและคณะบริหารชุดปัจจุบัน รวมทั้งอาวุธที่ร้ายแรงต้องกำจัดให้หมด เพื่อไม่ให้เป็นภัยคุกคามต่อไทยในอนาคต หากสามารถกำจัดสแกมเมอร์และยึดพื้นที่ชั้นในได้แล้ว ไทยก็จะพบกับความสงบสุขในระยะยาว. หากเจรจาและปล่อยให้มีการปะทะกันแบบนี้เรื่อยๆ ตอนนั้นเขรมจะมี F16 มี F35 ตอนนั้นไทยจะเหนื่อยมาก

ตนมองว่าระยะยาวทหารนั้นสำคัญ มีความสำคัญต่อนักการเมือง สส. หรือคณะรัฐมนตรี เพราะเงินเดือนทหารสตาร์ทพี่หมื่นกว่าบาท ต่อให้เสียชีวิตได้เงินเป็นล้านก็ไม่คุ้ม ตนจึงอยากได้คะแนนเสียงจากประชาชนมากพอสมควร เพื่อที่จะได้อำนาจที่ได้รับมา support กองทัพ ทำให้กองทัพเข้มแข็ง และอีกนโยบายหนึ่งที่สามารถทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้คือ เรามีเงินทุนเจ้าบ้าน 36,000 บาท ต่อหลังคาเรือนจำนวน 25 ล้านครัวเรือน 9 แสนล้านบาท ไม่เป็นหนี้สาธารณะเพราะปล่อยกู้ วินัยการเงินดีไม่คิดดอกเบี้ย วินัยการเงินดีปีแรกได้ 36,000 บาท ต่อครัวเรือน 25 ล้านครัวเรือน ปีที่ 2 ทบไป 2 เท่า ปีที่ 3 ทบไป 3 เท่า นำมาใช้หนี้นอกระบบได้การจับจ่ายใช้สอยทั้งระบบเศรษฐกิจทั้งภาษี Vat ภาษีส่วนบุคคล จะได้ return กลับมา 2แสนล้านต่อปี ตรงจุดนี้ขอแค่เจ้าบ้านบ้านละ 1 เสียง ถ้า 25 ล้านเสียง ให้เราสัก 10 ล้านเสียง เราจะมี สส.ในสภา ไม่น้อยกว่า 25 คน ก็สามารถเสนอแคนดีเดตนายกได้ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ขอให้ประชาชนไว้วางใจพรรคทางเลือกใหม่ หมายเลข 10 จะทำให้คุณเห็นว่า เต้ พระราม 7 จะทำให้มากกว่าที่คุณคาดหวัง และจะทำให้สำเร็จเพื่อทดแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี