แต่งตั้ง “ก่อเกียรติ+สรวีย์” โปรโมเตอร์ร่วมลุมพินี

“รับงานใหญ่”นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน ได้รับความไว้วางใจจากพลโท พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ นายสนามมวยลุมพินีแต่งตั้งเป็นโปรโมเตอร์จัดการแข่งขันมวยร่วมกับนายสรวีย์ ฤทธิชัย “เสี่ยโก้” มั่นใจใช้ประสบการณ์ที่มีจัดศึกมวยไทยให้เวทีลุมพินีกลับมาคึกคักมีสีสัน และปั้นนักมวยไทยดาวรุ่งสู่ถนนกำปั้นโลกต่อไป

วันที่ 27 ม.ค.2569 ที่เวทีมวยลุมพินี ถนนรามอินทรา : ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานกรรมการมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นประธานที่ปรึกษาบริษัท ก่อเกียรติ บ๊อกซิ่งกรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วย “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันพร้อมด้วยนายสรวีย์ ฤทธิชัย เข้าพบพลโท พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ นายสนามมวยลุมพินี เพื่อรับการแต่งตั้งเป็นโปรโมเตอร์จัดการแข่งขันมวยไทย ให้กับเวทีมวยลุมพินี ซึ่งทางเวทีมวยลุมพินีเชื่อว่า “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และนายสรวีย์ ฤทธิชัย จะเข้ามาสร้างสีสันความคึกคักให้เกิดขึ้นกับเวทีมวยลุมพินีเร็วๆนี้

“เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ มั่นใจว่า “ประสบการณ์ในการทำมวยสากลชิงแชมป์โลก จนเป็นโปรโมเตอร์มวยโลก รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเซีย จาก 3 สถาบัน WBA, WBC, WBO และสร้างแชมป์โลกสถาบันหลักให้คนไทย ทั้ง 3 สถาบันมาหลายคน โดยตนเองที่จับมือร่วมกับนายสรวีย์ ฤทธิชัย จะนำประสบการณ์จากการดำเนินการถ่ายทอดสดมวยไทยศึกศิลปะมวยไทยนายขนมต้มทาง ททบ.5 และจากศึกอัศวินดำ-ก่อเกียรติ ช่อง 9 อสมท., มหกรรมมวยไทยนานาชาติ ก่อเกียรติสัญจร มาผสมผสานหารูปแบบการจัดการแข่งขันที่ลงตัว ตรงกับความต้องการของวงการมวยในปี 2569 อย่างลงตัวต่อไป

วันนี้ตนเองได้รับการแต่งตั้งเป็น โปรโมเตอร์ลุมพินี ร่วมกับ นายสรวีย์ ฤทธิชัย จาก พลโท พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ นายสนามมวยลุมพินี และได้รับเกียรติจากร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานกรรมการ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศ ไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นประธานที่ปรึกษาบริษัท ก่อเกียรติ บ๊อกซิ่ง กรุ๊ป จำกัด ร่วมแสดงความยินดี ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณผู้ใหญ่ทั้งสองท่านที่ให้โอกาส คาดว่าในเร็วๆนี้ จะมีรายการมวยดี ถ่ายทอดสดมวยไทย และมวยสากลมุ่งแชมป์โลกในสังกัด ก่อเกียรติ ให้ติดตามกันแน่นอน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ประธานณัฏฐ์ ย้ำ รมว.คลัง ต้องยึดหลักธรรมาภิบาลในการคัดเลือก เลขาธิการ กอช.

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 26 ม.ค.2569 นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาลและประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริตได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอให้ทำหน้าที่อย่างโปร่ง ใส เป็นธรรม และยึดหลักธรรมาภิบาลในการคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ (กอช.)

ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาลและประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริตกล่าวว่า “ตำแหน่งเลขาธิการ (กอช.) เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญและมีส่วนสำคัญในการผลักดันนโยบายของหลายพรรคการเมืองในขณะนี้ โดยเฉพาะโครงการ หวยเกษียณ หรือ สลาก (กอช.) ดังนั้น ตนจึงอยากเห็นการคัดเลือกและแต่งตั้งที่มีความโปร่งใสและเป็นธรรม และได้บุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาบริหารกองทุนนี้อย่างเป็นระบบ เพราะกองทุนนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่แรงงานนอกระบบในระยะยาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความยากจนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย ตนจึงได้มีหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อย้ำถึงการทำหน้าที่ให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล”

ดร.ณัฏฐ์ฯ เห็นว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้ควรจะต้องเป็นบุคคลที่มีความสามารถและมีประสบการณ์ด้านการบริหารทุนหมุนเวียนหรือด้านกิจการธนาคารมาก่อน และที่สำคัญไม่ควรเป็นบุคคลที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานใดๆ ในกระทรวงการคลังมาก่อน

นอกจากนี้ ดร.ณัฏฐ์ฯ เน้นย้ำว่า ในการแต่งตั้งเลขาธิการ (กอช.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะผู้ที่จะให้ความเห็นชอบกับผู้ที่ได้รับการสรรหาครั้งนี้ ไม่ควรนำความใกล้ชิดสนิทสนมเป็นการส่วนตัวมาใช้ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีความสัมพันธ์ส่วนตัวผ่านหลักสูตรสร้างเครือข่ายต่างๆ เพราะจะทำให้เกิดข้อครหาได้ แต่ควรพิจารณาจากความรู้ความสามารถของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่ออย่างแท้จริง

การประชุมคณะกรรมการ (กอช.) จะมีขึ้นในวันที่ 27 ม.ค.2569 จึงเป็นที่น่าจับตามองว่า จะมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นพิจารณาในที่ประชุมหรือไม่ หากไม่มีการประชุมเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่การสัมภาษณ์ผู้เข้ารับการสรรหาเสร็จสิ้นไปนานแล้ว ก็อาจมีความเป็นไปได้ว่ากระบวนการสรรหาอาจถูกแทรกแซงซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นในกระทรวงการคลังที่เป็นหน่วยงานที่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนมายาวนาน และเป็นหนึ่งในไม่กี่หน่วยงานรัฐที่ฝ่ายการเมืองจะไม่ล้วงลูกในการแต่งตั้งผู้บริหาร


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรี

นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรี

ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป พร้อมกับมีการออกเสียงประชา มติในวันเดียวกันด้วย นั้น

วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรี ในวันนี้ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงเลือกตั้งและคณะกรรมการที่เลือกตั้งกลาง โดยกำหนดอบรม 6 รุ่น จำนวนผู้รับการอบรมทั้งสิ้น 2,412 คน เพื่อร่วมกันดำเนินการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ตำรวจทางหลวงศรีประจันต์จับผู้ต้องหาหนีหมายจับเหลือ 1 วันหมายหมดอายุแต่ไม่รอด

สุพรรณบุรี – ตำรวจทางหลวงศรีประจันต์จับผู้ต้องหาหนีหมายจับเหลือ1วันหมายหมดอายุแต่ไม่รอด

วันที่ 28 ม.ค.2569 พ.ต.ต.กฤษฎา พ่วงปาน สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล.) ด.ต.สุทัศน์ ทองไทย หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวง ศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ด.ต.สราวุธ รังกาแกม ด.ต.จีระ บูชา ร่วมกันจับกุม นายเจตริน หรือเจ ศรีวิเชียร อายุ 19 ปี ชาว ต.ศรีประจันต์ อ.ศรี ประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ในความผิดฐาน “ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุอันสมควร ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ” ที่ 473/2568 ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 คดีหมายเลขดำที่ อ134/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อ357/2568 โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้ากุฏิภายในวัด พื้นที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลในความผิดฐาน “ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุอันสมควร ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายได้หลบหนีหมายจับอยู่ในพื้นที่ ผู้ต้องหาชื่อนายเจตรินหรือเจ ศรีวิเชียร อายุ 19 ปี ที่อยู่ 97/1 ม.1 ต.ศรี ประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี

จึงร่วมกันออกตรวจสอบและสืบหาเบาะแส กระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาได้หนีมาบวชเณรอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอศรีประจันต์ จึงออกตรวจสอบ ก็พบนายเจ หรือสามเณร เจ ยืนอยู่ที่หน้ากุฏิ ภายในวัดจึงได้เชิญตัว นายเจตรินฯ มาสอบถาม และแสดงหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ผู้ต้องหาดู ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง และไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อนแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิ์ ให้ผู้ต้องหาทราบ และทำการจับกุมก่อนนำตัวไปลาสิกขา ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดสุพรรณบุรีต่อไป

สอบถามผู้ต้องหาเล่าว่าหลังก่อเหตุได้หนีหมายจับและมาบวชเณรอยู่ที่วัดแห่งนี้ เพื่อแก้บน จนเหลือเวลาอีกเพียง 1 วันหมายจับก็จะหมดอายุ แต่ไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมได้ในที่สุด


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

รพ.นครปฐม รับการเยี่ยมสำรวจงานบริบาลเภสัชกรรม โดย สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)

โรงพยาบาลนครปฐม รับการเยี่ยมสำรวจงานบริบาลเภสัชกรรม โดย สมาคมเภสัช กรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)

เภสัชกรหญิงวิชชุนี พิตรากูล ผู้เยี่ยมสำรวจ จากสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศ ไทย) เข้าเยี่ยมสำรวจด้านการจัดการระบบยาและงานเภสัชกรรม โดยมีนายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวต้อนรับ และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลนครปฐม ร่วมรับฟัง วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาระบบยาให้ได้มาตรฐานวิชาชีพควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงทางยา อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การรับรองคุณภาพ AHA ณ ห้องประชุมจตุภัทรโรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ตร.ชะอำ รวบคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ ในวัดและบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ ได้ของกลางหลายรายการ

ตร.ชะอำ รวบคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ ในวัดและบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ ได้ของกลางหลายรายการ

วันที่ 29 มค.ที่ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ พร้อมด้วย พ.ต.ต.ท.ธีระพงษ์ รักษาเวียง รอง ผกก.สืบสวน, พ.ต.อติชาติ โพธิอะ สว.สืบสวน ร.ต.อ.อรรถพล จันทร์จุติ รอง สว.สืบสวน และตำรวจชุดสืบสวน สภ.ชะอำ นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายเอกสิทธิ์ (ต้น) ขอสงวนนามสกุล อายุ 32 ปี ชาวบ้านไทรย้อย อ.ชะอำ ตามหมายศาลจังหวัดเพชรบุรี ในข้อหา พยายายามลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ และลักทรัพย์ในเคทสถานในเวลากลางคืน พร้อมตรวจยึดของกลาง รถจักยานยนต์ 1 คัน, มือถือ 1 เครื่อง, บุหรี่ไฟฟ้า 2 แท่ง, พระเครื่องและวัตถุมงคล กว่า 100 รายการ, ทองรูปพรรณ นาฬิกา ธนาบัตรเก่า(สะสม) ชนิดราคา 10บาท 20บาท 50บาท 100บาท นับสิบรายการ, เท็ปเล็ต, กระเป๋า ร่วมหลายรายการ โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองชะอำ ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18ม.ค. ซึ่งกล้องวงจรปิดภายในวัดชะอสามารถจับภาพคนคน ร้ายขณะเดินเข้าไปและพยายามก่อเหตุงัดตู้บริจาคภายในถ้ำวัดชะอำ จากนั้นได้หลบหนำไป ชุดสืบสวนจึงได้ทำการสืบสวนและติดตามตัวจากกล้องวงจรปิดจนทราบตัวผู้ก่อเหตุคือนายต้น จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดเพชรบุรีอนุมัติหมายจับ จึงติดตามไปจับกุมตัวไว้ได้ และสามารถตรวจยึดของกลางไว้ได้หลายสิบรายการก่อนนำตัวมาสอบสวน พบว่าของกลางที่ตรวจยึดได้นั้นมีหลายสิบรายการ ซึ่งวัตถุมงคลมาจาก วัดชะอำ วัดหนองหงส์ อ.ชะอำ และวัดท่าซิก อ.ท่ายาง และสิ่งของอื่นๆที่ตรวจยึดได้เป้นของประชาชนในพื้นที่ ขณะจับกุมตัวนายต้นไว้ได้ ได้มีผู้เสียหาย ชาย-หญิงนับสิบรายเดินทางมาดูของกลางที่ สภ.ชะอำ เบื้องต้น นายต้น ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนของกลางผู้เสียหายที่ถูกก่อเหตุ สามารถเดินทางมาขอตรวจสอบทรัพย์สิน และขอรับคืน ได้ที่สถานีตำรวจภูธรชะอำ จ.เพชรบุรี ได้ทุกวัน


บรรณรต เพชรบุรี

การประชุมหารือการบริหารจัดการระบบส่งต่อระดับจังหวัด และนอกจังหวัด เขตสุขภาพที่ 5

การประชุมหารือการบริหารจัดการระบบส่งต่อระดับจังหวัด และนอกจังหวัด เขตสุขภาพที่ 5

นายแพทย์ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 5 เป็นประธาน การประชุมหารือการบริหารจัดการระบบส่งต่อระดับจังหวัด และนอกจังหวัด เขตสุขภาพที่ 5 โดยนายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม มอบหมายให้ นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา รองผู้อำนวยการ ให้การต้อนรับพร้อมด้วย คณะผู้บริหาร เขตสุขภาพที่ 5 เข้าร่วมประชุม เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพภายใต้กรอบแนวคิดเครือข่ายบริการไร้รอยต่อ

โดยบูรณาการเครือข่ายการบริหารระดับจังหวัด และจัดให้มีโรงพยาบาลรองรับการส่งต่อผู้ป่วยอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในเครือข่ายให้เกิดประ สิทธิภาพสูงสุด โดยเน้นการส่งต่อผู้ป่วยที่เหมาะสม ทันท่วงที และปลอดภัยสูงสุด ณ ห้องประชุมเบญจรัตน์ อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

มูลนิธิสยามวโรดม เข้าจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดแก่ผู้ต้องขัง

มูลนิธิสยามวโรดม เข้าจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดแก่ผู้ต้องขัง

วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม ให้การต้อนรับคณะมูลนิธิสยามวโรดม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมด้านการให้ความรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแก่หน่วยงาน เยาวชน และประชาชนทั่วไป ในโอกาสเข้าจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด (CSR) แก่ผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครปฐม เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด ในการนี้ มูลนิธิสยามวโรดมได้มอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับผู้ต้องขัง พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมชมการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังภายในเรือนจำกลางนครปฐม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและการเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

วราวุธควงนพดล อ้อนขอคะแนนชาวอู่ทอง รับห่วงสุพรรณฯ ทั้ง 5 เขต

สุพรรณบุรี – “วราวุธ” ควง “นพดล” ลุยตลาดอู่ทอง ไหว้ศาลเจ้าพ่อพระยาจักรเอาฤกษ์เอาชัย พร้อมแวะทุกร้าน อ้อนขอคะแนน กาทั้งคนทั้งพรรค “ท็อป” รับห่วงสุพรรณฯทั้ง 5 เขต เหตุครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลง ฝ่ายตรงข้ามอาจสบช่องมาแย่งแต้ม ย้ำ ไม่ประมาท เหตุศักยภาพการทำงานเพิ่มขึ้น

ช่วงเช้าวันที่ 29 ม.ค.69 นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ช่วยนายนพดล มาตรศรี ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 3 เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย หาเสียง โดยก่อนจะออกหาเสียงได้เข้าสักการะศาลเจ้าพ่อพระยาจักร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอู่ทองเคารพนับถือ ซึ่งชาวบ้านหลายคนระบุว่า ศาลดังกล่าวศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าขออะไรจะได้ตามคำขอ

จากนั้นได้เดินหาเสียงภายในตลาดอู่ทอง โดยนายวราวุธและนายนพดลได้แวะร้านค้าทุกร้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเก่าแก่ โดยพ่อค้าแม่ค้าหลายคนบอกกับนายวราวุธว่า เห็นหน้าแล้วทำให้นึกถึงนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ นอกจากนี้ ช่วงหนึ่งนายวราวุธได้เข้าไปในร้านทอง พร้อมเอามือจับที่สร้อยทองที่คอพร้อมกล่าวติดตลกว่า ทองขึ้นไป 8 หมื่นบาทแล้ว ขายทองมาหาเสียงได้หรือไม่

นายวราวุธ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีก 10 กว่าวันเท่านั้นก็จะถึงวันที่ 8 ก.พ. จึงอยากฝากพี่น้องชาวสุพรรณบุรีและคนไทยทุกคน วันที่ 8 ก.พ. 69 ออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ ในส่วนตนกับนายนพดลมาเยี่ยมประชาชน มาขอคะแนนเสียงจากชาวตลาดอู่ทอง และมาฝากเบอร์ 4 ของนายนพดล และเบอร์ 37 ของพรรคภูมิใจไทยด้วย การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีบัตร 2 ใบ บัตรสีเขียวเลือกคน บัตรสีชมพูเลือกพรรค จึงมาขอให้พี่น้องกาเบอร์ 4 บัตรสีเขียว และเบอร์ 37 บัตรสีชมพู เลือกทั้งคนเลือกทั้งพรรค เพื่อพวกเราจะได้กลับเข้ามาแก้ปัญหา เคียงบ่าเคียงไหล่กับชาวอู่ทอง

เมื่อถามว่า ที่มาลงพื้นที่เขต 3 เพราะห่วงพื้นที่นี้หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ไม่ได้ห่วงแค่เขตนี้ ห่วงทุกๆ เขตในสุพรรณบุรี เพราะทุกเขตล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยง และเป็นครั้งที่เรามีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้ามใช้โอกาสนี้เข้ามาแย่งคะแนนเราไป แต่เราก็ไม่ประมาท โดยเฉพาะผู้สมัคร สส.ในเขตเอง เราก็มาขอความเมตตาจากพี่น้องชาวสุพรรณ บุรีทั้ง 10 อำเภอ ในการลงคะแนนให้ผู้สมัครเราทั้ง 5 คนเหมือนเดิม ยังเป็นเลือดสุพรรณเหมือนเดิม ยังมาสานฝันของพ่อบรรหารเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ ศักยภาพที่มากขึ้นในการทำงาน หลังวันที่ 8 ก.พ. 69 มาขอคะแนน ขอความเมตตา ให้ความไว้วางใจเราอีกคำรบหนึ่ง เพื่อเข้ามารับใช้พี่น้องชาวอู่ทอง ชาวสุพรรณบุรีเหมือนอย่างที่เราเคยทำมาตลอดหลายสิบปี
วันนี้ ไปไหว้ศาลเจ้าพ่อ ก็ขอให้เจ้าพ่อได้คุ้มครองพี่น้องชาวตลาดอู่ทอง ให้ทุกๆคนนั้นมีกิจการค้าขายร่ำรวย ขายดี แล้วก็ขอให้พวกเรา ทีมงานของพรรคภูมิใจไทย ในวันนี้ได้รับชัยชนะ ได้มีโอกาสเข้ามา รับใช้พี่น้องชาวอำเภออู่ทอง เข้ามารับใช้พี่น้องชาวจังหวัดสุพรรณบุรี เหมือนอย่างที่เราเคยทำมาตลอดหลาย 10 ปี

ทางด้านนายบุญชู จันทร์สุวรรณ อดีตนายก อบจ.สุพรรณบุรี หลายสมัย และอดีตนายกสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.สุพรรณบุรี เขต 1 ในนามของกล้าธรรม ลงสนามสู้กับนายสรชัด สุจิตต์ เบอร์ 1 พรรคภูมิใจไทย และนายประยูร อินสกุล พรรคเพื่อไทย เบอร์ 5 ที่ผ่านมาหลังจากรับสมัคร แล้วผู้สมัครทั้ง 3 เบอร์ได้ลงพื้นที่หาเสียงขอคะแนนมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการตอบรับจากประชนเป็นอย่างดี แต่แล้วสิ่งที่ทำให้วงการเมืองช็อก ก็คือจู่ๆ นายบุญชู ได้โพสต์คลิป ขอถอนตัวจากการแข่งขัน ผ่านทางโซเชียลว่า ”วันนี้ผมจะมา แถลงถ้อยคำสำคัญและเหตุผลในการยุติบทบาททางการเมืองในการสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้พ่อแม่พี่น้องชาวสุพรรณบุรีทุกคนได้รับบุคลากรที่ดีเพื่อมาพัฒนาบ้านเมืองของเราตามที่หวังครับ ”

โดยเนื้อหาในคลิปนายบุญชู บอกว่าสวัสดีครับ ผมนายบุญชู จันทร์สุวรรณ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสุพรรณบุรี เขต 1 เบอร์9 อยากจะเรียนพ่อแม่พี่น้องที่เคารพรักทุกท่านว่าผมช่วงนี้มีปัญหาเรื่องสุขภาพก็ขอยุติการแข่งขันการเมือง ก็ขอให้พ่อแม่พี่น้องมีความสุข มีความโชคดีครับ ท่านเปลี่ยนสุพรรณบุรีเปลี่ยน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

จับไม่รู้จักหมด รวบต่างด้าวผิดกฎหมาย 114 ราย

ปกครอง ตร. ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สนธิกำลัง รวบต่างด้าวผิดกฎหมาย 114 ราย ด้าน ผบ.ฉก.ลาดหญ้า ลงพื้นที่เน้นย้ำมาตรการความเข้มงวด ป้องกันการกระทำผิดกฎหมายชายแดนเมืองกาญจน์

พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง และการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน จ.กาญจนบุรี ณ บ้านพระเจดีย์สามองค์ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้บูรณาการร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ในการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องความเข้มงวดในการสกัดกั้นการลักลอบกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศและประชาชน

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ บูรณาการร่วมกับ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี, พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากชุดปฏิบัติการข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน จ.กาญจนบุรี เข้ามายังพื้นที่ตอนใน จึงสั่งการให้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พันเอก ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า จัดกำลังพลร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135, สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ และ ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่ที่ได้รับแจ้ง

ต่อมา เมื่อเวลา 02.20 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังลาดตระเวนซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณ พื้นที่รกร้าง บ้านท่าแพ ตำบลท่าขนุน พบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ลักษณะมีคอกสูง คลุมด้วยผ้ายาง จำนวน 3 คัน จึงได้เข้าทำการตรวจค้น พบ นายอวิรุทธ์ ฯ หรือไอซ์ อายุ 25 ปี เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ Izusu D-max สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฯ เพชรบุรี และนายหนึ่ง (นามสมมุติ) นายเอ อายุ 16 ปี เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ Nissan Navara สีดำ หมายเลขทะเบียนฯ ระยอง ส่วนรถยนต์กระบะ Nissan Navara สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียนฯ กทม. คนขับอาศัยความมืดหลบหนีไปได้

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียด พบว่ารถยนต์ทั้ง 3 คัน บรรทุกแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย รวมจำนวนทั้งสิ้น 114 คน โดยผู้นำพาทั้งสองคน ยอมรับว่า ตนได้เช่ารถมาจากจังหวัดเพชรบุรี วันละ 2,000 บาท เดือนละ 60,000 บาท เพื่อนำมาลักลอบขนแรงงานต่าง ด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 2,000 – 4,000 บาท และให้การต่อว่าตนได้ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเป็นครั้งที่ 2

ทั้งนี้ ผู้หลบหนีเข้าเมืองทั้งหมดให้การว่า พวกตนเดินทางมาจาก รัฐย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ลักลอบหลบหนีเข้ามายังประเทศไทยด้วยวิธีการเดินเท้าเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ หลังจากนั้นได้ใช้เส้นทางทางน้ำ และเดินลัดเลาะอ้อมจุดตรวจจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศไทยตอนใน เพื่อจะเดินทางไปทำงานในพื้นที่ จ.ระยอง กทม. และบางส่วนจะลักลอบเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยจะเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าคนละ 20,000 – 30,000 บาท เมื่อถึงปลายทาง แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้กระทำความผิดพร้อมของกลาง ส่ง สภ.ทองผาภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


///////#กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก