กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวง อว. ผนึกภาคีจัดประชุม “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030” ปักหมุดอาหารไทยสู่ความยั่งยืนระดับโลก

กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวง อว. ผนึกภาคีจัดประชุม “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030” ปักหมุดอาหารไทยสู่ความยั่งยืนระดับโลก

วันที่ 20 มกราคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา นักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ และผู้อำนวยการสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมและเสวนาวิชาการ เรื่อง “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030 : วิสัยทัศน์และทิศทางอาหารไทยเพื่อความยั่งยืน” เพื่อยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารไทย และเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ

ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดยสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ มุ่งยกระดับงานวิจัย นวัตกรรม และมาตรฐานการตรวจสอบรับรองเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยตลอดห่วงโซ่การผลิตควบคู่การขับเคลื่อนตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งจะผลักดันอาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีอาหาร และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมเสริมศักยภาพ SMEs และวิสาหกิจชุมชนให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

ด้านนายสมภพ ลาภวิบูลย์สุข ผู้อำนวยการศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิงชีวภาพ สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ (วศ.) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภายในงานมีการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญหลายหน่วยงาน อาทิ เรื่องการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการอาหาร ความปลอดภัยอาหารอย่างยั่งยืน แนวโน้ม Future Food และกรอบทิศทางการวิจัยด้านอาหารในช่วงปี 2026–2030 นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนากลยุทธ์และกรอบทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยแบบบูรณาการ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทย ที่มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน รวมกว่า 35 หน่วยงาน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอาหารคุณภาพและยั่งยืนในเวทีโลก


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ดร.จำนงค์ฯ ประธานบริษัท สีไทยกันไซเพนท์ จำกัด และกาญจนา อัศวเรืองชัย พร้อมด้วยคุณ นงนุชฯ ที่ปรึกษาอาวุโส เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นประธานมอบทุนการศึกษาประจำปี 2569

ดร.จำนงค์ อัศวเรืองชัย ประธานบริษัท สีไทยกันไซเพนท์ จำกัดและกาญจนา อัศวเรืองชัย พร้อมด้วยคุณ นงนุช นามวงศ์ ที่ปรึกษาอาวุโส เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นประธานมอบทุนการศึกษาประจำปี 2569 แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดโรงวัว ต.แม่ก๊า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ พร้อมจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน

ซึ่งนอกจากมอบทุนการศึกษาแล้ว ดร.จำนงค์และคุณกาญจนา ยังบริจาคเงินเพื่อสร้างอาคารเรียน สร้างโรงอาหาร ปรับปรุงและสร้างสนามกีฬาโรงเรียน บริจาครถตู้สำหรับใช้ในกิจการโรงเรียน จัดซื้อโต๊ะ เก้าอี้ และยังสนับสนุนโรงเรียนในด้านอื่นๆอีกจำนวนมาก เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กนักเรียน โดยมีคุณ พิชญาภัค โนลา ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้รับมอบ

นอกจากนี้ยังมีพิธีมอบ “สีตราพัด” นวัตกรรมใหม่สีน้ำกันยุง ภายใต้ แบรนด์แรกของประเทศ ไทย ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท สีไทยกันไซเพนท์ จำกัด ที่ใช้ป้องกันยุงได้ยาวนานถึง 70 เดือน ภายใต้การรับรองของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) มอบให้กับโรงเรียนบ้านห้วยแม่จะค่าน ตชด.อนุสรณ์ ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยมีคุณคำจันทร์ เรือนธนวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปทาสีอาคารเรียนโรงเรียนบ้านห้วยแม่จะค่าน ตชด.อนุสรณ์ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2518 และมีการจัดตั้งเป็นโรงเรียน ตชด.ชื่อโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบำรุงที่ 107 จนกระทั่งในปี 2541 กก.ตชด.ที่ 33 ได้มอบโอนโรงเรียนให้แก่สำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ และใช้ชื่อใหม่ว่า “โรงเรียนบ้านแม่จะค่าน ปัจจุบันมีคุณคำจันทร์ เรือนธนวงษ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกผู้เสียหาย สูญเงิน 1.5 ล้าน ใช้คนมาเลเซียแทนบัญชีม้ามารับเงินต่อกัน

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกผู้เสียหาย สูญเงิน 1.5 ล้าน ใช้คนมาเลเซียแทนบัญชีม้ามารับเงินต่อกัน

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2569 ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2, พ.ต.อ.เด่นโดม ลาภานันต์ ผกก.สน.เตาปูน, พ.ต.ท.อภิวัฒน์ อาจอินทร์ รอง ผกก.สส.สน.เตาปูน สั่งการให้ พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ เพชรสงค์ สว.สส.สน.เตาปูน พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คือชายชาวมาเลเซีย วัย 28 ปี ฐานความผิดฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ตามหมายจับศาลอาญา ณ โรงแรมย่านรามคำแหงกรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 ผู้เสียหาย วัย 72 ปี ได้มาลงประจำวันแจ้งความว่า เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 15.30 น. ตนได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก และตนได้ไปกดเงิน จำนวน 1,500,000 บาท และส่งมอบให้ผู้ก่อเหตุบริเวณลานจอดรถ คอนโดรีเจนท์ เฟส 27 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ต่อมาฝ่ายสืบสวนได้ติดตามตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนสืบทราบว่าคนมารับเงินจากผู้เสียหาย คือชาววัย 28 ปี ชาวมาเลเซียเมื่อได้รับเงินแล้วจะได้นำเงินไปส่งต่อให้กับ ผู้ร่วมขบวนการสัญชาติ มาเลเซีย เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ขอศาลอนุมัติขอหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับได้พักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบตัวไปตรวจค้นห้องพักของโรงแรม พบของกลางภายในห้องคือ

  1. เงินสด 53,300 บาทไทย
  2. เงินริงกิต มาเลเซีย 63 ริงกิต
  3. กระเป๋าสะพายหลัง สีดำ จำนวน 1 ใบ
  4. กระเป๋าเดินทาง สีดำขอบน้ำตาล จำนวน 1 ใบ (ใส่เครื่องปริ้นและตาชั่งดิจิตอล)
  5. เครื่องปริ้นเตอร์ ยี่ห้อEPSON จำนวน 1 เครื่อง (พบภายในกระเป๋าเดินทาง ของกลางลำดับที่2)
  6. เครื่องชั่งดิจิตอล จำนวน 1 เครื่อง (พบภายในกระเป๋าเดินทาง ของกลางลำดับที่2)
  7. ซองกระดาษ สีน้ำตาล จำนวน 47 ซอง
  8. กระดาษ เอ4 จำนวน 1 ริม
  9. ถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 20 ใบ
  10. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน สีแดง จำนวน 1 เครื่อง (ใช้ส่วนตัว)
  11. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง (ใช้ในการติดต่อสื่อสาร)
  12. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อHONOR สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง (ใช้สำหรับส่วนตัว)

จึงทำการตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 จัดกำลังพล สร้างบ่อปูนกักเก็บน้ำ ณ บ้านบริวาร บ้านแม่ตาช้าง หมู่ 11 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน บูรณาการร่วมกับ นักศึกษาชุมชนการเรียนรู้เซเวียร์การศึกษาทางเลือก เพื่อกลุ่มชาติพันธุ์ และประชาชน บ้านบริวาร บ้านแม่ตาช้าง สร้างบ่อปูนกักเก็บน้ำ ขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 3 เมตร สูง 3 เมตร จำนวน 1 บ่อ ณ บ้านบริวาร บ้านแม่ตาช้าง หมู่ 11 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว บูรณาการร่วมกับ นักศึกษาชุมชนการเรียนรู้เซเวียร์การศึกษาทางเลือก เพื่อกลุ่มชาติพันธุ์ และประชาชน บ้านบริวาร บ้านแม่ตาช้าง ดำเนินการสร้างบ่อปูนกักเก็บน้ำ ขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 3 เมตร สูง 3 เมตร จำนวน 1 บ่อ

วัตถุประสงค์เพื่อไว้สำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ในห้วงหน้าแล้ง อีกทั้งปีที่ผ่านมาในทุกๆ ปี ห้วงเดือน มีนาคม – กรกฎาคมจะขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ทั้งอุปโภคและบริโภคต่างๆ ในชุมชนเป็นการบรรเทาการดำรงชีวิตของประชาชน จึงจำเป็นต้องการทำบ่อเก็บน้ำคอนกรีตหรือถังน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) เป็นโครงสร้างกักเก็บน้ำที่มีความทนทานสูงและมีอายุการใช้งานยาวนานหลายทศวรรษ เหมาะสำหรับการสำรองน้ำประปา น้ำฝน หรือน้ำบาดาล เพื่อใช้ในที่พักอาศัย การเกษตร และอุตสาหกรรม ข้อดีของบ่อเก็บน้ำคอนกรีตมีความทนทานต่อสภาพอากาศ แรงกระแทก และการกัดกร่อน รวมทั้งการควบคุมอุณหภูมิของคอนกรีตมีคุณสมบัติเป็นฉนวน ช่วยให้น้ำไม่ร้อนจัดในฤดูร้อนและลดการเกิดตะไคร่น้ำอีกทั้งทนไฟไม่หลอมละลายหรือปล่อยก๊าซพิษเมื่อเกิดไฟไหม้ จึงนิยมใช้เป็นถังน้ำสำรองสำหรับดับเพลิง สามารถ สามารถปรับแต่งออกแบบขนาดและรูปทรงให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานได้ และอาจต้องมีการฉาบหรือเคลือบผิวบ่อเพื่อป้องกันการรั่วซึม และเพิ่มความคงทนเพื่อใช้กักเก็บน้ำสำหรับการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ เช่น การเลี้ยงปลา หรือเพื่อใช้ในครัวเรือน โดยมีข้อดีคือความแข็งแรง ทนทาน ป้องกันการรั่วซึมได้ดี สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ง่าย และดูแลรักษาสะดวกกว่าบ่อดิน การสร้างบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมาก ช่วยให้มีน้ำไว้ใช้อุปโภคและบริโภคห้วงหน้าแล้งที่จะมาถึงนี้ โดยในวันนี้เป็นการมัดเหล็กขึ้นรูป ณ บ้านบริวาร บ้านแม่ตาช้าง หมู่ 11 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.ภัยพิบัติภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) ร่วมเปิดยุทธการ (Kick off) การเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี 2569

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติภาค 3 ( ไฟป่า หมอกควัน ) ร่วมกับ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 4 และ จังหวัดนครสวรรค์ เปิดยุทธการ (Kick off) การเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี 2569


เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติภาค 3 ( ไฟป่า หมอกควัน ) ร่วมกับ จิตอาสาภัยพิบัติ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 4 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 และจังหวัดนครสวรรค์ เปิดยุทธการ (Kick off) การเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี 2569 ณ วนอุทยานเขาหลวง ตำบลหนองกรด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กำลังพลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสาภัยพิบัติจังหวัดนครสวรรค์ และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพื่อแสดงพลังและความพร้อมของทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)

โดยภายในกิจกรรมดังกล่าว มีการปล่อยแถวขบวนรถรณรงค์ของหน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งได้จำลองเหตุการสถานการณ์ควบคุมไฟป่า ตามแผนเผชิญเหตุป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า อีกทั้งซักซ้อมแผนทางอากาศยานการบินเฮลิคอปเตอร์ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน การตรวจจับรถควันดำของสำนักงานขนส่งจังหวัดนครสวรรค์ และร่วมเดินรณรงค์ กิจกรรม “เดินเคาะประตูบ้าน” เพื่อสร้างการตระหนักรู้ ลดการเผา และปลูกจิตสำนึกให้กับประชาชน

ด้วยในห้วงเดือนมกราคม จะเริ่มเข้าสู่ฤดูแล้งซึ่งเป็นช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยว และเตรียมพื้นที่เพื่อทำการเกษตรและการเก็บหาของป่าของชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสถานการณ์ไฟป้าและหมอกควันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรป่าไม้และสุขภาพของประชาชน ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาไฟบ้า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ตลอดจน เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ให้เข้ามามีบทบาทในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ในการลดความรุนแรงของภัยที่จะเกิดขึ้นพร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน จึงกำหนดให้มีกิจกรรมเปิดยุทธการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2s)

ด้าน นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่าทางจังหวัดนครสวรรค์ได้ให้ความสำคัญอย่างจริงจังในด้านการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันจัดกิจกรรมดังกล่าว พร้อมได้กำหนดมาตรการควบคุมการเผาอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในทุกพื้นที่ ห้ามมิให้มีการเผาใด ๆ โดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืน มีบทลงโทษสูงสุดตามกฎหมาย เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

“ทหารพราน 32″ มอบผ้าห่มกันหนาว ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” ในพื้นที่ อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

“ทหารพราน 32″ มอบผ้าห่มกันหนาว ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” ในพื้นที่ อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 กองร้อยทหารพรานที่ 3204 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองบังคับการควบคุมกองกำลังผาเมือง ประจำพื้นที่ด้านสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน เราทำความดี “เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” จัดกิจกรรม “ทหารพราน 32 ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” ลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับประ ชาชน ในพื้นที่ บ้านห้วยไผ่ หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาภัยหนาวสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานทหารกับประชาชนในพื้นที่ จำนวน 3 ราย ดังนี้

  1. นายมาลี พูลคูณ อายุ 72 ปี บ้านเลขที่ 5/4 บ้านห้วยไผ่ หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์
  2. นางสีราวรรณ ฟูใจ อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 114 บ้านห้วยไผ่ หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์
  3. นางบุญตา พลชศรี อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 133 บ้านห้วยไผ่ หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

#ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส #กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน #กรมทหารพรานที่32สุภาพบุรุษชุดดำ #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่32 #กองกำลังผาเมือง


นที มีเดช รายงาน

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ที่ จังหวัดเชียงใหม่

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ที่ จังหวัดเชียงใหม่

เย็นวันนี้ (15 ม.ค. 69) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระ หม่อมให้ หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ณ บ้านเลขที่ 88/8 หมู่ที่ 4 อำเภอแม่ริม จัง หวัดเชียงใหม่ ซึ่งถึงชีพิตักษัย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สิริพระชันษา 78 ปี โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้แทนส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้ารับเสด็จฯ

พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ประสูติเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2490 เป็นพระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ กับ หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา เป็นพระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ และเป็นพระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาชั้นประถมศึกษาที่วชิราวุธวิทยาลัย ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ทรงศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียน Kemper Military School รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา และทรงสำเร็จปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจาก Western Pacific University ซึ่งปัจจุบัน คือ California Miramar University และหลักสูตรปริญญาโทด้านการจัดการกีฬาจากสถาบันเดียวกัน

หลังทรงสำเร็จการศึกษา เสด็จกลับมาทรงรับราชการทหารในตำแหน่งยศร้อยตรี ณ ศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยกองรบที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ จังหวัดลพบุรี


นที มีเดช รายงาน

โจรใจบาป งัดกุฏิเจ้าอาวาสฉกเงินสด 5 หมื่น หลบหนี

นครนายก – ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพโจรใจบาป ฉวยโอกาสช่วงเจ้าอาวาสออกบิณฑบาต ใช้ชะแลงงัดกุฏิฉกเงิน 50,000 บาท เดินหนีหน้าตาเฉย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคลิปกล้องวงจรปิดจับภาพขณะคนร้ายย่องมางัดกุฏิเจ้าอาวาสฉกเงินสดจำนวน 50,000 บาทก่อนที่จะเดินหลบหนีหายไปข้างวัด ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดนางหงส์ ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก และได้พบกับพระสมุห์ประทีป เจ้าอาวาสวัดนางหงส์ ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าเมื่อช่วงเช้าอาตมาได้ออกมาบิณฑบาตรซึ่งเป็นกิจวัตรที่ทำประจำทุกวัน แต่พอกลับไปที่วัดก็เห็นประตูหน้ากุฏิถูกงัดอาตมาจึงเดินเข้าไปในห้องก็พบว่าเงินสดที่วางไว้ที่หัวนอน จำนวน 50,000 บาท ได้หายไป ก็ทำอะไรไม่ถูกครั้งจะเรียกดูกล้องภายในบริเวณวัดก็ดันหัวห้อยเสียอีก จึงได้ไปจ้างคนให้มาเปิดดูกล้องวงจรปิดหน้ากุฏิก็เลยรู้ว่าเป็นหัวขโมยที่มาเดินดูลาดเลา รู้ว่าไม่มีใครอยู่ก็เลยใช้ชะแลงมางัดกุญแจและเข้าไปในกุฏิเพื่อไปขโมยเงิน ซึ่งอาตมาคิดว่าคนร้ายไม่ใช่คนแถวนี้เพราะว่าไม่เคยเห็นหน้าคนก่อเหตุมาก่อน หรืออาจจะเป็นคนภายในที่ให้เบาะแส เพราะรู้ที่ว่าอาตมาเอาเงินเก็บไว้ตรงไหน ก็อยากจะฝากบอกโจรที่มาขโมยเงินอาตมาไปอย่าไปทำแบบนี้กับใครกับพระกับเจ้ามันบาปและเงินที่ได้ไปก็เป็นเงินที่ญาติโยมเขามาถวายเพื่อเอาไปบูรณะปฏิสังขรณ์ให้มันดีขึ้น อยากให้คนร้ายกลับเนื้อกับตัวเป็นคนดีอย่าไปก่อเหตุแบบนี้ที่ไหนอีกนะโยม

ซึ่งต่อมาทางเจ้าอาวาสได้เดินทางไปที่สภ.เมืองนครนายก เพื่อไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในการก่อเหตุของคนร้ายในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบบริเวณวัดดังกล่าวแล้วพร้อมกับนำของกลางคือชะแลงเก็บไว้เป็นหลักฐานและจะตรวจลายนิ้วมืออีกครั้งเพื่อหาเบาะแสคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ลงพื้นที่ลพบุรีหาเสียงช่วย เสธแป๊ะ

จังหวัดลพบุรี – หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ลงพื้นที่ลพบุรีหาเสียงช่วยเสธแป๊ะ

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ได้ลงพื้นที่หาเสียงช่วย พล.ท.สิทธิชัย คัตตะพันธ์ ผู้สมัครของพรรค พื้นที่เลือกตั้งลพบุรี เขต 1 เบอร์ 10 ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่า “ตนเองอยากบอกว่า ลพบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งที่พื้นที่มีเพื่อน ข้าราชการทหารอยู่เป็นจำนวนค่อนข้างเยอะ ถือเป็นจังหวัดของทหาร รวมทั้งเป็นแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ได้การตอบรับจากพี่น้องประชาชนชาวลพบุรีเป็นอย่างดี รวมทั้งมีสิ่งที่ประชาชนสะท้อนเข้ามาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ดินทำกิน เรื่องของค่าครองชีพที่มีปัญหา ตลอดจนเรื่องของผู้สูงวัยที่มีค่อนข้างเยอะ ทั้งหมดก็เป็นนโยบายที่ทางพรรคโอกาสใหม่ เราจะผลักดันอยู่แล้วโดยเฉพาะเรื่องรัฐสวัสดิการ เรื่องของการจัดการเรื่องที่ดิน โดยใช้ One Map ให้เสร็จภายในปี 69 เรื่องของค่าครองชีพ เราก็มีนโยบายในการที่จะลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้พี่น้องประชาชน และเรื่องการแช่แข็งหนี้ทั้งระบบ ซึ่งเราก็จะดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ถ้ามีโอกาสได้เข้าไปทำงานในสภาหรือได้ร่วมรัฐบาล

ต่อคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่า จากที่เคยนั่งเก้าอี้ รมว.ทส.มา หากมีการสร้างถนนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือพื้นที่ป่าสงวน เพื่อเป็นกันชนการรุกล้ำของประเทศเพื่อนบ้าน และหากมีโอกาสไปบริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะมีแนวทางอย่างไร นายจตุพร ตอบว่า ในแนวคิดของตนเอง แม้พื้นที่อุทยานแห่งชาติจะเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งเรามีการดูแลดี ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ แต่ในเชิงความมั่นคงตามตะเข็บแนวชายแดน จำเป็นต้องมีการทำเส้นทางเพื่อการเข้าถึงในอาวุธยุทโปกรณ์และลาดตระเวนตรวจตราได้ จึงมีแนวทาง เสนอให้มีการสร้าง “ถนนชั่วคราว” หรือเส้นทางยุทธศาสตร์เพื่อให้รถตรวจการณ์ของกองทัพและเจ้าหน้าที่ คอยตระเวนชายแดนเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายขึ้น เพื่อความปลอดภัยและการดูแลรักษาอธิปไตย

ส่วนการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างถาวรนั้น ปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติ เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นทั้งโลก เรายืนยันว่าเป็นสี่เสาหลักที่ต้องแก้ไข ตนจำได้ว่าปี 54 ลพบุรีโดนน้ำท่วมหนักเลย ซึ่งตอนนั้นตนมีโอกาสมาตรวจราชการด้วย เห็นได้ว่า พื้นที่ลพบุรีและกรุงเทพฯ ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจากการระบายน้ำจากภาคเหนือและภาคกลางลงสู่อ่าวไทยไม่ทัน จึงจะ เสนอโครงการเมกะโปรเจกต์ สร้างเขื่อนหรือระบบบริหารจัดการน้ำบริเวณปากอ่าวไทย เพื่อควบคุมระดับน้ำทะเลหนุนและเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก อย่างมีประสิทธิภาพ และจะเกิดพื้นที่งอกขึ้นมา ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ และระบบนี้จะช่วยกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งได้ด้วย

ขณะที่นโยบายแก้ปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะ กยศ. ที่เป็นหนี้จากการศึกษา ทางพรรคมีนโยบาย “แช่แข็งหนี้” แต่ละประเภท เพื่อนำหนี้ของประชาชน รวมถึงหนี้ กยศ. มาตรวจสอบและพิจารณาเป็นรายกรณี ที่อาจมีการหยุดส่งหนี้ ซึ่งระหว่างนี้จะไม่มีการฟ้องร้อง และไม่ส่งชื่อเข้าเครดิตบูโร ซึ่งการหยุดส่งหนี้นั้นไม่ใช่เป็นการไม่ต้องชำระหนี้ แต่หยุดก่อนเพื่อให้โอกาสลูกหนี้ได้ตั้งตัวและลดภาระทางจิตใจและทางเงิน สำหรับการผลักดันสินค้าเพื่อการเกษตรนั้น สมัยที่ตนเองอยู่กระทรวงพาณิชย์ เคยทำโครงการ “ธงเขียว” มุ่งเน้นการลดราคาปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช เพื่อให้เกษตรกรมีต้นทุนที่ต่ำลงและเหลือผลกำไรมากขึ้น “ หน.พรรคโอกาสใหม่กล่าวทิ้งท้าย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ผู้ว่าโคราช นำพสกนิกรวางพุ่มดอกไม้ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2569 พร้อมนำประชาชนจิตอาสาปฏิบัติงานทางด้านจิตอาสา

ผู้ว่าโคราช นำพสกนิกรวางพุ่มดอกไม้ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2569 พร้อมนำประชาชนจิตอาสาปฏิบัติงานทางด้านจิตอาสา

​เมื่อวันที่(17 มค.69) เวลา 08.30 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะเนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2569 ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทย และทรงมีพระปรีชาสามารถทั้งในด้านการปกครอง การเศรษฐกิจ และศาสนา อันเป็นรากฐานสำคัญของชาติไทยมาจนถึงปัจจุบัน

​ในโอกาสนี้ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยังได้เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาเป็นเงินจำนวน 83,000 บาท ให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษเขต 11 นครราช สีมาเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

​นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การส่งเสริมการศึกษาคือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กพิเศษที่ต้องการความดูแลและโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อให้เขาสามารถเติบโตและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นายอนุพงศ์ กล่าว


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน