นักหวดซอฟท์เทนนิสจากไชนีสไทเป โชว์พลังสุดยอดกวาดเพิ่มสองแชมป์ทีมชาย-ทีมหญิงรวมคว้า 6 แชมป์จาก 7 รายการ ในการแข่งขัน ” Phatum Thani International Soft Tennis Tournament 2025″

นักหวดซอฟท์เทนนิสจากไชนีสไทเปโชว์พลังสุดยอดกวาดเพิ่มสองแชมป์ทีมชาย-ทีมหญิงรวมคว้า 6 แชมป์จาก 7 รายการในการแข่งขัน ” Phatum Thani International Soft Tennis Tournament 2025″ วันสุดท้าย ส่วนทีมซอฟท์เทนนิสไทย ชาย-หญิงไทยได้ 2 เหรียญเงิน

วันที่ 20 ธ.ค.2568 ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี วันสุดท้ายของการแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสนานาชาติรายการ ” Phatum Thani International Soft Tennis Tournament 2025″ ชิงสองเหรียญทองในประเภททีมชาย-ทีมหญิง

โดยมีผลการแข่งขัน และผลงานนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทยมีดังนี้

  • ประเภททีมชายแชมป์เป็นของทีมไชนีสไทเปซึ่งรอบรองชนะเลิศทีมชาติจีนมาได้ พบกับทีมชาติไทย A ที่หวดยาวเกือบสองชั่วโมงกับทีมไทย B ก่อนชนะมาแบบลุ้นเหนื่อย ผลการแข่งขันไชนีสไทเป โชว์ฟอร์มสุดแกร่งหวดชนะไป 2 : 0 คู่คว้าแชมป์ไปครอง ส่วนไทย A ได้เหรียญเงิน และเหรียญทองแดงเป็นของทีมชาติอินโดนีเซียที่หวดชนะทีมไทย B
  • ประเภททีมหญิงรอบชิงชนะยังคงเป็นไชนีสไทเปที่เล่นกันอย่างแข็งแกร่งถึงแม้คู่หญิงมือ 1 ของไทย A ที่ส่ง ณัชชา กล่อมกมล และอลิชา มายา ซีกเลอร์ จะลงมาจุดประกายความหวังเอาชนะคู่มือ 1 ของไชนีสไทเปไปก่อน แต่จากนั้นเดี่ยวมือ 1 และคู่มือ 2 ไทย A แพ้ไชนีสไทเป 2 คู่รวดทำให้ไชนีสไทเปแซงคว้าแชมป์ไป 2 : 1 คู่ ไทย A ได้เหรียญเงิน และเหรียญทองแดงเป็นของทีมจีนที่หวดชนะ ไทย B มาได้

จากนั้นเป็นพิธีมอบรางวัลและพิธีปิดการแข่งขันที่ อาคารที่พักผู้เข้ารับการฝึกอบรม สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกฯเทศมนตรีนครรังสิต ในฐานะตัวแทน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ. ปทุม ธานี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและพิธีปิดการแข่งขันซอฟท์เทนนิสนานาชาติ “Phatum Thani International Soft Tennis Tournament 2025” ร่วมด้วยนางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย,นายบรรลือชัย ผิวสานต์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย และผู้บริหารสมาคมฯ และผู้บริหาร อบจ.ปทุมธานี ให้เกียรติมอบเหรียญรางวัล, ถ้วยรางวัล, เกียรติบัตร และเงินรางวัล แก่นักกีฬาชนะเลิศในลำดับต่างๆ ก่อนถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน

ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกฯเทศมนตรีนครรังสิต กล่าวชื่นชมความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่ทำให้การแข่งขันรายการนี้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และขอให้นักกีฬาและผู้มีส่วนร่วมเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

ในขณะที่นางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย กล่าวของคุณ อบจ.ปทุมธานี,ผู้สนับสนุนทุกท่าน,นักกีฬาทั้ง 9 ประเทศ,ผู้ฝึกสอน,ผู้ตัดสิน และผู้ปกครองนักกีฬาทุกคนที่ให้ความร่วมมือจนการแข่งขันประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

IFB จัดงานน้อมรำลึก 100 ปี มหาธีรราชเจ้า พร้อมเปิดรับนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2569

IFB จัดงานน้อมรำลึก 100 ปี มหาธีรราชเจ้า พร้อมเปิดรับนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2569

วิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ (International Fashion Business College : IFB) นำโดย ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา จัดงาน “น้อมรำลึก 100 ปี มหาธีรราชเจ้า” เนื่องในวโรกาสครบรอบ 100 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (25 พฤศจิกา ยน 2568) เพื่อถวายสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ หอประชุม Jasmine Convention เมื่อเร็วๆ นี้

ภายในงานจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและบุคคลสำคัญเข้าร่วมงาน อาทิ คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานสภาวัฒนธรรมเขตคลองสามวา, คุณภาคภูมิ พุกผล ที่ปรึกษากรรมาธิการการศึกษาสภาผู้แทนราษฎร และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการศิลปวัฒนธรรมและศาสนา, คุณมณสินี เจริญไชยมา นักวิชาการศึกษาชำนาญการ สำนักงานเขตคลองสามวา รวมถึง คุณปาริชาติ บริสุทธิ์ อดีตผู้จัดละครช่อง 3 โปรดิวเซอร์ และนักแสดง

กิจกรรมสำคัญภายในงาน ได้แก่ การประกาศผลและมอบรางวัลการประกวด “The King Rama VI Songs” โดยผลการประกวดระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง และ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา 2 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนเซนต์เทเรซา และ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย

ขณะที่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรง เรียนสารสาสน์วิเทศรังสิต และ โรงเรียนเซนต์เทเรซา พร้อมมอบ รางวัลชมเชย แก่ โรงเรียนวัดแสนสุข

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การเปิดตัวภาพยนตร์สั้น “เวนิสวาณิช ณ สยาม 2568” (World Premiere) ซึ่งนำพระราชนิพนธ์และบทแปลวรรณคดีตะวันตกของพระบาทสมเด็จพระมง กุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มาถ่ายทอดใหม่ผ่านสื่อร่วมสมัย สะท้อนพระอัจฉริยภาพด้านศิลปวัฒน ธรรมอย่างชัดเจน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ และทรงได้รับการยกย่องว่ารัชสมัยของพระองค์เป็น ยุคทองแห่งการเปลี่ยนแปลงทางศิลปวัฒนธรรมของสยาม โดยทรงผสมผสานศิลปะตะวันตกและตะวันออกอย่างสร้าง สรรค์ ทั้งด้านวรรณศิลป์ สถาปัตยกรรม การแสดง และภาพยนตร์

ในโอกาสเดียวกันนี้ IFB ได้เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา พ.ศ.2569 ในหลักสูตร แฟชั่นดีไซน์, สถาปัตยกรรม และมัลติมีเดีย คอนเทนท์ครีเอเตอร์ และ A.I. สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) สามารถเข้ารับการประเมินความรู้พื้นฐาน เพื่อศึกษาต่อในระดับ ปวช. และ ปวส. ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-130-2422


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตม.จ.ปทุมธานี ขานรับนโยบาย ตร. เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นที่พักอาศัยสุ่มเสี่ยง จับกุมคนต่างด้าวผิดกฎหมาย กว่า 10 ราย

ตม.จ.ปทุมธานี ขานรับนโยบาย ตร. เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นที่พักอาศัยสุ่มเสี่ยง จับกุมคนต่างด้าวผิดกฎหมาย กว่า 10 ราย

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร.,พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ป้องกัน ปราบปรามกลุ่มคนต่างด้าวในหลายพื้นที่ที่มีพฤติกรรมขัดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญในลักษณะที่กระทบความมั่นคงของประเทศ

ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3., พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก. ตม.3, พ.ต.อ.ณัฐกิตติ์ มีสุข ผกก.ตม.จ.ปทุมธานี บก.ตม.3

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 น. นำโดย พ.ต.ท.พีรพัฒน์ คล้ายคลึง รองผกก.ตม. จ.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.หญิง สุภางค์กาญจน์ มนตรีพิศาล สว.ตม.จ.ปทุมธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จ.ปทุมธานี สนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่ กก.สส.2 บก.สส.ภ.1,สภ.สามโคก, สภ.คูคต และจัดหางานจังหวัดปทุมธานี ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายสถานที่พักอาศัยของคนต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือกระทำผิดอื่นใดเกี่ยวกับกฏหมายคนเข้าเมือง หรือกฎหมายอื่น บริเวณ หอพักย่านสามโคก ต.คลองควาย อ.สามโคก และ หอพักย่านชุมชนดอนเมืองพัฒนา ต.คูคต อ.ลำลูกกา พร้อมกันจำนวน 3 จุด

ผลการปฏิบัติ ได้ตรวจพบและดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิด ดังนี้

  1. จับกุมคนต่างด้าว สัญชาติ กัมพูชา ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 5 ราย
  2. จับกุมคนต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต,เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต,ผลิต จำหน่ายพืชสมุนไพรโดยไม่ได้รับอนุญาต (พ.ร.บ.สาธารณสุขฯ) จำนวน 5 ราย
  3. เปรียบเทียบปรับคนไทย ข้อหา เป็นเจ้าบ้านรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยไม่แจ้งภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ตาม ม.38 จำนวน 1 ราย 2 คดี (ต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 2 คน)

จากนั้นเจ้าหน้าที่ฯ ได้นำตัวคนต่างด้าวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก และ สภ.คูคต ตามพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

‘วชิราลัย’ แชมป์ฟุตบอลสมัย3, สุรนารีฯ คว้าวอลเลย์ มหกรรมกีฬาธนาคารโรงเรียนธนาคารออมสิน 2568

‘วชิราลัย’ แชมป์ฟุตบอลสมัย3,สุรนารีฯคว้าวอลเลย์ มหกรรมกีฬาธนาคารโรงเรียนธนาคารออมสิน 2568  

มหกรรมกีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน ประจำปี 2568 หรือ GSB Youth Sports Festival เริ่มการแข่งขันมาตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา และจะดำเนินไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศในวันที่ 19 ธันวาคม ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 4.6 ล้านบาท

โดยทัวร์นาเมนต์นี้จะแข่งขันกันใน 3 ประเภทกีฬายอดนิยม ฟุตบอล วอลเลย์บอล และบาสเกตบอล ในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รอบ คือ รอบสายงานกิจการสาขา และรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

สำหรับรอบสายงานกิจการสาขา มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 576 ทีม แบ่งออกเป็น ชนิดกีฬาละ 192 ทีม จาก 6 สายงานกิจการสาขา ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย

ซึ่งจะคัดทีมธนาคารโรงเรียน ชนิดกีฬาละ12 ทีมที่ฝ่าฟันเข้าสู่รอบสุดท้าย ซึ่งเป็นรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศระหว่างวันที่ 15-19 ธันวาคม 2568 เพื่อชิงเงินรางวัลแต่ละชนิดกีฬา โดยชนะเลิศขะได้รับ  100,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทาน และเหรียญรางวัล,รองชนะเลิศ 40,000 บาท และเหรียญรางวัล,อันดับ 3 ได้รับ 25,000 บาท และเหรียญรางวัล และ อันดับ 4 ได้รับ 10,000 บาท และเหรียญรางวัล

พิธีปืดการแข่งขัน ที่สนามธันเดอร์โดมสเตเดี้ยม เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก คุณวชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินกลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน,คุณจารุพร กำธรนพคุณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานการตลาดและสื่อสารเพื่อความยั่งยืนกลุ่มการตลาด เพื่อความยั่งยืน,คุณนิภาวรรณ ทองนวล ผู้อำนวยการธนาคารออมสินภาค 5 มาร่วมมอบรางวัล

สำหรับกีฬาวอลเลย์บอล ชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนสุรนารีวิทยา /รองชนะเลิศ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) /อันดับ 3.วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา และ 4.โรงเรียนเทพมงคลรังษี กาญจนบุรี

กีฬาบาสเกตบอล ชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี/รองชนะเลิศ โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม/อันดับ3 โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา และอันดับ4.โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา

กีฬาฟุตบอล ชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนวชิราลัย เชียงใหม่ /รองชนะเลิศ โรงเรียนกันทรารมณ์ ศรีสะเกษ/อันดับ 3.โรงเรียนปทุมคงคา
และอันดับ 4.โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี รวมมูลค่ากว่า 6.9 แสนบาท พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการในพื้นที่ฟรี ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการฯ พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิกฯ, นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพฯ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนฯ นำทีมลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี (จังหวัดที่ 3 ของทางภาคใต้) จำนวน 28 ครัวเรือน มูลค่าทั้งสิ้น 690,450 บาท (หกแสนเก้าหมื่นสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน) พร้อมจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนฯ นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการ

โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายสงัด พืชพันธุ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี คณะมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานีเป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วย อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายนพดล ทรงแสง (จิ้ม ชวนชื่น),นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) และ นายเกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ (ภูมิ) ร่วมในพิธี ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดยกลุ่มเป้าหมายแรก ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลางแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัด ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และในขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ป่อเต็กตึ๊งช่วยชีวิตรักษาชีวิตสร้างชีวิต## แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ สิลานท์ รายงาน

พรรครวมพลังประชาชน จัดประชุมใหญ่ เลือก “อภิวิชญญ์” นั่งหัวหน้าพรรค ชูนโยบาย “สร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตสตรี” มุ่งสร้างครอบครัวไทยให้แข็งแกร่ง

พรรครวมพลังประชาชนจัดประชุมใหญ่ เลือก “อภิวิชญญ์” นั่งหัวหน้าพรรค ชูนโยบาย “สร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตสตรี” มุ่งสร้างครอบครัวไทยให้แข็งแกร่ง

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 กรุงเทพมหานคร : พรรครวมพลังประชาชนจัดประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมีสมาชิกพรรคและผู้สนใจเข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน ณ ที่ทำการชุมชนเคหะชุมชนฉลองกรุง โซน 6 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและเรียบร้อย ซึ่งที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เลือก นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นางสาวชัญญพัชร์ โมอินทร์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารชุดใหม่รวม 11 ท่าน นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งรวม 15 ท่าน ซึ่งประกอบด้วยสัดส่วนจากกรรมการบริหารพรรค ตัวแทนสาขาพรรค และตัวแทนสมาชิกพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนงานการเมืองในระดับชาติต่อไป

สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ประกอบด้วย นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรค, น.ส.ชัญญพัชร์ โมอินทร์ เลขาธิการพรรค, น.ส.กัลยาณี แสนสุข รองเลขาธิการพรรค, น.ส.วิไล คุ้มเจริญ เหรัญญิกพรรค, นายสหพัฒน เพ็งเรือง นายทะเบียนพรรค, น.ส.เอกสุพร พิมเพิ่ม รองนายทะเบียนพรรค, นายสำเริง การเสถียร โฆษกพรรค, นายภาคภูมิ สามพรานไพรบูรณ์ ผู้อำนวยการพรรค, ดร.ราษฏร์พิชิต นาคประดิษฐ์ กรรมการบริหารพรรค, นายชินกฤต ยุทธยศ กรรมการบริหารพรรค และนายจำเริญ ขาวปลอด ในส่วนคณะกรรมการสรรหาทั้ง 15 ท่าน ได้แก่ น.ส.วิไล คุ้มเจริญ, น.ส.ชัญญพัชร์ โมอินทร์, นายสำเริง การเสถียร, นายชินกฤต ยุทธยศ, ดร.ราษฎร์พิชิต นาคประดิษฐ์, นายจำเริญ ขาวปลอด, น.ส.กัลยาณี แสนสุข, นายพิสันณ์ ชูมี, นายภาสพิชญ์ โชติอัครปรมัตถ์, นายชำนาญ สุขเกษม, ผศ.ดร.สายชล เคหะธรรม, นางกรกมล สีรักษา,นางศรัญญา แจ่มจำรัส, น.ส.ศิริพร อ่วงประโคน และ น.ส.สัณห์สินี เพ็งเรือง

ในการนี้ นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรค ได้ประกาศทิศทางใหม่ของพรรคภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม โดยพรรคมีนโยบายผลักดันเงินทุนหมุนเวียนและศูนย์ฝึกทักษะอาชีพสมัยใหม่ในระดับชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน พร้อมกันนี้พรรคยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบทบาทของผู้หญิงและการสร้างครอบครัวที่อบอุ่น ผ่านนโยบายสนับสนุนสวัสดิการแม่และเด็กถ้วนหน้า การส่งเสริมสิทธิและศักยภาพของสตรีในการเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างรากฐานครอบ ครัวที่มั่นคง เพื่อให้พรรครวมพลังประชาชนเป็นที่พึ่งของทุกคนอย่างแท้จริง

นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชน ยังได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงก้าวต่อไปของพรรคว่า “การได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ตำแหน่ง แต่มันคือพันธกิจที่ผมและคณะกรรมการบริหารพรรคทุกคนต้องแบกรับเพื่อพี่น้องประชาชน เราไม่ได้มาเพื่อเล่นการเมือง แต่เรามาเพื่อ ‘สร้างการเปลี่ยนแปลง’ ที่จับต้องได้จริง

นโยบายของเราจะไม่ใช่แค่ตัวเลขหรือคำขายฝัน แต่จะเน้นไปที่การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุด นั่นคือ ‘ครอบครัว’ หากสตรีมีศักยภาพ มีอาชีพที่มั่นคง และครอบครัวมีความอบอุ่น สังคมไทยจะเข้มแข็งจากภายในสู่ภายนอก ผมขอให้คำมั่นว่า พรรครวมพลังประชาชนจะเป็นพรรคที่เดินเคียงข้างทุกคน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และพร้อมจะทำงานหนักตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเพื่อให้มั่นใจว่า ทุกเสียงของท่านจะถูกเปลี่ยนเป็นโอกาสและสวัสดิการที่ดีขึ้นในอนาคตครับ”

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคยังได้เชิญชวนให้ประชาชนผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายพรรคให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจในการสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

พรรครวมพลังประชาชน #สร้างงานสร้างอาชีพ #สร้างโอกาส #สร้างครอบครัว #พลังสตรี #ประชุมใหญ่พรรค.


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ยิมนาสติก ฉลองความยิ่งใหญ่ “ศศิวิมล” หลั่งน้ำตาลาทีมชาติ

สมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย เปิดแคมป์เลี้ยงฉลองความสำเร็จ 6 เหรียญทองซีเกมส์ พร้อมเตรียมส่งไปฝึกซ้อมต่อที่ญี่ปุ่น ขณะที่ “กระแต” ศศิวิมล เมืองพวน เก็บอาการไม่อยู่ปล่อยน้ำตา อำลาทีมชาติ ด้วยเหรียญทองแห่งความภาคภูมิใจในระยะเวลา 18 ปีเต็ม

ความเคลื่อนไหวในส่วนของกีฬายิมนาสติก หลังจากที่จบการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งมีการชิงทั้งสิ้น 16 เหรียญทอง ก่อนแข่งสมาคมฯตั้งเป้าคว้า 5 เหรียญทอง แต่สามารถทำได้ 6 เหรียญทอง จาก ยิมนาสติกศิลป์ชาย 2 เหรียญทอง (ฑิฆัมพร สุรินทรทะ กับ วีรภัทร ช่วยโสม ), ยิมนาสสติกศิลป์หญิง 1 เหรียญทอง (น.ส.ศศิวิมล เมืองพวน), ยิมนาสติกลีลา 2 เหรียญทอง (ประเภทกรุ๊ป 5 ริบบิ้น,ประเภทกรุ๊ป 3 ห่วง 2 บอล), ยิมนาสติกแอโรบิก 1 เหรียญทอง ประเภทมิ๊กซ์แพร์ (ชวิศา อินทกุล กับ ชนกพล เจียมสุขใจ) นอกจากนี้ยังได้ 2 เหรียญเงิน กับอีก 3 เหรียญทองแดง ส่งผลให้ผลงานทะลุเกินเป้าที่ตั้งไว้

ล่าสุด สมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย โดย น.ต.ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ นายกสมาคมฯ ได้เปิดศูนย์ฝึกเพื่อการแข่งขัน (สโมสรจินตนา) ในซอยเพชรเกษม 81 จัดงานเลี้ยงขอบคุณนักกีฬา, ผู้ฝึกสอน, ผู้ตัดสิน, ผู้บริหาร และ ผู้ปกครอง ทุกคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จกับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ พร้อมทั้งเป็นการเลี้ยงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ภายใต้ชื่องาน “เกียรติยศ และ ความภาคภูมิใจ นักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทย คว้าชัยซีเกมส์ 6 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกมังกร โกสินทรเสนีย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เช่นเดียวกับ บรรดาอดีตนักยิมนาสติกรุ่นพี่ ธีรัช โพธิ์พานิช,ธาราทิพย์ ศรีดี,รุ่งกานต์ แสงทองสกุลเลิศ ฯลฯ ร่วมแสดงความยินดี

ในงานได้มีการประกาศเชิดชูเกียรตินักกีฬา และ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ที่ร่วมกันสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ก่อนจะปล่อยให้นักกีฬากลับไปพักผ่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่ แล้วเตรียมเรียกกลับมาฝึกซ้อมร่วมกันอีกครั้งในต้นเดือนมกราคม ปีหน้า พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมส่ง 5 นักกีฬายิมนาสติกศิลป์ชายจำนวน 5 คน ประกอบด้วย สุภชีพ บ่าวเบ็ญหมัด, ฑิฆัมพร สุรินทรทะ, วีรภัทร ช่วยโสม, ฟูกะ โนมูระ และ วิศวยศ สาโรจน์ เดินทางไปฝึกซ้อมที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม จนถึง สิ้นเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2569 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ที่ประเทศญี่ปุ่น ในเวลาเดียวกันอีกด้วย

นอกจากนี้ สมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ยังได้เลี้ยงขอบคุณ น.ส.ศศิวิมล เมืองพวน เหรียญทองยิมนาสติกส์ศิลป์หญิงประเภทฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์ วัย 23 ปี ที่ประกาศเลิกเล่นทีมชาติอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าตัวถึงกับปล่อยน้ำตากลางงาน ยอมรับว่า รู้สึกใจหาย และ คิดถึงอุปกรณ์ที่ฝึกซ้อมมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ พร้อมกันนี้ยังได้ฝากถึงรุ่นน้องที่เป็นคลื่นลูกใหม่ให้มีความอดทน เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติสืบต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“พีระพันธุ์” ส่ง “แม็ค ชณทัต” สู้ศึกเลือกตั้ง กทม. เขต 6 พญาไท-ดินแดง มั่นใจคนรุ่นใหม่ “ทำจริง” เพื่อประชาชน

พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าลุยสนาม กทม. ส่งคนรุ่นใหม่ไฟแรง “ชณทัต” ลงชิงเก้าอี้ ส.ส. เขต 6 พญาไท-ดินแดง “พีระพันธุ์” การันตีความมุ่งมั่น เน้นย้ำนโยบาย “ทำจริง” พร้อมเป็นที่พึ่งให้ประชาชน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 6 ซึ่งประกอบด้วยเขตพญาไทและเขตดิน แดง โดยได้วางตัว นายชณทัต ปัทะมะภูวดล เป็นตัวแทนพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ มุ่งเน้นการนำเสนอพลังของคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ และพร้อมทำงานทันทีเพื่อพี่น้องประชาชน

นายพีระพันธุ์ฯ กล่าวถึงความมั่นใจในการส่งนายชณทัตฯ ลงสู่สนามเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า ทางพรรคได้คัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพและมีจิตวิญญาณในการทำงานเพื่อสาธารณะอย่างแท้จริง

นายชณทัตฯ ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจสูง ลงพื้นที่สัมผัสปัญหาของชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง เข้าใจบริบทและความต้องการของคนในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งสอดคล้องกับดีเอ็นเอของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือ “ทำจริง” ไม่เน้นการขายฝัน แต่เน้นการลงมือแก้ไขปัญหาให้สำเร็จเป็นรูปธรรม

ทางด้าน นายชณทัตฯ ได้กล่าวแสดงความพร้อมในการรับหน้าที่นี้ว่า ตนมีความมุ่งมั่นที่จะนำความรู้และประสบการณ์มาใช้ในการพัฒนาพื้นที่เขต 6 พญาไท-ดินแดงให้ดียิ่งขึ้น โดยจะเน้นการทำงานเชิงรุก เข้าถึงง่าย และพร้อมรับฟังทุกปัญหาของพี่น้องประชาชน เพื่อนำไปสู่การผลักดันนโยบายที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด ทั้งเรื่องปากท้อง สาธารณูปโภค และคุณภาพชีวิต
“ผมขออาสาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ที่พร้อมทำงานหนักและทำจริง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับพี่น้องชาวดินแดงและพญาไท ผมเชื่อมั่นว่าการเมืองที่สร้างสรรค์คือการเมืองที่ประชาชนพึ่งพาได้จริงครับ” นายชณทัตฯ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในเขตพญาไทและดินแดง ร่วมกันสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจจริง เพื่อเข้ามาเป็นปากเป็นเสียงและร่วมสร้างอนาคตประเทศไทยให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ส่งต่อกำลังใจ ยกทัพสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ฯลฯ มอบให้แก่ผู้อพยพ จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ส่งต่อกำลังใจ ยกทัพสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ฯลฯ มอบให้แก่ผู้อพยพ จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี พร้อมมอบเงิน-กระเช้าเยี่ยมเยียนให้แก่คุณแม่พลทหารที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล รวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท

ระหว่างวันที่ 19–22 ธันวาคม พ.ศ.2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ ห่วงใยผู้อพยพบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มอบหมายให้คณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิกฯ จัดทีมแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น อาทิ ที่นอน, เสื่อฟอยล์, ผ้าอ้อมเด็ก-ผู้ใหญ่, ของเล่นเด็กเล็ก, ขนม, สิ่งของเครื่องใช้จำเป็นต่างๆ ฯลฯ ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

โดยมี คณะมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถาน จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์, คณะมูลนิธิสุรินทร์สามัคคีกุศลสถานสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์, คณะมูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และคณะมูลนิธิการกุศลอุบลราชธานี เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

รวมทั้ง ได้มอบเงินจำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) พร้อมกระเช้าแก่คุณแม่ของพลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา “พลทหารวุ้น” ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล รวมมูลค่าดำเนินการในครั้งนี้กว่า 2.5 ล้านบาท โดยมี อาสาสมัครกิตติมศักดิ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร โอภาสวงศ์ และ นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายสิ่งของ

เมื่อเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ ได้เร่งมอบหมายให้คณะกรรม การ นำทีมสาธารณภัยลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากนั้นได้เข้ามอบเงินปลอบขวัญนายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ ให้แก่ทหารกล้าและประชาชนที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลในขณะนั้น และล่าสุดมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังๆ ละ 12,000 บาท รวมงบประมาณที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธา สู่ทหารกล้าและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ากว่า 7.9 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และขอส่งกำลังใจให้ทหารกล้า เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทุกท่านทุกหน่วย ที่ยืนหยัดปกป้องแผ่นดินไทย รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กพร.ผนึกกำลัง สวทช. เปิดตัวครั้งแรก “Mining 4.0 Index” ดัชนีชี้วัดเหมืองแร่อัจฉริยะของไทย ชู 6 บริษัทต้นแบบขับเคลื่อนเศรษฐกิจนำร่องสู่เหมืองแร่ยุคดิจิทัล

กพร.ผนึกกำลัง สวทช. เปิดตัวครั้งแรก “Mining 4.0 Index” ดัชนีชี้วัดเหมืองแร่อัจฉริยะของไทย ชู 6 บริษัทต้นแบบขับเคลื่อนเศรษฐกิจนำร่องสู่เหมืองแร่ยุคดิจิทัล

วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ : กระทรวงอุตสาห กรรม โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานสัมมนาใหญ่ภายใต้แนวคิด “Transform mining,Define the future : เหมืองยุคใหม่ด้วย Mining 4.0 Index” ภายในงานมีการเปิดตัวเครื่องมือประเมินระดับความพร้อมดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่เป็นครั้งแรกของประเทศ พร้อมเผยโฉม 6 บริษัทต้นแบบที่พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานสากล

นายอานันท์ ฟักสังข์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหมืองแร่เปรียบเสมือนรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยที่เป็นต้นน้ำให้แก่อุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย อาทิ ปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง เหล็ก เซรามิก ปิโตรเคมี พลัง งาน และโครงสร้างพื้นฐาน หากภาคเหมืองแร่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลต่อห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของประเทศโดยตรง เพื่อให้ก้าวทันกระแสโลก เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาห กรรมเหมืองแร่ โดยเฉพาะในสายการผลิตระบบอัตโนมัติ เครื่องจักรที่เชื่อมต่อข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล Big Data แพลตฟอร์มดิจิทัล และ AI เหล่านี้ คือมาตรฐานสำคัญของ Mining 4.0 ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องก้าวให้ทัน เพื่อสร้างความปลอดภัย เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อชุมชนอย่างยั่งยืน

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า บทบาทหลักของ (สวทช.) คือการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยในปีนี้มีผู้ประกอบการเหมืองแร่กว่า 50 ราย เข้าร่วมประเมินความพร้อมผ่านแพลตฟอร์ม Thailand i4.0 Index ของ สวทช. ซึ่งการประเมินดังกล่าวเปรียบเสมือน “กระจกสะท้อนองค์กร” ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นภาพรวมของตนเองในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล ความพร้อมในการจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอด ภัยในการทำงาน การจัดการสิ่งแวดล้อม การใช้เทคโนโลยีเพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน และการพัฒนาบุคลากร เพื่อยกระดับทักษะแรงงานให้รองรับยุคดิจิทัล จาก Thailand i4.0 Index (สวทช.) ได้ร่วมกับ (กพร.) พัฒนาเป็น Mining 4.0 Index ที่เหมาะสมกับอุตสาห กรรมแร่ (เหมืองแร่ โรงโม่ โรงแต่งแร่) เป็นครั้งแรกของไทย

จากการดำเนินงานภายใต้ MOU ความร่วมมือระหว่าง (กพร.) และ (สวทช.) ได้มีการคัดเลือก 6 ผู้ประกอบการที่มีความโดดเด่นและมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก เพื่อเข้ารับคำปรึกษาและวางแผนงานเทคโนโลยี (Technology Roadmap) อย่างเข้มข้น ได้แก่ บริษัท สิรินิธิ จำกัด,บริษัท ครีเอทีฟ มิเนอรัล จำกัด,บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน), บริษัท ช.นิยม จำกัด, บริษัท เหมืองแร่ลิวง จำกัด และบริษัท พิพัฒน์กร จำกัด ซึ่งทั้ง 6 บริษัทได้ผ่านกระบวนการวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญ ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการประกอบการของตนเอง รวมทั้งการลงพื้นที่เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำโดยผู้เชี่ยว ชาญ จนสามารถพัฒนาแผนงานที่เหมาะสมกับสภาพการผลิตจริงของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม

“ความสำเร็จของ Mining 4.0 Index ในครั้งนี้ จะเป็นเกณฑ์มาตรฐานให้ภาครัฐนำไปต่อยอดกำหนดมาตรการสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ทางการลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเหมืองแร่ไทยสู่ยุค 4.0 อย่างมั่นคงและรับผิดชอบต่อสังคม” นายอานันท์ฯ กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน