“นายกเดียร์” เปิดบ้านต้อนรับ แฟนคลับ ร่วมแสดงความยินดี

“นายกเดียร์” พงษ์พันธ์ ว่าที่ สส.หน้าใหม่ป้ายแดง พรรคภูมิใจไทย เขต 3 ประ จวบคีรีขันธ์ เปิดบ้านต้อนรับ แฟนคลับ ร่วมแสดงความยินดี

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังทราบผลการนับคะแนนเสร็จ อย่างไม่เป็นทางการ ได้ชัยชนะอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ประจวบ คีรีขันธ์ โดยมี อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย และอำเภอเมือง เฉพาะตำบลห้วยทราบ ด้วยคะแนนเสียง 33,839 คะแนน

นายพงษ์พันธ์ ได้กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทุกกำลังใจ และทุกรอยยิ้มจากพี่น้องประชา ชน ตั้งแต่วันแรกของการลงพื้นที่หาเสียง จนถึงวันสุดท้ายของการเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่า ความไว้วางใจที่ได้รับถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานเพื่อพัฒนาพื้นที่ เขต 3 จ.ประ จวบคีรีขันธ์

“ผมไม่รู้จะพูดอะไรไปมากกว่าคำว่าขอบคุณจากใจ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องช่วยกันทำ เพื่อให้บ้านของเรา เขต 3 ดีขึ้น ผมขอชวนพี่น้องประชาชนร่วมเดินทางครั้งใหม่ไปด้วยกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและทำให้เขต 3 ของเราดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และยังยืนยันความมั่นใจว่า จะสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ และทำหน้าที่ผู้แทนของประชา ชนอย่างเต็มความสามารถ” นายพงษ์พันธ์ กล่าว ขอบคุณผ่านในโลกโซเชียล

นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน หรือที่ชาวบ้านรู้จัก “นายกเดียร์” อดีต นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก กว่า 13 ปี เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามพรรคภูมิ ใจไทย หมายเลข 7 ว่าที่ สส.คนใหม่ป้ายแดง มีเพื่อนๆ แฟนคลับ เข้ามาแสดงความยินดีจำนวนมาก



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

กมธ.การทหารฯ ลงพื้นความมั่นคงชายแดน อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

กมธ.การทหารฯ ลงพื้นความมั่นคงชายแดน อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

วันจันทรที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมา ธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คนที่หนึ่ง, ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน คนที่สอง, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธาน คนที่สาม, นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี รองเลขานุการและรองโฆษกคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการ เดินทางลงพื้นที่ติดตามภารกิจงานความมั่นคงชายแดนไทย-ลาว ณ บริเวณริมแม่น้ำโขง จุดผ่อนปรนบ้านโพธิ์ไทร ตำบลบ้านแพง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร นายสุพรรณโกศลนายกเทศมนตรีตำบลบ้านแพง และหัวหน้าหรือผู้แทนส่วนราชการในพื้นที่นำคณะกรรมาธิการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดผ่อนปรนซึ่งเป็นพื้นที่ที่ติดแขวงบลิคำไซชายแดนลาว ซึ่งได้รับทราบข้อมูล

  1. ท่าเทียบเรือจุดผ่อนปรนบ้านแพงมีมูลการส่งออกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอำเภอบ้านแพงในแต่ละปีจำนวนที่มากและเพียงพอ
  2. ศักยภาพด้านความมั่นคงบริเวณดังกล่าวเป็นสถานการณ์ที่ประชากรและแรงงานข้ามชาติมีการอพยพเข้ามาของชาวลาวในหลายรูปแบบ
  3. ศักยภาพด้านการค้าและการลงทุนมีความต้องการสินค้าและโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจโดยเฉพาะการส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกมากกว่า 50,000 บาทที่ไม่ต้องทำพิธีการศุลกากรส่งออกที่สภามิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 ซึ่งจะทำให้ลดต้นทุนการขนส่ง
  4. ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่โดดเด่นสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้

โดยพลเอก สวัสดิ์ ทัศนาประธานคณะกรรมาธิการการทหารและคณะได้เดินเยี่ยมชมการขนส่งสินค้าและการข้ามแดนของประชาชนทั้ง 2 ประเทศในบริเวณจุดผ่อนปรนดังกล่าวและได้พูดคุยกับชาวบ้านทางฝั่งไทยฝั่งลาวที่กำลังข้ามฝั่งอยู่ด้วย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลและข้อเท็จจริงจากการรับฟังและลงพื้นที่ ณ จุดผ่อนปรนบเานโพธิ์ไทรดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาเพื่อนำมาซึ่งประโยชน์สุขของประชาชนในพื้นที่และของประเทศในภาพรวมภายใต้กรอบและหน้าที่อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป


วิวาห์เกริกเกียรติระหว่าง นส.ธันย์ชนก ชัยประดิษฐรักษ์ –นายกาจน์พงศ์ สิรินิลกุล ณ ศูนย์ประชุมใบเทคบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ

วิวาห์เกริกเกียรติ-ระหว่าง นางสาวธันย์ชนก ชัยประดิษฐรักษ์ –นายกาจน์พงศ์ สิรินิลกุล ณ ศูนย์ประชุมใบเทคบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ

เมื่อเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 เป็นวันสำคัญของตระกูล “ชัยประดิษฐรักษ์ และ สิรินิลกุล” อีกครั้งหนึ่ง เมื่อ“คุณสมศักดิ์-คุณสุภา ชัยประดิษฐรักษ์” ผู้เป็นบิดา-มารดา เจ้าสาว “นางสาวธันย์ชนก ชัยประดิษฐรักษ์”, “คุณวีระพงษ์ สิรินิลกุล-คุณบุษบง ทิมะวงศ์” บิดา-มารดาเจ้าบ่าว “นายกาจน์พงศ์ สิรินิลกุล”ต่างใช้โซ่คล้องใจระหว่างกัน “ประกอบพิธี-วิวาห์เกริกเกียรติ” ณ ศูนย์ประชุมใบเทคบางนา ห้อง ภิรัชฮอลล์ ((BHIRAJ HALL) ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติหลายวงการคับคั่ง มาร่วมเป็นสักขีพยาน

พิธีมงคลสมรสมี “ท่าน ศ.วุฒิสาร ตันไชย”อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ให้เกียรติเป็นประธานคล้องพวงมาลัยคู่บ่าว-สาวในบรรยากาศที่อบอุ่น มีแขกใกล้ชิดหลากหลายวงการให้เกียรติมาร่วมอวยพรคับคั่ง มองดูห้อง “อภิรัชฮอลล์” ที่รับรองแขกหลักพันขึ้นแคบไปถนัดตา เจ้าภาพ ”คุณเล็ก-วีระพงษ์ฯ” ผู้มากด้วยน้ำใจกว้างขวางมากมายด้วยมิตร ฝากขอบพระคุณเพื่อนพี่-น้องทุกๆท่านที่มาร่วมพิธี และขออภัยถ้าหากดูแลกันไม่ทั่วถึง


ผู้ว่าฯ นครปฐม มอบถุงพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยเหล่ากาชาดจังหวัด และส่วนราชการมอบถุงพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นางศิริลักษณ์ พึ่งเนียม รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม, นางกัญจนา สร้อยอินทรากุล ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม, นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มอบถุงพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ และมอบเงินสง เคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน จำนวน 3,000 บาท จากสำนักงานพัฒนาสัง คมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ให้แก่ นายชาตรี ผ่านสะอาด ผู้ประสบอัคคีภัย พร้อมให้กำลังใจนางนิภารัตน์ ผ่านสะอาด ที่อาคารอุบัติเหตุ ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม

ซึ่งทั้ง 2 รายได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ที่พักอาศัย ในเขตชุมชนพุทธรักษา ต.ห้วยจรเข้ อ.เมืองนครปฐม เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 00.14 น. โดยหน่วยงานอาสาสมัคร มูล นิธิ ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครปฐม เทศบาลนครนครปฐม และมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ ร่วมนำรถดับเพลิง รถกู้ภัยกู้ชีพ ช่วยกันเข้าระงับเหตุได้เวลาประมาณ 01.00 น. พบว่าสภาพบ้านและทรัพย์สินเสียหายทั้งหมด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย คือ นายชาตรี ผ่านสะอาด นางนิภารัตน์ ผ่านสะอาด และบุตรชายอีก 1 คน

สำหรับอาการบาดเจ็บทั้ง 2 ราย ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว ในส่วนนางนิภารัตน์ ผ่านสะอาด ผู้เป็นภรรยา ยังคงอยู่ในความดูแลของแพทย์ พยาบาลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ มีบาดแผลผิวหนังได้รับความเสียหายวงกว้าง ซึ่งแพทย์จะประเมินอาการในลำดับต่อไป


สมคิด พรหมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

โหน่ง ชะชะช่า ตลกชื่อดังออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

นครนายก – โหน่ง ชะชะช่า ตลกชื่อดังออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 9:30 น. บรรยากาศการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติบริเวณศาลาธรรมสังเวช วัดเอี่ยมประดิษฐ์ หมู่ที่ 3 ตำบลพรหมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะตลกชื่อดังอารมณ์ดี นายชูศักดิ์ เอี่ยมสุข หรือ โหน่ง ชะชะช่า ที่ขับรถคู่ใจออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งพร้อมกับโชว์บัตรประชาชนของตนเองที่มีสิทธิเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 ในตำบลพรหมณี โหน่ง ชะชะช่า ไม่ขอพูดอะไรเยอะ เผยรู้สึกดีใจที่ได้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ แล้วก็อยากให้ทุกคนที่มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิของตัวท่านเองกันทุกคน ท่ามกลางบรรดาแฟนคลับที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งก็ไม่พลาดพากันมาขอถ่ายรูปคู่กับตลกดังกันมากมาย ก่อนที่โหน่ง ชะชะช่า จะเดินทางกลับ


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ทหารพรานสนธิกำลัง เด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย พร้อมยาบ้า จำนวน 3,257 เม็ด ทำลายเครือค่ายยาเสพติดในพื้นที่ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

มุกดาหาร – ทหารพรานสนธิกำลังเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย พร้อมยาบ้า จำนวน 3,257 เม็ด ทำลายเครือค่ายยาเสพติดในพื้นที่ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

เมื่อเวลา 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.00 น. ที่จังหวัดมุกดาหาร ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินการปฏิบัติการตามนโยบาย การป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย

โดยได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด (ยาบ้า)ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ พื้นที่ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหารหน่วย จึงได้จัดชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวน เฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด พื้นที่จุดเสี่ยง จุดเพ่งเล็ง ตามภาพข่าวร่วมกับ ฝ่ายปกครองอำเมืองมุกดาหาร บังคับใช้กฎหมายเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านเป้าหมาย ซึ่ง ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว สร้างความวิตกกังวลให้กับราษฎร ในพื้นที่กลัวยาเสพติดจะแพร่ระบาดไปสู่บุตรหลานอย่างมาก ชุดปฏิบัติการร่วม ฯ จึงเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านเป้าหมาย จำนวน 3 เป้าหมาย

ผลการปฏิบัติ พบการกระทำผิด จำนวน 3 ราย คือ นายชัยสิทธิ์ อายุ 31 ปี บ้านม.1 บ.นาสีนวน ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร, นายสมคิด อายุ 24 ปี บ้านม.6 บ.ท่าไคร้ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร และ นายสุพินิจ อายุ 44 ปี บ้าน ม.2 ต.บ้านแก้ง อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เม็ดสีแดง จำนวน 3,225 เม็ด และเม็ดสีเขียว จำนวน 32 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด จำนวน 3,257 เม็ด, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง และ เงินสด จำนวน 1,000 บาท หน่วยจึงได้ทำการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะที่จับกุม จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนตาม มาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 หน่วยได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21

พรพิพัฒน์ รายงาน

วินาที สืบจังหวัดชลบุรี บุกรวบคนขับแม็คโคร ข่มขืนสาวปราจีนในบ้านร้าง อ้างต้องการแค่ชิงทรัพย์ แต่เหยื่อเสนอตัวร่วมรักเอง

วินาที สืบจังหวัดชลบุรี บุกรวบคนขับแม็คโคร ข่มขืนสาวปราจีนในบ้านร้าง อ้างต้องการแค่ชิงทรัพย์ แต่เหยื่อเสนอตัวร่วมรักเอง

จากกรณีเหตุการณ์ นางสาวเก๋ นามสมมติ อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดปราจีนบุรี วิ่งหนีตาย ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน และ อยู่ในอาการตกใจกลัวสุดขีด ออกมาจากบ้านร้าง ร้องตะโกน ขอความเหลือกับชาวบ้านที่ขับรถผ่านไปมา ซึ่งเธอได้ร้องตะโกน บอกชาวบ้านว่า ”ช่วยด้วยๆ หนูถูกข่มขืน“ จนชาวบ้านต้องรีบจอดรถ กระโดดลงมาช่วยเธอทันที พร้อมทั้ง รีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

โดยนางสาวเก๋ เล่าว่า กำลังขี่รถจักรยานยนต์ จากจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อไปสมัครงานเป็น หมอนวดแผนโบราณ ที่ย่านจอมเทียน ระหว่างทางเธอถูกคนร้ายเป็นชายไทย ลักษณะตัวดำ หัวล้าน (ศรีษะล้าน) ขี่รถจักรยานยนต์ มาประกบข้าง แล้วเอื้อมมือมาบิด ลูกกุญแจรถ จนเครื่องยนต์ดับ บังคับให้เธอลงจากรถ จากนั้นคนร้าย ก่อนจะลากเข้าไปในบ้านร้างริมถนน จับเธอกดลงนอนบนแคร่ไม้ แล้วลงมือข่มขืน ในระหว่างกำลังถูกก่อเหตุ เธอฉวยโอกาสที่คนร้ายเผลอ วิ่งหนีออกมาจากบ้านร้าง แล้วร้องตะโกนให้ชาวบ้านช่วย ส่วนคนร้ายเห็นท่าไม่ดี ก็ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ต่อมานางสาวเก๋ หลังได้รับการช่วยเหลือก็เข้าแจ้งความกับตำรวจยืนยันว่าเธอถูกก่อเหตุจริง เหตุเกิดที่บ้านร้าง ใกล้กับศาลเจ้าแม่สาคร ริมถนนห้วยใหญ่ ม.6 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงค่ำ ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สส.ภ.จว.ชลบุรี สั่งการให้ ตำรวจชุดสืบสวน กองบังคับการสืบสวนจังหวัดชลบุรี (สืบจังหวัดชลบุรี) ลงพื้นที่มาร่วมสืบสวนสอบสวน และติดตามจับกุมคนร้ายในคดีนี้ ร่วมกับ ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ซึ่งเป็นเจ้าของท้องที่เกิดเหตุ จนต่อมา ตำรวจชุดสืบสวน จ.ชลบุรี ไปพบเบาะแสสำคัญเป็นภาพกล้องวงจร ขณะที่ผู้เสียหาย ขี่รถจักรยานยนต์มาตามเส้นทาง ถนนทางหลวงหมายเลข 331 (พนมสารคาม ฉะเชิงเทรา – สัตหีบ) กำลังมุ่งหน้าไปทางอำเภอสัตหีบ พอมาถึงแยกหนองปรือ อ.บ้านบึง ปรากฏว่า มีชายต้องสงสัย ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังผู้เสียหาย คล้ายกับขี่รถจักรยานยนต์สะกดรอยตาม โดยมีการขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังรถผู้เสียหายตั้งแต่แยก หนองปรือ อ.บ้านบึง จนมาถึง เขตพื้นที่ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง รวมระยะทางเกือบ 50 กม. จนกระทั่งผู้เสียหายมาถูกก่อเหตุดังกล่าว จึงทำให้ตำรวจมั่นใจว่า ชายดังกล่าวต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจจึงเริ่มตรวจสอบ จนพบ รถจักรยานยนต์ที่คนร้ายขี่มาก่อเหตุ ตรงกับคำให้การของผู้เสียหายและพยาน ที่ให้การไว้ก่อนหน้านี้

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี พยายามสืบสวน และ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามถนนทางหลวงหมายเลข 331 และถนนบ้านห้วยใหญ่ กว่า 30 ตัว จนพบว่ารถจักรยานยนต์ของคนร้าย เป็นรถ ยี่ห้อฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีน้ำเงิน ทะเบียน 7 ขธ 9649 ชลบุรี เมื่อนำรูปเจ้าของรถ ไปให้ผู้เสียหายดูก็ชี้ยืนยันว่า เป็นคนร้ายคนเดียวกันที่ก่อเหตุข่มขืนเธอ ตำรวจจึงรวบรวม หลักฐาน ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับทันที ทราบชื่อ คือ นายสมชิด ดีลาย หรือโหน่ง อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา

ล่าสุดเวลา 18.30 น. ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี นำโดย พ.ต.ท.ศราวุธ เห็มภิระ สว.สส.ภ. จว.ชลบุรี พร้อมด้วยชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี และชุดสืบสวน สภ.ห้วยใหญ่ นำหมายจับศาลจังหวัดพัทยา เลขที่ 80/2569 ฐานความผิด ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย และกระทำในขณะที่ผู้เสียหายอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ เข้าทำการจับกุม นายสมชิด ดีลาย หรือโหน่ง ขณะที่ทำงานขับรถแบคโฮ หรือ แม็คโคร ภายในไซด์งานก่อ สร้าง แห่งหนึ่งในอำเภอบ้านบึง จ.ชลบุรี เมื่อนายสมชิด เห็นตำรวจก็ถึงกับคอตก ขาสั่น ยอมรับว่าเป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุจริง พร้อมทั้งพาไปยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งนำไปซ่อนไว้ที่ห้องแถว ใกล้กับไซต์งานก่อสร้าง

นายสมชิด ยอมรับว่าได้ลงมือก่อเหตุจริง โดยอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุ ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากไซด์งานในเขตอำเภอบ้านบึง เพื่อกลับที่พัก ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา พอมาถึงแยกหนองปรือ บ้านบึง ก็ไปเจอผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์นำหน้า และ ก็ขี่ตามกันมารวมระยะทาง เกือบ 50 กม. จึงทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบ ต้องการจะชิงทรัพย์ ผู้เสียหายรายนี้ จนมาถึงที่เกิดเหตุ ได้บังคับให้ผู้เสียหายจอดรถลงข้างถนน แล้วบิดลูกกุญแจ ก่อนจะพาเข้าไปในบ้านร้าง และจะลงมือชิงทรัพย์ แต่ผู้เสียหายบอกว่า กำลังจะหางานทำ ไม่มีเงินไม่มีทรัพย์สิน แถมผู้เสียหายยังเสนอตัว มีเพศสัมพันธ์ด้วย จึงเกิดอารมณ์ร่วมกับผู้เสียหายจนเกิดเหตุการณ์ถอดเสื้อผ้า และระหว่างที่กำลังร่วมรัก จู่ๆ ผู้เสียหายก็วิ่งหนีออกไป ทำให้ตนเองงงมาก ก่อนจะตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์หนี และมาถูกตำรวจจับกุมได้กล่าว

ในเบื้องต้น ตำรวจยังไม่ปักใจในคำให้การของผู้ต้องหารายนี้ เพราะมีหลายอย่างยังขัดแย้ง และไม่ตรงกับที่ผู้เสียหายให้การ เชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้จงใจจะก่อเหตุ มิฉะนั้นคงไม่ขี่ตามผู้เสียหายมาไกลเกือบ 50 กิโลเมตร ซึ่งหลังจากนี้ ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ จะรับตัวผู้ต้องหาไปทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป…


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าว ภาคตะวันออก รายงาน

ผู้ว่าฯ นครนายก แถลงความคืบหน้า กรณีเพลิงไหม้ที่นา อ.ปากพลี หลังจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้ มีบางรายให้การรับสารภาพแล้ว

นครนายก – ผู้ว่าฯ นครนายก แถลงความคืบหน้า กรณีเพลิงไหม้ที่นา อ.ปากพลี หลังจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้ มีบางรายให้การรับสารภาพแล้ว

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก, ร.ต.ต.สัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พล.ต.ต.ประเสริฐ วิจิตรทัศนา ผบก.ภ.จว.นครนายก, พ.ต.อ.โสฬส เอี่ยมสะอาด รอง ผบก ภ. จว.นครนายก, พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ ผกก.สส.ภ.จว.นครนายก, พ.อ.ศักดิพงศ์ ไพรแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.นครนายก ร่วมกันแถลงความคืบหน้า ผลการปฏิบัติของเหตุเพลิงไหม้พื้นที่การเกษตรในเขตพื้นที่ อ.ปากพลี และพื้นที่ใกล้เคียง จากเหตุเพลิงไหม้พื้นที่การเกษตร เมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างและกระทบต่อคุณภาพอากาศ

จังหวัดนครนายกได้บูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคประชาชน อย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์ที่มีความผิดปกติ เชื่อได้ว่าเป็นการวางแผนและนัดหมายลักลอบเผา มิใช่เหตุที่เกิดขึ้นโดยประมาทตามปกติ เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนโดยยึดหลักพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ทั้งข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลสภาพดินและร่องรอยการเผา ตลอดจนข้อมูลข่าวสารจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนในพื้นที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้ส่วนหนึ่ง และมีผู้ให้การรับสารภาพบางส่วนแล้ว อยู่ระหว่างการขยายผลทางการสืบสวน เพื่อหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมให้ครบถ้วน

จังหวัดนครนายกขอยืนยันว่า การดำเนินคดีจะตั้งอยู่บนพยานหลักฐานและความเป็นธรรม ไม่เป็นไปตามกระแสหรือแรงกดดันใดๆ เป้าหมายสำคัญคือหยุดการเผาซ้ำ สร้างความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนและนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างรอบคอบต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

อัญเชิญพระพุทธรูปประดิษฐาน ณ ฐานปฏิบัติการแนวหน้า หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 พร้อมทำพิธีฝังวัตถุมงคล เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กำลังพล

“อัญเชิญพระพุทธรูปประดิษฐาน ณ ฐานปฏิบัติการแนวหน้า หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 พร้อมทำพิธีฝังวัตถุมงคล เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กำลังพล”

พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 พร้อมคณะกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ให้การต้อนรับ หลวงปู่เสน ปัญญาธโร เจ้าอาวาสวัดป่าหนองแซง, พระอาจารย์ปารมี สุรยุทฺโธ เจ้าอาวาส – วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว และ หลวงปู่ฤๅษีเกศแก้ว พร้อมคณะลูกศิษย์ ได้เดินทางมาทำพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปประดิษฐาน ณ ฐานปฏิบัติการในแนวหน้า พร้อมกระทำพิธีฝังวัตถุมงคล เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลภายในฐานปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดน ไทย – กัมพูชา พร้อมกันนี้ได้เดินทางมากระทำพิธียกเสาเอก – เสาโท ศาลารวมใจประชาสามัคคีหลังใหม่ ในพื้นที่ ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 กราบนมัสการขอบพระคุณด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง ในนามของคณะเจ้าหน้าที่และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ขอกราบนมัสการขอบพระคุณในเมตตาธรรมอันหาที่สุดมิได้ของ: หลวงปู่เสน ปัญญาธโร (เจ้าอาวาสวัดป่าหนองแซง) พระอาจารย์ปารมี สุรยุทฺโธ (เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว) หลวงปู่ฤๅษีเกศแก้ว ที่ได้เมตตาเดินทางมาเป็นเนื้อนาบุญและเป็นประธานในพิธีอันเป็นสิริมงคลยิ่ง ณ ฐานปฏิบัติการชายแดน ในการประกอบพิธี อัญเชิญพระพุทธรูปเข้าประดิษฐาน เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจและศูนย์รวมศรัทธา รวมถึงเมตตาประกอบพิธี ยกเสาเอก – เสาโท เพื่อความเป็นสิริมงคลและความสวัสดีมีชัยแก่สถานที่แห่งนี้

พวกเราทุกคนมีความปลาบปลื้มปิติและซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ที่พระคุณเจ้าทุกรูปได้เมตตาเดินทางมาถึงพื้นที่ชายแดน ซึ่งถือเป็นขวัญและกำลังใจอันสำคัญยิ่งแก่เหล่าทหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ ความเมตตาของท่านในครั้งนี้เปรียบเสมือนการนำแสงธรรมมาประชโลมใจ และสร้างสิริมงคลให้อยู่คู่กับแผ่นดินสืบไป

ด้วยอำนาจแห่งบุญกุศลและบารมีธรรมที่พระคุณเจ้าได้บำเพ็ญมา ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดอภิบาลคุ้มครองให้พระคุณเจ้าทุกรูป มีสุขภาพธาตุขันธ์ที่แข็งแรง สมบูรณ์ ปราศจากโรคาพยาธิ มีอายุขัยยืนยาว เพื่อเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรและเป็นแสงสว่างทางธรรมให้แก่เหล่าศิษยานุศิษย์และพุทธบริษัทสืบต่อไปนานเท่านาน


พรพิพัฒน์ รายงาน

สืบสวนนครบาล 1 รวบนักท่องเที่ยวมาเลฯ ลักลอบเข้าเมืองค้าเฮโรอีนให้คนผิวสีส่งออกนอกประเทศ

สืบสวนนครบาล 1 รวบนักท่องเที่ยวมาเลฯ ลักลอบเข้าเมืองค้าเฮโรอีนให้คนผิวสีส่งออกนอกประเทศ

วันที่ 6 ก.พ.2569 : พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. กำกับดูแลงานสืบสวน, พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. กำกับดูแลงานยาเสพติด และ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น. พร้อม พ.ต.อ.เอกภพ ตันประยูร, พ.ต.อ. ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 และชุดสืบสวน กก. สส.บก.น.1 ร่วมจับกุมนายชาน ยุน ติง (Mr.Chan yun ting) อายุ 34 ปี สัญชาติมาเลเซีย พร้อมของกลาง เฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 7.370 กิโลกรัม และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จับกุมได้บริเวณใกล้ทางเข้าโรงแรมสบาย เรสซิเดนซ์ บางใหญ่ ทางเข้าด้านถนนภายในซอย ถนนวัดปรางค์หลวง ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2569 เวลาประมาณ 20.00 น.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2569 เวลาประมาณ 17.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนหาข่าวผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดประกอบกับได้รับแจ้งจากสายลับแจ้งว่าจะมีผู้ชายสัญชาติ มาเลเซีย ทราบเพียงชื่อเล่นว่า “อาติง” อายุประมาณ 30 ปีเศษ ตำหนิรูปพรรณ รูปร่างผอมสูง สูงประมาณ 165-170 ซ.ม. ผมสั้นรองทรง ผิวขาว มีรอยสักที่แขนข้างขวาเป็นจุดสังเกตุ โดยจะมีการลักลอบขนยาเสพติด ที่บริเวณภายในซอย ถนนวัดปรางค์หลวง ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ใกล้บริเวณร้านสะดวกซื้อเซเว่นปากซอยบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และได้สั่งการให้สืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่

ต่อมาเวลาประมาณ 19.15 น. ของวันเดียวกัน ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทำการซุ่มดูอยู่บริเวณร้านสะดวกซื้อเซเว่นปากซอย ถนนวัดปรางค์หลวง ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบชายตำหนิรูปพรรณตรงตามที่สายลับแจ้ง เดินมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่บริเวณด้านหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่น จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ต้องสงสัยที่ลักษณะตรงตามที่สายลับได้แจ้งไว้ลุกเดินเข้าไปภายในซอยดังกล่าวไปหยิบสิ่งของบางอย่างที่บริเวณเสาไฟ จากนั้นเดินออกมาทางปากซอยประกอบกับมีท่าทางพิรุธน่าสงสัย ว่าน่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอทำการตรวจค้น  

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ได้ทำการตรวจค้น พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮ โรอีน) น้ำหนักประมาณ 7.370 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋า จากการสอบสวนลักลอบเข้าประเทศผิดกฎหมาย ยาเสพติดดังกล่าวส่งต่อให้คนผิวสีเดินทางออกไปนอกประเทศ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักประมาณ 7.370 กิโลกรัม ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน