มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดระนอง พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการในพื้นที่ฟรี

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ.2569 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรม การและรองเลขาธิการฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการฯ, นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการฯ, นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนฯ นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่จังหวัดระนอง (จังหวัดที่ 4 ของทางภาคใต้) จำนวน 16 ครัวเรือน รวมมูลค่า 421,650 บาท และมอบรถจักรยาน แก่โรงเรียน 2 แห่ง รวมจำนวน 20 คัน มูลค่า 25,800 บาท รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 447,450 บาท (สี่แสนสี่หมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน)

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดทีมหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฯ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการ โดยมี นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง และ นางมุกดา หลิมนุกูล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี นายวิธรัช รามัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร่วมในพิธี และ คณะมูลนิธิระนองสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วยอาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นางสาวเบญญาภา จันใจ (ขิม) ร่วมสร้างสีสันและให้กำลังใจ ณ บริเวณหอประชุมจังหวัดระนอง อำเภอเมือง จังหวัดระนอง

นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการฯ กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน

นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการระยะที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มทภ.2 ไม่ทอดทิ้งครอบครัวผู้เสียสละ

แม่ทัพภาคที่ 2 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ เยี่ยมครอบครัว “พลตรีศตวรรษ สุจริต” วีรบุรุษผู้เสียสละ ยืนหยัดเคียงข้างไม่ทอดทิ้ง พร้อมมอบ ริสแบนด์ของกองทัพภาคที่2 ที่มีชื่อ “ยุทธการศตวรรษ”มอบให้แก่ทายาททั้งสองคนด้วยความภาคภูมิใจ

“ชื่อคุณพ่ออยู่บนนี้ ขอให้ภูมิใจในตัวคุณพ่อที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดินไทย เพื่อประชา ชนคนไทยทุกคน”

นอกจากนี้ บุตรสาวของพลตรีศตวรรษ ยังได้เขียนข้อความสั้น ๆ เพื่อมอบเป็นกำลังใจให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 “ขอให้ลุงแม่ทัพปลอดภัย ขอบคุณค่ะ”

พลตรีศตวรรษ สุจริต วีรบุรุษทหารกล้า ผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย–กัมพูชา ณ สมรภูมิช่องบก เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568


พรพิพัฒน์ รายงาน

แม่ทัพภาค 2 เข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว พ.ต. จิรายุ สิงห์อ้น วีรบุรุษปราสาทตาควาย ที่สละชีวิตเพื่อปกป้องประเทศชาติ

แม่ทัพภาค 2 เข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว พ.ต. จิรายุ สิงห์อ้น วีรบุรุษปราสาทตาควาย ที่สละชีวิตเพื่อปกป้องประเทศชาติ

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของ พันตรี จิรายุ สิงห์อ้น ทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศชาติจากเหตุการณ์สู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ บ้านอ้น ตำบลหัวช้าง อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อย เอ็ด โดยมี พลตรี วิชิต มักการุณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 ให้การต้อนรับและร่วมปฏิบัติภารกิจ

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวแสดงความเสียใจและชื่นชมในความเสียสละของ พันตรี จิรายุ สิงห์อ้น ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและจิตวิญญาณของทหารอาชีพ พร้อมเน้นย้ำว่ากองทัพบกและกองทัพภาคที่ 2 จะไม่ทอดทิ้งกำลังพลและครอบครัว และจะดูแลช่วยเหลือด้านสิทธิ สวัสดิการ การเยียวยาตามระเบียบอย่างเต็มที่ (เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น.)

RTA #กองทัพบก #กองทัพภาคที่2 #TeamThailand #army #PeaceBeginsWithTruth #TruthFromThailand


ภาพ/ข่าว : มทบ.27

ดอยเต่า บุกดับไฟป่ารอยต่อลำพูน คุมสถานการณ์ได้ทันควัน เสียหายกว่า 50 ไร่

อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ รายงานผลปฏิบัติการดับไฟป่าเชิงรุก หลังได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 31 มกราคม 2569 ปฏิบัติการ “เดินเท้าสู้ไฟ” บนพื้นที่สูงชัน ภายใต้การอำนวยการของ นายธนภัทร รัตนสมัย รักษาราชการแทนนายอำเภอดอยเต่า นำทีมชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว ประกอบด้วยฝ่ายปกครอง กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. ตำบลท่าเดื่อ สมาชิก อส. และอาสาสมัครดับไฟป่า ลงพื้นที่พิกัดบ้านแปลง 8 หมู่ที่ 2 ต.ท่าเดื่อ ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ
พบสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง ไฟลุกไหม้ป่าเต็งรังเป็นแนวยาวกว่า 600 เมตร มีเชื้อเพลิงสะสมหนาแน่น พื้นที่เสียหายเบื้องต้นประมาณ 50 ไร่ รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงได้เนื่องจากเป็นเขาสูงชัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้การเดินเท้าและรถจักรยานยนต์เท่านั้น

แผนการปฏิบัติงาน :

  • ทีมที่ 1 (ปลัดอำเภอนำทีม): บุกขึ้นยอดเขาเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ไฟลุกลามเข้าไปในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นพื้นที่ยากต่อการควบคุม
  • ทีมที่ 2 (กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านนำทีม): จัดทำแนวกันไฟด้านล่างเพื่อบีบแนวไฟให้ไหม้ไปชนลำห้วยธรรมชาติ ป้องกันไม่ให้ข้ามไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง

สรุปผลการดำเนินการ :

  • สำเร็จทันท่วงที: เริ่มดับเวลา 19.45 น. และสามารถควบคุมเพลิงได้สงบในเวลา 21.15 น. (ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาที)
  • ความปลอดภัย: ภารกิจสำเร็จลุล่วง เจ้าหน้าที่ทุกคนปลอดภัย
  • ก้าวต่อไป: ในช่วงเช้าวันที่ 1 ก.พ. ทีมงานจะนำโดรนขึ้นบินสำรวจพื้นที่ความเสียหายอย่างละเอียดเพื่อรายงานผลต่อไป

ไฟป่าเป็นพิษทำลายทุกชีวิต คิดสักนิดก่อนจุดไฟ” หากพบเห็นเหตุไฟป่า แจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

ดอยเต่า #เชียงใหม่ #ดับไฟป่า #สู้ไฟป่า #PM25 #อากาศสะอาดเชียงใหม่ #สายด่วน1362


นที มีเดช รายงาน

“สตมวาร 100 วัน” น้อมถวายความอาลัย เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล

มณฑลทหารบกที่ 34 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน น้อมถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของจังหวัดพะเยา

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 มอบหมายให้ พันเอก ปิยะชาติ พรมนาทม รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 34 เป็นผู้แทน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธาน มี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จิตอาสาพระราชทาน ข้าราชการในพื้นที่จังหวัดพะเยา และประชาชน เข้าร่วมพิธี ฯ ณ วัดศรีโคมคำพระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

จังหวัดพะเยา จัดพิธีเนื่องในวาระครบรอบ 100 วันแห่งการสวรรคต เพื่อแสดงออกถึงความอาลัย ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวจังหวัดพะเยา โดยประธานในพิธีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ภายในพิธี ประธานในพิธีได้นำประกอบพิธีทางศาสนา โดยมีการสวดพระพุทธมนต์จากพระสงฆ์จำนวน 10 รูป เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ตลอดการประกอบพิธีเป็นไปด้วยความสงบ เรียบร้อย สำรวม และสมพระเกียรติ


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมประธานสมาคมแม่บ้านฯ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศล สตมวาร 100 วัน แห่งการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศล สตมวาร 100 วัน แห่งการสวรรคต สมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 18.30 น. พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3, คณะผู้บังคับบัญชา, สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และกำลังพลหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วาระครบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสวรรคต ณ ศาลาพิบูลธรรม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน มี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ในพิธี ประธานได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้นจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและกราบถวายสักการะพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อนเข้าสู่พิธีทางพระพุทธศาสนา โดยมีพระสงฆ์จำนวน 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา จากนั้นเป็นพิธีสวดพระอภิธรรม พร้อมถวายผ้าบังสุกุล ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และกรวดน้ำรับพรตามลำดับ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ สำรวม และเปี่ยมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้


นที มีเดช รายงาน

กกต.น่าน เปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต ในเขต ประชาชนแห่ใช้สิทธิคึกคัก ย้ำบัตรเขียวกา สส.เขต – สีชมพูปาร์ตี้ลิสต์

น่าน – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน เปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต ณ หอประขุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน ในเขต ณ หอปรชุมอำเภอเมืองน่าน ประชาชนแห่ใช้สิทธิคึกคัก ย้ำบัตรเขียวกา สส.เขต –สีชมพูปาร์ตี้ลิสต์

1 ก.พ.69 เวลา 08.00 น. บรรยากาศอากาศที่หนาวเย็น 15 องศา การเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดน่าน ณ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายประธาน พรหมเผ่า ผอ.กกต.น่าน พร้อมเจ้าหน้าที่ฯ ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ที่หน่วยที่ 2 ภาคเหนือตอนบน และตรวจความเรียบร้อยเหตุการณ์ปกติ

โดยนายพรเทพ เสนนันตา ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาการจังหวัดน่าน/ ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งที่ 1 กล่าวว่า บรรยากาศผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดน่าน เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมารอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตกันตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดหีบเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประ ชาชน ข้าราชการที่มารับราชการใน จังหวัดน่าน นอกเขตจังหวัดน่าน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ตรวจการการเลือกตั้ง เฝ้าคอยสังเกตการณ์ ว่ามีการชี้แนะผู้มาใช้สิทธิ์ให้เลือกเบอร์ใดหรือไม่ มีการแจกจ่ายเงินหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองช่วยดูแลอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุและคนพิการ รวมทั้งลูกเสือ กกต.คอยช่วยเหลือผู้มาใช้สิทธิตรวจสอบลำดับชื่อและอำนวยความสะดวกต่างๆด้วย โดยจัดหน่วยเลือกตั้งสำหรับผู้มาใช้สิทธิ์เขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขตเขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 2,344 คน จัดหน่วยเลือกตั้งจำนวน 5 หน่วย

ทั้งนี้โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่านร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน ได้ดำเนินการจัดเตรียมสถานที่และอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างสะดวกและมั่นใจ

  • หน่วย เลือกตั้งที่ 1 ภาค กลาง มีผู้ใช้สิทธิ์ 436 คน
  • หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ภาคเหนือตอนบน มีผู้ใช้สิทธิ์ 633 คน
  • หน่วยเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดน่าน มีผู้ใช้สิทธิ์ 592 คน
  • หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้ใช้สิทธิ์ 432 คน
  • หน่วยเลือกตั้งที่ 5 ภาคตะวันตกภาคตะวันออกและภาคใต้ มีผู้ใช้สิทธิ์ 251 คน

รวมมีผู้ใช้สิทธิ์ 2,344 คน ทางอินเตอร์เน็ต 2,304 คน

สำหรับสถานที่เลือกตั้งในเขตใช้สถานที่ ณ หอประชุมอำเภอเมืองน่าน โดย นายนพพร เรืองสว่าง ประธานคณะกรรมการ เขตเลือกตั้งที่ 1 /นายอำเภอเมืองน่าน มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน 59 คน

เขตเลือกตั้งที่ 2 ใช้สถานที่ใช้สถานที่ โดมกิจกรรม โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕๖ จังหวัดน่าน ตำบล กลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน จำนวน 608 คน ทางอินเตอร์เน็ต 593 คน
ในเขต ใช้สถานที่ หอประชุมอำเภอวียงสา จังหวัดน่าน จำนวน 18 คน และ

เขตเลือกตั้งที่ 3 นอกเขตใช้สถาน ห้องประชุมชมพูภูคา วิทยาลัยเทคนิคปัว จำนวน 1,107 คน ในเขตใช้สถานที่หอประชุมอำเภอปัว จำนวน 1,110 คน แยกเป็นในเขต 3 คนนอกเขต 1,107 คน ทางอินเตอร์เน็ต 1,098 คน โดยประชาชนสามารถออกมาใช้สิทธิได้ตั้งแต่ เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ สถานที่ที่ลงทะเบียนไว้

ขั้นตอนลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ย้ำบัตรสีเขียวกาเลือกสส.เขต สีชมพู เลือกปาร์ตี้ลิสต์ โดยการเลือกตั้งปีนี้ ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเป็น “สีเขียว” บัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรเลือกพรรคการเมือง) เป็น “สีชมพู”

  1. ตรวจสอบบัญชีรายชื่อของตนเองบริเวณหน้าเต็นท์หน่วยเลือกตั้ง พร้อมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประชาชน (หมดอายุสามารถใช้ได้) บัตรข้าราชการ, ใบขับขี่, พาสปอร์ต, หลักฐานที่เปิดผ่านแอพพลิเคชั่นของรัฐ เช่น Thai ID
  2. ยื่นหลักฐานแสดงตนแก่ กปน. รับบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภทและซองใส่บัตรเลือกตั้งที่เจ้าหน้าที่ กปน.เขียนรายละเอียดหน้าซองแล้วเสร็จ
  3. เข้าคูหาทำเครื่องหมายกากบาทลงในบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภท พับบัตรก่อนบรรจุลงในซองและปิดผนึก
  4. นำซองใส่บัตรเลือกตั้งที่บรรจุบัตรเลือกตั้งเรียบร้อยแล้วใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง

จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

ผู้ว่าฯ ลำพูน พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าลำพูน นอกเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 ณ อบจ.ลำพูน บรรยากาศหลังเปิดหีบเป็นไปอย่างคึกคัก

ผู้ว่าฯ ลำพูน พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าลำพูน นอกเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน บรรยากาศหลังเปิดหีบเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง

เช้าวันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569) ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าลำพูน นอกเขตเลือกตั้ง ของเขตเลือกตั้งที่ 1 โดยมี นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางชรินทร์ทิพย์ ไชยโย ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจเยี่ยมฯ ซึ่งบรรยากาศหลังเปิดหีบเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น.

สำหรับหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขตเลือกตั้ง ของเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 11,051 คน ขณะที่ประ ชาชนทยอยเดินทางมาตรวจสอบจุดและอาคารสำหรับใช้สิทธิ และยืนรอหน้าทางเข้าเป็นแถวยาวตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดคูหา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมสังเกตการณ์ และจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความล่าช้า เพราะคาดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิกันอย่างคึกคัก สำ นักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน ได้ประสานขอความอนุเคราะห์รถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 2 คัน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนสามารถขึ้นรถจาก ที่จอดรถ ลานที่ดินเปล่าบ้านแม่สารป่าแดด (สถานที่จัดงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาว) ถึง สถานที่เลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า (อบจ. ลำพูน) นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ทุพพลภาพ ผู้พิการและผู้สูงอายุตลอดทั้งวัน

สำหรับ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ สามารถเดินทางมาลงคะแนนได้จนถึงเวลา 17.00 น. ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้แล้ว คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จะคัดแยกซองที่บรรจุบัตรลงคะแนนไว้ ส่งไปยังเขตเลือกตั้งของผู้มาเลือกตั้งแต่ละคน เพื่อนำไปนับคะแนนรวมกับคะแนนบัตรเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

โฟล์คซองวงสวัสดีล้านนา จัดบันทึกวิดีโอเพลงเทิดพระเกียรติ “เพชรน้ำหนึ่งนิรันดร” ณ โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน

โฟล์คซองวงสวัสดีล้านนา จัดบันทึกวิดีโอเพลงเทิดพระเกียรติ “เพชรน้ำหนึ่งนิรันดร” ณ โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน

เช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ณ โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ จังหวัดลำพูน วงดนตรีพื้นเมืองล้านนา “โฟล์คซองวงสวัสดีล้านนา” ร่วมกับ ครูนก ฉัตรรดา สุทธิมา ประธานองค์กร ฮักฟ้อน องค์กรสาธารณประโยชน์ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสื่อมวลชน ร่วมบันทึกวิดีโอเพลง “เพชรน้ำหนึ่งนิรันดร”

การบันทึกวิดีโอครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก นาย นที มีเดช หัวหน้าศูนย์ข่าวความมั่นคงภาคเหนือ และได้รับความอนุเคราะห์จาก นายประดิษฐ์ วังพฤกษ์, ผู้อำนวยการโรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน นางสาวกาจณนา พรหมซาว รองผู้อำนวยการโรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน รวมถึงคณะผู้บริหารและบุคลากรของโรงเรียน ที่เอื้อเฟื้อสถานที่และสนับสนุนการดำเนินงานเป็นอย่างดียิ่ง

สำหรับบทเพลง “เพชรน้ำหนึ่งนิรันดร” นำโดย นางสาวสายอรุณ โพธิศาสตร์ หัวหน้าวง โฟล์คซองวงสวัสดีล้านนา ขับร้องและบรรเลงดนตรีพื้นเมือง สะล้อ ซอ ซึง โดยเพลงนี้ประ พันธ์คำร้องและทำนองโดย พัฒนพันธ์ แย้มเอิบสิน ปัจจุบันนางสาวสายอรุณ โพธิศาสตร์ ดำรงตำแหน่ง ครูวิกฤต ครูผู้สอนกลุ่มสาระศิลปะ ดนตรีไทย และดนตรีพื้นเมือง โรงเรียนป่าตาลบ้านธิพิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง ลำพูน

เพลง #เพชรน้ำหนึ่งนิรันดร เป็นบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อ เทิดพระเกียรติพระแม่ของแผ่นดิน พระพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเพื่อร่วมถวายความอาลัยเนื่องในโอกาสเสด็จสู่สวรรคาลัย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและสืบทอด ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนา ผ่านท่วงทำนองดั้งเดิม อาทิ กุหลาบเชียงใหม่ และซอพม่า

ด้านการแสดงฟ้อนรำประกอบเพลง ได้รับการออกแบบและคิดค้นท่าฟ้อนโดย ครูนก ฉัตรรดา สุทธิมา ประธานองค์กรฮักฟ้อน ซึ่งได้นำท่าฟ้อนมาถ่ายทอดและสอนให้กับสมาชิกจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมล้านนาให้คงอยู่ต่อไป

ทั้งนี้ ทีมงานผู้จัดทำผลงานได้ฝากเชิญชวนประชาชนร่วมติดตามรับชม ผลงานเพลง “เพชรน้ำหนึ่งนิรันดร” ซึ่งจะเผยแพร่อย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้


นที มีเดช รายงาน

แก๊งไอ้บอลหัวโจก รวมเพื่อนทีมทะลุถุงกว่า 15 คน ขับจยย.ตระเวนหาเรื่องกลางดึก แม้แต่สุนัขยังไม่เว้น ตีจนขาหัก

คลิปแก๊งไอ้บอลหัวโจก รวมเพื่อนทีมทะลุถุงกว่า 15 คน ขับจยย.ตระเวนหาเรื่องกลางดึก แม้แต่สุนัขยังไม่เว้นตีจนขาหัก

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. นางสุริยันต์ จันทร์ขาว หรือนาง อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 94 หมู่ 7 บ้านเหล่าภูมี ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม นำหลานชายชื่อนายภพ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.จำรัส ศรีหาตา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายบอล (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ชาวบ้านนาคำกลาง หมู่ 4 ต.นาทราย อ.เมืองนครพนม พร้อมพวกร่วมประมาณ 15 คน โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 69

โดยนายภพผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ตนและเพื่อนประมาณ 7 คน ได้นั่งเล่นเกมส์อยู่ที่แคร่หน้าบ้าน ปรากฏว่าได้มีกลุ่มวัยรุ่นขับรถจักรยานยนต์ประมาณ 9 คันผ่านมาและเบิ้ลเครื่องเสียงดัง โดยหนึ่งในนั้นได้ยกสิ่งของคล้ายอาวุธปืนเล็งมาที่กลุ่มตน พร้อมกับเสียงตะโกนเชียร์จากเพื่อนๆว่า “ยิงมันเลยๆ” พวกตนก็เหมือนผึ้งแตกรัง ต่างลุกวิ่งหนีเข้าไปหลบภายในบ้าน โชคดีที่กระสุนขัดลำกล้อง วัยรุ่นกลุ่มนั้นยังไม่สาแก่ใจ ขับรถจักยานยนต์เข้ามาในเขตรั้ว พร้อมกับขว้างก้อนหินปาใส่บ้าน นอกจากมีอาวุธปืนแล้ว ในมือของแต่ละคนยังถือมีดซามูไรและไม้ ก่อนจะทุบทำลายรถจักรยานยนต์ประมาณ 3-4 คันที่จอดอยู่หน้าบ้านพังเสียหาย และยังใช้ไม้ฟาดเจ้าถังสุนัขเพศผู้จนขาหัก ก่อนจะพากันขับออกไป โดยส่งเสียงโวยวายตลอดทาง

จากการสอบถามนายภพ และนายเกมอายุ 17 ปี (นามสมติ) ต่างยืนยันว่าพวกตนไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใคร และไม่รู้จักกับวัยรุ่นกลุ่มนี้ แต่เห็นอยู่ในเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ “โตโน่ภาคินอีกแล้ว” ลงสตอรี่ท้าทายว่า”ถึงเวลาออกมาให้เห็นแล้วเองอยู่ไหน” โดยมีภาพรถจักรยานยนต์แล่นอยู่กลางถนน นอกจากนี้ในเฟซบุ๊กเดียวกัน ยังเผยแพร่ภาพตอนที่เข้าไปบุกบ้านนางสุริยันต์ด้วย รวมทั้งคลิปกล้องวงจรปิดที่แก๊งวัยรุ่นกลุ่มนี้ญกโขยงมาหาเรื่องในหมู่บ้านเป็นหลักฐาน

สำหรับนายบอลหัวโจกแก๊งนี้ เมื่อปลายปี 2566 ได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหา “ร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” เนื่องจากนายบอลขณะนั้นอายุ 16 ปีได้ร่วมกับเพื่อนอีก 3 คน ประ ดิษฐ์ระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 17 ลูกเพื่อเตรียมไว้ก่อเหตุ ซึ่งครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งเป็นเยาวชนได้ 3 คน ส่วนนายบอลหลบหนีการจับกุมไปได้ ครั้งนี้ก็กลับมาตระเวนก่อเหตุ เพื่อแสดงศักดาโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เมื่อทำร้ายคนไม่ได้ ก็พาลหาเรื่องกับสุนัขโดยใช้ไม้ไล่ตีจนขาหัก จึงฝากความหวังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า ครั้งนั้นนายบอลเป็นเยาวชนอายุ 16 ปี แต่ปีนี้อายุ 19 ปีแล้วจะปล่อยให้ลอยนวลหรือไม่

ตระเวน #ปืน #ระเบิด #แก๊ง #เกมส์ #สุนัข #เยาวชน


ฟร้อง เทพ นครพนม รายงาน