ศบภ.มทบ.37 ร่วมพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2569

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 (ศบภ.มทบ.37) ร่วมพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2569 พร้อมกิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและยุท โธปกรณ์ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ บูรณาการทุกภาคส่วนในการดูแลความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. พันเอก สิงหนาท โลสุยะ รองผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมด้วย พันเอก บุรฉัตร ภูนาเมือง หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน นำกำลังพลศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37, ชุดปฏิบัติการรณรงค์ มณฑลทหารบกที่ 37 และยุทโธปกรณ์ เข้าร่วมพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ จังหวัดเชียง ราย ประจำปี 2569 โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณสนามหน้า ศาลากลางจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย

การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการสนับสนุนภารกิจของจัง หวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ศบภมทบ37 #มทบ37 #ป้องกันไฟป่า #หมอกควัน #PM25 #เชียงราย #บูรณาการทุกภาคส่วน #ทหารเพื่อประชาชน


นที มีเดช รายงาน

“จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ร่วมพลังเปิดทางสร้างถนนขึ้นเนิน 350 จุดยุทธศาสตร์สำคัญบนแนวสันเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์

จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้ร่วมกับอ้อ ไพรัช นักร้องดัง Influencer คนกรุงเทพ เหลา ร่วมพลังกับจิตอาสาทหาร ประชาชน พระสงฆ์ เปิดทางสร้างถนนขึ้นเนิน 350 จุดยุทธศาสตร์สำคัญบนแนวสันเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์

สถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในปัจจุบันถึงแม้นจะมีการยุติลงแล้ว ซึ่งในโลกออนไลน์ ยังมีจิตอาสาทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบันเขายังรับราชการทหาร คือ จ่าสิบตรีบารมี พงษ์สีดา สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 (พล.ร.6) ซึ่งเป็นหน่วยรบหลักของกองทัพบก ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ตำแหน่งพลขับรถอดีตพลเอกธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 หรือที่รู้จักในชื่อในโซเชียล “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ และ ห้างหุ่นส่วนจำกัด จ่าจึ๊ เซียงกงบุรีรัมย์ เขาเลือกช่วยเหลือคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ และที่โด่งดังในโลกออนไลน์นั้นก็คือเขาเปิดรีสอร์ทให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท จนกว่าชายแดนจะปลอดภัย นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่เขาให้ชาวบ้านกว่า 300 คนเข้ามาอยู่และปัจจุบันเหตุการณ์การสู้รบยุติลงทำให้ชาวบ้านพากันกลับไปบ้านตัวเองทั้งหมดแล้วแต่สิ่งที่ทำไปก็ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วสำหรับในยามที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เป็นการทำความดีด้วยหัวใจโดยไม่เคยหวังผลตอบแทนเลยจริงๆ

ซึ่งในปัจจุบันนี้ จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้ร่วมกับอ้อ ไพรัช นักร้องดัง อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คนกรุงเทพ เหลา ได้ร่วมพลังกับจิตอาสาต่างๆ ช่วยกันเปิดทางสร้างถนนขึ้นเนิน 350 เนินยุทธศาสตร์สำคัญ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้ปราสาทตาควาย ที่เคยเกิดเหตุปะทะกันรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยทางด้านจ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้สนับสนุนรถเครื่อง จักรกลขนาดใหญ่ เพื่อใช้ในการเปิดทางขึ้นเนิน 350 รวมถึงอุปกรณ์ในการสร้างถนนฟรี !!! ไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนอ้อ ไพรัช นักร้องดัง อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คนกรุงเทพ เหลา ได้ร่วมทุนสนับสนุนค่าน้ำมัน ค่าอาหาร ในการสนับสนุนภารกิจในครั้งนี้ โดยเป็นพื้นที่ที่ทหารฝ่ายไทยต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเข้ายึดคืนได้สำเร็จในปัจจุบัน ที่ทหารไทยได้เอาเลือดเอาเนื้อเข้าแลกไว้ ทวงคืนแผ่นดินของประเทศไทย เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งช่วงนี้พี่น้องทหาร ประชาชนจิตอาสา พระสงฆ์ได้ร่วมด้วยช่วยกันทำถนน ปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้มี โอกาสมาเยือนที่นี่สักครั้งบนเนิน 350

“จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้ใช้เงินต่อบุญร่วมกับภาคีเครือข่ายออกช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอยู่เป็นประจำ เป็นทหารที่ปกป้องชาติแล้ว ยังเป็นที่พึ่งให้ที่พักพิงในวันที่ชาวบ้านชายแดนกำลังลำบาก แต่เขาเลือกที่จะช่วยเหลือประชาชนในทุกๆครั้งที่ประชาชนร้องขอในยามยากลำบาก รวมถึงทุกๆการเดือดร้อนจะพบ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ยื่นมือและโอกาสรวมถึงการสร้างถนนขึ้นเนิน 350 ในครั้งนี้ โดยเฉพาะในยามศึกสงครามทั้งในอดีตที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน โดยมีเหล่าแฟนเพจ และแม่ยก FC พร้อมภาคีเครือข่ายร่วมกันบริจาคสิ่งของ ทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง เข้าให้การช่วยเหลือหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงทหารชายแดน ทั้งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และนอกพื้นที่ตลอดมา

ซึ่งถึงแม้ในสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในปัจจุบัน จะยุติลงแล้ว แต่หัวใจของ”จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ จึงขอประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนผู้มีใจบุญใจกุศล สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจที่อยากช่วยเหลือกำลังพลทหารชายแดนไทย -กัมพูชา จึงเปิดรับบริจาคเป็นสิ่งของ ไม่รับเงินสด ทั้งสนับสนุนน้ำมันในการสร้างถนนขึ้นเนิน 350 สิ่งของต่างๆ เช่นของสด อาหารแห้ง น้ำเปล่า เครื่องดื่มต่างๆ โดยโทรศัพท์ประสานโดยตรง จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ เบอร์โทรศัพท์ 0932226343


พรพิพัฒน์ รายงาน

วรวงศ์​ วรปัญญา ผู้สมัคร ส.ส.คนเดียว ที่มีเวทีปราศรัยแนะนำนโยบายพรรค

จังหวัดลพบุรี ​- วรวงศ์​ วรปัญญา ผู้สมัคร ส.ส.คนเดียว ที่มีเวทีปราศรัยแนะนำนโย บายพรรค

จากการติดตามสถานการณ์การหาเสียงเลือกตั้งของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 4 เขตเลือกตั้งมีผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างคึกคัก สำหรับที่พบมากและคล้าย ๆ กันก็จะเป็นการหาเสียงในแบบเดิมคือการเดินหาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน รวมทั้งการขี้นป้ายแนะนำตัวเอง หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร แนะนำพรรคที่สังกัด รถแห่ที่วิ่งออกประชาสัมพันธ์ตามชุมชน

สำหรับในการเลือกตั้งครั้งนี้ที่แปลกใหม่และนิยมกันมากก็คือการลงแนะนำตัวเอง การลงพื้นที่ ทางสื่อโซเชียลสมัยใหม่ในทุกช่องทาง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการหาเสียงกับเยาวชนคนรุ่นใหม่และยังพบว่ามีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมัคร ส.ส. เพียงคนเดียว ซึ่งใช้วิธีการหาเสียงแบบขึ้นเวทีปราศรัยพบกับประชาชนด้วยการแนะนำตัวเองและแนะนำนโยบายของพรรคที่สังกัดที่มีประชาชนมานั่งฟังนับพันคน

สำหรับผู้ที่จัดกิจกรรมพบกับประชาชนด้วยการขึ้นเวทีปราศรัยคือผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 4 นายวรวงศ์ วรปัญญา ผู้สมัตรหมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ในสมัยที่ผ่านมาเป็นสมัยแรกและยังเป็นทายาทของอดีต ส.ส.หลายคนในตระกูล วรปัญญา โดยเฉพาะผู้ที่บุกเบิกให้กับวงศ์ตระกูลคือ นายนิยม วรปัญญา ส.ส.หลายสมัยที่ได้รับฉายาว่าเป็นจอมกระทู้ของสภาผู้แทนราษฎรที่ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีเครือญาติที่ได้รับความไว้ว่างใจไปนั่งในสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามาแล้วอีกหลายคน

ซึ่ง นายวรวงศ์ ได้ใช้การหาเสียงบนเวทีปราศรัยตอบปัญหากับประชาชนนับพันคนที่มานั่งฟังการแนะนำตัวเอง รวมทั้งการนำนโยบายของพรรคเพื่อไทยมาบอกต่อกับประชาชนและอธิบายในแต่ละเรื่องอย่างชัดเจน พร้อมกับตอบข้อสงสัยให้กับประชาชนได้เข้าใจและรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยรับปากว่าถ้าพรรคที่ตนเองสังกัดสามารถผ่านเข้าไปผู้ผู้นำในการบริหารประเทศก็จะนำปัญหา นำความเดือดร้อนไปหาทางช่วยเหลือตามขั้นตอนทางสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีในการขึ้นเวทีปราศรัยทุกครั้ง ทั้งนี้นับว่าเป็นคนหนุ่มไฟแรงทางการเมืองคนหนึ่งในวัย 30 ปีเท่านั้นจากในสมัยที่ผ่านมาก็เข้าไปเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นคณะกรรมาธิการ

สำหรับนโยบายของพรรคที่สร้างความประทับใจประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในวัยต่าง ๆ นั้นก็จะเป็นนโยบายที่ใกล้ตัว ทั้งในเรื่องของนโยบายการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นในเรื่องค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการผลิตสินค้าที่ทำให้มีราคาสูงขึ้นและส่งผลกระทบกับประชาชน รวมทั้งในเรื่องของการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะภัยแล้งหรือน้ำท่วม ราคาสินค้าทางการเกษตรที่ทำให้ผลผลิตมีราคาตกต่ำ ต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้น ค่ารักษาพยาบาล 30 บาทที่จะสามารถใช้ได้กับสถานพยาบาลทุกแห่งและใช้ได้กับคลินิคอีกด้วย


กฤษณ์​ สนใจ​ ลพบุรี.0890899090

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดสวนสุขภาพสราญจิต ณ เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงเปิดสวนสุขภาพสราญจิต ณ เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

วันนี้ 7 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินี เสด็จพระ ราชดำเนิน ไปทรงเปิด สวนสุขภาพสราญจิต ณ เขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอ ทองผาภูมิ จังหวัด กาญจนบุรี

ในโอกาสนี้ ทอดพระเนตรการปั่นจักรยานบีเอ็มเอ็ก (BMX )โดยนักกีฬาทีมชาติไทย กับทอดพระเนตรจักรยานขาไถ และทอดพระเนตรจักรยานปั๊มแท็ก(Pump Track) ณ สนามจักรยานภายในบริเวณสวนสุขภาพสราญจิตฯ รวมทั้งทอดพระเนตร นิทรรศการ และห้องควบคุมการผลิตไฟฟ้าฯ ด้วย


สุพรรณบุรี เชิญเที่ยวงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ประจำปี 2569 ชมฟรีตลอดงาน

ที่บริเวณลานโพธิ์ข้างพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ครั้งที่ 67 ประจำปี 2569 โดยมี พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนัก งานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุพรรณบุรี และผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณ บุรี ร่วมแถลงข่าว มีนายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี, หัวหน้าส่วนราชการ, นายอำเภอ, ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนภาคเอกชน, อปท., อบต., สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย

ก่อนการแถลงข่าว มีการแสดงจำนวน 2 ชุด ได้แก่ การแสดงองค์ประกันหงษา ตอนประลองดาบ และการแสดงองค์ประกันหงษา ตอนประลองทวน ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ร่วมกับ มูล นิธิพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ส่วนราชการ และภาคเอกชน กำหนดจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และร่วมรำลึกถึงมหาวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของพระ องค์ที่ทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทยมีความเป็นอิสระมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเป็นงานประเพณีประจำปีของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้เริ่มจัดงานตั้งแต่ปี 2502 เป็นต้นมา และเริ่มจัดให้มีการแสดงยุทธหัตถี ในปี 2523 รวมระยะเวลาจนถึงครั้งนี้ เป็นเวลา 67 ปี ซึ่งในปีนี้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 18 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2568 รวม 15 วัน 15 คืน ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ในครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด วันที่ 18 มกราคม 2568 เวลา 17.30 น.

ทั้งนี้ กิจกรรมที่สำคัญของการจัดงาน คือ การแสดง แสง สี เสียง สงครามยุทธหัตถีอันยิ่งใหญ่ตระการตาด้วยช้างจริง ม้าจริง ในสถานที่จริงเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้ประชาชนชาวไทยทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยว ได้มีโอกาสชมพระบรมเดชานุภาพ และพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยทำการแสดงรวม 11 วัน ๆ ละ 1 รอบ เริ่มแสดงตั้งแต่เวลา 19.30 – 21.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การจัดแสดงนิทรรศการ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การเดินแบบผ้าไทย และผ้า 11 ชาติพันธุ์ โดยชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุพรรณบุรี การประกวดธิดาดอนเจดีย์ ซึ่งแต่งกายด้วยชุดตะเบงมานเหมือนวีรสตรีไทยในอดีต การออกร้านธารากาชาด การแสดงเบญจภาคี ดนตรีสุพรรณ 5 สายธาร การประกวดรำวงมาตรฐาน การแสดงเพลงอีแซว การแสดงชาติพันธุ์ การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP “ของดีบ้านฉัน สุพรรณบุรี จากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้ง การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี และการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ มากมาย


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

รถตู้รับส่งนักเรียน อัดท้ายรถบรรทุกเทเลอร์ 18 ล้อ มีผู้บาดเจ็บ 21 ราย

สุโขทัย – รถตู้รับส่งนักเรียน อัดท้ายรถบรรทุกเทเลอร์ 18 ล้อ มีผู้บาดเจ็บ 21 ราย

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 07.25น. สภ.บ้านด่านลานหอยรับแจ้งอุบัติเหตุบริเวณ ใกล้เคียงสามแยกสวนป่า ม.1 ต. หนองหญ้าปล้อง ทางเข้าต.วังลึก อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย จึงประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลบ้านด่านลานหอยและเจ้าหน้าที่กู้ภัย ออกตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถตู้รับส่งนักเรียน หมายเลขทะเบียน นข4351 สุโขทัย ซึ่งเป็นรถรับส่งนักเรียนของชาวบ้านหมู่ที่ 9 บ้านลานกระบือใต้ ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย เกิดอุบัติ เหตุชน รถบรรทุกเทเลอร์ 18 ล้อ เจ้าหน้าที่นำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 21 ราย ส่งโรงพยาบาลบ้านด่านลานหอย โดยอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดแบ่งเป็นสีดังนี้สีแดง(คนขับรถ) 1 คน สีเหลือง 11 คนและสีเขียว 9 คน ทั้งหมดเป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านด่าน ลานหอยวิทยา และโรงเรียนอนุบาลบ้านด่านลานหอยและเกิดอุบัติเหตุซ้ำ เมื่อรถตู้ของคณะบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลแม่ระมาด จ ตาก จอดแวะดูให้การช่วยเหลือ บริเวณด้านหน้าช่องว่างระหว่างรถตู้รับส่งนักเรียน กับรถเทรลเลอร์ รถตู้ได้มีอาการคันเร่งค้าง เร่งเครื่องไปชนท้ายรถตู้จากแม่ระมาด เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

ผบช.ภาค 1 ตรวจเยี่ยมชื่นชมศูนย์รับแจ้งความทางเทคโนโลยี ภ.จว.ลพบุรี

จังหวัดลพบุรี – ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 นำทีมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์รับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี โดยสามารถช่วยเหลือผู้ที่ถูกหลอกได้เป็นจำนวนมาก

โดยเมื่อเช้าวันนี้ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส. ภาค 1 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์รับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี 1441 อำเภอเมืองลพบุรี โดยมี พล.ต.ต.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผบก.ภ. จว.ลพบุรี นำคณะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้การต้อนรับ และได้นำเยี่ยมชมที่ศูนย์รับแจ้งเหตุดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงทางเทคโนโลยีเดินทางมาให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวน เตรียมที่จะออกหมายจับ จากที่ได้รับฟังการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าเป็นที่พอใจและเป็นศูนย์ที่ให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วแลประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะจังหวัดลพบุรีนั้นมีข้าราชการบำนาญเป็นจำนวนมากที่อาจจะรู้ไม่เท่าทันมิจฉาชีพและพบว่าถูกหลอกหลายราย

พร้อมกันนี้ได้เปิดเผยว่าการตั้งศูนย์รับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ขึ้นมานี้ถือว่าเป็นการทำงานที่ถูกทาง โดยทางพนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนและก็จะส่งต่อให้กับทางงานสืบสวนไปดำเนินการรวบรวมออกหมายจับ ซึ่งการที่ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงแจ้งเร็วก็จะสามารถติดตามอายัดบัญชี และจะได้เงินเร็วอย่างผู้เสียหายที่เดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวนในวันนี้ นอกจากนี้ก็ขอเตือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบก็ขอให้รีบมาแข้งที่ศูนย์รับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เป็นการด่วน ทั้งนี้ก็ได้รับความร่วมมือจากทางธนาคารต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีเวลาได้รับการประสานกับทางศูนย์ฯแห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการดำเนินการของทางสำนัก งานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีที่ตั้งศูนย์ฯนี้แล้วเห็นเป็นรูปธรรมและเห็นผลการดำเนินการสร้างความพอใจให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ขณะที่ผู้เสียหายรายหนึ่งที่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนถูกหลอกเรื่องของการคืนเงินค่ามิเตอร์ไฟฟ้าได้เปิดเผยว่า ทางตนเองที่เคยถูกหลอกลวงมาแล้วก็ขอเตือนประชาชนว่ามิจฉา ชีพมีวิธีการที่เหนือชั้นแม้ว่าตนเองก็พยายามระวังอยู่ก็ยังถูกหลอก รวมทั้งขอชื่นชมในการทำงานของศูนย์รับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ที่มีการทำงานที่รวดเร็ว โดยตนเองทราบว่าถูกหลอกกำลังไปแจ้งความก็ได้รับโทรศัพท์จากทางศูนย์ฯ แห่งนี้ให้มาพบจะได้ให้การช่วยเหลือ ซึ่งก็สามารถที่จะอายัดเงินในบัญชีกับทางธนาคารได้ทันไม่เช่นนั้นก็คงจะเสียเงินในบัญชีอีกจำนวนมาก ทั้งนี้ต้องขอชื่น ชมในการทำงานที่รวดเร็วของศูนย์ฯแห่งนี้และเชื่อว่าจะช่วยเหลือประชาชนที่ถูกหลอกลวงได้อีกจำนวนมาก


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการฯ พร้อมแม่ทัพภาคที่ 2 เยี่ยมให้กำลังใจทหารผู้บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่่ ในพื้นที่ชายแดนไทย- กัมพูชา ในพื้นที่ทภ.1-ทภ.2

หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการฯ พร้อมแม่ทัพภาคที่ 2 เยี่ยมให้กำลังใจทหารผู้บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่่ ในพื้นที่ชายแดนไทย- กัมพูชา ในพื้นที่ทภ.1-ทภ.2

พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พร้อมด้วย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจทหารผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่และการสู้รบ เพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2

ในการเยี่ยมครั้งนี้ คณะผู้บังคับบัญชาได้มอบกระเช้าและเงินบำรุงขวัญ เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งเข้าสอบถามอาการบาดเจ็บ แนวทางการรักษา และความคืบหน้าการฟื้นฟูร่างกายของทหารแต่ละนายอย่างใกล้ชิด โดยได้ให้กำลังใจให้ทุกนายมุ่งมั่นดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้สามารถฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว

นอกจากนี้ ยังได้แสดงความห่วงใยต่อสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพลและครอบครัว พร้อมเน้นย้ำว่ากองทัพบกจะติดตามอาการของทหารผู้บาดเจ็บทุกนายอย่างต่อเนื่อง และหากมีสิ่งใดที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นด้านการรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือสวัสดิการต่าง ๆ กองทัพบกพร้อมให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้กำลังพลสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างดีที่สุด

กองทัพบกขอขอบคุณทหารทุกนายที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ และยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมขอส่งกำลังใจให้ทุกนายก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง และกลับมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์อีกครั้ง
กองทัพบกห่วงใย ไม่ทอดทิ้งกำลังพล พร้อมดูแล ช่วยเหลือ และยืนเคียงข้างทหารของชาติทุกนาย “ขอบคุณในความเสียสละเพื่อความมั่นคงของประเทศไทย”

#กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #ขอบคุณในความเสียสละเพื่อความมั่นคง

พรพิพัฒน์ รายงาน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มอบความห่วงใยปีใหม่ Drive Safe D ดูแลรถแรงงานไทยกว่า 4 พันคัน

แรงงานไทย และประชาชน นำรถยนต์ และรถจักรยานยนต์เข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถ ก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวช่วงก่อนและระหว่างเทศกาลปีใหม่กว่า 4 พันคัน ตามโครงการ Drive Safe D เช็กชัวร์ ก่อนเดินทาง ซึ่งเป็นของขวัญปีใหม่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่มอบให้ในปี 2569

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ห่วงใยพี่น้องแรงงานและประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดโครงการ Drive Safe D เช็กชัวร์ ก่อนเดินทาง ถือเป็นของขวัญปีใหม่ 2569 โดยการให้บริการตรวจสภาพรถ ช่วงก่อนและระหว่างเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2568–5 มกราคม 2569 ณ สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทุกจังหวัด หรือจุดบริการบนถนนสายหลักหรือสายรองทั่วประเทศนั้น ตลอดระยะเวลา 8 วัน มีผู้เข้ารับบริการทั้งสิ้นจำนวน 4,227 คัน ได้แก่ รถยนต์ จำนวน 1,037 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 3,190 คัน

จังหวัดที่มีพี่น้องแรงงานไทย และประชาชนเข้ารับบริการมากที่สุด คือ จังหวัดนราธิวาส จำนวน 211 คัน นครศรีธรรมราช จำนวน 164 คัน และภูเก็ต จำนวน 160 คัน ตามลำดับ สำหรับการให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ดังกล่าว กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้วตั้งแต่ปี 2567 มีผู้รับบริการจำนวนรวมทั้งสิ้น 3,245 คัน (จำนวนให้บริการ 7 วัน) ประจำปี 2568 มีผู้รับบริการจำนวนรวมทั้งสิ้น 6,807 คัน (จำนวนวันให้บริการ 14 วัน)

ขอขอบคุณพี่น้องแรงงานไทย และประชาชนทุกท่านที่เชื่อมั่นในการให้บริการ และใส่ใจในการตรวจเช็กความปลอดภัยก่อนการเดินทาง รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เสียสละเวลา และทำหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง สุดความสามารถในช่วงเทศกาลปีใหม่ อธิบดีกล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อลังการงานปีใหม่ “Angels in Paradise” ปีที่ 18 รวมพลังมิตรภาพสายสังคม–ธุรกิจ ใต้ร่มพระบารมี น้อมเสด็จสู่สวรรคาลัย

อลังการงานปีใหม่ “Angels in Paradise” ปีที่ 18 รวมพลังมิตรภาพสายสังคม–ธุรกิจ ใต้ร่มพระบารมี น้อมเสด็จสู่สวรรคาลัย

บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข ความงดงาม และความประทับใจ สำหรับงานเฉลิมฉลองปีใหม่ “Happy New Year 2026 : Angels in Paradise” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569 ณ The Pud English Garden โดยมี คุณศิรินา ปวโรฬารวิทยา และครอบครัว เป็นเจ้าภาพผู้จัดงาน งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Angels in Paradise” ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของนางฟ้า–เทวดา อัญเชิญเสด็จสู่สวรรคาลัย สื่อถึงความรัก ความสามัคคี และความจงรักภักดี ได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติและมิตรสหายจากหลากหลายแวดวง ทั้งเพื่อนจากโรงเรียนเก่า กลุ่มสายสังคม และสายธุรกิจ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดยมีบุคคลสำคัญร่วมงาน อาทิ สุมณี คุณะเกษม, พญ.เจรียง จันทรกมล ประธานบริษัทในเครือบางปะกอก–ปิยะเวท ร่วมแสดงความยินดีและส่งความสุขเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย เริ่มตั้งแต่พิธีต้อนรับ การขับร้องบทเพลงพิเศษโดย คุณบุญเกียรติ โชควัฒนา การแสดงดนตรีและการเต้นรำสากล อาทิ Waltz, Tango, Cha Cha Cha, Rumba, Samba, Quick Step รวมถึง Line Dance ที่สร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมงานตลอดทั้งงาน พร้อมการแสดงพิเศษจากกลุ่ม “Beautiful Angels” ที่เรียกเสียงปรบมืออย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการร่วม ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ และบทเพลงอันทรงคุณค่า เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สร้างบรรยากาศแห่งความซาบซึ้งและความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานทุกคน

นอกจากนี้ พล.ร.อ. ชาญชัย เจริญสุวรรณ นายกสมาคมรักษ์แผนไทย  ยังมีการออกบูธแผนไทยเพื่อสุขภาพ ให้ผู้ที่มาร่วมงานผ่อนคลาย รวมถึงอาหารที่นำมาเสิร์ฟภายในงานยังเป็น อาหารเพื่อสุขภาพ ที่คัดสรรเป็นพิเศษจาก โรงแรมสยาม วิลล่า สุวรรณภูมิ สะท้อนแนวคิดการดูแลสุขภาพควบคู่กับความสุขอย่างสมดุล และทางวิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ (IFB) ยังเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานนี้ให้ราบรื่นสมบูรณ์แบบ

งาน “Angels in Paradise” นับเป็นงานสังคมคุณภาพที่จัดต่อเนื่องยาวนานถึง 18 ปี สะท้อนสายใยความผูกพันอันแน่นแฟ้นของกลุ่มเพื่อนต่างวัย ต่างอาชีพ ที่ร่วมกันส่งต่อพลังบวก ความงดงาม และความสุข ความความประทับใจอย่างสมบูรณ์แบบ “Happy & Healthy” ต้อนรับศักราชใหม่ 2569 อย่างงดงาม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน