รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ทีมตำรวจไทย โชว์ศักยภาพในการแข่งขัน UAE Swat Challenge 2026 ปท.อาหรับเอมิเรตส์

รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ทีมตำรวจไทย โชว์ศักยภาพในการแข่งขัน UAE Swat Challenge 2026 ปท.อาหรับเอมิเรตส์

วันที่ 27 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต. พิทักษ์ อุทัยธรรม รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. และคณะ ตรวจเยี่ยมกำลังพลที่จะเข้าร่วมแข่ง ขัน UAE Swat Challenge 2026 ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมี พล.ต.ต.เสวัจ พิชิตภัย ผบก.สอ.บช.ตชด., พ.ต.อ. รังสรรค์ เนตรเกื้อกิจ รอง ผบก.สอ. บช. ตชด., พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผบก.สอ.บช.ตชด. พ.ต.อ. อธิวัฒน์ ลาสุทธิ รอง ผบก. สอ.บช.ตชด. ให้การต้อนรับ

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งทีมปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธี เข้าร่วมการแข่งขันชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE Swat Challenge มาหลายปี และในแต่ละครั้งตำรวจไทยทำผลงานดีเยี่ยม โดยในปีที่ผ่านมา ทีมตำรวจไทยทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ติดTop 5 และ Top 10 สุดยอดทีมปฏิบัติการพิเศษระดับโลก โดยประเภททีมชายได้อันดับ 5 และอันดับที่ 6 ขณะที่ทีมตำรวจหญิงคว้าอันดับ 1 ในการแข่งขัน

สำหรับการแข่งขันชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธี สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 2569หรือ UAE Swat Challenge 2026 จัดขึ้นที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 7-11 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษ จากหลายประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฯลฯ รองผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า โดยปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธ วิธีเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 3 ทีม แบ่งเป็น ทีมชาย 2 ทีม และทีมหญิง 1 ทีม โดยเก็บตัวและซ้อมเสมือนจริง ณ ค่ายนเรศวร กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นระยะเวลากว่า 2 เดือน ใช้ทีมชุดปฏิบัติการพิเศษนเรศวร 261 , อรินทราช 26 และชุดปฎิบัติการพิเศษจากบช.ต่างๆ เข้าร่วมประกอบทีม เดินทางไปที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่1 ก.พ. เพื่อร่วมประชุมทีมและซักซ้อมก่อนแข่งขันจริงในวันที่ 7-11 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งนี้้ทีมตำรวจไทยถือว่ามีความพร้อมและจากการชมการสาธิตสามารถทำเวลาได้ดีอยู่ที่ 1 นาที 26 วินาที ซึ่งถือว่าเวลาดีกว่าอันดับที่ 1 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามสิ่งที่ค่อนข้างกังวลคือ สภาพอากาศ การควบคุมอารมณ์ความกดดันของนักกีฬา ซึ่งการซ้อมวันนี้ถือว่าตรงตามเป้าที่ตั้งไว้

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า กติกาการแข่งขันยังคงยึดหลักเกณฑ์เดิมตามมาตรฐานของ FBI และจะทำการแข่งขัน 5 สถานี (สเตจ) ได้แก่

  1. การช่วยตัวประกัน (Hostage Rescue)
  2. สถานการณ์โจมตี (Assault Event)
  3. ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ (Officer Rescue)
  4. การโจมตีอาคารสูง (Tower Assault) และ
  5. การผ่านอุปสรรคและสิ่งกีดกั้น (Obstacle Course)

ซึ่งจะต้องใช้ทักษะในการยิงปืนสั้น ปืนกลมือ ปืนซุ่มยิงระยะไกล ปืนยิงแก๊ส การใช้อุปกรณ์การโรยตัว รอกเดี่ยว การช่วยเหลือตัวประกัน/ผู้บาดเจ็บ และทดสอบพละกำลังทางยุทธวิธี และการผ่านสิ่งกีดขวางต่าง ๆ

โดยแต่ละทีมจะต้องใช้เวลาให้น้อยที่สุดและไม่ถูกลงโทษหรือถูกตัดคะแนน อย่างไรก็ตามการส่งทีมหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมการทดสอบแข่งขันในระดับโลก นั้น วัตถุประสงค์ที่สำคัญคือต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจในความสามารถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าจะสามารถตอบสนองเหตุการณ์วิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพอันจะนำสู่ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและความเชื่อมั่นศรัทธาในที่สุด อีกทั้งกำลังพลที่ร่วมแข่งขันจะมีโอกาส แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ เทคนิคในการใช้อาวุธ และแผนการปฏิบัติการ ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างองค์กรตำรวจประเทศต่าง ๆ ขอพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมกันส่งแรงใจเชียร์ทีมชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจไทย


บรรณรต เพชรบุรี

นครปฐม จัดกิจกรรมสวดมนต์และเจริญจิตตภาวนา ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนมค.69 เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการทุกภาคส่วน ตั้งมั่นในศีลในธรรม

จังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระและเจริญจิตตภาวนา ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนมกราคม 2569 เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการทุกภาคส่วน ตั้งมั่นในศีลในธรรม

วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมพิมานปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต. พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนมกราคม 2569 โดยมีพระศรีวิสุทธิวงศ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม นำสวดมนต์ไหว้พระ, อาราธนาศีล 5 กล่าวสัมโมทนียกถาให้ข้อคิดหลักธรรม และเจริญจิตตภาวนา ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน แก่ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา และอื่นๆ ก่อนการประชุมคณะกรมการจังหวัด

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย การมอบแนวทางข้อราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด การติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการบริโภค ผลการเบิดจ่ายงบประมาณ ผลการดำเนินงานของตำรวจภูธรจังหวัด ผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน การป้องกันปราบปรามยาเสพติด และแนะนำตัวข้าราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ศอญ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 จัดกำลังพลร่วมกิจกรรม “จิตอาสาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์” เนื่องในวันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์ 2569

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลร่วมกิจกรรม “จิตอาสาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์” เนื่องในวันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์ 2569

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. พันเอก สิงหนาท โลสุยะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานในกิจกรรม “จิตอาสาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์” เนื่องในวันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์ 2569 โดยจัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมกับกำลังพลจิตอาสาทหารผ่านศึก เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ ณ พุทธสถานดอยเจดีย์ ค่ายเม็งรายมหาราช ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมรำลึกถึงคุณูปการอันทรงคุณค่าของทหารผ่านศึก ผู้ซึ่งได้เสียสละกำลังกาย กำลังใจ และชีวิตในการปกป้องประเทศชาติ ด้วยความจงรักภักดีและความภาคภูมิใจ อีกทั้งยังเป็น การปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการเสียสละและจิตอาสาให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในสังคม

#ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน #มณฑลทหารบกที่37 #จิตอาสาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ #วันทหารผ่านศึก #รำลึกคุณูปการทหารผ่านศึก #จิตอาสาพระราชทาน #จังหวัดเชียงราย


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ. ชื่นชมความสำเร็จพิธีวันกองทัพบก เน้นย้ำเสริมความพร้อมรบต่อเนื่อง กำชับกำลังพลวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

ผบ.ทบ. ชื่นชมความสำเร็จพิธีวันกองทัพบก เน้นย้ำเสริมความพร้อมรบต่อเนื่อง กำ ชับกำลังพลวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

วันนี้ (26 มกราคม 2569) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.30 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 4/2569 โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ผู้บัญชาการทหารบกได้ประกอบพิธีมอบรางวัลผลการประเมินการสวนสนามของกองพันสวนสนาม ในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพบก ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การทหารม้า จังหวัดสระบุรี แก่หน่วยที่มีผลการปฏิบัติยอดเยี่ยม ได้แก่ กองพันทหารช่างที่ 1, กองพันทหารม้าที่ 17 กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์, กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 และกองพันบริการ กองบริการ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ พร้อมกล่าวชื่นชมและขอบคุณทุกหน่วยที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ส่งผลให้การจัดพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้

จากนั้น ที่ประชุมได้รับฟังการสรุปสถานการณ์สำคัญจากหน่วยขึ้นตรงถึงความก้าวหน้าการจัดตั้งหน่วยศูนย์สงครามอากาศยานไร้คนขับกองทัพบก (ศสอร.ทบ.) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านอากาศยานไร้คนขับ รองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ สนับสนุนภารกิจทั้งในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนในได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 ซึ่งเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ถึงวันที่ 25 มกราคม 2569 โดยในส่วนของกองทัพบกมีผู้สมัครจำนวน 29,891 คน คิดเป็นร้อยละ 105.9 ของยอดเปิดรับสมัคร ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของเยาวชนที่มีต่อการเข้ารับราชการทหาร ทั้งนี้ จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ผ่านการคัดเลือกฯ และยืนยันจำนวนผู้ผ่านการคัดเลือกฯ อีกครั้งในสิ้นเดือนมกราคมนี้

พร้อมกันนี้ กองทัพบกได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามตามคำสั่งจักรพงษ์ภูวนารถ ทั้งในกลุ่มของทหารกองประจำการที่สมัครใจขอเลื่อนปลดเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 และกลุ่มของกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งยังมิได้เป็นข้าราชการ โดยจะมีโควตาเพิ่มเติมในการคัดเลือกเข้ารับราชการ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและตอบแทนความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่

ในช่วงท้ายการประชุม ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวขอบคุณหน่วยขึ้นตรงทุกหน่วยที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ และการสนับสนุนภารกิจของกองกำลังป้องกันชายแดน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร รวมถึงศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อาทิ ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ภัยความมั่นคงต่างๆ ตลอดจนการสนับสนุนพระราชพิธีและงานสำคัญของชาติอย่างต่อเนื่อง

ด้านการเตรียมความพร้อมกำลังรบ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยดำเนินการฝึกตามวงรอบอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความสำคัญกับการวางแผน การจัดการฝึก การประเมินผล และการทบทวนบทเรียน พร้อมบริหารทรัพยากร งบประมาณ เวลา และกำลังพลให้สอดคล้องกับภารกิจและระดับความพร้อมรบ รวมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยสามารถริเริ่มพัฒนาแนวทางเสริมสร้างขีดความสามารถของตนเองได้อย่างเหมาะสม

สำหรับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ผู้บัญชาการทหารบกได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชี้แจงและสร้างความเข้าใจแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างถูกต้อง ให้ตระ หนักถึงสิทธิ หน้าที่ และการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมส่งเสริมการใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างสุจริตและมีคุณภาพ สอดคล้องกับนโยบายกองทัพบกที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ควบคู่กับการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง การดูแลกำลังพล และการช่วยเหลือประชาชน โดยเน้นย้ำว่ากำลังพลกองทัพบกคือประชาชนคนไทยที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ต้องปฏิบัติหน้าที่พลเมืองที่ดี ดำรงตนด้วยความรับผิดชอบ ใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบ และร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งความเข้าใจและความสามัคคีในสังคม


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

เหล่ากาชาด จ.น่าน ร่วมภาคเอกชน จัด “วันรวมน้ำใจสู่กาชาดน่าน รับบริจาคสิ่งของ เงินบริจาค เพื่อนำรายได้ไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศล

จังหวัดน่านและเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน ร่วมภาคเอกชนจัดกิจกรรม“วันรวมน้ำใจสู่กาชาดน่าน “เพื่อนำสิ่งของ เงินบริจาคไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศล ออกร้านกา ชาด ในงานประจำปี และของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569 ระหว่าง วันศุกร์ที่ 13 กุมภา พันธ์ – วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2568 รวม 10 วัน 10 คืน ชมการแสดงดนตรีสด และการแสดงคอนเสิร์ต ณ แม่น้ำน่าน เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 ที่ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาด/กิ่งกาชาด/คณะกรรมการ/สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน, นายบรรจง ขุนเพชร, นางวิไลวรรณ บุดาสา, นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายอำเภอทั้ง 15 อำเภอ, ผู้บริหารจังหวัดน่าน, พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผบก.ภ.จว.น่าน พร้อมด้วย คุณละมัย กัลยา ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดน่าน และแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดน่าน, นางอริสา บุญสม รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วย นายปกฤษณ์ คำเหลือง ปลัดเทศบาลเมืองน่าน, นายแพทย์กนก พิพัฒน์เวช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน ร่วมกิจกรรมหัวหน้าส่วนราชการ มณฑลทหารบกที่ 38 ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ผู้ประกอบการห้างร้าน ร่วมจัดกิจกรรม “วันรวมน้ำใจสู่กาชาดน่าน “ กว่า 60 หน่วยงาน ได้มามอบสิ่งของ เงินบริจาค จำนวนมาก เช่น เงินสดจำนวนหลายแสนบาท รถจักยานยนต์ ทีวีสี ตู้เย็น รถจักรยาน นอกนั้นมีพัดลม หม้อหุงข้าว ที่นอน ผ้าห่มกันหนาว และอื่นๆ อีกมาก เพื่อนำสิ่งของ เงินบริจาค ไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศล ออกร้านกาชาด ในงานประจำปี และของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569 ระหว่าง วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ – วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2568 รวม 10 วัน 10 คืน

กิจกรรมออกร้านกาชาด ในงานประจำปี และของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569 มีการจัดบูธแสดงสินค้าต่างๆ จาก 15 อำเภอ การออกร้านกาชาดน่าน การแสดงนิทรรศการหน่วยงานราชการ บริษัท ห้างร้าน มินิมอเตอร์โชว์ สวนสนุกสำหรับเด็กๆ และกิจกรรมหลากหลาย เพื่อส่งเสริมการผลิตภาคการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ของท้องถิ่น อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น และชาติพันธุ์ต่าง ๆ การจัดแสดงนิทรรศการตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร การส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน และจัดหารายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดน่านต่อไป

นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาด กล่าวว่า เหล่ากาชาชาดจังหวัดน่าน กาชาดจังหวัดน่านเป็นองค์กรการกุศล ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสภากาชาดไทย ในส่วนภูมิภาคโดยมี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย มีภารกิจหลักในการดำเนินงาน 8 ด้านได้แก่การช่วยเหลือผู้ประสบภัยการจัดหาและบริการโลหิตดวงตาและอวัยวะให้การสังคมสงเคราะห์การส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ผู้ด้อยโอกาสการดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดน่าน

ในภารกิจดังกล่าวข้างต้น เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน ต้องจัดงาน ต้องจัดหา งบประมาณด้วยตัวเองและบริหารจัดการงบประมาณให้เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับของสภากาชาดไทย ในปีงบประมาณ พ.ศ 2569 เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน จึงกำหนดกิจกรรมจัดหารายได้ การออกร้านกาชาด ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569 เพื่อนำเงินรายได้จากการออกร้านกาชาดไปสมทบงบประมาณประจำปี พ.ศ 2569 เป็นค่าใช้จ่ายตามภารกิจ 8 ด้านของกาชาดจังหวัดน่านให้บรรลุตามวัตถุประสงค์

ในวันนี้ การจัดงานวันรวมน้ำใจสู่กาชาดน่าน มีวัตถุประสงค์เพื่อขอรับการสนับสนุนสิ่งของรางวัล หรือเงินบริจาค จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ห้างร้าน ผู้มีจิตศรัทธาต่างๆ โดยจะรวบรวมสิ่งของรางวัลที่ได้รับในวันนี้ไปจัดกิจกรรมมหารายได้ ณ ร้านกาชาด ในงานประจำปีของดีเมืองน่าน ประจำปี พ.ศ 2569 ระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณริมแม่น้ำน่าน เชิงพระเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ โดยจัดกิจกรรมทำบุญลุ้นรับโชค เช่น จัด ชุดของรางวัล “นาทีทอง” “มินินาทีทอง” และ “รางวัลพิเศษ” ให้ประชาชนที่เที่ยวชมงาน สามารถเลือกเสี่ยงโชค ลุ้นรับของรางวัลและมีโอกาสได้ร่วมทำบุญกับ เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน อีกด้วย ในการออกร้านกาชาดปี 2568 ที่ผ่านมามีรายได้จากการออกร้านกาชาดทั้งสิ้น 416,600 บาท

การจัดงานวันรวมน้ำใจสู่กาชาดครั้งนี้ ขอขอบคุณ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดน่าน หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเอกชน ร้านค้า และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเหล่ากาชาดจังหวัดน่านด้วยดีเสมอมาและจะดำเนินงานตามภารกิจในการ “บรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย” ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ต่อไป


จ.ส.อ. สันติไฌญจารุพิพัฒน์บุตร Nation TV –NAN

ชมรมชาวพิจิตร ประกาศ พลิกโฉมใหม่ สู่ภาพลักษณ์ ที่สร้างการยอมรับในสังคม แถลงข่าวเตรียมเปิดตัว หนังสือ E-BOOK “พิจิตรดินแดนมหัศจรรย์ “

ชมรมชาวพิจิตรในจังหวัดพิษณุโลก ประกาศ พลิกโฉมใหม่ สู่ภาพลักษณ์ ที่สร้างการยอมรับในสังคม แถลงข่าวเตรียมเปิดตัว หนังสือ E-BOOK “พิจิตรดินแดนมหัศ จรรย์ “

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ดร.สมไทย วงษ์เจริญ ประธานชมรมชาวพิจิตรในจังหวัดพิษณุ โลก ประกาศ พลิกโฉมใหม่ สู่ภาพลักษณ์ ที่สร้างการยอมรับในสังคม ด้วยมีบุคคลสำคัญอธิ พลเอก ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์, นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม สมาชิกวุฒิสภา, พลโท ประสาน แสงสิริรักษ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3, นายอัครโชค สุวรรณทอง อดีตปลัดจังหวัดพิษณุโลก, นายธีรศักดิ์ ศรีสมพงษ์ นายอำเภอบางบางระกำ และพ่อค้าคหบดีชาวพิจิตรในพิษณุโลกอีกมากมาย โดยในปี 2569 ยังคงรับสมาชิกชาวพิจิตรที่ทำงานในพิษณุโลกและชาวพิจิตรที่อยู่ในพิจิตร หรือผู้ที่เคยรับราชการหรือทำธุรกิจในพิจิตร เข้ามาเป็นสมาชิก เพื่อเปิดเวทีมีพื้นที่พบปะพูดคุย สังสรรค์ คอยช่วยเหลือ พร้อมยกระดับทุกกิจกรรมให้ได้คุณภาพมีมาตรฐาน สร้างความสุข และประสานงานเกื้อกูลกัน โดยไม่เกี่ยวข้องทางการเมืองใด ๆ มุ่งสร้างประโยชน์แก่สังคม ช่วยเหลือดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง

ดร.สมไทย วงษ์เจริญ เปิดเผยอีกว่า ค่ำคืนที่ผ่านมา 25 มกราคม 2569 ชมรมชาวพิจิตรในจังหวัดพิษณุโลกได้จัดงานสังสรรค์ปีใหม่ แถลงข่าวเตรียมเปิดตัว หนังสือ E-BOOK “พิจิตรดินแดนมหัศจรรย์ ” อัดแน่นด้วยสาระเรื่องราวของดีในเมืองพิจิตร โดยเฉพาะ 12 บุคคลสำคัญขอจังหวัดพิจิตร สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์, สถานที่ท่องเที่ยว, พระเครื่องเมืองพิจิตร, เกจิอาจารย์ชื่อดังของพิจิตรอธิ หลวงปู้โง่น โสรโย ผู้สร้างตำนานพระสุพรรณกัลยา หลวงพ่อเงิน, หลวงพ่อเขียน, หลวงปู่หวั่น, หลวงพ่อหมอ , พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์สถานที่ตั้งกองทัพกู้ชาติของลุงโฮ, พระยาโหราธิบดี, ภัตตราคารจีนแต้จิ๋ว 100 ปี และ ก๋วยเตี๋ยวดังอาหารเด็ดขึ้นชื่อของพิจิตรในทุกอำเภอ,ย่านการค้าสมัยสงครามโลก, เสาปั้นจั่น และ สะพานหินสาวงามที่ป่าแดง เป็นต้น

พิจิตรเป็นต้นกำเนิดวิชาโหราศาสตร์ ศึ่งจะสร้างอนุสาวรีย์ พระยาโหราธิบดี ลูกชื่อศรีปราชญ์, เจ้าพระยาโคตรตะบอง จึง มั่นใจว่า ข้อมูลเหล่านี้จะดึงดูดผู้คนจากทั่วสารทิศ เดินทางมาสัมผัสของจริง ของแท้ สู่การสร้างงาน สร้างรายได้ สู้พื้นที่ ล่าสุดสมาชิกชมรมชาวพิจิตรในจังหวัดพิษณุโลกต่างเห็นขอบคุณ การสนับสนุนจาก สว.ไพบูลย์ ณ บุตรจอม ที่จะผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จโดยเร็ววัน ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 และ หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ “ร้อยใจรักษ์ ฮาล์ฟมาราธอน” ครั้งที่ 4 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี

กองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 และ หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ “ร้อยใจรักษ์ ฮาล์ฟมาราธอน” ครั้งที่ 4 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 พันเอก กิตติ นาใจ ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย กองกำลังผาเมือง และหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วมกิจกรรมและให้การต้อนรับ พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นประธานเปิดกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ “ร้อยใจรักษ์ ฮาล์ฟมาราธอน” ครั้งที่ 4 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ กาดหลวงร้อยใจรักษ์ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน อาทิ โครงการร้อยใจรักษ์, โรงพยาบาลแม่อาย, กิ่งกาชาดอำเภอแม่อาย, สมาคมครูและบุคลากรทางการศึกษาอำเภอแม่อาย และชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอแม่อาย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนและประชาชนเห็นความสำคัญของการเล่นกีฬา ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ในพื้นที่อำเภอแม่อาย และระดมทุนเพื่อสาธารณกุศล รายได้จากการจัดงานจะนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลแม่อาย, ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและนักเรียนที่ยากจนผ่านกิ่งกาชาดอำเภอแม่อาย รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)

สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้มีนักวิ่งสมัครเข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 2,114 คน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่: ครอสคันทรี่ ระยะทาง 21 กิโลเมตร ครอสคันทรี่ ระยะทาง 10 กิโลเมตร ฟันรัน แฟมิลี่รัน และประเภทนักเรียน ระยะทาง 5 กิโลเมตร


เพื่อไทย จัดปราศรัยใหญ่ชุมพวง “ดร.เชน” นำทัพแกนนำขึ้นเวที ปลุกกระแสโคราช เลือกทั้งคนทั้งพรรค

นครราชสีมา – เพื่อไทยจัดปราศรัยใหญ่ชุมพวง “ดร.เชน” นำทัพแกนนำขึ้นเวที ปลุกกระแสโคราช เลือกทั้งคนทั้งพรรค

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยใหญ่ โดยมี “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เดินทางมาร่วมพบปะประชาชน พร้อมแกนนำพรรคและผู้สมัคร สส.จังหวัดนครราชสีมา ครบทั้ง 16 เขต ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก

การปราศรัยครั้งนี้มีแกนนำสำคัญร่วมเวที อาทิ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ นายนิกร โสมกลาง ผู้สมัคร สส.เขต 8 เบอร์ 1 ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่อพี่น้องประชาชน

โดยเนื้อหาการปราศรัยเน้นย้ำการสร้างความเชื่อมั่นว่า “เพื่อไทยทำได้” พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกทั้งผู้สมัครและพรรค เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการทำงานแก้ปัญหาประเทศและปากท้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังสะท้อนว่าปัญหาสำคัญที่ทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ คือความไม่สามัคคี และย้ำว่าไม่ควรให้เกิดความขัดแย้งซ้ำอีกในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ด้าน นายนิกร โสมกลาง ผู้สมัคร สส.เขต 8 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การที่ “ดร. เชน” เดินทางมาปราศรัยในพื้นที่ครั้งนี้ จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นและสร้างกระแสสนับสนุนพรรคให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น จากเดิมที่ฐานเสียงเพื่อไทยมีความเหนียวแน่นอยู่แล้ว พร้อมระบุว่าประชาชนจะได้ฟังวิสัยทัศน์และนโยบายสำคัญอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความตั้งใจของพรรคในการทำงานเพื่อประชาชน

นายนิกร กล่าวอีกว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและปากท้อง อาทิ นโยบายประกันกำไรผลผลิตทางการเกษตร, หวยเกษียณ, ล้างหนี้ รวมถึงแนวทางดูแลผู้มีรายได้น้อย โดยการประกันรายได้ให้ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อเดือนให้มีรายได้ถึง 3,000 บาททุกเดือน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ปัญหาความยากจนอย่างตรงจุด

ส่วนกระแสการแข่งขันทางการเมืองที่เริ่มรุนแรงขึ้น นายนิกร ยืนยันว่าไม่กังวล และขอให้การหาเสียงเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันกันด้วยนโยบายมากกว่าการโจมตีกัน พร้อมมั่นใจว่าประชาชนมีวิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกพรรคที่ตอบโจทย์ชีวิตของตนเอง ท้ายที่สุด นายนิกร ฝากถึงประชาชนให้ร่วมกันออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หากเห็นว่าตนทำงานในพื้นที่ได้ดี ขอให้สนับสนุนหมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมย้ำความมั่นใจว่าผู้สมัครเพื่อไทยทั้ง 16 เขต เดินหน้าลงพื้นที่ทำงานหนักต่อเนื่องทุกวัน และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมาอย่างแน่นอน


ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สุดยิ่งใหญ่….งานบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ประจำปี 2569

สุดยิ่งใหญ่….งานบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ประจำปี 2569 นักเรียนกว่า 300 คน จัดขบวนเครื่องไหว้สักการะ รำบูชาศรัทธา ความดีผู้พิทักษ์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ร่วมกับ นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พระอธิการกัมปนาท สุเขธิโต เป็นเจ้าอาวาสวัดหมูสี นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปากช่อง นายเทอดไท แสงผล นายอำเภอวังน้ำเขียว และดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนคร ราชสีมา ร่วมพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ปฏิบัติติดต่อกันมา วันที่ 26 มกราคมของทุกปี ปีนี้ตรงวันจันทร์ วันพระขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ถือเป็นวันดีโชคลาภ ร่ำรวย

โดยมี อดีตหัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ สมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลหมูสี ชมรมฮักเขาใหญ่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างอุทยานฯเขาใหญ่ ฝ่ายปกครอง สถานศึกษา องค์กรภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป

ร่วมพิธีอันยิ่งใหญ่ พิธีพราหมณ์ ถวายของเซ่นไหว้จุดธูปเทียนบูชาหน้าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เทพเจ้าผู้ดูแลผืนป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่ ที่ปกปักรักษาเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยวและสัตว์ป่าในผืนป่าเขาใหญ่ พิธีสงฆ์ การมอบทุนการศึกษาให้บุตรธิดาลูกหลาน ผู้พิทักษ์ป่า

ส่วนไฮไลท์คือ การรำบูชาศรัทธาเจ้าพ่อเขาใหญ่ ประจำปี 2569 โดยนักเรียน โรงเรียนปาก ช่อง จำนวนกว่า 300 ชีวิต มีการจัดรูปขบวนเครื่องไหว้สักการะบูชา เดินจากหน้าด่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มายังศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ก่อนทำพิธีไหว้และรำบูชาอย่างยิ่งใหญ่สวยงามตระการตา

ขณะที่ประชาชน ผู้ประกอบการ นำข้าว อาหารหวาน คาว มาจัดบูธเป็นโรงทาน ด้านในประตู กว่า 50 โรงทาน ด้านริมถนน เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงานทานฟรี ถือเป็นการทำบุญ อีกด้วย


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ตม.สงขลา ร่วมกับศุลกากร รวบคนขับหัวใส ดัดแปลงช่องลับซุกต่างด้าวคาด่าน

สงขลา/สะเดา – ตม.สงขลา ร่วมกับศุลกากร รวบคนขับหัวใส ดัดแปลงช่องลับซุกต่างด้าวคาด่าน

วันนี้ 27 ม.ค.69 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต. ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก. ตม.6, พ.ต.อ.สรธรรศ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา, นายหะริน หอวัง นายด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ บูรณาการกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณฝั่งขาเข้าราชอาณาจักร

ต่อมาพบรถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียนสงขลา ขับผ่านด่านตรวจคนขับชื่อนายมูฮัมมัด(นามสมมติ) อายุ 31 ปี สัญชาติไทย มีอาการพิรุธ จึงแสดงตัวขอตรวจค้นพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง 2 คน หลบซ่อนในช่องลับดัดแปลงใต้เบาะที่นั่งหลังคนขับ จากการสอบถามนายมูฮัมมัด ให้การรับสารภาพว่า ไปรับคนต่างด้าวทั้ง 2 คน ซึ่งไม่มีหนังสือเดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย เพื่อจะไปส่งที่ตลาดปาดังเบซาร์ ตก ลงค่าเดินทาง 200 ริงกิตต่อคน หรือประมาณ 1,500 บาทต่อคน ส่วนคนต่างด้าวทั้ง 2 คน รับว่าไม่มีหนังสือเดินทางจริง ต้องการลักลอบเข้าประเทศไทยเพื่อไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี

ชุดจับกุมจึงแจ้งให้นายมูฮัมมัดฯทราบว่าถูกจับกุมข้อหา นำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอา ณาจักรหรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือหรือช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนคนต่างด้าวทั้ง 2 คน ถูกจับกุมข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนัก งานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปาดังเบซาร์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา