แกนนำ “พรรคภูมิใจไทย” ลงพื้นที่ลพบุรีช่วยผู้สมัครหาเสียง

จังหวัดลพบุรี – แกนนำพรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่ลพบุรีช่วยผู้สมัครหาเสียง

ที่ตลาดโคกสำโรง บรรยากาศในการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย และเป็นแกนนำของพรรคได้เดินสายลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี โดยเดินทางมาในเขตเลือกตั้งที่ 1 ที่มีนายนรินทร์ คลังผา ผู้สมัครสังกัดพรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 8 เพื่อช่วยในการหาเสียงด้วยการเดินพบปะกับประชาชนที่ตลาดสดเทศบาลตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

ซึ่งพบว่าได้มีประชาชน บรรดาพ่อค้า แม่ค้า ในตลาดมารอบันทึกภาพ มอบช่อดอกไม้ และให้กำลังใจ โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้ทักถ่ายกับประชาชนด้วยความเป็นกันเองพร้อมกับขอให้ประชาชนได้ช่วยลงคะแนนเลือกทั้งคนและพรรค เพื่อที่จะได้เข้าไปบริหารประเทศสานงานต่อ นอกจากนี้ยังได้ชูนโยบายของพรรคในการที่จะเข้าบริหารประเทศ จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังเขตเลือกตั้งที่ 3 ช่วย นางสาวกาญจนาพร จิระพันธุ์วาณิช ผู้สมัครสังกัดพรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ 3 หมายเลข 6 เดินหาเสียงที่ตลาดสดหนองม่วง โดยทักทายผู้ประกอบการร้านค้าแผงลอย ร้านค้าต่าง ๆ ด้วยการมอบใบแนะนำตัวผู้สมัครและพรรค


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ผู้คนล้นหลาม “พรรคเพื่อไทย” ตั้งเวทีปราศรัยตลาดหนองม่วง

จังหวัดลพบุรี – พรรคการเมืองลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครลพบุรีหาเสียง เรียกคะแนนโค้งสุดท้าย ขณะที่ผู้สมัครบางคนเปิดเวทีปราศรัยมีประชาชนเดินทางมาฟังอย่างล้นหลามพร้อมหยอดคำหวานอ้อนขอคะแนน

บรรยากาศในการหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ ช่วงโค้งสุดท้านในพื้นที่จังหวัดลพบุรียังคงคึกคัก โดยพบว่าที่ลานตลาดนัดอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรีนายพหล วรปัญญา ผู้สมัครสังกัดพรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ 3 หมายเลข 2 ได้เปิดเวทีปราศรัยย่อย ซึ่งมีนายวรวงศ์ วรปัญญา ผู้สมัครสังกัดพรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 5 เดินทางขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียง ทั้งนี้พบว่ามีประชาชนเดินทางมารับฟังการปราศรัยกันอย่างล้นหลามเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้กว่า 4 พันตัวเต็มหมด จนทำให้ประชาชนที่เดินทางมาทีหลังต้องยินฟังกันอีกหลายร้อยคน

โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหนองม่วง ทั้งในและนอกเครื่องแบบมาดูแลในเรื่องของการจราจร การรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังพบว่ามีนักธุระกิจ ผู้นำชุมชน นักการเมืองท้องถิ่น มาร่วมรับฟังในการปราศรับในครั้งนี้ด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

นบ.ยส.24 ไล่ล่ากลางดึก ! รวบขบวนการขนยานรก พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 2 ล้านเม็ด ในพื้นที่ อ.บึงกาฬ จ.บึงกาฬ

นบ.ยส.24 ไล่ล่ากลางดึก! รวบขบวนการขนยานรก พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 2 ล้านเม็ด ในพื้นที่ อ.บึงกาฬ จ.บึงกาฬ

วันที่ 29 ม.ค.69 เวลา 23.00 น. กองทัพบก โดย ทภ.2/นบ.ยส.24 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 ขับเคลื่อนนโยบาย “ Quick Big Win ” รวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหา ยาเสพติดแบบบูรณาการ ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว สู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ อำนวยการให้ ส่วนปราบปรามขยายผล ภ.จว.บึงกาฬ และ กก.สืบสวน ภ.จว. บึงกาฬ (หน่วยงานหลัก) บูรณาการร่วมกับ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, ส่วนสกัดกั้นฯ ตอนบน, บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13), ชปข.ที่ 4 และ ร้อย.สกัดกั้นฯ ที่ 2 สนธิกำลังสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ

หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว เจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนในพื้นที่เพ่งเล็ง ก่อนพบ รถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ใช้รูปแบบ รถนำ–รถลำเลียง ขับติดตามกันบนถนนหมายเลข 212 บึงกาฬ–นคร พนม มุ่งหน้าเข้าเขตตัวเมืองเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือพิเศษทำให้ ยางรถรั่วทั้ง 2 คัน ก่อนชุดติดตามสามารถไล่จับ รถลำเลียงยาเสพติด ได้ในระยะประมาณ 500 เมตร จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 10 กระสอบ รวมประมาณ 2,000,000 เม็ด

ขณะเดียวกัน รถนำอีกคันถูกพบจอดทิ้งไว้ในสวนยางพาราห่างจากจุดแรกประมาณ 2 กิโล เมตร ผู้ต้องสงสัยอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ ต่อมาเวลา 03.30 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 ชาวบ้านในพื้นที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้อีก 1 ราย ในสวนยางพารา ห่างจากจุดทิ้งรถประมาณ 1 กิโลเมตร โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่ขับรถนำ ก่อนจะแยกกันหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลาง ส่งให้ กก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


พรพิพัฒน์ รายงาน

กกต.เพชรบูรณ์ลุยเต็มสูบ! ปล่อยคาราวาน 6 คัน ตระเวนปลุกคนใช้สิทธิ เลือกตั้ง สส. 8 ก.พ. 69

กกต.เพชรบูรณ์ลุยเต็มสูบ! ปล่อยคาราวาน 6 คัน ตระเวนปลุกคนใช้สิทธิ เลือกตั้ง สส. 8 ก.พ. 69

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ (กกต.เพชรบูรณ์) เดินหน้ารณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างเข้มข้น ด้วยการปล่อยขบวนรถประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จำนวน 6 คัน ครอบคลุมทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง เขตละ 1 คัน ออกกระจายเสียงให้ข้อมูลการเลือกตั้งในทุกพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์

นางสาวพูนศรี สุขเสวก ผู้อำนวยการ กกต.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า การประชาสัมพันธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อย้ำเตือนและสร้างความตระหนักให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้รับทราบวัน เวลา ขั้นตอน และความสำคัญของการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภา พันธ์ 2569 ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อของตนเอง พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และข้อควรปฏิบัติในการเลือกตั้ง เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสุจริต

สำหรับขบวนรถประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง สส. จังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้ง 6 เขต 6 คัน ได้เริ่มออกปฏิบัติการลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม ไปจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ครอบคลุมทั้งเขตเมือง เขตชนบท และชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุดก่อนวันเลือกตั้งจริง

ผู้อำนวยการ กกต.เพชรบูรณ์ ย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนที่ไปใช้สิทธิจะได้รับบัตรเลือกตั้งทั้งหมด 3 ใบ ได้แก่

  1. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต สีเขียว
  2. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ สีชมพู
  3. บัตรออกเสียงประชามติ สีเหลือง

ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ จำเป็นต้องแจ้งเหตุ มิฉะนั้นอาจถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี โดยการแจ้งเหตุกรณีเลือกตั้ง สส. สามารถแจ้งได้ 2 ช่วง คือ ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 1–7 กุมภาพันธ์ 2569 และภายใน 7 วันหลังวันเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 9–15 กุมภาพันธ์ 2569

ส่วนการออกเสียงประชามติ การแจ้งเหตุสามารถดำเนินการได้ก่อนวันออกเสียง ระหว่างวันที่ 14 มกราคม ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2569 และหลังวันออกเสียง ระหว่างวันที่ 9–15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสามารถแจ้งได้ที่อำเภอหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน แจ้งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมการปกครอง รวมถึงผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote และ “ทางรัฐ”

กกต.เพชรบูรณ์ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ พร้อมย้ำว่า “เสียงของประชาชนทุกคนมีค่าเท่ากัน” ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย


มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์ รายงาน

ตำรวจเมืองโคราชเข้ม รับมือเหตุชิงทองซ้อมแผนเต็มรูปแบบ สร้างความอุ่นใจร้านทอง

ตำรวจเมืองโคราชเข้ม รับมือเหตุชิงทองซ้อมแผนเต็มรูปแบบ สร้างความอุ่นใจร้านทอง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนคร ราชสีมา ได้ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ณ ร้าน ไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG ถนนชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

การซ้อมแผนเริ่มต้นด้วยสถานการณ์จำลอง คนร้ายสวมหมวกกันน็อก ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานเพื่อชิงทองคำ จากนั้นเป็นการฝึกขั้นตอนการรับมือของร้าน การแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ การส่งต่อข้อมูลคนร้ายและทิศทางหลบหนี เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและเข้าจับกุมได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุจริง

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า การซ้อมแผนในครั้งนี้ได้บูรณาการกำลังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหัวหน้าสายตรวจ พนักงานสอบ สวน เจ้าหน้าที่สืบสวน และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละจุด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบทบาทและขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน เมื่อเกิดเหตุจริงจะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยการซ้อมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกนายมีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าตำรวจมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่

ด้านนางสาวภัทรียา รัตนศิริมณีเวทย์ หรือ “คุณนิด” เจ้าของร้านไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG กล่าวว่า การซ้อมแผนในวันนี้ช่วยให้ร้านและพนักงานมีความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริงมากขึ้น ทั้งการแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงาน และการดูแลความปลอดภัยภายในร้าน ทำให้รู้สึกอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูง พร้อมยืน ยันว่าการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่โคราชมีความเข้มงวดและใส่ใจมาโดยตลอด ขอให้ลูกค้ามั่นใจว่าสามารถซื้อ–ขายทองได้อย่างปลอดภัย


กิตตินันท์ นครราชสีมา

รองผู้บัญชาการทหารบก ชมการกระโดดร่ม และประดับเครื่องหมายปีกร่ม หลักสูตรส่งทางอากาศ รุ่นที่ 360 เพื่อเสริมสร้างความพร้อมภารกิจส่งทางอากาศของกองทัพบก

รองผู้บัญชาการทหารบก ชมการกระโดดร่ม และประดับเครื่องหมายปีกร่ม หลักสูตรส่งทางอากาศ รุ่นที่ 360 เพื่อเสริมสร้างความพร้อมภารกิจส่งทางอากาศของกองทัพบก

วันนี้ (29 ม.ค. 69) พลเอก ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปเป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถนักโดดร่ม และพิธีปิดการฝึกอบรมหลัก สูตรส่งทางอากาศ รุ่นที่ 360 ณ สนามกระโดดร่มบ้านท่าเดื่อ จังหวัดลพบุรี โดยมี พลโท อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ให้การต้อนรับ

สำหรับหลักสูตรส่งทางอากาศ รุ่นที่ 360 จัดการฝึกอบรมโดยโรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ มีผู้เข้ารับการอบรมรวม 303 นาย ประกอบด้วย นักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 3 จำนวน 286 นาย นักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 5 จำนวน 2 นาย และนักเรียนแพทย์ทหาร วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า จำนวน 15 นาย โดยทำการฝึกระหว่างวันที่ 3–30 มกราคม 2569 ครอบคลุมการศึกษาภาควิชาการ การทดสอบร่างกาย และการฝึกภาคปฏิบัติ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการฝึกและทดสอบการกระโดดร่มจากอากาศยาน

ในการนี้ รองผู้บัญชาการทหารบกและคณะได้ร่วมรับชมการกระโดดร่มของนักเรียนในหลักสูตรฯ ก่อนประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถนักโดดร่ม และมอบใบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการฝึก

โอกาสนี้ รองผู้บัญชาการทหารบกได้แสดงความยินดีกับนักเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศ รุ่นที่ 360 ที่สำเร็จการฝึกตามมาตรฐานของโรงเรียนสงครามพิเศษ และได้รับประดับเครื่อง หมายนักโดดร่มกองทัพบก พร้อมมอบใบประกาศนียบัตร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันทรงเกียรติของความเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ และการเสียสละ พร้อมเน้นย้ำให้กำลังพลทุกนายตระหนักถึงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของเครื่องหมายที่สวมใส่ มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ เป็นแบบอย่างที่ดี ยึดมั่นในการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ และปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มความสามารถต่อไป


29 มกราคม 2569
แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ปาย… ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานแล้ว

ค่าปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ของอำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน เริ่มสูงเกินค่ามาตรฐาน ล่าสุดวันนี้ วัดปริมาณได้ 39.2 มคก./ลบ.ม. จากค่ามาตรฐาน ไม่เกิน ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.วอนงดกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้ง

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียง ราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) ได้รายงานว่า พบพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ”ในพื้นที่ ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน PM2.5 = 43.5 มคก./ลบ.ม. และ ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 39.2 มคก./ลบ.ม. โดยค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.

คาดการณ์การสะสมของฝุ่นละอองภาพรวมภาคเหนือวันพรุ่งนี้ คุณภาพอยู่ในระดับ “ปานกลาง” ซึ่งพบว่าการระบายอากาศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ “ไม่ดี” ขณะที่ชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะปิด โดยระหว่างวันการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี จึงคาดว่าแนวโน้มความเข้มข้นของฝุ่นละอองจะอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ถึง ดีอัตราระบายอากาศรายชั่วโมงระหว่างวันมีค่าน้อยกว่า 6,000 ตารางเมตรต่อวินาที โดยในช่วงเวลา 18.00 – 11.00 น.เป็นช่วงที่อัตราระบายอากาศต่ำ

ข้อแนะนำ ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ประชาชนทั่วไปควรลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นควรสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ประชาชนกลุ่มเสี่ยงหากมีอาการผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์ และ ขอความร่วมมืองดเผาในที่โล่งทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเกษตรกรงดเผาวัชพืช เศษกิ่งใบลำไย ตอซังข้าวและเศษวัสดุทาง การเกษตร รวมถึงประชาชนควรงดเผาในที่โล่งต่างๆ และงดเผาในพื้นที่ป่า เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนา สัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 7 (พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 7)

แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนา สัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 7 (พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 7)

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 11.00 นาฬิกา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 7 (พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 7) ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรมฯ จำนวน 89 คน ประกอบด้วย ข้าราชการทหาร ตำรวจ จำนวน 22 นาย, ข้าราชการพลเรือน, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานองค์กรของรัฐ จำนวน 17 คน และนักธุรกิจภาคเอกชน จำนวน 50 คน ณ ห้องคอนเวนชั่น 1 ชั้น 5 โรงแรมท็อปแลนด์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มี พันเอก ประวิธ ธรรมชาติ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 7 กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ฯ

ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน พนัก งานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์อันจัดส่งผลให้เกิดการสนับสนุนส่งเสริมพลังมวลชนในระดับผู้บริหาร และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของชาติ และการพัฒนาประเทศตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของกองทัพบก พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ภัยคุกคาม ด้านความมั่นคงของประเทศ โดยมีเนื้อหาวิชาที่สำคัญแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  1. ภาควิชาการ ประกอบด้วย การบรรยายการสร้างอุดมการณ์ความรักชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ภารกิจ และการดำเนินงานของกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 3 ปัญหาภัยคุกคาม ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ การเดินตามศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาประเทศและความยั่งยืนรวมทั้งการสื่อสารดิจิทัล
  2. ภาคปฏิบัติประกอบด้วย การจัดเวทีเสวนา การเสวนาระดมความคิดเห็น การทัศนศึกษากิจกรรมพัฒนาสัมพันธ์และการดำเนินงานจิตอาสา

ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้ร่วมเป็นเครือข่ายและสนับสนุนงานด้านความ มั่นคงของชาติ และร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาอย่างสร้างสรรค์ ในนามของ สมาชิก พสบ.ทภ.3 ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

แค่หนึ่งหยดโลหิต ก็ช่วยต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 34 จัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” บริจาค โลหิต อวัยวะ และดวงตา น้อมถวายความอาลัยถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเนื่องในวันทหารผ่านศึก


เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 34 จัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” บริจาค โลหิต อวัยวะ และดวงตา น้อมถวายความอาลัยถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเนื่องในวันทหารผ่านศึก ร่วมกับ เหล่ากาชาด จังหวัดพะเยา และโรงพยาบาลพะเยา ณ แหล่งสมาคมค่ายขุนเจืองธรรมิกราช โดยมี พลตรี วิศิษฐ์ บรรณากิจ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 34 พร้อมด้วย คณะผู้บังคับบัญชา ให้การตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และร่วมบริจาคโลหิต

ในการนี้ กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 34 ,กรมทหารราบที่ 17 ,กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 17 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 และหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 34 ร่วมกิจกรรมฯ จำนวน 160 นาย โดยกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน สามารถ บริจาคโลหิตได้ จำนวน 99 นาย ได้ปริมาณโลหิต 44,550 ซีซี อีกทั้งมีผู้ประสงค์บริจาคดวงตา 1 นาย และบริจาคอวัยวะ 1 นาย

#บริจาคโลหิต #มณฑลทหารบกที่34 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

เชียงใหม่ Kick off บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อุทยานแห่งชาติผาแดง

จังหวัดเชียงใหม่ Kick off บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อุทยานแห่งชาติผาแดง

เมื่อวันพุธที่ 28 มการาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่อุทยานแห่งชาติผาแดง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นายสมนึก ท้าวพา ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมปฏิบัติการรณรงค์ (Kick off) การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อุทยานแห่งชาติผาแดง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทและมอบเสบียงอาหาร และเครื่องยังชีพในป่า ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จิตอาสาภัยพิบัติ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างมีความระ มัดระวัง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยในการทำงานมาเป็นลำดับแรก

ทั้งนี้ หัวหน้าพื้นที่บูรณาการอุทยานแห่งชาติผาแดง ประสานกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเชียง ดาว กระทรวงสาธารณสุขเพื่อดำเนินการตรวจสุขภาพให้กับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนก่อนถึงห้วงเวลาการปฎิบัติงานอีกด้วย พร้อมทั้งมีการอบรมให้ความรู้พื้นฐานด้านการควบคุมไฟป่าตลอดจนการใช้อุปกรณ์ดับไฟป่าให้กับเจ้าที่ผู้ปฏิบัติงานจุดเฝ้าระวัง โดยมีหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเชียงใหม่พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่าเชียงใหม่ เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมดังกล่าว


นที มีเดช รายงาน