นายกเมืองพัทยา ร่วมเปิดงานมหกรรมวัฒนธรรมมุสลิมถิ่นตะวันออก @พัทยา

เมื่อว้นที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 19.30 น. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมเปิดงานมหกรรมวัฒนธรรมมุสลิมถิ่นตะวันออก @พัทยา โดยมีนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยนายประสิทธิ์ มะหะหมัด เลขานุการจุฬาราชมนตรี นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายสงบ โซ๊ะเฮง ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีคณะผู้บริหารเมืองพัทยา คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหนองปรือ ประธานองค์กรเครือข่ายวัฒนธรรมภาคชาวมุสลิมจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมทั้งเครือข่ายทางวัฒนธรรม สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ ชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี

เมืองพัทยา ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี และองค์กรเครือข่ายวัฒนธรรมภาคชาวมุสลิม จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมมุสลิมถิ่นตะวันออก @พัทยา ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ณ ชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ สืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม และเผยแพร่วัฒนธรรม ภูมิปัญญา อันเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของชาวมุสลิม และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ทั้งนี้ก่อนเริ่มกิจกรรมได้มีการร่วมยืนตรงแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สม เด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างสงบนิ่ง เป็นเวลา 93 วินาที พร้อมกล่าวคำถวายอาลัยฯตามคำฟัตวาสำนักจุฬาราชมนตรี ต่อด้วยอนาซีดสรร เสริญพระบารมีภาคภาษาอาหรับโดยคณะกอซีเดาะห์ ก่อนชมวิดิทัศน์ประวัติมุสลิมพัทยา จากนั้นเป็นการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน ก่อนคณะผู้จัดงานร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ และเยี่ยมชมนิทรรศการ

ด้านนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า เมืองพัทยามีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานครั้งนี้ นับเป็นการแสดงออกถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งของเมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี คณะกรรมการอิสลามประจำจัง หวัดชลบุรี องค์กรเครือข่ายวัฒนธรรมภาคชาวมุสลิม และหน่วยงานเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เมืองพัทยายินดีต้อนรับพี่น้องชาวไทยมุสลิมจากทุกพื้นที่สู่ดินแดนแห่งแสงสีที่พร้อมเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมจากทั่วโลกอย่างอบอุ่น และขอแสดงความชื่น ชมต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี ที่ได้รังสรรค์งานมหกรรม “วัฒนธรรม มุสลิมถิ่นตะวันออก @ พัทยา” ในครั้งนี้ขึ้นอย่างสมภาคภูมิ ณ ชายหาดพัทยากลาง อันเป็นศูนย์ กลางของเมือง มหกรรมนี้มิได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นการประกาศศักดิ์ศรีของเมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่ยึดมั่นในสังคมพหุวัฒนธรรม และในฐานะเจ้าบ้าน ขอให้คำมั่นว่าจะดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลาของการจัดงาน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้รับความสุข ความประทับใจ และกลับมาเยือนเมืองพัทยาอีกในโอกาสต่อไป

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการจัดแสดงและสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมุสลิม และอาหารฮาลาล, การเสวนาพหุวัฒนธรรม 5 ศาสนา, การแสดงกอซีเดาะ, นิทรรศการวัฒนธรรมมุสลิม ถิ่นตะวันออก @พัทยา ประกอบด้วย ประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจกับความเป็นไปของมุสลิมพัทยา, มัสยิดกับความศรัทธานำพาความสันติ 30 มัสยิดในจังหวัดชลบุรี พร้อมทั้งการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม และอาหารฮาลาล อาหารถิ่น กว่า 200 ร้านค้า การจัดแสดงและสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอิสลาม วัฒนธรรมทางด้านภาษา (พูด อ่าน เขียน) วัฒนธรรมการแต่งกาย วัฒนธรรมทางอาหาร วัฒนธรรมสถาปัตยกรรม วัฒนธรรมความเป็นอยู่ อัตลักษณ์ ที่จะพาคุณไปเรียนรู้เรื่องราวอันลึกซึ้ง การประกวดการแต่งกาย ที่สะท้อนความงดงามของชุดมุสลิม การออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชนมุสลิม อาหารฮาลาล อาหารถิ่น พร้อมการประดับตกแต่งไฟสวยงามในบรรยากาศรับลมยามเย็นริมชายหาดพัทยากลาง เข้าชมฟรี ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน

ความสุขหลังเกษียณ ทำเกษตรพืชผักสวนไม้ดอก สร้างความสุขให้ตนเองคนรอบข้าง

จังหวัดลพบุรี – อดีตข้าราชการกระทรวงสาธารณะสุข ใช้ชีวิตหลังเกษียณ ทำการเกษตร พืชสวน และไม้ดอก สร้างความสุขให้ตนเองและคนรอบข้าง ได้รับความสน ใจจากประชาชน นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

นายมงคล ทองแผ่ อดีตข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้าย เป็น รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี หลังเกษียณ อายุราชการ ผันชีวิตตัวเอง หลังเกษียณ มาสู่สวนสวยหลากสีสัน สร้างความสุขให้ตัวเอง และคนรอบข้าง ดึงดูดนักท่องเที่ยว ด้วยการทำเกษตรผสมผสาน ทั้งพืชสวนและไม้ดอก สร้างบรรยากาศร่มรื่น อบอุ่น เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และต้นแบบชีวิตเกษียณสุข ที่พร้อมแบ่งปันความรู้ ส่งต่อแรงบันดาลใจ ให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากธรรมชาติ และผลผลิตในสวน

นายมงคล ทองแผ่ ในวัยเกษียณ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าชีวิตหลังวัยทำงานสามารถเติมเต็มด้วยความสุข และความหมายได้ เมื่อเขาเลือกกลับมาใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ ในนามของ “ไร่นวล-พยอม” เปลี่ยนพื้นที่ว่าง กว่า 25 ไร่ ในพื้นที่ บ้านหนองหอย ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมือง จ.ลพบุรี จากที่ดินมรดกตกทอดของครอบครัว ให้เป็นสวนเกษตรผสมผสานที่งดงามไปด้วยพืชสวน และไม้ดอกนานาชนิด

“ไร่นวล-พยอม” คุณลุงมงคล ทองแผ่ ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งผลิตอาหารและดอกไม้ แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่เขาตั้งใจสร้างขึ้นมาเองพร้อมกับครอบครัว จากความรักในธรรมชาติ สวนแห่งนี้มีดอกไม้สีสันสดใส ที่ประดับจัดแต่งอย่างมีศิลปะ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เชิญชวนให้ผู้คนมาเยี่ยมเยียน กำลังบานสะพรั่ง ทั้งดอกเสี้ยนฝรั่ง หรือคลีโอเม่ (Cleome) ไม้ดอกล้มลุกสีสันสดใส ทั้ง สีชมพู ขาว ม่วง และ ดอกคอสมอส (Cosmos) หรือ “ดอกดาวกระจาย” หลากหลายสีสัน ที่จะคงบานรับ นักท่องเที่ยวต่อเนื่องไปจนถึง สิ้นเดือน มกราคม 2569 นี้ เนื่องจากมีการบริหารจัดการแปรงปลูกเป็นย่างดี มีระบบการให้น้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) พร้อมทั้งเปิดให้เที่ยวชมสวนดอกไม้ในยามค่ำคืน เป็นแห่งเดี่ยวของ.โดยในสวนยังมีไม้ผลนานาชนิดตามฤดูกาล อย่างเช่นน้อยหน่า มะยงชิด มะละกอ มะม่วง กล้วยน้ำว้า มะเขือเทศเชอร์รี่ และผักปลอดสารพิษ นานาชนิด ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมตลอดทั้งปีด้วย

คุณลุง มงคล ทองแผ่ กล่าวว่า…ที่ผ่านมา ตนเองทำงานในระบบมานาน พอเกษียณก็อยากทำอะไรที่ทำให้ตัวเองมีความสุข และมีความหมายต่อคนอื่นด้วย “การปลูกต้นไม้ ทำให้เราได้อยู่กับธรรมชาติ ได้เรียนรู้ ได้ลงมือทำทุกวัน มันเติมพลังชีวิตได้ดีมาก และเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของคนที่มาเที่ยวที่สวน ก็ยิ่งมีความสุขเข้าไปใหญ่

ทำให้ “ไร่นวล-พยอม” สวนแห่งนี้ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจการเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว และผู้สูงวัยที่ต้องการหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตหลังเกษียณ คุณลุงมงคล พร้อมเสมอที่จะแบ่งปันความรู้ เทคนิคการทำเกษตรแบบพอเพียง และเรื่องราวการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมสุข ทำให้สวนแห่งนี้เป็นมากกว่าแค่สวนเกษตร แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนในชุมชนและสังคม ชีวิตหลังเกษียณของคุณลุงมงคล คือตัวอย่างของความสุขที่สร้างได้ด้วยตัวเอง เป็น การผสมผสานระหว่างการทำงานเพื่อตนเองและเพื่อผู้อื่นได้อย่างลงตัว สร้างความสุขที่ยั่งยืนทั้งต่อตัวเอง ครอบครัว และคนรอบข้าง

“ไร่นวล-พยอม” ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ดึกดูดนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี ควบคู่กับการขายสินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งได้รับความสนใจ และกระแสตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวแบบคาดไม่ถึง เพราะในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาถ่ายรูปเช็คอิน กันเป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเว้นวันหยุด โดยเฉพาะในช่วงนี้ กลีบดอกของ ดอกเสี้ยนฝรั่ง และ คอสมอส กำลังบานสวยงามพริวไหวไปกับลมโชยเย็นๆ ซึ่งผ่านการดูแลเป็นอย่างดีด้วยการให้นำแบบสปริงเกอร์ในช่วงแรก และมาให้น้ำแบบนำหยดในช่องที่ออกดอกแล้ว เพื่อไม่ให้กลีบดอกช้ำ ทำให้ต้นมีระดับสูงกำลังพอดี ดอกสวยงาม ที่สำคัญอยู่กลางหุบเขา มีทิวเขาสวยงามเป็นฉากหลัง

อย่างไรก็ดี คุณลุง มงคล ขอความร่วมมือ นักท่องเที่ยว อย่าเด็ด หรือ ลุยเข้าไปเหยียบย่ำสร้างความเสียหายให้แก่สวนดอกไม้ของเกษตรกร ซึ่งเจ้าของสวน ได้จัดเตรียมสถานที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว มีมุมให้นักท่องเที่ยวได้เลือกถ่ายภาพสวยงามได้หลายมุม ในแต่ละแปลงปลูกจะมีทางเดิน และมีจุดให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป หลายจุดอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้สวนดอกไม้เกิดความบอบช้ำ และไม่สร้างความเสียหายต่อท่อน้ำ หรือ ระบบการให้น้ำในแปลงปลูกได้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นหลัง ได้เที่ยวชมกันนานๆ อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

กกต.รวมสังเกตุการณ์การหาเสียงผู้สมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 4 ลพบุรี

จังหวัดลพบุรี – คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดลพบุรีสังเกตการณ์บรรยากาศการขึ้นเวทีปราศรัยการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 4 โดยมีประชาชนให้ความสนใจมารับฟังเป็นจำนวนมาก

ใกล้โค้งสุดท้ายในการลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ส.ส.จังหวัดลพบุรี ซึ่งในการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งใหม่ที่ได้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งจาก 5 เขตเลือกตั้งเหลือเพียง 4 เขตเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นการแบ่งตามจำนวนของประชาชนที่ต้องเฉลี่ยออกไป ซึ่งจังหวัดลพบุรีจากเขตเลือกตั้งเดิมก็ได้มีการแบ่งย่อยออกไปใหม่ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.และผู้ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนไม่เข้าใจ แต่อาศัยการทำความเข้าใจของผู้สมัคร ส.ส.แล้วลงพื้นที่แนะนำตัวกับผู้ที่มิสิทธิ์ลงคะแนนให้ทราบ โดยในช่วงโค้งสุด ท้ายนี้พบว่าผู้สมัครได้เร่งลงพื้นที่พบกับประชาชนตลอดทั้งวัน ทุกวันตั้งแต่เช้าถึงเย็นในรูปแบบต่าง ๆ

ซึ่งล่าสุดพบว่า ในเขตเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 ที่การลงพื้นที่หาเสียงที่แตกต่างจากในเขตเลือกตั้งอื่น โดยพบว่า นายวรวงศ์ วรปัญญา อดีต ส.ส.สมัยที่ผ่านมา และในปีนี้ยังลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดลพบุรี ในนามพรรคเพื่อไทย หมาย เลข 5 ซึ่งการเปิดเวทีหาเสียงในครั้งนี้ได้เปิดเวทีที่สนามฟุตบอลโรงเรียนพรหมรังษี ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี พบว่ามีนายพหล วรปัญญา อดีต ส.ส.ลพบุรี และเป็นผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดลพบุรี สังกัดพรรคเพื่อไทย หมายเลข 2 มาช่วยหาเสียง ซึ่งพบว่ามีผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน มานั่งรับฟังการปราศรัยกว่า 1 พันคน นอกจากนี้ยังพบว่ามีคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดลพบุรีเดินทางมาบันทึกภาพและสังเกตการณ์ในการขึ้นเวทีปราศรัยในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรพัฒนานิคมมาดูแลความสงบ รักษาความปลอดภัยอีกด้วย

โดยพื้นที่ในการหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 นี้ถือว่าเป็นพื้นที่ใหม่ จากเดิมพื้นที่อำเภอพัฒนานิคมนั้นอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 ครั้งนี้ถูกย้ายมารวมกับเขตเลือกตั้งที่ 4 จึงถือว่าเป็นพื้นที่ใหม่ของผู้สมัครคนดังกล่าวที่จะต้องมีการเปิดตัวกับผู้ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนให้เป็นที่รู้จัก แต่บรรยากาศในหารหาเสียงแนะนำตัวในครั้งนี้ก็สามารถสะกดให้ผู้ที่มารับฟังการปราศรัยได้รับฟังนโยบายของพรรคเพื่อไทย รวมทั้งรับฟังการแนะนำตัวผู้สมัคร หมายเลขประจำตัวอยู่ฟังจนจบ และมีส่วนรวมกับผู้สมัครด้วย นอกจากนี้ยังเชิญชวนให้ผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งกากบาทเลือกพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครสังกัดพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เจ้าคณะภาค 3 ถวายปัจจัยช่วยสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ให้วัดตะโก

จังหวัดลพบุรี – เจ้าคณะภาค 3 มอบปัจจัยช่วยเหลือวัดที่ประสบอัคคีภัยศาลาการ เปรียญไม้สักมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เพื่อสมทบทุนการก่อสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ไว้ปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2569 พระพรหมกวี เจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดกัลยานิมิต ราชวรวิหาร ฐานะประธานอำนวยการ โครงการสังฆปะชานุเคราะห์คณะสงฆ์ภาค 3 พร้อมคณะได้เดินทางมายังศาลาอเนกประสงค์วัดตะโก ตำบลโก่งธนู อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งมีพระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดกวิศราราม ราชวรวิหาร พระโสภณพัฒนคุณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดพุน้อย พระสังฆาธิการจังหวัดลพบุรี และนายวีระ จำลอง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรี คณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี หน่วยงานต่าง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง คณะกรรมการวัด และพุทธศาสนิกชน ให้การต้อนรับ

สำหรับในการเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อรับฟังเหตุการณ์ความเป็นมาของกรณีที่ศาลาการ เปรียญไม้สักมูลค่ากว่า 10 บ้านบาท ที่ถูกไฟไหม้เสียหายไม่สามารถบูรณะให้กลับมาใช้งานทางศาสนกิจได้ สร้างความเสียใจของเหล่าพุทธศาสนิกชนรอบวัดและในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นศาลาการเปรียญที่ดำเนินการก่อสร้างแล้วสวยงามมากในลุ่มน้ำลพบุรี หลังจากที่ได้รับฟังการบรรยายสรุปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมีมติสรุปว่าจะมีการดำเนินการก่อสร้างศาลาการเปรียญใหม่ขึ้นมาทดแทน โดยใช้แบบที่ทางสำนักงานโยธาธิการจังหวัดลพบุรีนำเสนอมาเป็นศาลาการเปรียญขนาด 20 X 40 เมตร สำหรับราคาในการดำเนินการก่อสร้างตามแบบดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 12 ล้าน

สำหรับในการให้การช่วยเหลือสมทบทุนในเบื้องต้นทางคณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี ได้มอบเงินตามโครงการ 100 ร้อยดวงใจ จำนวน 1 แสนบาท พร้อมกันนี้ทาง พระพรหมกวี เจ้าคณะภาค 3 ได้มอบปัจจัยช่วยเหลือวัดที่ประสบอัคคีภัยจำนวนเงิน 2 แสนบาท โดยกองทุนวัดช่วยวัดของคณะสงฆ์ภาค 3 ประกอบด้วยอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี ซึ่งได้ถวายแก่ พระครูสถิตอักขระธรรม เจ้าอาวาสวัดตะโก เป็นการสมทบทุนร่วมนำร่อง ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาของบประมาณสนับสนุนในการก่อสร้างได้ 1 ใน 3 ของราคาประเมิณ (3 ล้านบาท)

นอกจากนี้พระพรหมกวี เจ้าคณะภาค 3 พร้อมกันนี้ได้มอบปัจจัยภายใต้โครงการสังฆประชานุเคราะห์ เพื่อสร้างบ้านแก่ผู้ที่ยากไร้และให้กับคณะสงฆ์ในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ จำนวน 6 อำเภอ และบำรุงอิฐบล็อก วัดพุน้อย อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,600,000 บาท


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

มทบ.37 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลยิ่งใหญ่ เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 ณ ค่ายเม็งรายมหาราช เชียงราย

เชียงราย – มทบ.37 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลยิ่งใหญ่ เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 ณ ค่ายเม็งรายมหาราช เชียงราย

18 ม.ค. 69 มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) ได้จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2569 อย่างสมเกียรติ ณ ลานผู้กล้า อนุสาวรีย์ผู้เสียสละ ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เนื่องในวันกองทัพไทย เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

พิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ได้รับเกียรติจาก พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานในพิธี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงวันยุทธหัตถี ซึ่งเป็นวันแห่งชัยชนะครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย และเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึงสำนึกในคุณูปการอันใหญ่หลวงที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยถือเอาวันที่ 18 มกราคมของทุกปีเป็น “วันกองทัพไทย”

ภายในพิธีมีการจัดกำลังสวนสนามจาก 2 หน่วยหลัก ได้แก่ มทบ.37 และกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 (ร.17 พัน.3) ซึ่งเป็นหน่วยในพระองค์ฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและความมุ่งมั่น

นอกจากกำลังพลของหน่วยในค่ายเม็งรายมหาราชแล้ว พิธีนี้ยังได้รับความร่วมมือและการเข้าร่วมจากหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเชียงราย, อดีตผู้บังคับบัญชา, ภาคส่วนเอกชน, นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) และสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 37 ซึ่งล้วนมาแสดงพลังแห่งความสามัคคีและจงรักภักดีร่วมกัน


นที มีเดช รายงาน

รพ.ค่ายกาวิละ รับการตรวจเยี่ยมสำรวจมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยบริการทันตกรรม (TDCA 2024) ในสถานพยาบาลจ.เชียงใหม่ ปีงบประมาณ 2569

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ รับการตรวจเยี่ยมสำรวจมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยบริการทันตกรรม (TDCA 2024) ในสถานพยาบาลจังหวัดเชียงใหม่ ปีงบประมาณ 2569

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 รับการตรวจเยี่ยมจากคณะผู้เยี่ยมสำรวจ สถาบันทันตกรรม ร่วมกับทันตแพทยสภา ภายใต้โครงการพัฒนามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยบริการทันตกรรม (TDCA 2024) ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการทันตกรรมให้มีคุณภาพและความปลอดภัยในระดับมาตรฐานสากล

ในการนี้ พันเอก สรารักษ์ ชูสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายกาวิละ พร้อมด้วยกำลังพลของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ให้การต้อนรับ ทพญ.ภารณี ชวาลวุฒิ ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ, ทพญ.จิรวดี ไชยประสิทธิ์ ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลนครพิงค์ และคณะผู้เยี่ยมสำรวจ ณ โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

การเยี่ยมสำรวจในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานด้านทันตกรรมได้ร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และประเมินผลการดำเนินงานตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยบริการทันตกรรม ตลอดจนเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางทันตกรรมให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในงานทันตกรรม

สำหรับการตรวจประเมินตามมาตรฐาน TDCA (Thai Dental Clinic Accreditation) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของบริการทันตกรรมของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการรักษาที่มีความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยครอบคลุมการดำเนินงานในหลายด้าน อาทิ การสื่อสารและการให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วย การควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ การจัดการระบบเอกสารและเวชระเบียน ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของบุคลากร และการบริหารความเสี่ยงในคลินิกทันตกรรม

การตรวจเยี่ยมสำรวจดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบบริการทันตกรรมของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดทั้งต่อผู้ให้บริการและผู้รับบริการ และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลในการพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 ร่วมกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 ค่ายฝึกกิ่วทัพยั้ง จัดกิจกรรมจิตอาสาปลูกต้นไม้พัฒนาภูมิทัศน์ ประจำเดือน มกราคม ปี 2569

มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช โดยหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่37, รด.เจียงฮาย ร่วมกับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 ค่ายฝึกกิ่วทัพยั้ง “กิจกรรมจิตอาสาปลูกต้นไม้พัฒนาภูมิทัศน์ภายในที่ทำการฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหารวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วันยุทธหัตถี และวันกองทัพไทย ประจำเดือน มกราคม ปี 2569 ”

พล.ต.จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 ได้มอบหมายให้ หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลครูฝึก นำ นักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน ชั้นปีที่ 3 ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาปลูกกล้าไม้พัฒนาภูมิทัศน์และค่าอากาศสีเขียวภายในที่ทำการฝึกภาคสนาม จำนวน 150 ต้น ณ กองร้อยตำรจตระเวนชายแดนที่ 327 ค่ายฝึกกิ่วทัพยั้ง ต.แม่จัน อ.แม่จัน จว.ช.ร.

ในการนี้ กิจกรรมฯ เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 37, กองร้อยตำรจตระเวนชายแดนที่ 327 และนักศึกษาวิชาทหารจาก ม.ราชภัฏเชียงราย และ รร.สามัคคีวิทยาคม ในการฝึกนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 ภาคสนาม ผลัดที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2569 เนื่องในวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันสมเด็จพระนเรศวรมหา ราช วันยุทธหัตถี และวันกองทัพไทย เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นชัยชนะทางทหารที่ยิ่งใหญ่ แต่ยังเป็นการประกาศเอกราชและความแข็งแกร่งของราชอาณาจักรอยุธยาให้เป็นที่ประจักษ์สืบมา อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาวิชาทหารที่เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่มีจิตสำนึกให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ยั่งยืนสืบไป


นที มีเดช รายงาน

เพชรบูรณ์ เปิดงานใหญ่! แถลงข่าว “วัฒนธรรมไทหล่ม–ขนมเส้นหล่มเก่า” ชวนเที่ยว 1–5 ก.พ.นี้ ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

จังหวัดเพชรบูรณ์เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จัดแถลงข่าวเตรียมความพร้อมการจัดงาน “วัฒนธรรมไทหล่ม ขนมเส้นหล่มเก่า และเทศกาลอาหารรสชาติอร่อย” อย่างเป็นทางการ เพื่อเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันโดดเด่นของชาวไทหล่ม

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วัฒนธรรมไทหล่ม อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ นายสมพงษ์ หอมสนิท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วย ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์, นายกองตรี พรพงษ์ ไหมแพง ชาญชัยภัครธากูร นายอำเภอหล่มเก่า, นางศรีสุดา กิตติธาราทรัพย์ นายกเทศมนตรีตำบลหล่มเก่า, นางสาววรรณา เด่นโรจน์มณี นายกสมาคมท่องเที่ยวเพชรบูรณ์ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับงานดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามกีฬาหน้าโรงเรียนอนุบาลหล่มเก่า ภายในงานจัดเต็มกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการสาธิตและจำหน่าย “ขนมเส้นหล่มเก่า” อาหารพื้นถิ่นขึ้นชื่อ การออกร้านอาหารพื้นบ้านจากชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การแสดงดนตรี การจำหน่ายสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญา วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชาวไทหล่มได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมไฮไลต์ตลอด 5 วัน ได้แก่

  • วันที่ 1 การแสดงแสง สี เสียง โดยนักเรียนโรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม และการแสดงจากศิลปิน เฉลิมพล มาลาคำ
  • วันที่ 2 การประกวด ธิดาขนมเส้น
  • วันที่ 3 การแสดงจากศิลปิน บิว จิตรฉรัญา
  • วันที่ 4 การประกวด TO BE NUMBER ONE และการแสดงจากศิลปิน ทิดแอม
  • วันที่ 5 ปิดท้ายด้วยการแสดงหมอลำจากคณะ อีสานนครศิลป์

ทั้งนี้ การจัดงานมีเป้าหมายสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานวัฒนธรรมไทหล่ม โดยเฉพาะการยกระดับ “ขนมเส้นหล่มเก่า” ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งด้านรสชาติ วิธีการปรุง และวัตถุดิบ จนกลายเป็นอัตลักษณ์ทางอาหารที่สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอหล่มเก่าและจังหวัดเพชรบูรณ์มาอย่างยาวนาน

ผู้จัดงานคาดว่า งานวัฒนธรรมไทหล่มฯ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่ สร้างรายได้ให้กับชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจัง หวัดเพชรบูรณ์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเรียนรู้ ซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่น และร่วมสร้างความประทับใจในบรรยากาศแห่งความอบอุ่นของชุมชนไทหล่ม


มนสิชา คล้ายแก้ว
ทีมข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์

ดร.เอ้ เปิดปราศรัยใหญ่เซฟวัน ลั่นอีสานต้องรวยได้แล้ว ชูเร่งรถไฟเร็วสูงปลอดภัย–ต้านซื้อเสียง

ดร.เอ้ เปิดปราศรัยใหญ่เซฟวัน ลั่นอีสานต้องรวยได้แล้ว ชูเร่งรถไฟเร็วสูงปลอดภัย–ต้านซื้อเสียง

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 20.00 น. ที่ ตลาดเซฟวัน จังหวัดนครราชสีมา ศ.คร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนและผู้สนับสนุนเดินทางมารับฟังจำนวนมาก ก่อนที่คณะผู้บริหารและผู้สมัครจะลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนเพื่อขอคะแนนเสียงหลังจบเวที

ศ.คร.สุชัชวีร์ กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงว่า ตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่า ภาคอีสาน “ต้องรวยได้แล้ว” และถึงเวลาที่ประชาชนต้องเลิกทนอยู่กับความยากจน พร้อมประกาศขออาสาเป็นนายกรัฐมนตรีของคนอีสานและคนไทย เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะ โครงการรถไฟความเร็วสูง ที่ต้องเดินหน้าให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

หัวหน้าพรรคยังย้ำว่า หากปล่อยให้โครงการล่าช้าหรือเกิดปัญหาซ้ำ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของภาคอีสานในอนาคต พร้อมระบุว่าจะลงมาเร่งรัดเรื่องรถไฟความเร็วสูงด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเห็นภาพอุบัติเหตุจากงานก่อสร้างเกิดขึ้นบ่อยครั้งอีก พร้อมยืนยันว่าต้องคืนศักดิ์ศรีให้คนไทย สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยและภาคอีสานเป็นพื้นที่ปลอดภัยต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ศ.คร.สุชัชวีร์ ยังกล่าวถึงปัญหา การซื้อสิทธิ์ขายเสียง ว่าเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง พร้อมขอร้องประชาชนด้วยความเคารพว่า หากรับเงินแล้วไปเลือกผู้สมัคร ถือเป็นการทุจริตคอร์รัปชันต่อลูกหลานของตนเอง เพราะผู้ที่จ่ายเงินย่อมต้องหาทางคอร์รัปชันเอาคืน ทำให้โครงการไม่มีคุณภาพ สร้างไม่เสร็จ และทำให้อีสานยังยากจน พร้อมชี้ว่า “การซื้อเสียงคือภัยร้ายแรงต่ออนาคตประเทศ และเป็นการทำร้ายลูกหลานผ่านปากกาในวันเลือกตั้ง”

สำหรับเป้าหมายจำนวนที่นั่งในภาคอีสาน หัวหน้าพรรคระบุว่า พรรคตั้งใจและมั่นใจทุกเขตที่ส่งผู้สมัคร เพราะทีมผู้สมัครผ่านการคัดเลือกอย่างรอบคอบ หากประชาชนเลือก ส.ส.ของพรรค จะได้ทีมทำงานมืออาชีพ พร้อมบุคลากรระดับโลกมาร่วมขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งการเร่งรถไฟความเร็วสูง การลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ และการแก้ปัญหา น้ำท่วม–น้ำแล้ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวอีสานให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ ทนายนา “วาสนา สระทองหลาง” ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดนครราชสีมา พรรคไทยก้าวใหม่ เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงพื้นที่วันนี้อบอุ่นและมีกำลังใจอย่างมาก หลังทีมผู้บริหาร หัวหน้าพรรค ประธานพรรค และสมาชิกพรรคหลายคนเดินทางมาร่วมกิจกรรม โดยยอมรับว่าตนเป็นผู้สมัครหญิงเพียงคนเดียวในพื้นที่โคราช จึงมีความกดดันเล็กน้อย แต่ได้รับแรงสนับสนุนเต็มที่ พร้อมยืนยันว่า พรรคไทยก้าวใหม่ยึดหลักหาเสียงด้วยคะแนนบริสุทธิ์ ไม่มีการซื้อเสียง

ทนายนากล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ลงพื้นที่พบปะประชาชนต่อเนื่องทั้งเช้าและเย็น แต่ไม่รู้สึกเหนื่อย พร้อมสู้จนถึงที่สุด และหลังจากแกนนำพรรคลงพื้นที่ร่วมปราศรัยยิ่งทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น ทั้งนี้ยืนยันไม่หวั่นไหวต่อกระแสการใช้เงินในการเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่าประชา ชนตัดสินใจจากผลงานมากกว่าเงิน พร้อมฝากถึงประชาชนก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ขอให้เลือกคนดีและคนทำงานได้จริง พร้อมขอแรงสนับสนุนเลือก เบอร์ 6 เขต 1 “ทนายนา วาสนา สระทองหลาง” และเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ หมายเลข 49 เพื่อร่วมกันพัฒนาโคราชและภาคอีสานอย่างสร้างสรรค์ต่อไป


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

อำเภอโพนสวรรค์ ปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

นครพนม – อำเภอโพนสวรรค์ปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

วันที่ 16 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของนายณัฐวุฒิ ชัยสิทธิ์ นายอำเภอโพนสวรรค์ (ผอ.ศป.ปส.อ.โพนสวรรค์)มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส. ร้อย.อส.อ.โพนสวรรค์ 7 (ชุดปฏิบัติการพิเศษโพนสวรรค์) ดำเนินการปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

โดยลงพื้นที่ ต.โพนจาน ตามที่สายข่าวรายงาน ดังนี้ ชายไทย อายุ 50 ปี (จำหน่าย)เป็นราษฏร ม.3 ต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม พบของกลาง “ยาบ้า” จำนวน 13 เม็ด +(เศษยาบ้าน้ำหนักรวมถุง 1.3 กรัม) โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ พร้อมบันทึกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน