รังษี ชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน. แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

นครราชสีมา – รังษีชี้หนี้พุ่ง-ค่าครองชีพกดหัวประชาชน ย้ำยังไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร แก้ รธน.แค่ส่วนที่เป็นปัญหา

วันนี้ (18 ม.ค. 2569) ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม อำเภอเมืองนคร ราชสีมา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะสิ่งศักดิ์ สิทธิ์และคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนลงเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนแนะนำตัวผู้สมัครและปราศรัยนโยบายหาเสียง

พลเอก รังษี ระบุว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้เสียงข้างมากในสภา เพื่อผลักดันนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคให้เกิดผลจริง โดยย้ำว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนภาคอีสาน ช่วยให้คนอีสาน “ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งได้” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนตกงาน เป็นหนี้ และเผชิญค่าครองชีพสูง

เมื่อถูกถามเรื่องการร่วมรัฐบาล พลเอก รังษี ยืนยันยังไม่เล่นเกมการเมืองหรือจับขั้วกับพรรคใด ขอรอคำตัดสินของประชาชนในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจจะได้รับความไว้วางใจ ส่วนประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอก รังษี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ แต่ควรแก้เฉพาะมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เช่น เรื่ององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา โดยให้พิจารณาเป็นรายมาตรา

สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในโคราช พลเอก รังษี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจทั้ง 16 เขต พร้อมฝากให้ช่วยสนับสนุน นายธนทรัพย์ อำพันธ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 3 เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา ช่วงท้าย พลเอก รังษี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเหมือน “อยู่ในห้องไอซียู” ชี้ปัญหาหนี้รวมประเทศแตะ 55 ล้านล้านบาท การถูกยึดรถ-ยึดบ้านเพิ่มขึ้น และคดีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิตพุ่งต่อเนื่อง พร้อมย้ำพรรคเศรษฐกิจไม่เน้นประชานิยม แต่จะเน้นหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าครองชีพ และขอประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 เพื่อให้ได้เสียงข้างมากแบบ “แลนด์สไลด์”

ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้าดำ เนินนโยบาย 5 ข้อพร้อมกันทันที โดยภายใน 1 เดือนเตรียมลงนาม MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการระบบรางและโครงการเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก รวมถึงเตรียมทำ MOU ด้านท่องเที่ยว และการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พร้อมผลักดันแนวคิดตั้งนิคมการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมี “ใบส่งออก” โดยตรง ลดการถูกกดราคา และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากหนี้สินอย่างยั่งยืน.


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

มทบ.33 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

มทบ.33 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

เย็นวันนี้ (18 ม.ค. 69) ที่บริเวณหน้ากองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พลตรี ธำรงศักดิ์ บุญทักษ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล และพิธีสวนสนาม เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 โดยมี นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมกำหนดให้วันที่ 18 มกราคม ของทุกปี เป็น “วันกองทัพไทย” เพื่อรำลึกถึงพระวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากเหตุการณ์ยุทธหัตถี ซึ่งถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ และกองทัพบกได้ยึดถือเป็น “วันกองทัพบก” อีกด้วย

โอกาสนี้ มณฑลทหารบกที่ 33 ได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล โดยนิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป นำโดย พระเทพสิงหวราจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จากนั้น ประธานในพิธีได้นำกำลังพลจากหน่วยทหารในพื้นที่ จำนวน 6 กองพัน ประกอบพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งจัดพิธีสวนสนาม แสดงถึงความเข้มแข็ง ความพร้อมเพรียง และเกียรติภูมิของกำลังพลกองทัพบก

สำหรับ “ธงชัยเฉลิมพล” ถือเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์และเกียรติยศสูงสุดของหน่วยทหาร เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและแสดงถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความสามัคคีของทหารไทย ซึ่งการประกอบพิธีในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงและความสงบสุขของประเทศชาติอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

(บชร.3) จ.พิษณุโลก จัดพิธีถวายสักการะ และบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระสุพรรณกัลยา

กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (บชร.3) จังหวัดพิษณุโลก จัดพิธีถวายสักการะ และบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระสุพรรณกัลยา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค.69 เวลา 08.15 น. พลตรี วิษณุ วิจิตรพงษา ผู้บัญชาการกองบัญชา การช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วย คุณ สินีนาฏ วิจิตรพงษา ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก ศักดิ์สิทธิ์ นิลจันทร์ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (2), พันเอก ภิญโญ สุรฤทธิ์โยธิน รองเสนาธิการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก ระพิน ร่ำรวย ผู้บังคับศูนย์ควบคุมการส่งกำลังบำรุง กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก ธีระพงษ์ จิระโภคิน ผู้บังคับกองพันส่งกำลัง และบริการที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก วีระชาติ โชติวรอานนท์ ผู้บังคับกองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก เอกพงศ์ สุวรรณเวียง ผู้บังคับกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก เกรียงศักดิ์ ชมภูน้อย ผู้บังคับกองพันทหารขนส่งที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก ลาภชัย เศรษฐะทัตต์ ผู้บังคับกองพันทหารเสนารักษ์ที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3
และฝ่ายอำนวยการฯ ร่วมพิธีถวายสักการะ และบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระสุพรรณกัลยา

โดยมี พลโท วรเทพ บุญญะ เเม่ทัพภาคที่ 3 ประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย คุณ อิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมเเม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกอำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก…ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย…


(ศูนย์ประชาสัมพันธ์ บชร.3 รายงาน)

แม่ฮ่องสอน ประกอบพิธีถวายราชสักการะ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” (วันยุทธหัตถี)

จังหวัดแม่ฮ่องสอนประกอบพิธีถวายราชสักการะ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” (วันยุทธหัตถี)


เช้าวันนี้ (18 มกราคม 2569) เวลา 08.00 น. ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช บ้านม่อนตะแลง ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” (วันยุทธหัตถี) 18 มกราคม 2569 โดยมีนางสุดารัตน์ แววบัณ ฑิต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมวางพวงมาลา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประธานในพิธีถวายราชสักการะ พร้อมกล่าวถวายราชสดุดี เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย และทรงสถาปนาความเข้มแข็ง มั่นคง แก่ประเทศไทยมาในอดีตกาล อันนำมาซึ่งความสุขสงบ และเกียรติภูมิของราชอาณาจักรมาถึงกาลปัจจุบัน

ทั้งนี้ เนื่องในวันประวัติศาสตร์อันสำคัญ ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงได้รับชัยชนะ จากการทำยุทธหัตถี กับพระมหาอุปราชา การทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ อนุสรณ์ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระวีรกรรม ครั้งสำคัญ ในประวัติศาสตร์ชาติไทย จนกลายเป็นภาพลักษณ์ของความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยวของชาวไทย ที่มีความสมัครสมาน สามัคคี เสียสละ ต่อสู้เพื่อรักษาเอกราชของชาติ ให้ชนรุ่นหลัง ได้รำลึกถึงตราบเท่าทุกวันนี้

จากนั้นเวลา 10.00 น. ของวันเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำจิตอาสาพระราช ทาน หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนจิตอาสา กล่าวถวายราชสดุดี เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (วันยุทธหัตถี/วันกองทัพไทย) เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมเทิดทุนพระมหาวีรกรรมของพระองค์ท่าน และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ทรงมีต่อประเทศไทย และผสกนิกรชาวไทย อย่างหาที่สุดมิได้ โดยนำจิตอาสาตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” จัดกิจกรรมจิตอาสาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ดูแลรักษาทำความสะอาดของบริเวณ ลานพระบรมราชานสาวรีย์พระนเรศวรมหาราช บ้านม่อนตะแลง ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความสมัครสมาน สามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ให้เกิดความรัก ความผูกพัน ใน 4 สถาบันหลักของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชน



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

ทบ.จัดพิธีวันกองทัพบก รำลึกวีรกรรมบรรพชนไทย สดุดีทหารหาญสละชีพปกป้องผืนแผ่นดินไทย

ทบ.จัดพิธีวันกองทัพบก รำลึกวีรกรรมบรรพชนไทย สดุดีทหารหาญสละชีพปกป้องผืนแผ่นดินไทย เนื่องในโอกาสวันกองทัพบก อันเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย ซึ่งสะท้อนถึงเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรี และเกียรติประวัติของกองทัพบกในการพิทักษ์รักษาเอกราชและอธิปไตยของประเทศชาติ กองทัพบกได้จัดพิธีทางศาสนา เพื่ออุทิศส่วนกุศลและสดุดีทหารหาญผู้สละชีพปกป้องผืนแผ่นดินไทย พร้อมน้อมรำลึกวีรกรรมอันกล้าหาญของบรรพชนไทย

วันนี้ (18 มกราคม 2569) ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์
ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีทางศาสนาและพิธีเชิดชูเกียรติวีรชนผู้เสียสละ โดยประกอบด้วย 4 พิธีสำคัญ ได้แก่ พิธีสักการะศาลท่านท้าวมหาพรหม พิธีวางพวงมาลา ณ กำแพงอนุสรณ์กองทัพบก เพื่อรำลึกถึงกำลังพลกองทัพบกที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะผู้เสียสละจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ หน้าหอประชุมกิตติขจร และพิธีสงฆ์ ณ ห้อง 221 กองบัญชาการกองทัพบก

ในพิธีวางพวงมาลา ณ กำแพงอนุสรณ์กองทัพบก ผู้บัญชาการทหารบกได้นำคณะผู้บังคับบัญชาชั้นสูงแสดงความเคารพต่อดวงวิญญาณวีรชนทหารไทย พร้อมประกอบพิธีสดุดีเกียรติยศ โดยมีการเป่าแตรเดี่ยว แตรนอน เพื่อไว้อาลัยอย่างสมเกียรติ สะท้อนถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของกำลังพลผู้ได้อุทิศชีวิตเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และความสงบสุขของประเทศชาติ จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้ประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันเป็นรากฐานสำคัญของกองทัพบกไทย ก่อนเข้าร่วมพิธีสงฆ์ ซึ่งมีการทอดผ้าบังสุกุล อุทิศส่วนกุศลแก่ดวงวิญญาณนักรบไทย และเจริญพระพุทธมนต์ โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดโสมนัสราชวรวิหารมาประกอบพิธี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์ และเปี่ยมด้วยความสำนึกในคุณูปการของวีรชนผู้เสียสละ

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา ผู้บัญชาการทหารบกได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเพื่อมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับทหารหาญที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

สำหรับวันที่ 18 มกราคมของทุกปี ถือเป็นวันยุทธหัตถี วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วันกองทัพบก และวันกองทัพไทย เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้ทรงประกาศอิสรภาพและปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยพระปรีชาสามารถและพระวิริยอุตสาหะ อันเป็นรากฐานแห่งเอกราชและความมั่นคงของชาติสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ในเวลา 16.00 นาฬิกา กองทัพบกได้จัดพิธีสวนสนามและกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ณ ศูนย์การทหารม้า จังหวัดสระบุรี ซึ่งถือเป็นพิธีสำคัญของวันกองทัพบก สะท้อนถึงความพร้อม ความสง่างาม ความมีระเบียบวินัย และความจงรักภักดีของกำลังพลกองทัพบก ในการยึดมั่นคำสัตย์ปฏิญาณที่จะพิทักษ์รักษาสถาบันหลักของชาติ และผืนแผ่นดินไทย


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

“Coffee War” ตั้งอยู่ริมถนน 331 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี บริหารกิจการโดย “หจก.เพรียวคลาสสิค”

“Coffee War” ตั้งอยู่ริมถนน 331 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี บริหารกิจการโดย “หจก.เพรียวคลาสสิค”

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งภายในสถานที่ “Coffee War” มีเครื่องบินโบอิ้ง 747 ที่ปลดระวางแล้ว โดยผู้บริหารได้นำมาปรับแต่งเป็น “Coffee Cafe’ ” สำหรับนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมและดื่มกาแฟรวมทั้งทานขนมคุ๊กกี้, เค๊ก เป็นต้น

ในปัจจุบันมีเครื่องบินโบอิ้งโดยสารขนาดใหญ่ ซึ่งปลดระวางแล้ว ได้นำมาปรับแต่งเป็น “Coffee Cafe’ ” สำหรับนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมและดื่มกาแฟ จำนวน 2 ลำ และมีเครื่องบินโบอิ้งขนาดอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

นอกจากนั้นแล้วยังมี เฮลิคอปเตอร์ ในสมัยสงครามเวียดนาม, เครื่องบินรบสมัยเก่า, รถยนต์บรรทุกทหาร, รถจี๊ป(M), เรือดำน้ำ, เรือ ต., เสื้อผ้ารวมทั้งอุปกรณ์ใช้สอยทางทหาร เป็นต้น สำหรับเยี่ยมชมและจำหน่าย

มีสนามยิงปืนโดย สมาคมกีฬายิงปืนเขาชีจรรย์ ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย (ขณะนี้กำลังปรับปรุงรอเปิดดำเนินกิจการ)

มีร้านอาหาร “ครัว Coffee War” สำหรับบริการลูกค้าและนักท่องเที่ยวโดยทั่วไป
ติดต่อฝ่ายประสานงาน Coffee wars เตีย เบอร์ (ร.ท.สุระชัย ขันคำ น.นอกราชการ)
โทร. 0615929711 ****************


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าว
ภาคตะวันออก รายงาน

อุบลศักดิ์ เปิดเวทีปราศรัยโชว์วิสัยทัศน์ ชูนโยบายแก้จน ยกระดับสวัสดิการ

จังหวัดลพบุรี – “อุบลศักดิ์” เพื่อไทย เบอร์ 9 ลุยเปิดเวทีปราศรัยย่อยโคกสำโรง โชว์วิสัยทัศน์ “เพื่อไทยทำได้” ชูนโยบายแก้จน-หวยเกษียณ-ยกระดับสวัสดิการ อสม. และ ชรบ.

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดลพบุรี เขต 1 หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย เดินหน้าเปิดเวทีปราศรัยย่อยภายใต้แคมเปญ “เพื่อไทยทำได้” ณ วัดวังไผ่ ต.ดงมะรุม และพื้นที่ตลาดนัดคลองถม สี่แยกวังเพลิง อ.โคกสำโรง เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและแสดงวิสัยทัศน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวลพบุรี

นายอุบลศักดิ์ ได้เริ่มเวทีด้วยการเชิญชวนให้พี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศ พร้อมย้ำถึงความพร้อมของพรรคเพื่อไทยในการเข้าเป็นรัฐบาลเพื่อเข้ามาเปลี่ยนแปลงฐานรากทางเศรษฐกิจ โดยระบุว่าพรรคมีนโยบายที่ทำได้จริงและแก้ปัญหาได้ตรงจุด

สำหรับไฮไลท์นโยบายที่นายอุบลศักดิ์นำเสนอต่อพี่น้องประชาชน ได้แก่:

  • การลดค่าครองชีพ: เร่งลดค่าไฟฟ้าและพลังงานทันทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครัวเรือน
  • นโยบายคนไทยไร้จน: การวางโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่เพื่อให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน
  • หวยเกษียณ: นวัตกรรมการออมรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนเงินซื้อหวยให้กลายเป็นเงินสะสมไว้ใช้ยามเกษียณ
  • ยกระดับสวัสดิการ: การเพิ่มหลักประกันชีวิตและสวัสดิการที่ดีขึ้นให้แก่ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในฐานะกลไกสำคัญที่ดูแลความสงบและความเรียบร้อยในระดับชุมชน

นายอุบลศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “พรรคเพื่อไทยมีหัวใจคือประชาชน เราเข้าใจความทุกข์ยากของพี่น้องเกษตรกรและชาวลพบุรีเป็นอย่างดี การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเปลี่ยนรัฐบาลเพื่อนำนโยบายดีๆ มาทำให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้ลพบุรีและประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง”

บรรยากาศภายในพื้นที่ปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ต.ดงมะรุม และใกล้เคียงมาร่วมรับฟังและให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ก่อนที่นายอุบลศักดิ์จะลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ณ ตลาดนัดคลองถม สี่แยกวังเพลิง อย่างเป็นกันเอง


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

นายกเมืองพัทยา ร่วมเปิดงานมหกรรมวัฒนธรรมมุสลิมถิ่นตะวันออก @พัทยา

เมื่อว้นที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 19.30 น. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมเปิดงานมหกรรมวัฒนธรรมมุสลิมถิ่นตะวันออก @พัทยา โดยมีนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยนายประสิทธิ์ มะหะหมัด เลขานุการจุฬาราชมนตรี นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายสงบ โซ๊ะเฮง ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีคณะผู้บริหารเมืองพัทยา คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหนองปรือ ประธานองค์กรเครือข่ายวัฒนธรรมภาคชาวมุสลิมจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมทั้งเครือข่ายทางวัฒนธรรม สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ ชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี

เมืองพัทยา ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี และองค์กรเครือข่ายวัฒนธรรมภาคชาวมุสลิม จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมมุสลิมถิ่นตะวันออก @พัทยา ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ณ ชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ สืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม และเผยแพร่วัฒนธรรม ภูมิปัญญา อันเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของชาวมุสลิม และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ทั้งนี้ก่อนเริ่มกิจกรรมได้มีการร่วมยืนตรงแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สม เด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างสงบนิ่ง เป็นเวลา 93 วินาที พร้อมกล่าวคำถวายอาลัยฯตามคำฟัตวาสำนักจุฬาราชมนตรี ต่อด้วยอนาซีดสรร เสริญพระบารมีภาคภาษาอาหรับโดยคณะกอซีเดาะห์ ก่อนชมวิดิทัศน์ประวัติมุสลิมพัทยา จากนั้นเป็นการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน ก่อนคณะผู้จัดงานร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ และเยี่ยมชมนิทรรศการ

ด้านนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า เมืองพัทยามีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานครั้งนี้ นับเป็นการแสดงออกถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งของเมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี คณะกรรมการอิสลามประจำจัง หวัดชลบุรี องค์กรเครือข่ายวัฒนธรรมภาคชาวมุสลิม และหน่วยงานเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เมืองพัทยายินดีต้อนรับพี่น้องชาวไทยมุสลิมจากทุกพื้นที่สู่ดินแดนแห่งแสงสีที่พร้อมเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมจากทั่วโลกอย่างอบอุ่น และขอแสดงความชื่น ชมต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี ที่ได้รังสรรค์งานมหกรรม “วัฒนธรรม มุสลิมถิ่นตะวันออก @ พัทยา” ในครั้งนี้ขึ้นอย่างสมภาคภูมิ ณ ชายหาดพัทยากลาง อันเป็นศูนย์ กลางของเมือง มหกรรมนี้มิได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นการประกาศศักดิ์ศรีของเมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่ยึดมั่นในสังคมพหุวัฒนธรรม และในฐานะเจ้าบ้าน ขอให้คำมั่นว่าจะดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลาของการจัดงาน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้รับความสุข ความประทับใจ และกลับมาเยือนเมืองพัทยาอีกในโอกาสต่อไป

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการจัดแสดงและสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมุสลิม และอาหารฮาลาล, การเสวนาพหุวัฒนธรรม 5 ศาสนา, การแสดงกอซีเดาะ, นิทรรศการวัฒนธรรมมุสลิม ถิ่นตะวันออก @พัทยา ประกอบด้วย ประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจกับความเป็นไปของมุสลิมพัทยา, มัสยิดกับความศรัทธานำพาความสันติ 30 มัสยิดในจังหวัดชลบุรี พร้อมทั้งการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม และอาหารฮาลาล อาหารถิ่น กว่า 200 ร้านค้า การจัดแสดงและสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอิสลาม วัฒนธรรมทางด้านภาษา (พูด อ่าน เขียน) วัฒนธรรมการแต่งกาย วัฒนธรรมทางอาหาร วัฒนธรรมสถาปัตยกรรม วัฒนธรรมความเป็นอยู่ อัตลักษณ์ ที่จะพาคุณไปเรียนรู้เรื่องราวอันลึกซึ้ง การประกวดการแต่งกาย ที่สะท้อนความงดงามของชุดมุสลิม การออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชนมุสลิม อาหารฮาลาล อาหารถิ่น พร้อมการประดับตกแต่งไฟสวยงามในบรรยากาศรับลมยามเย็นริมชายหาดพัทยากลาง เข้าชมฟรี ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน

ความสุขหลังเกษียณ ทำเกษตรพืชผักสวนไม้ดอก สร้างความสุขให้ตนเองคนรอบข้าง

จังหวัดลพบุรี – อดีตข้าราชการกระทรวงสาธารณะสุข ใช้ชีวิตหลังเกษียณ ทำการเกษตร พืชสวน และไม้ดอก สร้างความสุขให้ตนเองและคนรอบข้าง ได้รับความสน ใจจากประชาชน นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

นายมงคล ทองแผ่ อดีตข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้าย เป็น รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี หลังเกษียณ อายุราชการ ผันชีวิตตัวเอง หลังเกษียณ มาสู่สวนสวยหลากสีสัน สร้างความสุขให้ตัวเอง และคนรอบข้าง ดึงดูดนักท่องเที่ยว ด้วยการทำเกษตรผสมผสาน ทั้งพืชสวนและไม้ดอก สร้างบรรยากาศร่มรื่น อบอุ่น เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และต้นแบบชีวิตเกษียณสุข ที่พร้อมแบ่งปันความรู้ ส่งต่อแรงบันดาลใจ ให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากธรรมชาติ และผลผลิตในสวน

นายมงคล ทองแผ่ ในวัยเกษียณ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าชีวิตหลังวัยทำงานสามารถเติมเต็มด้วยความสุข และความหมายได้ เมื่อเขาเลือกกลับมาใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ ในนามของ “ไร่นวล-พยอม” เปลี่ยนพื้นที่ว่าง กว่า 25 ไร่ ในพื้นที่ บ้านหนองหอย ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมือง จ.ลพบุรี จากที่ดินมรดกตกทอดของครอบครัว ให้เป็นสวนเกษตรผสมผสานที่งดงามไปด้วยพืชสวน และไม้ดอกนานาชนิด

“ไร่นวล-พยอม” คุณลุงมงคล ทองแผ่ ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งผลิตอาหารและดอกไม้ แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่เขาตั้งใจสร้างขึ้นมาเองพร้อมกับครอบครัว จากความรักในธรรมชาติ สวนแห่งนี้มีดอกไม้สีสันสดใส ที่ประดับจัดแต่งอย่างมีศิลปะ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เชิญชวนให้ผู้คนมาเยี่ยมเยียน กำลังบานสะพรั่ง ทั้งดอกเสี้ยนฝรั่ง หรือคลีโอเม่ (Cleome) ไม้ดอกล้มลุกสีสันสดใส ทั้ง สีชมพู ขาว ม่วง และ ดอกคอสมอส (Cosmos) หรือ “ดอกดาวกระจาย” หลากหลายสีสัน ที่จะคงบานรับ นักท่องเที่ยวต่อเนื่องไปจนถึง สิ้นเดือน มกราคม 2569 นี้ เนื่องจากมีการบริหารจัดการแปรงปลูกเป็นย่างดี มีระบบการให้น้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) พร้อมทั้งเปิดให้เที่ยวชมสวนดอกไม้ในยามค่ำคืน เป็นแห่งเดี่ยวของ.โดยในสวนยังมีไม้ผลนานาชนิดตามฤดูกาล อย่างเช่นน้อยหน่า มะยงชิด มะละกอ มะม่วง กล้วยน้ำว้า มะเขือเทศเชอร์รี่ และผักปลอดสารพิษ นานาชนิด ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมตลอดทั้งปีด้วย

คุณลุง มงคล ทองแผ่ กล่าวว่า…ที่ผ่านมา ตนเองทำงานในระบบมานาน พอเกษียณก็อยากทำอะไรที่ทำให้ตัวเองมีความสุข และมีความหมายต่อคนอื่นด้วย “การปลูกต้นไม้ ทำให้เราได้อยู่กับธรรมชาติ ได้เรียนรู้ ได้ลงมือทำทุกวัน มันเติมพลังชีวิตได้ดีมาก และเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของคนที่มาเที่ยวที่สวน ก็ยิ่งมีความสุขเข้าไปใหญ่

ทำให้ “ไร่นวล-พยอม” สวนแห่งนี้ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจการเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว และผู้สูงวัยที่ต้องการหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตหลังเกษียณ คุณลุงมงคล พร้อมเสมอที่จะแบ่งปันความรู้ เทคนิคการทำเกษตรแบบพอเพียง และเรื่องราวการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมสุข ทำให้สวนแห่งนี้เป็นมากกว่าแค่สวนเกษตร แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนในชุมชนและสังคม ชีวิตหลังเกษียณของคุณลุงมงคล คือตัวอย่างของความสุขที่สร้างได้ด้วยตัวเอง เป็น การผสมผสานระหว่างการทำงานเพื่อตนเองและเพื่อผู้อื่นได้อย่างลงตัว สร้างความสุขที่ยั่งยืนทั้งต่อตัวเอง ครอบครัว และคนรอบข้าง

“ไร่นวล-พยอม” ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ดึกดูดนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี ควบคู่กับการขายสินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งได้รับความสนใจ และกระแสตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวแบบคาดไม่ถึง เพราะในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาถ่ายรูปเช็คอิน กันเป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเว้นวันหยุด โดยเฉพาะในช่วงนี้ กลีบดอกของ ดอกเสี้ยนฝรั่ง และ คอสมอส กำลังบานสวยงามพริวไหวไปกับลมโชยเย็นๆ ซึ่งผ่านการดูแลเป็นอย่างดีด้วยการให้นำแบบสปริงเกอร์ในช่วงแรก และมาให้น้ำแบบนำหยดในช่องที่ออกดอกแล้ว เพื่อไม่ให้กลีบดอกช้ำ ทำให้ต้นมีระดับสูงกำลังพอดี ดอกสวยงาม ที่สำคัญอยู่กลางหุบเขา มีทิวเขาสวยงามเป็นฉากหลัง

อย่างไรก็ดี คุณลุง มงคล ขอความร่วมมือ นักท่องเที่ยว อย่าเด็ด หรือ ลุยเข้าไปเหยียบย่ำสร้างความเสียหายให้แก่สวนดอกไม้ของเกษตรกร ซึ่งเจ้าของสวน ได้จัดเตรียมสถานที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว มีมุมให้นักท่องเที่ยวได้เลือกถ่ายภาพสวยงามได้หลายมุม ในแต่ละแปลงปลูกจะมีทางเดิน และมีจุดให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป หลายจุดอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้สวนดอกไม้เกิดความบอบช้ำ และไม่สร้างความเสียหายต่อท่อน้ำ หรือ ระบบการให้น้ำในแปลงปลูกได้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นหลัง ได้เที่ยวชมกันนานๆ อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

กกต.รวมสังเกตุการณ์การหาเสียงผู้สมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 4 ลพบุรี

จังหวัดลพบุรี – คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดลพบุรีสังเกตการณ์บรรยากาศการขึ้นเวทีปราศรัยการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 4 โดยมีประชาชนให้ความสนใจมารับฟังเป็นจำนวนมาก

ใกล้โค้งสุดท้ายในการลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ส.ส.จังหวัดลพบุรี ซึ่งในการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งใหม่ที่ได้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งจาก 5 เขตเลือกตั้งเหลือเพียง 4 เขตเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นการแบ่งตามจำนวนของประชาชนที่ต้องเฉลี่ยออกไป ซึ่งจังหวัดลพบุรีจากเขตเลือกตั้งเดิมก็ได้มีการแบ่งย่อยออกไปใหม่ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.และผู้ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนไม่เข้าใจ แต่อาศัยการทำความเข้าใจของผู้สมัคร ส.ส.แล้วลงพื้นที่แนะนำตัวกับผู้ที่มิสิทธิ์ลงคะแนนให้ทราบ โดยในช่วงโค้งสุด ท้ายนี้พบว่าผู้สมัครได้เร่งลงพื้นที่พบกับประชาชนตลอดทั้งวัน ทุกวันตั้งแต่เช้าถึงเย็นในรูปแบบต่าง ๆ

ซึ่งล่าสุดพบว่า ในเขตเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 ที่การลงพื้นที่หาเสียงที่แตกต่างจากในเขตเลือกตั้งอื่น โดยพบว่า นายวรวงศ์ วรปัญญา อดีต ส.ส.สมัยที่ผ่านมา และในปีนี้ยังลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดลพบุรี ในนามพรรคเพื่อไทย หมาย เลข 5 ซึ่งการเปิดเวทีหาเสียงในครั้งนี้ได้เปิดเวทีที่สนามฟุตบอลโรงเรียนพรหมรังษี ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี พบว่ามีนายพหล วรปัญญา อดีต ส.ส.ลพบุรี และเป็นผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดลพบุรี สังกัดพรรคเพื่อไทย หมายเลข 2 มาช่วยหาเสียง ซึ่งพบว่ามีผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน มานั่งรับฟังการปราศรัยกว่า 1 พันคน นอกจากนี้ยังพบว่ามีคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดลพบุรีเดินทางมาบันทึกภาพและสังเกตการณ์ในการขึ้นเวทีปราศรัยในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรพัฒนานิคมมาดูแลความสงบ รักษาความปลอดภัยอีกด้วย

โดยพื้นที่ในการหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 นี้ถือว่าเป็นพื้นที่ใหม่ จากเดิมพื้นที่อำเภอพัฒนานิคมนั้นอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 ครั้งนี้ถูกย้ายมารวมกับเขตเลือกตั้งที่ 4 จึงถือว่าเป็นพื้นที่ใหม่ของผู้สมัครคนดังกล่าวที่จะต้องมีการเปิดตัวกับผู้ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนให้เป็นที่รู้จัก แต่บรรยากาศในหารหาเสียงแนะนำตัวในครั้งนี้ก็สามารถสะกดให้ผู้ที่มารับฟังการปราศรัยได้รับฟังนโยบายของพรรคเพื่อไทย รวมทั้งรับฟังการแนะนำตัวผู้สมัคร หมายเลขประจำตัวอยู่ฟังจนจบ และมีส่วนรวมกับผู้สมัครด้วย นอกจากนี้ยังเชิญชวนให้ผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งกากบาทเลือกพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครสังกัดพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090