จนท.เร่งเข้าควบคุมไฟป่าชะอำ-บ้านโรง 2,000 ไร่ ไม่ให้ลุกลามหลังพบป่าเสียหายกว่า 300 ไร่ ขอความร่วมมือชาวบ้านหยุดลักลอบเผาหาผักหวาน โทษหนักปรับ 2 ล้าน

จนท.เร่งเข้าควบคุมไฟป่าชะอำ-บ้านโรง 2,000 ไร่ ไม่ให้ลุกลามหลังพบป่าเสียนหายกว่า 300 ไร่ ขอความร่วมมือชาวบ้านหยุดลักลอบเผาหาผักหวาน โทษหนักปรับ 2 ล้าน

วันนี้ 31 มกราคม 69 ที่สถานีควบคุมไฟป่าหุบกะพง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายสุขุม จันทโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี, นายธีรชาติ เปียประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า, นายนิทัศ นุ่นสง ผอ.สบอ.3 เพชรบุรี, นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ และหัวหน้าพื้นที่เตรียมการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่า บ้านโรง, นายพัชระ ทรัพย์เจริญ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าหุบกะพง, นายศักดิ์นเรนทร์ อยู่สมบูรณ์ หน.สถานีควบคุมไฟป่าแก่งกระจาน(ตอนบน) ได้ร่วมกันสนธิกำลังเจ้าหน้าที่และเครือข่ายอาสาสมัครดับไฟป่าบ้านโค้งตาบาง เร่งปฏิบัติการเข้าพื้นที่ป่า ชะอำ-บ้านโรง เขาพวง ที่พื้นที่เตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโรง เนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ ซึ่งมีพื้นที่เขตติดต่อ อ.ชะอำ อ.ท่ายาง เพื่อเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามจำนวนหลายจุด หลังได้รับแจ้งจากดาวเทียม Suomi NPP ที่ตรวจพบจุดความร้อน(hotspots) บริเวณพื้นที่เตรียมการเป็นเขตห้ามล่า จำนวน 2 จุด พิกัด: 593409E 1417890N และ พิกัด: 592972E 1420331N

โดยเจ้าหน้าที่เดินเท้าถึงจุดปฏิบัติงานและได้เริ่มปฏิบัติงานดับไฟป่าตามพิกัดดังกล่าวจนสามารถควบคุมไฟไว้ได้ พบพื้นที่เสียหายประมาณ300 ไร่ พบเป็นปาเต็งรังและป่าเบญจ พรรณ ต่อมาดาวเทียมSuomi NPP ตรวจพบจุดความร้อน(hotspots) บริเวณพื้นที่เตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโรง เพิ่มอีกจำนวน1จุด ในพื้นที่ ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ค่าพิกัด : 594413E 1416538N ชุดปฏิบัติการร่วมดับไฟป่าเร่งเข้าพื้นที่ตรวจสอบไฟป่าตามจุดพิกัดดังกล่าว พบว่าไฟไม่ได้เป็นจุดเดียวกัน พร้อมทั้งได้เริ่มปฏิบัติการดับไฟป่าตามจุดพิกัดจนดับลงแล้ว โดยคาดว่าสาเหตุมาจากชาวบ้านลักลอบจุดหาของป่าและผักหวาน ก่อนได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังไฟป่าต่อไป

นายสุขุม จันทโชติ ผู้อำนวยการ ทสจ.เพชรบุรี กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการของไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีมาอย่างต่อเนื่อง ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สั่งการให้นำ ฮ.เข้ามาช่วยเหลืออีกทาง พบว่าเจ้าหน้าที่สนธิกำลังปฏิบัติงานทั้งกลางวันและกลางคืนทั้งเพชรบุรีและประจวบฯ แต่ยังพบพื้นที่เตรียมกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าชะอำ-บ้านโรง ซึ่งเป็นพื้นที่ๆมีชาวบ้านมาหาของป่า และมีการจุดไฟจนก่อให้เกิดไฟป่าในพื้นที่ดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ก็มีการลาดตระแวนและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่พบว่ามีข้อจำกัดในหลายจุดเป็นพื้นที่เขาสูงชันเข้าถึงได้ยาก และลำบากมาก

จึงขอฝากถึงภาคประชาชนที่เข้าพื้นที่ป่า ขอให้งดการจุดไฟหรือเหลีกเสี่ยงเข้าพื้นที่ตอนนี้เพราะอาจเป้นอันตรายต่อชีวิต และก่อนให้เกิดเรื่องของไฟป่า จนนำไปสู้เรื่องของมลพิษทางอากาศหรือฝุ่น pm2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อเมืองท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ หากประชาชนพบเห็นไฟป่าหรือการลักลอบเผาป่า แจ้งได้ที่สายด่วนพิทักษ์ป่า1362 ตลอด 24 ชั่วโมง หากฝ่าฝืนมีโทษหนักทั้งปรับและจำคุก สูงสุด 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท


////////// บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

คณะสงฆ์ ร่วมกับ อำเภอกำแพงแสน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) อุทิศถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริติกิ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

คณะสงฆ์ ร่วมกับ อำเภอกำแพงแสน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน)อุทิศถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริติกิ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ศาลาการเปรียญวัดบ่อน้ำจืด ตำบลดอนข่อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพง แสน พร้อมด้วย ปลัดอำเภอกำแพงแสน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) อุทิศถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริติกิ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน อำเภอกำแพงแสน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และประชาชนชาวอำเภอกำแพงแสน เข้าร่วมพิธีด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ อำเภอกำแพงแสน ร่วมกับคณะสงฆ์อำเภอกำแพงแสน กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

#น้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณ #สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นายอำเภอนครชัยศรี ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จ.นครปฐม เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ

นายอำเภอนครชัยศรี ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จัง หวัดนครปฐม ณ ห้องประชุมชั้น 2 อำเภอนครชัยศรี เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ

วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี, นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม/กรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม เข้าร่วมประชุมคณะกรรม การการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม ณ ห้องประชุมชั้น 2 อำเภอนครชัยศรี เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ

โดยมีนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี/ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ประ จำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม เป็นผู้รายงานการดำเนินการ/กระบวนการตามอำ นาจหน้าที่ แผนการจัดการเลือกตั้ง และรายงานจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร/การออกเสียงประชามติ ปี พ.ศ. 2569 ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม

ในการนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม เน้นย้ำให้มีการบูรณาการฝ่ายปกครอง ตำรวจ กำนัน ผู้ ใหญ่บ้าน พื้นที่ เรื่องการดำเนินการ ตามนโยบายของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ดังนี้ เน้นรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เน้นข่าวเชิงรุก เข้มงวดกวดขันเรื่องการจำหน่ายสุราและแอลกอฮอล์ ตามเวลาที่กำหนด จัดชุดเคลื่อนที่เร็วประจำตำบล/ระมัด ระวังเรื่องข้อมูลอันเป็นเท็จ เฝ้าระวังควันหลงเรื่องการเลือกตั้ง/การก่อเหตุความมาสงบไม่พื้นที่ การบริหารเรื่องร้องเรียนต่างๆ


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

กกต.สุพรรณ จัดกิจกรรมพบสื่อท้องถิ่น นำน้องเหน่อชวนผู้มีสิทธิ์ไปเลือกตั้ง

สุพรรณบุรี – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุพรรณบุรี จัดกิจกรรม กกต.สุพรรณบุรีพบสื่อมวลชน โดยมีมาสคอตน้องเหน่อ มาสร้างสีสันร่วมกิจกรรม สาธิตขั้นตอนการเข้าคูหาไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิสภาผู้แทนราษฎรให้ถูกขั้นตอน

นายคมกริช ทิพย์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม “กกต.สุพรรณบุรีพบสื่อมวลชนท้องถิ่น” ณ โรงแรมสองพันบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีสื่อมวลชน ทั้งสื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เว็ปไซต์ วิทยุชุมชนทุกแขนงในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี และเครือข่ายดีเจประชาธิปไตย เข้าร่วม โดยมีคณะวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและสื่อมวลชน ตลอดจนเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และข้อเสนอแนะ เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลด้านการเลือกตั้งในระดับพื้นที่เป็นไปอย่างถูกต้อง เที่ยงธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ซึ่งได้มีการจำลองคูหาการเลือกตั้งสมาชิสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ทำ ความเข้าใจขั้นตอนในการใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิสภาผู้แทนราษฎร และได้มีมาสคอตน้องเหน่อ (มาสคอตประจำจังหวัดสุพรรณบุรี) มาสร้างสีสันร่วมกิจกรรมสาธิตขั้นตอนการเข้าคูหาไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิสภาผู้แทนราษฎรให้ถูก ขั้นตอน โดยบัตรสีชมพู เลือกพรรค บัตรสีเขียวเลือก ส.ส.แบบเขต และบัตรสีเหลือง เป็นบัตรลงประชามติ

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แสดงความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งช่วยเสริมสร้างบรรยา กาศแห่งความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสื่อมวลชนในพื้นที่ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กกต.สุพรรณบุรี ในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและโปร่งใสต่อสาธารณชน เพื่อให้กระบวนการการเลือกตั้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

โรงพยาบาลบ้านโป่ง ศึกษาดูงาน Premium Clinic โรงพยาบาลนครปฐม

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม ให้การต้อนรับ นายแพทย์วิบูลย์ ภัณฑบดีกรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านโป่ง พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าศึก ษาดูงาน Premium Clinic โรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมต้อนรับ มีวัตถุประสงค์ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดการบริหารจัดการคลินิกรูปแบบพิเศษ มุ่งพัฒนาการบริการทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ณ ห้องประชุมกาสะลอง โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นางสาวภรณ์ณิภัทร สนสาขา (น้องกี้) นางสาวไทยนครปฐม 2569 สู่เวทีประกวดนางสาวไทยระดับประเทศ และการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ

นครปฐม – สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม ประกาศผลการประกวดนางสาวไทย และมอบมงกุฎนางสาวไทยนครปฐม 2569 ให้กับ นางสาวภรณ์ณิภัทร สนสาขา ( น้องกี้) ได้เป็นตัวแทนจังหวัดนครปฐม สู่เวทีประกวดนางสาวไทยระดับประเทศ และการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ

วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีประกาศผลการประกวดนางสาวไทยนครปฐม พร้อมเปิดตัวและมอบมงกุฎนางสาวไทยนครปฐม 2569 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ร่วมเป็นเกียรติในการมอบรางวัลและมอบช่อดอกไม้ในครั้งนี้

โอกาสนี้ นางสาวณัฏฐ์ปภาณ จันทร์ละมูล นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประ เทศไทย-นครปฐม และกรรมการสมาคมฯ ประกอบด้วย Mr. ลี อาบาร์ ประธานกรรมการบริษัท พรประเสริฐรังนกไทย จำกัด, คุณรุ่งนภา แก้วศรีพันธ์ ประธานกรรมการบริษัทรุ่งนภา ท็อปแลนด์ 2015 จำกัด และกรรมการสมาคมสตรีนักธุรกิจฯ, คุณสุภจิรา ดุรงค์เดช บริษัทมาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด และและกรรมการสมาคมสตรีนักธุรกิจฯ, คุณชริยา มีใจดี สมาคมสตรีนักธุรกิจฯ, คุณกิรณา ปิติศศิกร บริษัทซีพีเอ็ม อกรีคัลเจอร์ จำกัด, คุณศศิพิมล แก้วทวีทรัพย์ ประธานกรรมการบริษัทระฆังทองพลาสติก จำกัด และกรรมการสมาคมสตรีนักธุรกิจฯ, และคุณกตัญชลี แซ่อึ้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทไพโอเนียร์ เอ็นจิเนียริ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมแถลงการจัดประกวดนางสาวไทยนครปฐม 2569 ซึ่งในปีนี้ได้แก่

  • หมายเลข 4 นางสาวภรณ์ณิภัทร สนสาขา (น้องกี้) อายุ 24 ปี ได้เป็นตัวแทนจังหวัดนครปฐม สู่เวทีประกวดนางสาวไทยระดับประเทศ และการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ
  • รองอันดับ 1 หมายเลข 1 นางสาวสิตานัน ดำชุม (น้องใบเฟิร์น) อายุ 27 ปี
  • รองอันดับ 2 หมายเลข 7 นางสาวกมนธิดา อาภาวงศ์กวิน (น้องเกรซ) อายุ 19 ปี
  • รองอันดับ 3 หมายเลข 6 นางสาวพัสตราภรณ์ แพรอัตถ์ (น้องลูกพั้นซ์) อายุ 18 ปี
  • รองอันดับ 4 หมายเลข 2 นางสาวกัญญาณัฐฏ์ บุญมา (น้องออมสิน) อายุ 18 ปี
  • รางวัลขวัญใจมหาชน หมายเลข 6 นางสาวพัสตราภรณ์ แพรอัตถ์ (น้องลูกพั้นซ์) อายุ 18 ปี
  • รางวัลชมเชย หมายเลข 3 นางสาวชญาภัช สมศักดิ์ (น้องผ้าแพร) อายุ 26 ปี และ หมายเลข 5 นางสาวกัญญาณัฐ ร่างใหญ่ (น้องเพลงพราว) อายุ 21 ปี

นางสาวสาวิกา ลิมปะสุวัณณะ กรรมการสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม และประธาน Young BPY ประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย -จังหวัดนครปฐม เป็นองค์กรสาธารณะกุศล สนับสนุนนักธุรกิจและวิชาชีพให้อยู่ในระดับแถวหน้าของสังคม ไม่ว่าจะเป็นระดับจังหวัดและระดับชาติ ในงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม ด้วยการส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีงามของจังหวัด ผ่านเวทีการประกวด แสดงถึงความงดงามของวัฒนธรรมไทย ผ่านการแสดงออกทั้งในเรื่องของการแต่งกาย และศิลปะการแสดงต่างๆ อีกทั้งค้นหาสาวงามที่มีคุณสมบัติความพร้อมทั้งด้านบุคลิกภาพ สติปัญญา ความสามารถ และจิตสำนึกเพื่อสังคม ในการเป็นตัวแทนของจังหวัดนครปฐม เพื่อส่งเข้าสู่เวทีการประกวดนางสาวไทยในระดับประเทศ รวมไปถึงการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ ในการเป็นเวทีสำหรับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเฉพาะกิจกรรมที่ส่งเสริมสิทธิของสตรี ส่งเสริมความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในประเด็นต่างๆ ในสังคม

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในการสืบสาน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของจังหวัดนครปฐม ซึ่งเวทีการประกวดเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของท้องถิ่น สร้างความภาคภูมิใจร่วมกันของคนในจังหวัดอีกด้วย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผู้การฯ นครปฐม แถลงตามรวบแก๊งนักเลงขาสั้น ก่อเหตุปาระเบิดปิงปอง ไล่ฟันกัน

นครปฐม – ผู้การฯ นครปฐม แถลงตามรวบแก๊งนักเลงขาสั้น ก่อเหตุปาระเบิดปิงปอง ไล่ฟันกัน

วันที่ 27 ม.ค.2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม สภ.สามพราน ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน, พ.ต.ท.สิทธิพร ไชยสิทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.สามพราน, พ.ต.ท. ธนบดี รัชญ์พัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน, พ.ต.ท.ชานนท์ ยางนอก รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน แถลงผลปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์นครปฐม “สยบราชาย่านสาม พราน ปราบอันธพาลนักเลงขาสั้น”

สืบเนื่องจากกรณี มีผู้ใช้แอพพลิเคชัน TIKTOK โดยใช้ชื่อ “ราชาย่านสามพราน”มีการโพสต์คลิปโดยมีลักษณะกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยใช้อาวุธมีดและวัตถุระเบิด ไล่ทำร้ายกันบริเวณถนนสาธารณะ (ถนนนายอำเภอ) หมู่ที่ 8 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ได้ทำการสืบสวนพิสูจน์ทราบตัวตนของบุคคลในคลิปดังกล่าว จนสามารถสืบสวนติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีได้โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเด็กและเยาวชนกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมต้นและอดีตนักเรียนมัธยมต้นที่ถูกออกจากการเรียน ระหว่างแก๊ง “ราชาย่านสามพราน” กับ “แก๊งนักเลงขาสั้น”

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองกลุ่มรวม 19 ราย ดังนี้ แก๊งราชาย่านสามพราน จำนวน 8 ราย กระทำผิดฐาน “ ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิด ดังนี้ 1.วัตถุระเบิดแบบประกอบขึ้นเองจำนวน 1 ลูก, 2.อาวุธมีดพร้ายาวและอาวุธดาบยาวจำนวน 9 เล่ม, 3.ด้ามอาวุธปืนยิงปลา จำนวน 1 อัน, 4.รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน

พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา แก๊งนักเลงขาสั้น จำนวน 11 ราย กระทำผิดฐาน ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” และนำส่งไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายต่อไป โดยได้พบปะพูดคุยสังเกตการณ์สอบสวน สอบถามกลุ่มผู้ต้องหาและผู้ปกครองถึงสาเหตุปัญหาการทะเลาะวิวาท รวมถึงอบรมแนะนำผู้ต้องหา

จากนั้นประชุมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ให้ดำเนินคดีในทุกมิติเป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด


จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ ณ หอประชุมอำเภอกำแพงแสน

นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ ณ หอประชุมอำเภอกำแพงแสน

ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป พร้อมกับมีการออกเสียงประชา มติในวันเดียวกันด้วย นั้น วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น. นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำ แพงแสน ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรม การประจำหน่วยออกเสียงประชามติ ณ หอประชุมอำเภอกำแพงแสน ในวันนี้ผู้เข้ารับการอบ รมประกอบด้วย เทศบาลตำบลกำแพงแสน เทศบาลตำบลเกษตรกำแพงแสน และ เทศบาลตำบลทุ่งกระพังโหม

โดยจะมีการอบรมจำนวน 14 รุ่น ในระยะเวลา 2 สัปดาห์ ก่อนวันเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครปฐม ประกอบด้วยอำเภอกำแพงแสน (ยกเว้นตำบลสระพัฒนาและตำบลห้วยม่วง) และอำเภอเมืองนครปฐม (เฉพาะตำบลตาก้อง ตำบลมาบแค ตำบลทัพหลวง และตำบลหนองงูเหลือม) จำนวน 229 หน่วยเลือกตั้ง โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวนรวมทั้งสิ้น มาก กว่าสามพันหกร้อยคน เพื่อร่วมกันดำเนินการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นประธานปิดการฝึกอบรมโครงการอบรมพัฒนาบุคลากรด้านการสืบสวนสอบสวนสมัยใหม่ (นักสืบ 5G) ตำรวจภูธรภาค 7

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมโครงการอบรมพัฒนาบุคลากรด้านการสืบสวนสอบสวนสมัยใหม่ (นักสืบ 5G) ตำรวจภูธรภาค 7

วันนี้ (27 ม.ค. 2569) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมโครงการอบรมพัฒนาบุคลากรด้านการสืบสวนสอบสวนสมัยใหม่ (นักสืบ 5G) ตำรวจภูธรภาค 7 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมี พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ รองผู้บัญ ชาการตำรวจภูธรภาค 7, พล.ต.ต.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7, พล.ต.ต.บรรจง อมฤทธิ์ ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 7, พล.ต.ต. พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ครูฝึก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพข้าราชการตำรวจด้านการสืบสวนสอบสวนให้สอดคล้องกับบริบทอาชญากรรมยุคใหม่ เสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การใช้เทค โนโลยีดิจิทัล และการบูรณาการทำงานเชิงรุก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างเป็นระบบ

ภายหลังพิธีปิดการฝึกอบรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้ตรวจเยี่ยมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เพื่อรับฟังผลการปฏิบัติงาน ความพร้อมของกำลังพล และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำการทำงานอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารตำรวจภูธรภาค 7 อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ทบ. เผยกองกำลังผาเมืองปะทะสกัดจับขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดชายแดนแม่สาย จ.เชียงราย ยึดยาบ้าได้กว่า 6 ล้านเม็ด

ทบ. เผยกองกำลังผาเมืองปะทะสกัดจับขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดชาย แดนแม่สาย จ.เชียงราย ยึดยาบ้าได้กว่า 6 ล้านเม็ด

ช่วงบ่ายวันนี้ (30 ม.ค.69) กองทัพบกได้รับรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 กรณีกำลังพลกองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ขณะปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจ ป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดฯ บริเวณบ้านห้วยน้ำริน ม.7 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจำนวนประมาณ 30 – 35 คน แบกกระสอบฟางดัดแปลง เดินลัดเลาะเข้ามาตามเส้นทางภูมิประเทศแนวชายแดนไทย-เมียนมา จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ฝ่ายเรา ทำให้เกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที และได้อาศัยความชำนาญในภูมิประเทศวิ่งหลบหนีไปได้

ซึ่งหลังเหตุการณ์ปะทะ กำลังพลฝ่ายไทยปลอดภัย แต่ยังไม่ทราบการสูญเสียของฝ่ายตรงข้าม ขณะเดียวกันทางหน่วยได้จัดกำลังพลเพิ่มเติมอีก 2 ชุดปฏิบัติการเพื่อเข้าควบคุมและพิสูจน์ทราบพื้นที่เกิดเหตุ พบกระสอบฟางดัดแปลงจำนวน 30 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) กระสอบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมของกลางทั้งสิ้นประมาณ 6,000,000 เม็ด รวมทั้งได้ตรวจพบผู้ต้องสงสัยชาวเมียนมาในบริเวณพื้นที่เพิ่มเติมอีก 1 ราย โดยสารภาพว่าได้ร่วมกับกลุ่มขบวนการประมาณ 30 คน ลำเลียงยาเสพติดเข้ามาจากบ้านป่าสัก ประเทศเมียนมา และได้รับค่าจ้าง 15,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยพร้อมนำของกลางทั้งหมด เตรียมส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กองทัพบกยืนยันความพร้อมของกองกำลังป้องกันชายแดนในการพิทักษ์รักษาอธิปไตย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความมั่นคงและดูแลความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นเหตุการณ์ต้องสงสัยหรือความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ สามารถแจ้งเบาะแสให้หน่วยทหารในพื้นที่ได้ทันที



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก