กองทัพบก รับมอบความช่วยเหลือจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่งกำลังใจให้ทหารที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัย

กองทัพบก รับมอบความช่วยเหลือจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่งกำลังใจให้ทหารที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัย

วันนี้ (30 ม.ค. 69) เวลา 09.00 น. พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีรับมอบสิ่งของจำเป็นด้านสุขอนามัยสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ สบู่ ทิชชู่เปียก แป้งฝุ่น และโลชั่น จำนวน 14,000 ชิ้น รวมมูลค่า 1,008,576 บาท เพื่อเสริมสร้างสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่กำลังพล ณ กองบัญชาการกองทัพบก

ในการนี้ พลตรี พิทยากูล โพธิสุวรรณ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับมอบสิ่งของจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำโดย เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิ การคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมคณะ เพื่อนำไปส่งมอบให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัย

กองทัพบกขอขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ร่วมสนับสนุนและส่งมอบกำลังใจแก่กำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยต่างๆ ในทุกพื้นที่ ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงพลังแห่งน้ำใจและความห่วงใย อันเป็นแรงสนับสนุนสำคัญให้กำลังพลมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

คณะบริหารธุรกิจ มช. ร่วมกับภาคีเครือข่าย เดินหน้าโครงการ CSR ติดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่น” ยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่

คณะบริหารธุรกิจ มช. ร่วมกับภาคีเครือข่าย เดินหน้าโครงการ CSR ติดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่น” ยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (30 ม.ค. 69) ที่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของหลักสูตรนวัตกรรมธุรกิจสำหรับผู้บริหาร คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีดา พิชยาพันธ์ ประธานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภาคเหนือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ก้องภู นิมานันท์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหา วิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยหน่วยงานและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างหลักสูตรนวัตกรรมธุรกิจสำหรับผู้บริหาร คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับโครงการบูรณาการพัฒนาและต่อยอดอากาศสะอาดเชียงใหม่ (ฟ้าม่วน) และภาคีเครือข่าย 5 ฝ่าย ได้แก่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ภาคเหนือ 1 ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ สถาบัน วิจัยพหุศาสตร์ และสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยจะดำเนินการติดตั้ง “ห้องแรงดันบวก/ห้องปลอดฝุ่น” ให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน และโรงพยาบาล ในพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง เพื่อสร้างพื้นที่อากาศสะอาดที่สามารถใช้งานได้จริงในช่วงสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูง พร้อมทั้งจัดกิจกรรม CSR อื่น ๆ อาทิ การทาสีอาคารเรียน การติดตั้งเครื่องกรองน้ำ การปรับปรุงห้องน้ำ และกิจกรรมพัฒนาสภาพแวดล้อมในชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม “ยุวทูต” ระหว่างตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความตระหนัก และทักษะการดูแลตนเองของเยาวชนในสถานการณ์ฝุ่นควัน โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งเป้าหมายผลักดันการจัดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่น” ให้ครบ 600 จุดทั่วพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโครงการในครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สะท้อนถึงการรวมพลังของทุกภาคส่วนในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการนี้ ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่อย่างยิ่ง การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะสามารถขยายผลสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และนำไปสู่การมีอากาศสะอาดและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

องคมนตรี ติดตามผลการพัฒนาโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพงฯ จ.เชียงใหม่

องคมนตรี ติดตามผลการพัฒนาโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพงฯ จังหวัดเชียง ใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนแนวพระราชดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้มีความยั่งยืน

วันนี้ (30 ม.ค. 69) เวลา 09.30 น. ที่ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ได้เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราช ดำริ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการฯ ภายใต้ภารกิจของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งรับฟังปัญหาอุปสรรคและหารือแนวทางในการขับเคลื่อนแนวพระราชดำริ เพื่อนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในหมู่บ้านให้มีความยั่งยืน โดยมี นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยที่ประชุมได้มีการรายงานสรุปผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพงฯ ซึ่งประกอบด้วย การชี้แจงผลการตรวจสอบรายละเอียดและหนี้สินของกองทุนระเบิดและหินย่อย, ผลการดำเนินงานในภาพรวมของสหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง จำกัด ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกสหกรณ์ฯ รวม 989 คน มียอดเงินรับฝากจากสมาชิกเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมากว่า 45 ล้านบาท และมีรายได้จากธุรกิจของสหกรณ์กว่า 75 ล้านบาท ส่วนสถานะทางการเงินในภาพรวมมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมากว่า 1.26 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้มีการรายงานสถานะของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพงฯ, การดำเนินงานในพื้นที่แปลงสาธิตการเกษตร 85 ไร่ ที่เน้นการปลูกผักสวนครัว และได้ขยายผลไปสู่ชุมชนรอบพื้นที่โครงการฯ, การใช้ประโยชน์ที่ดินและการถือครองที่ดินของโครงการฯ, ความคืบหน้าการสำรวจผู้ใช้ประโยชน์ที่ดินในโครงการฯ และการจัดทำแผนแม่บทและยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการฯ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพงฯ เพิ่มเติม ในส่วนของการจัดตั้งวัดในหมู่บ้าน เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในหมู่บ้าน, การพัฒนาพื้นที่ในโครงการฯ ให้เกิดประโยชน์ใช้สอยมากยิ่งขึ้น, การส่งเสริมการปลูกไผ่ให้กับเกษตรกร และการแต่งตั้งอนุกรรมการเพิ่มเติม

สำหรับโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อช่วยเหลือราษฎรและเกษตรกรที่มีฐานะยากจนและไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองให้ได้ถือครองที่ดินและทำการเกษตรในรูปของหมู่บ้านสหกรณ์การเกษตร บนเนื้อที่ 22,296 ไร่ ครอบคลุมตำบลบ้านสหกรณ์ หมู่ที่ 1-8 โดยยังคงสภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบันของสมาชิกเป็นหลัก


นที มีเดช รายงาน

“ผบ.มทบ.37” จัดกิจกรรมเสนาสนเทศให้แก่ทหารกองประจำการ หน่วย มทบ.37 และ นขต.มทบ.37

ผบ.มทบ.37 สร้างองค์ความรู้ มุ่งสู่ความเข้าใจ รักษาสิทธิ มีวินัย ใส่ใจทหารกองประ จำการ โดยจัดกิจกรรม”เสนาสนเทศ” ให้แก่ทหารกองประจำการ หน่วย มทบ.37 และนขต.มทบ.37

เมื่อวันที่ 29 ม.ค.69 เวลา 18.00 น. พล.ต.จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผบ.มทบ.37 เป็นประธานการจัดกิจกรรม”เสนาสนเทศ” ให้แก่ทหารกองประจำการ หน่วย มทบ.37 และ นขต.มทบ.37 ภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรที่มีความสุขทั้งการทำงาน การดำเนินชีวิต อบอุ่นดั่งครอบครัว” และเจตนารมณ์ที่จะสร้างองค์ความรู้ มุ่งสู่ความเข้าใจ รักษาสิทธิ มีวินัย ใส่ใจทหารกองประ จำการ โดยให้ความรู้โอกาสดีๆ ในการเป็นทหารกองประจำการ ในเรื่องการการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการทหาร, ความรู้เกี่ยวกับทหารอาสา ทหารกองหนุน, สิทธิด้านกำลังพลต่างๆ, การใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย การลงประชามติ และข้อห้ามที่ผิดกฎหมาย, การรักษาความมั่นคงของประเทศจากการบ่อนทำลาย และตระหนักถึงการแผ่ขยายของภัยจากสงคราม, การปรับตัวให้ทันต่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและข่าวสาร

โดยมี รอง.ผบ.มทบ.37, กกพ.มทบ.37 และฝ่ายสรรพกำลัง มทบ.37 ร่วมให้ข้อมูลข่าวสารในกิจกรรมฯ เพื่อให้กำลังพลสามารถตอบสนองและปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทหาร และหน้าที่พลเมืองที่ดี เป็นพลังในการดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงและปลอดภัยของสถาบัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในอนาคตต่อไป

ทั้งนี้ มีกำลังพลเข้าร่วมกิจกรรมฯ จำนวน 253 นาย ณ ห้องอบรม ร้อย.มทบ.37 ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร.


นที มีเดช รายงาน

“เสธแป๊ะ” สังกัดพรรคโอกาสใหม่เปิดเวทีปราศรัยอ้อนขอคะแนนชาวบ้าน

จังหวัดลพบุรี – เสธแป๊ะสังกัดพรรคโอกาสใหม่เปิดเวทีปราศรัยอ้อนขอคะแนนชาวบ้าน

การหาเสียงในโค้งสุดท้ายของ พลโทสิทธิชัย คัตตะพันธ์ ผู้สมัครสังกัดพรรคโอกาสใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 10 ได้เปิดเวทีปราศรัยย่อยที่อาคารอเนกประสงค์วัดห้วยโป่ง ตำบลห้วยโปร่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยมีประชาชน แม่ค้า แม่ขายมารอรับฟังการปราศรัยย่อยในการแนะนำตัว และอธิบายนโยบายของพรรคด้วยความตั้งใจ นอกจากนี้ยังได้ตอบข้อซักถามของประชาชนในเรื่องปัญหาต่าง ๆ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีในเรื่องของหลักฐานที่ทำกิน พื้นที่เขตทหาร ปัญหาภัยแล้ง ราคาผลผลิต ปัญหาหนี้สิน โดยการตอบข้อซักถามให้กับประชาชนสร้างความพอใจเป็นอย่างมากและทำให้ทุกคนมีรอยยิ้ม นอกจากนี้ยังได้ทักทายกับบรรดาพ่อต้า แม่ขาย ที่มาตั้งจำหน่ายสินค้าในตลาดนัดและตามบ้านเรือนด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

แกนนำ “พรรคภูมิใจไทย” ลงพื้นที่ลพบุรีช่วยผู้สมัครหาเสียง

จังหวัดลพบุรี – แกนนำพรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่ลพบุรีช่วยผู้สมัครหาเสียง

ที่ตลาดโคกสำโรง บรรยากาศในการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย และเป็นแกนนำของพรรคได้เดินสายลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี โดยเดินทางมาในเขตเลือกตั้งที่ 1 ที่มีนายนรินทร์ คลังผา ผู้สมัครสังกัดพรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 8 เพื่อช่วยในการหาเสียงด้วยการเดินพบปะกับประชาชนที่ตลาดสดเทศบาลตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

ซึ่งพบว่าได้มีประชาชน บรรดาพ่อค้า แม่ค้า ในตลาดมารอบันทึกภาพ มอบช่อดอกไม้ และให้กำลังใจ โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้ทักถ่ายกับประชาชนด้วยความเป็นกันเองพร้อมกับขอให้ประชาชนได้ช่วยลงคะแนนเลือกทั้งคนและพรรค เพื่อที่จะได้เข้าไปบริหารประเทศสานงานต่อ นอกจากนี้ยังได้ชูนโยบายของพรรคในการที่จะเข้าบริหารประเทศ จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังเขตเลือกตั้งที่ 3 ช่วย นางสาวกาญจนาพร จิระพันธุ์วาณิช ผู้สมัครสังกัดพรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ 3 หมายเลข 6 เดินหาเสียงที่ตลาดสดหนองม่วง โดยทักทายผู้ประกอบการร้านค้าแผงลอย ร้านค้าต่าง ๆ ด้วยการมอบใบแนะนำตัวผู้สมัครและพรรค


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ผู้คนล้นหลาม “พรรคเพื่อไทย” ตั้งเวทีปราศรัยตลาดหนองม่วง

จังหวัดลพบุรี – พรรคการเมืองลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครลพบุรีหาเสียง เรียกคะแนนโค้งสุดท้าย ขณะที่ผู้สมัครบางคนเปิดเวทีปราศรัยมีประชาชนเดินทางมาฟังอย่างล้นหลามพร้อมหยอดคำหวานอ้อนขอคะแนน

บรรยากาศในการหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ ช่วงโค้งสุดท้านในพื้นที่จังหวัดลพบุรียังคงคึกคัก โดยพบว่าที่ลานตลาดนัดอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรีนายพหล วรปัญญา ผู้สมัครสังกัดพรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ 3 หมายเลข 2 ได้เปิดเวทีปราศรัยย่อย ซึ่งมีนายวรวงศ์ วรปัญญา ผู้สมัครสังกัดพรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 5 เดินทางขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียง ทั้งนี้พบว่ามีประชาชนเดินทางมารับฟังการปราศรัยกันอย่างล้นหลามเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้กว่า 4 พันตัวเต็มหมด จนทำให้ประชาชนที่เดินทางมาทีหลังต้องยินฟังกันอีกหลายร้อยคน

โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหนองม่วง ทั้งในและนอกเครื่องแบบมาดูแลในเรื่องของการจราจร การรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังพบว่ามีนักธุระกิจ ผู้นำชุมชน นักการเมืองท้องถิ่น มาร่วมรับฟังในการปราศรับในครั้งนี้ด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

นบ.ยส.24 ไล่ล่ากลางดึก ! รวบขบวนการขนยานรก พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 2 ล้านเม็ด ในพื้นที่ อ.บึงกาฬ จ.บึงกาฬ

นบ.ยส.24 ไล่ล่ากลางดึก! รวบขบวนการขนยานรก พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 2 ล้านเม็ด ในพื้นที่ อ.บึงกาฬ จ.บึงกาฬ

วันที่ 29 ม.ค.69 เวลา 23.00 น. กองทัพบก โดย ทภ.2/นบ.ยส.24 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 ขับเคลื่อนนโยบาย “ Quick Big Win ” รวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหา ยาเสพติดแบบบูรณาการ ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว สู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ อำนวยการให้ ส่วนปราบปรามขยายผล ภ.จว.บึงกาฬ และ กก.สืบสวน ภ.จว. บึงกาฬ (หน่วยงานหลัก) บูรณาการร่วมกับ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, ส่วนสกัดกั้นฯ ตอนบน, บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13), ชปข.ที่ 4 และ ร้อย.สกัดกั้นฯ ที่ 2 สนธิกำลังสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ

หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว เจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนในพื้นที่เพ่งเล็ง ก่อนพบ รถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ใช้รูปแบบ รถนำ–รถลำเลียง ขับติดตามกันบนถนนหมายเลข 212 บึงกาฬ–นคร พนม มุ่งหน้าเข้าเขตตัวเมืองเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือพิเศษทำให้ ยางรถรั่วทั้ง 2 คัน ก่อนชุดติดตามสามารถไล่จับ รถลำเลียงยาเสพติด ได้ในระยะประมาณ 500 เมตร จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 10 กระสอบ รวมประมาณ 2,000,000 เม็ด

ขณะเดียวกัน รถนำอีกคันถูกพบจอดทิ้งไว้ในสวนยางพาราห่างจากจุดแรกประมาณ 2 กิโล เมตร ผู้ต้องสงสัยอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ ต่อมาเวลา 03.30 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 ชาวบ้านในพื้นที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้อีก 1 ราย ในสวนยางพารา ห่างจากจุดทิ้งรถประมาณ 1 กิโลเมตร โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่ขับรถนำ ก่อนจะแยกกันหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลาง ส่งให้ กก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


พรพิพัฒน์ รายงาน

กกต.เพชรบูรณ์ลุยเต็มสูบ! ปล่อยคาราวาน 6 คัน ตระเวนปลุกคนใช้สิทธิ เลือกตั้ง สส. 8 ก.พ. 69

กกต.เพชรบูรณ์ลุยเต็มสูบ! ปล่อยคาราวาน 6 คัน ตระเวนปลุกคนใช้สิทธิ เลือกตั้ง สส. 8 ก.พ. 69

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ (กกต.เพชรบูรณ์) เดินหน้ารณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างเข้มข้น ด้วยการปล่อยขบวนรถประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จำนวน 6 คัน ครอบคลุมทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง เขตละ 1 คัน ออกกระจายเสียงให้ข้อมูลการเลือกตั้งในทุกพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์

นางสาวพูนศรี สุขเสวก ผู้อำนวยการ กกต.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า การประชาสัมพันธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อย้ำเตือนและสร้างความตระหนักให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้รับทราบวัน เวลา ขั้นตอน และความสำคัญของการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภา พันธ์ 2569 ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อของตนเอง พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และข้อควรปฏิบัติในการเลือกตั้ง เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสุจริต

สำหรับขบวนรถประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง สส. จังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้ง 6 เขต 6 คัน ได้เริ่มออกปฏิบัติการลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม ไปจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ครอบคลุมทั้งเขตเมือง เขตชนบท และชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุดก่อนวันเลือกตั้งจริง

ผู้อำนวยการ กกต.เพชรบูรณ์ ย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนที่ไปใช้สิทธิจะได้รับบัตรเลือกตั้งทั้งหมด 3 ใบ ได้แก่

  1. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต สีเขียว
  2. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ สีชมพู
  3. บัตรออกเสียงประชามติ สีเหลือง

ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ จำเป็นต้องแจ้งเหตุ มิฉะนั้นอาจถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี โดยการแจ้งเหตุกรณีเลือกตั้ง สส. สามารถแจ้งได้ 2 ช่วง คือ ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 1–7 กุมภาพันธ์ 2569 และภายใน 7 วันหลังวันเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 9–15 กุมภาพันธ์ 2569

ส่วนการออกเสียงประชามติ การแจ้งเหตุสามารถดำเนินการได้ก่อนวันออกเสียง ระหว่างวันที่ 14 มกราคม ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2569 และหลังวันออกเสียง ระหว่างวันที่ 9–15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสามารถแจ้งได้ที่อำเภอหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน แจ้งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมการปกครอง รวมถึงผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote และ “ทางรัฐ”

กกต.เพชรบูรณ์ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ พร้อมย้ำว่า “เสียงของประชาชนทุกคนมีค่าเท่ากัน” ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย


มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์ รายงาน

ตำรวจเมืองโคราชเข้ม รับมือเหตุชิงทองซ้อมแผนเต็มรูปแบบ สร้างความอุ่นใจร้านทอง

ตำรวจเมืองโคราชเข้ม รับมือเหตุชิงทองซ้อมแผนเต็มรูปแบบ สร้างความอุ่นใจร้านทอง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนคร ราชสีมา ได้ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ณ ร้าน ไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG ถนนชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

การซ้อมแผนเริ่มต้นด้วยสถานการณ์จำลอง คนร้ายสวมหมวกกันน็อก ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานเพื่อชิงทองคำ จากนั้นเป็นการฝึกขั้นตอนการรับมือของร้าน การแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ การส่งต่อข้อมูลคนร้ายและทิศทางหลบหนี เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและเข้าจับกุมได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุจริง

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า การซ้อมแผนในครั้งนี้ได้บูรณาการกำลังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหัวหน้าสายตรวจ พนักงานสอบ สวน เจ้าหน้าที่สืบสวน และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละจุด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบทบาทและขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน เมื่อเกิดเหตุจริงจะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยการซ้อมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกนายมีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าตำรวจมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่

ด้านนางสาวภัทรียา รัตนศิริมณีเวทย์ หรือ “คุณนิด” เจ้าของร้านไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG กล่าวว่า การซ้อมแผนในวันนี้ช่วยให้ร้านและพนักงานมีความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริงมากขึ้น ทั้งการแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงาน และการดูแลความปลอดภัยภายในร้าน ทำให้รู้สึกอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูง พร้อมยืน ยันว่าการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่โคราชมีความเข้มงวดและใส่ใจมาโดยตลอด ขอให้ลูกค้ามั่นใจว่าสามารถซื้อ–ขายทองได้อย่างปลอดภัย


กิตตินันท์ นครราชสีมา