มทบ.37 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลยิ่งใหญ่ เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 ณ ค่ายเม็งรายมหาราช เชียงราย

เชียงราย – มทบ.37 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลยิ่งใหญ่ เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 ณ ค่ายเม็งรายมหาราช เชียงราย

18 ม.ค. 69 มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) ได้จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2569 อย่างสมเกียรติ ณ ลานผู้กล้า อนุสาวรีย์ผู้เสียสละ ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เนื่องในวันกองทัพไทย เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

พิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ได้รับเกียรติจาก พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานในพิธี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงวันยุทธหัตถี ซึ่งเป็นวันแห่งชัยชนะครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย และเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึงสำนึกในคุณูปการอันใหญ่หลวงที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยถือเอาวันที่ 18 มกราคมของทุกปีเป็น “วันกองทัพไทย”

ภายในพิธีมีการจัดกำลังสวนสนามจาก 2 หน่วยหลัก ได้แก่ มทบ.37 และกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 (ร.17 พัน.3) ซึ่งเป็นหน่วยในพระองค์ฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและความมุ่งมั่น

นอกจากกำลังพลของหน่วยในค่ายเม็งรายมหาราชแล้ว พิธีนี้ยังได้รับความร่วมมือและการเข้าร่วมจากหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเชียงราย, อดีตผู้บังคับบัญชา, ภาคส่วนเอกชน, นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) และสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 37 ซึ่งล้วนมาแสดงพลังแห่งความสามัคคีและจงรักภักดีร่วมกัน


นที มีเดช รายงาน

รพ.ค่ายกาวิละ รับการตรวจเยี่ยมสำรวจมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยบริการทันตกรรม (TDCA 2024) ในสถานพยาบาลจ.เชียงใหม่ ปีงบประมาณ 2569

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ รับการตรวจเยี่ยมสำรวจมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยบริการทันตกรรม (TDCA 2024) ในสถานพยาบาลจังหวัดเชียงใหม่ ปีงบประมาณ 2569

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 รับการตรวจเยี่ยมจากคณะผู้เยี่ยมสำรวจ สถาบันทันตกรรม ร่วมกับทันตแพทยสภา ภายใต้โครงการพัฒนามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยบริการทันตกรรม (TDCA 2024) ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการทันตกรรมให้มีคุณภาพและความปลอดภัยในระดับมาตรฐานสากล

ในการนี้ พันเอก สรารักษ์ ชูสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายกาวิละ พร้อมด้วยกำลังพลของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ให้การต้อนรับ ทพญ.ภารณี ชวาลวุฒิ ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ, ทพญ.จิรวดี ไชยประสิทธิ์ ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลนครพิงค์ และคณะผู้เยี่ยมสำรวจ ณ โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

การเยี่ยมสำรวจในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานด้านทันตกรรมได้ร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และประเมินผลการดำเนินงานตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยบริการทันตกรรม ตลอดจนเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางทันตกรรมให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในงานทันตกรรม

สำหรับการตรวจประเมินตามมาตรฐาน TDCA (Thai Dental Clinic Accreditation) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของบริการทันตกรรมของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการรักษาที่มีความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยครอบคลุมการดำเนินงานในหลายด้าน อาทิ การสื่อสารและการให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วย การควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ การจัดการระบบเอกสารและเวชระเบียน ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของบุคลากร และการบริหารความเสี่ยงในคลินิกทันตกรรม

การตรวจเยี่ยมสำรวจดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบบริการทันตกรรมของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดทั้งต่อผู้ให้บริการและผู้รับบริการ และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลในการพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 ร่วมกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 ค่ายฝึกกิ่วทัพยั้ง จัดกิจกรรมจิตอาสาปลูกต้นไม้พัฒนาภูมิทัศน์ ประจำเดือน มกราคม ปี 2569

มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช โดยหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่37, รด.เจียงฮาย ร่วมกับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 ค่ายฝึกกิ่วทัพยั้ง “กิจกรรมจิตอาสาปลูกต้นไม้พัฒนาภูมิทัศน์ภายในที่ทำการฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหารวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วันยุทธหัตถี และวันกองทัพไทย ประจำเดือน มกราคม ปี 2569 ”

พล.ต.จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 ได้มอบหมายให้ หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลครูฝึก นำ นักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน ชั้นปีที่ 3 ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาปลูกกล้าไม้พัฒนาภูมิทัศน์และค่าอากาศสีเขียวภายในที่ทำการฝึกภาคสนาม จำนวน 150 ต้น ณ กองร้อยตำรจตระเวนชายแดนที่ 327 ค่ายฝึกกิ่วทัพยั้ง ต.แม่จัน อ.แม่จัน จว.ช.ร.

ในการนี้ กิจกรรมฯ เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 37, กองร้อยตำรจตระเวนชายแดนที่ 327 และนักศึกษาวิชาทหารจาก ม.ราชภัฏเชียงราย และ รร.สามัคคีวิทยาคม ในการฝึกนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 ภาคสนาม ผลัดที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2569 เนื่องในวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันสมเด็จพระนเรศวรมหา ราช วันยุทธหัตถี และวันกองทัพไทย เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นชัยชนะทางทหารที่ยิ่งใหญ่ แต่ยังเป็นการประกาศเอกราชและความแข็งแกร่งของราชอาณาจักรอยุธยาให้เป็นที่ประจักษ์สืบมา อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาวิชาทหารที่เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่มีจิตสำนึกให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ยั่งยืนสืบไป


นที มีเดช รายงาน

เพชรบูรณ์ เปิดงานใหญ่! แถลงข่าว “วัฒนธรรมไทหล่ม–ขนมเส้นหล่มเก่า” ชวนเที่ยว 1–5 ก.พ.นี้ ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

จังหวัดเพชรบูรณ์เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จัดแถลงข่าวเตรียมความพร้อมการจัดงาน “วัฒนธรรมไทหล่ม ขนมเส้นหล่มเก่า และเทศกาลอาหารรสชาติอร่อย” อย่างเป็นทางการ เพื่อเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันโดดเด่นของชาวไทหล่ม

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วัฒนธรรมไทหล่ม อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ นายสมพงษ์ หอมสนิท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วย ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์, นายกองตรี พรพงษ์ ไหมแพง ชาญชัยภัครธากูร นายอำเภอหล่มเก่า, นางศรีสุดา กิตติธาราทรัพย์ นายกเทศมนตรีตำบลหล่มเก่า, นางสาววรรณา เด่นโรจน์มณี นายกสมาคมท่องเที่ยวเพชรบูรณ์ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับงานดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามกีฬาหน้าโรงเรียนอนุบาลหล่มเก่า ภายในงานจัดเต็มกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการสาธิตและจำหน่าย “ขนมเส้นหล่มเก่า” อาหารพื้นถิ่นขึ้นชื่อ การออกร้านอาหารพื้นบ้านจากชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การแสดงดนตรี การจำหน่ายสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญา วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชาวไทหล่มได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมไฮไลต์ตลอด 5 วัน ได้แก่

  • วันที่ 1 การแสดงแสง สี เสียง โดยนักเรียนโรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม และการแสดงจากศิลปิน เฉลิมพล มาลาคำ
  • วันที่ 2 การประกวด ธิดาขนมเส้น
  • วันที่ 3 การแสดงจากศิลปิน บิว จิตรฉรัญา
  • วันที่ 4 การประกวด TO BE NUMBER ONE และการแสดงจากศิลปิน ทิดแอม
  • วันที่ 5 ปิดท้ายด้วยการแสดงหมอลำจากคณะ อีสานนครศิลป์

ทั้งนี้ การจัดงานมีเป้าหมายสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานวัฒนธรรมไทหล่ม โดยเฉพาะการยกระดับ “ขนมเส้นหล่มเก่า” ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งด้านรสชาติ วิธีการปรุง และวัตถุดิบ จนกลายเป็นอัตลักษณ์ทางอาหารที่สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอหล่มเก่าและจังหวัดเพชรบูรณ์มาอย่างยาวนาน

ผู้จัดงานคาดว่า งานวัฒนธรรมไทหล่มฯ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่ สร้างรายได้ให้กับชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจัง หวัดเพชรบูรณ์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเรียนรู้ ซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่น และร่วมสร้างความประทับใจในบรรยากาศแห่งความอบอุ่นของชุมชนไทหล่ม


มนสิชา คล้ายแก้ว
ทีมข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์

ดร.เอ้ เปิดปราศรัยใหญ่เซฟวัน ลั่นอีสานต้องรวยได้แล้ว ชูเร่งรถไฟเร็วสูงปลอดภัย–ต้านซื้อเสียง

ดร.เอ้ เปิดปราศรัยใหญ่เซฟวัน ลั่นอีสานต้องรวยได้แล้ว ชูเร่งรถไฟเร็วสูงปลอดภัย–ต้านซื้อเสียง

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 20.00 น. ที่ ตลาดเซฟวัน จังหวัดนครราชสีมา ศ.คร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนและผู้สนับสนุนเดินทางมารับฟังจำนวนมาก ก่อนที่คณะผู้บริหารและผู้สมัครจะลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนเพื่อขอคะแนนเสียงหลังจบเวที

ศ.คร.สุชัชวีร์ กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงว่า ตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่า ภาคอีสาน “ต้องรวยได้แล้ว” และถึงเวลาที่ประชาชนต้องเลิกทนอยู่กับความยากจน พร้อมประกาศขออาสาเป็นนายกรัฐมนตรีของคนอีสานและคนไทย เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะ โครงการรถไฟความเร็วสูง ที่ต้องเดินหน้าให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

หัวหน้าพรรคยังย้ำว่า หากปล่อยให้โครงการล่าช้าหรือเกิดปัญหาซ้ำ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของภาคอีสานในอนาคต พร้อมระบุว่าจะลงมาเร่งรัดเรื่องรถไฟความเร็วสูงด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเห็นภาพอุบัติเหตุจากงานก่อสร้างเกิดขึ้นบ่อยครั้งอีก พร้อมยืนยันว่าต้องคืนศักดิ์ศรีให้คนไทย สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยและภาคอีสานเป็นพื้นที่ปลอดภัยต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ศ.คร.สุชัชวีร์ ยังกล่าวถึงปัญหา การซื้อสิทธิ์ขายเสียง ว่าเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง พร้อมขอร้องประชาชนด้วยความเคารพว่า หากรับเงินแล้วไปเลือกผู้สมัคร ถือเป็นการทุจริตคอร์รัปชันต่อลูกหลานของตนเอง เพราะผู้ที่จ่ายเงินย่อมต้องหาทางคอร์รัปชันเอาคืน ทำให้โครงการไม่มีคุณภาพ สร้างไม่เสร็จ และทำให้อีสานยังยากจน พร้อมชี้ว่า “การซื้อเสียงคือภัยร้ายแรงต่ออนาคตประเทศ และเป็นการทำร้ายลูกหลานผ่านปากกาในวันเลือกตั้ง”

สำหรับเป้าหมายจำนวนที่นั่งในภาคอีสาน หัวหน้าพรรคระบุว่า พรรคตั้งใจและมั่นใจทุกเขตที่ส่งผู้สมัคร เพราะทีมผู้สมัครผ่านการคัดเลือกอย่างรอบคอบ หากประชาชนเลือก ส.ส.ของพรรค จะได้ทีมทำงานมืออาชีพ พร้อมบุคลากรระดับโลกมาร่วมขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งการเร่งรถไฟความเร็วสูง การลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ และการแก้ปัญหา น้ำท่วม–น้ำแล้ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวอีสานให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ ทนายนา “วาสนา สระทองหลาง” ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดนครราชสีมา พรรคไทยก้าวใหม่ เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงพื้นที่วันนี้อบอุ่นและมีกำลังใจอย่างมาก หลังทีมผู้บริหาร หัวหน้าพรรค ประธานพรรค และสมาชิกพรรคหลายคนเดินทางมาร่วมกิจกรรม โดยยอมรับว่าตนเป็นผู้สมัครหญิงเพียงคนเดียวในพื้นที่โคราช จึงมีความกดดันเล็กน้อย แต่ได้รับแรงสนับสนุนเต็มที่ พร้อมยืนยันว่า พรรคไทยก้าวใหม่ยึดหลักหาเสียงด้วยคะแนนบริสุทธิ์ ไม่มีการซื้อเสียง

ทนายนากล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ลงพื้นที่พบปะประชาชนต่อเนื่องทั้งเช้าและเย็น แต่ไม่รู้สึกเหนื่อย พร้อมสู้จนถึงที่สุด และหลังจากแกนนำพรรคลงพื้นที่ร่วมปราศรัยยิ่งทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น ทั้งนี้ยืนยันไม่หวั่นไหวต่อกระแสการใช้เงินในการเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่าประชา ชนตัดสินใจจากผลงานมากกว่าเงิน พร้อมฝากถึงประชาชนก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ขอให้เลือกคนดีและคนทำงานได้จริง พร้อมขอแรงสนับสนุนเลือก เบอร์ 6 เขต 1 “ทนายนา วาสนา สระทองหลาง” และเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ หมายเลข 49 เพื่อร่วมกันพัฒนาโคราชและภาคอีสานอย่างสร้างสรรค์ต่อไป


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

อำเภอโพนสวรรค์ ปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

นครพนม – อำเภอโพนสวรรค์ปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

วันที่ 16 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของนายณัฐวุฒิ ชัยสิทธิ์ นายอำเภอโพนสวรรค์ (ผอ.ศป.ปส.อ.โพนสวรรค์)มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส. ร้อย.อส.อ.โพนสวรรค์ 7 (ชุดปฏิบัติการพิเศษโพนสวรรค์) ดำเนินการปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

โดยลงพื้นที่ ต.โพนจาน ตามที่สายข่าวรายงาน ดังนี้ ชายไทย อายุ 50 ปี (จำหน่าย)เป็นราษฏร ม.3 ต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม พบของกลาง “ยาบ้า” จำนวน 13 เม็ด +(เศษยาบ้าน้ำหนักรวมถุง 1.3 กรัม) โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ พร้อมบันทึกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดงาน “ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาผ้าไทยภาคเหนือสู่สากล” เพื่อส่งเสริมผ้าไทย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ที่จังหวัดลำพูน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  เปิดงาน “ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาผ้าไทยภาคเหนือสู่สากล” เพื่อส่งเสริมผ้าไทย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ที่จังหวัดลำพูน
  

วันที่ 16 มกราคม 2569  นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย   ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาผ้าไทยภาคเหนือสู่สากล” ระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ณ ตลาดกลาง องค์การตลาดกระทรวงมหาด ไทยสาขาลำพูน (กาดป่าเห็ว) จังหวัดลำพูน  โดยมี นายปิยพงศ์ ชูวงศ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน  นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อม คณะฯ ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน  นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน  นายบูรณิศ ยุกตะนันทน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาด   ร่วมพิธีเปิด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ  นายอำเภอ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการผ้าไทย และประชาชนผู้สนใจที่เข้าร่วมงานออกบูธ ผลิตภัณฑ์ผ้าไทย สินค้าหัตกรรม และงานHandmade เป็นจำนวนมาก
        

นายบูรณิศ ยุกตะนันทน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาด  กล่าวว่า  องค์การตลาด ร่วมกับ สำนัก งานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูนจัดโครงการ “ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาผ้าไทยภาคเหนือสู่สากล” เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผ้าไทยภาคเหนือ ให้เป็นที่รู้จักสามารถส่งออกไปจำหน่ายในตลาดสากล พร้อมยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน
     

ทั้งนี้โครงการ “ต่อยอด ภูมิปัญญา พัฒนาผ้าไทยภาคเหนือสู่สากล” เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการต่อยอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาผ้าไทยภาคเหนือ ผ่านกิจกรรมการจัดแสดงและจัดจำหน่ายผ้าไทย การพัฒนาการออกแบบให้ผ้าไทยมีความร่วมสมัย การสร้างเครือข่ายด้านการตลาด ตลอดจนเพิ่มโอกาสทางการค้า การจัดกิจกรรมภายใต้โครงการนี้ นับเป็นความร่วมมือสำคัญของหน่วยงานภาครัฐ ในการอนุรักษ์ สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคเหนือ ผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนผ้าไทย ให้ก้าวสู่ตลาดสากล เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างสร้าง สรรค์ และยั่งยืนสืบไป..


นที มีเดช รายงาน

ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ติดตามสถานการณ์พื้นที่ชายแดน ไทย -เมียนมา ด้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และมอบผ้าห่มต้านภัยหนาว ให้ประชาชนตามแนวชายแดน

ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ติดตามสถานการณ์พื้นที่ชายแดน ไทย -เมียนมา ด้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และมอบผ้าห่มต้านภัยหนาว ให้ประชาชนตามแนวชายแดน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ตามแนวชายแดน ไทย- เมียนมา บริเวณ ช่องทางท่าข้ามธรรมชาติ บ.แม่ออกผารู บ.ห้วยปางยาง ด้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 344 โดยมุ่งเน้นการติดตามสถานการณ์ การขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนในพื้นที่ อาทิเช่น ปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ การย้ายถิ่นฐานของสแกมเมอร์ ปัญหาการลักลอบนำสิ่งกฏหมายข้ามแดน และปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล

ต่อมา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร และคณะ ได้เดินทางไปมอบผ้าห่มต้านภัยหนาวให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลตามแนวชายแดน บ.แม่ออกผารู อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยได้บูรณาการร่วมกับ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 304 ผู้นำชุมชน ประชาชนจิตอาสา และ อาสาสมัครกิจการพลเรือน มอบผ้าห่มให้แก่ผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้เปราะบางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น


นที มีเดช รายงาน

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ที่ จังหวัดเชียงใหม่

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ที่ จังหวัดเชียงใหม่

เย็นวันนี้ (15 ม.ค. 69) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ณ บ้านเลขที่ 88/8 หมู่ที่ 4 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถึงชีพิตักษัย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สิริพระชันษา 78 ปี โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้แทนส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้ารับเสด็จฯ

พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ประสูติเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2490 เป็นพระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ กับ หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา เป็นพระนัดดาในสม เด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ และเป็นพระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาชั้นประถมศึกษาที่วชิราวุธวิทยาลัย ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ทรงศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียน Kemper Military School รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา และทรงสำเร็จปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจาก Western Pacific University ซึ่งปัจจุบัน คือ California Miramar University และหลักสูตรปริญญาโทด้านการจัดการกีฬาจากสถาบันเดียวกัน

หลังทรงสำเร็จการศึกษา เสด็จกลับมาทรงรับราชการทหารในตำแหน่งยศร้อยตรี ณ ศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยกองรบที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ จังหวัดลพบุรี


นที มีเดช รายงาน

เมืองพัทยา ซ้อมใหญ่เพลิงไหม้ Walking Street จำลองเหตุจริง ช่วยผู้ติดค้าง 6 ราย ยกระดับเสริมความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

เมืองพัทยา ซ้อมใหญ่เพลิงไหม้ Walking Street จำลองเหตุจริง ช่วยผู้ติดค้าง 6 ราย ยกระดับเสริมความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

เมืองพัทยา โดยนายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายสุขราช กาลรา ประธานชุมชนวอล์กิ้งสตรีท สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาชิกอบจ.ชลบุรี เจ้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ ทีมแพทย์-พยาบาลโรงพบาลเมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมจัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเพลิงไหม้ในรูปแบบ สถานการณ์เสมือนจริง ในถนนคนเดิน Walking Street เพื่อทดสอบความพร้อมของแผนปฏิบัติการ การสั่งการ และการประสานงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญระดับนานาชาติ

การฝึกซ้อมครั้งนี้ได้จำลองสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการแห่งหนึ่งภายในพื้น ที่ถนนคนเดินWalking Street โดยมีผู้ติดค้างอยู่ภายในอาคารจำนวน 6 ราย ไม่สามารถหลบหนีออกทางด้านหน้าอาคารได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องปรับแผนการช่วยเหลือด้วยการเข้าช่วยเหลือจากทางฝั่งทะเล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเล เมืองพัทยา ได้ระดมกำลังพร้อมอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างใกล้ชิดกับสถานการณ์จริง ขณะเดียวกัน รถดับเพลิงได้เข้าประจำการหลายคัน เพื่อฉีดน้ำควบคุมเพลิงในระดับอัคคีภัยตัวอาคาร ตามขั้นตอนการปฏิบัติของแผนเผชิญเหตุ

ซึ่งการฝึกซ้อมสถานการณ์สเมือนจริง ตั้งแต่ขั้นตอนการแจ้งเหตุ การอพยพประชาชนและนักท่องเที่ยว การควบคุมพื้นที่ การเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ รวมถึงการสนับสนุนด้านการแพทย์และความปลอดภัย โดยเริ่มการฝึกตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนประกาศปิดสถานการณ์ตามแผน
ภายหลังการฝึกซ้อม ได้มีการสรุปผลและประเมินการปฏิบัติงานในทุกขั้นตอน เพื่อนำข้อบกพร่องและข้อเสนอแนะไปปรับปรุงแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นจริงในอนาคต

นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยาให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ


ข้อมูลข่าวสารจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์ เมืองพัทยา

ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าว ภาคตะวันออก รายงาน