“ใบไม้แลกไข่” ปีที่ 2 อ.สันกำแพง ชวนชุมชนลดเผา-ลดฝุ่น PM2.5 เปลี่ยนใบไม้ แลกเป็นไข่ CP

“ใบไม้แลกไข่” ปีที่ 2 อ.สันกำแพง ชวนชุมชนลดเผา-ลดฝุ่น PM2.5 เปลี่ยนใบไม้ แลกเป็นไข่ CP

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรและใบไม้แห้งในชุมชน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน

อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ จึงร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จัดกิจกรรม “ตลาดนัดใบไม้แลกไข่” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เชิญชวนประชาชนรวบรวมใบไม้แห้งจากบริเวณบ้านและพื้นที่เกษตรมาแลกไข่ไก่ เพื่อลดการเผาและเปลี่ยนเศษวัสดุเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน

กิจกรรมเปิดให้ประชาชนนำใบไม้แห้ง 2 กิโลกรัม แลกไข่ไก่ CP 1 ฟอง แลกได้ 20 กิโลกรัมต่อครั้งต่อวัน (10 ฟอง) โดยใบไม้ที่รวบรวมได้จะนำไปผลิตเป็นปุ๋ยหมักแจกจ่ายให้ชุมชนใช้บำรุงดิน ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีและลดการเผาเศษวัชพืช

นายคเณศ คำนนท์ นายอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนไม่นำเศษใบไม้วัชพืชไปเผา และเป็นอีกแนวทางที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมลดการเผาและดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมเปลี่ยนเศษใบไม้ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน โดยกิจกรรมครั้งแรกสามารถรวบรวมเศษใบไม้ได้ถึง 25,000 กิโลกรัม

“กิจกรรมนี้ทำให้การจัดการใบไม้แห้งในชุมชนเปลี่ยนจากสิ่งที่อาจถูกเผา กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ประชาชนได้มีส่วนร่วมลดการเผา ลดฝุ่นควัน ขณะเดียวกัน ก็ได้รับไข่ไก่ซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการกลับไปบริโภคในครัวเรือน ถือเป็นความร่วมมือที่ช่วยทั้งสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่”

ด้าน นายภิญโญ ร่มเกตุ รองผู้อำนวยการไก่รุ่น–ไก่ไข่ ภาคเหนือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟเชื่อว่าการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน กิจกรรมใบไม้แลกไข่เป็นตัวอย่างของการนำทรัพยากรในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ลดการเผาที่เป็นต้นเหตุของฝุ่น PM2.5 พร้อมทั้งส่งต่อโปรตีนคุณภาพให้กับครัวเรือนในพื้นที่

“ซีพีเอฟยินดีสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการดูแลชุมชน โดยการส่งต่อไข่ไก่ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพให้กับครัวเรือนในพื้นที่ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ให้ทั้งสิ่งแวดล้อมและชุมชนไปพร้อมกัน”

นายอุทัย กุณามี ชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่าเขามาร่วมแลกไข่แทบทุกสัปดาห์ ใบไม้จากบ้านและไร่นาถูกเก็บรวบรวมใส่กระสอบนำมาแลก ไข่ที่ได้ก็นำไปทำอาหารในครัวเรือน “มีไข่อยู่ในตู้เย็นก็เหมือนมีตลาดอยู่ในบ้าน” ขอขอบคุณซีพีเอฟอยากให้จัดโครงการแบบนี้ทุกปี

กิจกรรมจัดขึ้น ทุกวันพุธ ระหว่างวันที่ 4 มีนาคม – 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 – 11.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับผู้มีทะเบียนบ้านในพื้นที่อำเภอสันกำแพง./


นที มีเดช รายงาน

ลงมติจัดงานพ่อตัวอย่างแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2569

เมื่อ 10 มีนาคม 2569 พลเอกจรัล กุลละวณิชย์ นายกสมาคมผู้อาสาสมัครช่วยการศึกษาและคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสมาคมและได้มีมติสำคัญให้มีการจัดงานพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2569 โดยจะมีการแจกจ่ายแบบฟอร์ม พ่อตัวอย่างแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 และหมดเขตรับคืนในวันที่ 15 มิถุนายน 2569

สำหรับคุณสมบัติของพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ได้แก่

  1. มีความจงรักภักดีต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
  2. มีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป
  3. มีภรรยาตามที่กฎหมายกำหนด จำนวนบุตร-ธิดาไม่จำกัด (ไม่ใช่บุตร/ธิดาบุญธรรม)
  4. เป็นครอบครัวที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติไม่แตกแยก
  5. ส่งบุตรธิดาให้สำเร็จการศึกษาภาคบังคับไม่ทอดทิ้ง
  6. บุตร-ธิดาประกอบอาชีพสุจริต และเป็นพลเมืองดี
  7. เป็นผู้มีความเสียสละมีจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
  8. เป็นผู้ประพฤติดีและปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมอันดี ไม่เคยต้องโทษทางคดีอาญา(ยกเว้นลหุโทษ)
  9. ประกอบสัมมาอาชีพโดยสุจริตเป็นหลักฐาน ไม่สนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ
  10. ไม่เป็นผู้มั่วการพนัน และลุ่มหลงในอบายมุข
  11. ไม่เป็นผู้ดื่มสุราเป็นอาจิณ ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนเกี่ยวกับยาเสพติดทุกรูปแบบ

“ห่างไกล แต่การดูแลไม่เคยห่างกัน” แพทย์ทหารใช้เส้นทางน้ำเข้าพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา ดูแลทั้งประชาชนและกำลังพลแนวหน้า อย่างต่อเนื่อง

“ห่างไกล แต่การดูแลไม่เคยห่างกัน” แพทย์ทหารใช้เส้นทางน้ำเข้าพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา ดูแลทั้งประชาชนและกำลังพลแนวหน้า อย่างต่อเนื่อง

พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบหมายให้ พันเอก สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ของโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ลงพื้นที่ให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ในพื้นที่ตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก โดยการเดินทางเข้าพื้นที่ต้องใช้เส้นทางน้ำ “แม่น้ำเมย”ใช้เวลาประมาณ 50 นาที

ชุดแพทย์เคลื่อนที่ได้ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านแม่ลอ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป พร้อมจ่ายยาแก่ประชาชนและน้อง ๆ นักเรียนในพื้นที่ รวมทั้งให้บริการด้านทันตกรรม ได้แก่ การตรวจสุขภาพช่องปาก การเคลือบฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ และการสอนการแปรงฟันที่ถูกวิธี เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสมให้กับเด็กนักเรียน

นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support : BLS) เพื่อเสริมสร้างทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในสถานการณ์ฉุกเฉินให้กับประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ พร้อมทั้งดำเนินการพ่นหมอกควันกำจัดยุงและแมลงพาหะนำโรค ภายในบริเวณโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ เพื่อป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยด้านสุขอนามัยให้กับประชาชนในพื้นที่

ขณะเดียวกัน ชุดแพทย์เคลื่อนที่ยังได้ออกให้บริการทางการแพทย์แก่กำลังพลกองร้อยทหารพรานที่ 3502 ซึ่งปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดนและรักษาอธิปไตยของชาติ ณ ฐานปฏิบัติการบ้านแม่ลอ และฐานปฏิบัติการบ้านแม่เหว่ย โดยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ตรวจสุขภาพเบื้องต้น ให้คำแนะนำด้านการส่งเสริมสุขภาพ พร้อมแจกจ่ายยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น

นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support : BLS) เพื่อเสริมสร้างทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุฉุกเฉิน เพิ่มโอกาสรอดชีวิตในภาวะวิกฤต พร้อมตรวจประเมินสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาและดูแลด้านจิตใจแก่กำลังพลในพื้นที่ชายแดน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ มีการตรวจคัดกรองโรคมาลาเรียให้กับกำลังพล เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ควบคู่กับการพ่นหมอกควันกำจัดยุงและแมลงพาหะนำโรค รวมถึงตรวจสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ตรวจคุณภาพน้ำดื่มและแหล่งน้ำใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยทางสุขภาพแก่กำลังพลในพื้นที่

การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของกองทัพบกและกรมแพทย์ทหารบก ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึง ทั้งการดูแลประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและการอนุรักษ์กำลังรบของกำลังพลแนวหน้า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

โอกาสสู่การเป็นศิลปินมาถึงแล้ว!! สำนักงานพระคลังข้างที่ เตรียมจัดประกวดร้องเพลงโครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดยสำนักงานพระคลังข้างที่” เปิดรับสมัคร 15 พ.ค. – 15 ก.ค. นี้

โอกาสสู่การเป็นศิลปินมาถึงแล้ว!! สำนักงานพระคลังข้างที่ เตรียมจัดประกวดร้องเพลงโครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดยสำนักงานพระคลังข้างที่” เปิดรับสมัคร 15 พ.ค. – 15 ก.ค. นี้

วันนี้ (9 มี.ค. 69) ที่ห้องปฏิบัติการ POC ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายปัทมนิธิ เสนาณรงค์ หัวหน้าสำนักงานบริหารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ สำนักงานพระคลังข้างที่ และคณะ เข้าพบ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงการดำเนินโครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดยสำนักงานพระคลังข้างที่”

โครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดยสำนักงานพระคลังข้างที่” ปี 2569 จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของยาวชน ผ่านทักษะด้านคีตศิลป์และดุริยางคศิลป์ โดยให้เยาวชนมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และสามารถพัฒนาเป็นอาชีพได้ในอนาคต รวมถึงเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอด ศิลปวัฒนธรรมมรดกเพลงไทยให้คงอยู่กับประเทศชาติตลอดไป ผ่านการประกวดร้องเพลงประเภทเพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง และเพลงไทยร่วมสมัย

คุณสมบัติผู้เข้าประกวดต้องเป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี หรือกำลังศึกษาไม่เกินระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปีที่ 3 ยกเว้นผู้ได้รับรางวัลอันดับ 1 2 และ 3 โครงการประกวดร้องเพลง เยาวชนสืบสาน รักษ์เพลงไทย โดยสำนักงานพระคลังข้างที่” สำหรับผู้สมัครที่ติดสัญญากับบริษัทด้านธุรกิจบันเทิง สามารถสมัครได้ โดยผู้สมัครต้องได้รับการยินยอมจากบริษัทต้นสังกัดเป็นลายลักษณ์อักษร

การประกวดร้องเพลงโครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดยสำนักงานพระคลังข้างที่” เตรียมเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 15 กรกฎาคม 2569 โดยให้ผู้ที่สนใจสมัครและส่งคลิปการร้องเพลงผ่านทางออนไลน์ ซึ่งจะได้ประชาสัมพันธ์ลิงค์รับสมัครในโอกาสต่อไป หลังจากนั้นจะมีการคัดเลือกรอบออดิชันทั้ง 4 ภูมิภาค โดยเริ่มที่ภาคเหนือ วันเสาร์ที่ 5 – อาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 ณ เซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต, ภาคกลาง วันเสาร์ที่ 12 – อาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 ณ บิ๊กซี ราชดำริ, ภาคใต้ วันเสาร์ที่ 19 กันยายน – 20 กันยายน 2569 ณ เซ็นทรัลนครศรีธรรมราช และภาคอีสาน วันเสาร์ที่ 26 -วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ณ เซ็นทรัลโคราช ซึ่งคณะกรรมการจะทำการคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบในแต่ละภูมิภาคเพื่อเข้าค่าย workshop พัฒนาทักษะการร้องเพลง เข้าสู่การประกวดรอบชิงชนะเลิศในเดือนตุลาคม 2569

นอกจากนี้การประกวดดังกล่าว ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีความสามารถด้านดนตรีที่มีชื่อเสียงร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวด โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ มีโอกาสก้าวสู่การเป็นนักร้องอาชีพหรือศิลปินในค่ายเพลงที่มีชื่อเสียงในอนาคตต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ภัยแล้งลุกคืบทหารรบพิเศษเร่งช่วยเหลือแจกจ่ายน้ำประชาชน 500 ครัวเรือน

จังหวัดลพบุรี – กรมรบพิเศษที่ 1 นำรถบรรทุกน้ำของหน่วย ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2569 ตามนโยบาย ของ กองทัพบก

กรมรบพิเศษที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการพลเรือน กองพันประจำอำเภอ และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จากกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 1 (รพศ.1 พัน.2) พร้อมด้วยรถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร ในนามศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกรมรบพิเศษที่ 1 ร่วมกับเทศบาลดีลัง อ.พัฒนานิคม ออกแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 2 ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ จำนวน 500 หลังคาเรือน โดยใช้แหล่งน้ำดิบบริเวณเขาน้อย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตระบบประปาผิวดิน ซึ่งปัจจุบัน ปริมาณแหล่งน้ำดิบดังกล่าว ไม่เพียงพอต่อการผลิตประปา เนื่องจากเกิดปัญหาภัยแล้ง ในพื้นที่ฝนตกน้อยกว่าที่คาดการณ์ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

โดยกรมรบพิเศษที่ 1 ได้สนับสนุนรถยนต์บรรทุกน้ำ จำนวน 6 เที่ยวๆ ละ 6,000 ลิตร รวมปริมาณน้ำ 36,000 ลิตร เพื่อทำการแจกจ่ายน้ำอุปโภค บริโภค ให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ภาชนะกักเก็บน้ำสำรองในแต่ละครัวเรือน เริ่มแห้งขอด เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันตามนโยบายของกองทัพบก ในโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2569 และได้เข้าประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และเข้าใจถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ตลอดจนการใช้น้ำอย่างไรให้ได้ประโยชน์จากน้ำอย่างคุ้มค่า

ทั้งนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกรมรบพิเศษที่ 1 ได้มีการสั่งให้หน่วยขึ้นตรง กรมรบพิเศษที่ 1 เตรียมพร้อมด้านกำลังพลและยานพาหนะของหน่วยให้พร้อม เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นกรณีเร่งด่วน เมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ไปจนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะคลี่คลาย ตามนโยบายของกองทัพบก


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ศิษย์เก่า วปอ.57 – ซินโครตรอนเดินหน้าเสริมสมรรถนะแพทย์ทหารต่อเนื่อง ส่งมอบสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนให้ รพ.ค่ายสุรนารี ปกป้องกำลังพลชายแดน

ศิษย์เก่า วปอ.57 – ซินโครตรอนเดินหน้าเสริมสมรรถนะแพทย์ทหารต่อเนื่องส่งมอบสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนให้ รพ.ค่ายสุรนารี ปกป้องกำลังพลชายแดน

คณะศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเสริมสมรรถนะแพทย์ทหารอย่างต่อเนื่อง ส่งมอบสายรัดห้ามเลือดให้แก่โรงพยาบาลค่ายสุรนารีจำนวน 1,000 ชิ้น หลังประสบความสำเร็จในการพัฒนาและทดสอบอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อใช้ในราชการภาคสนามสำหรับปฐมพยาบาลและช่วยเหลือกำลังพลชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

นครราชสีมา – คณะศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ผลิตและส่งมอบรายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนหรือทูนิเก้ (Combat Application Tourniquet: CAT) จำนวน 1,000 ชิ้น ให้แก่ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี โดยมี นายศศิศ มนต์เสรีนุสรณ์ ประธานรุ่น วปอ.57 เป็นประธานในพิธีมอบ

นายศศิศ มนต์เสรีนุสรณ์ ประธานรุ่น วปอ.57 กล่าวว่า “คณะศิษย์เก่า วปอ. 57 ได้บริจาคเงินในการผลิตห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้ ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากหลายภาคส่วน โดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนได้พัฒนาให้สามารถผลิตสายรัดห้ามเลือดได้ในราคาที่ประหยัดลง แต่มีคุณภาพดีเทียบเท่าสินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศ ผลิตได้ในเมืองไทย ทำให้ผลิตได้มากขึ้น สามารถรักษาชีวิตกำลังพลได้มากขึ้น ส่วนโรงพยาบาลค่ายสุรนารีได้ให้การรักษาพยาบาลทางการแพทย์ในภาวะเสี่ยงอันตรายด้วยความเสียสละและกล้าหาญ และขอขอบ คุณ พล.อ.สุรศักดิ์ ถนัดศีลธรรม อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี และศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 57 ที่จุดประกายให้เกิดโครงการสนับสนุนการผลิตสายรัดห้ามเลือดนี้”

“ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบคณะศิย์เก่า วปอ.57 ได้หารือกัน และตระหนักถึงความเสียสละของน้องๆ ทหารแนวหน้าที่ปกป้องอธิปไตยให้แนวหลังอยู่อย่างสงบปลอดภัย โครงการสนับ สนุนการผลิตสายรัดห้ามเลือดนี้จะเป็นสิ่งที่แนวหลังได้ตอบแทนการเสียสละของแนวหน้า เรายึดหลักการว่าจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เราหวังว่าสายรัดห้ามเลือดที่มอบให้แก่น้องๆ ทหารจะไม่ถูกหยิบออกมาใช้ เพราะนั่นหมายความว่าท่านปลอดภัย แต่ถ้าถูกหยิบออกมาใช้ก็ขอให้ท่านได้กลับไปหาครอบครัวอันเป็นที่รักอย่างปลอดภัย” ประธานรุ่น วปอ.57 กล่าว

พันเอก รัฐสรรค์ ภูวนาถวรกิตติ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี กล่าวว่า “สายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนที่ได้รับมาในครั้งนี้ หน่วยสายการแพทย์กองทัพภาคที่ 2 จะนำไปใช้ประโยชน์การสนับสนุนกองกำลังสุรนารีในภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยโรงพยาบาลค่ายสุรนารีจะเป็นแม่ข่ายในการแจกจ่ายให้แก่กำลังพลเพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน”

นายสำเริง ด้วงนิล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “สายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนที่มอบให้แก่โรงพยาบาลค่ายในครั้งนี้ เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สถาบันฯ และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ร่วมกันพัฒนาและทดสอบจนประสบความสำเร็จในการนำไปใช้ในราชการภาคสนามของกองทัพภาคที่ 2 แต่สถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ยังมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์นี้ให้เพียงพอและต่อเนื่อง คณะศิษย์เก่า วปอ.57 จึงสนับสนุนงบประมาณ โดยสถาบันฯ รับผิดชอบในการจัดทำสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้”

สำหรับสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้เป็นอุปกรณ์สำคัญทางเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ที่ใช้เพื่อควบคุมภาวะเลือดออกรุนแรงจากบาดแผลที่แขนหรือขา ซึ่งไม่สามารถหยุดเลือดได้ด้วยวิธีกดแผลโดยตรง ซึ่งแถบที่กว้างของสายรัดจะกระจายแรงกดและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเฉพาะจุด จึงมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกว่าวัสดุชั่วคราว อาทิ เชือก หรือผ้าแคบ ซึ่งการพัฒนาสายรัดห้ามเลือดนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการประยุกต์ใช้ความเชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนเพื่อความมั่นคงของประเทศ


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

ลำพูนแถลงข่าวการจัดงาน วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา “เสน่ห์ชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ในโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจประจำปี 2569

จังหวัดลำพูนโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ร่วมกับหน่วยงาน ภาครัฐและเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้จัดการแถลงข่าวการจัดงาน “วิถีถิ่น วิถีชาติ พันธุ์ล้านนา” ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 20 – 24 มีนาคม 2569 ณ ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ในวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม เวลา 17:30 น. นายโยธิน ประสงค์ ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวการจัดงาน วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา “เสน่ห์ชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”ในโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (เชิงสะพานท่าขาม) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน

โดยผู้เข้าร่วมแถลงข่าวการจัดงานครั้งนี้ได้ชี้แจงในแต่ละประเด็น เกี่ยวกับการจัดงานในครั้งนี้ โดยประเด็นแรก เกี่ยวกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวพร้อมเชิญชวนร่วมงานโดยรองผู้ว่าฯ และวัตถุประสงค์การจัดงานภาพรวมภายในงานโดยนายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัด รวมถึงความพร้อมของการจัดงานโดยนายพงษ์เทพ มนัสตรง ประธานสภาวัฒนธรรม, การสนับสนุนสถานที่การจัดงานโดยนายณัฏพงศ์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญชัย ,การสนับสนุนการจัดงาน โดยนส.ฐานิตา แจ้งชัด ประชาสัมพันธ์จังหวัดและ การสนับสนุนข้อมูลกลุ่มชาติพันธ์ในพื้นที่โดย นส.ภิญญาพัชญ์ สันติจีราวัชร์โดย ผอ.ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง

การจัดงานครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริม เผยแพร่ แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ ความหลากหลายของมรดกวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนาในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, แม่ฮ่องสอน, เชียงราย, พะเยา, แพร่ และน่าน รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรมของชุมชน

ภายในงาน “วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา” จะมีกิจกรรมที่สะท้อนความหลากหลายของวัฒน ธรรม กลุ่มชาติพันธุ์ล้านนา อาทิ นิทรรศการอัตลักษณ์ชาติพันธุ์และบ้านจำลอง การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น การจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจาก 4 จังหวัดภาคเหนือ การประกวดอาหารชาติพันธุ์ การเดินแบบแฟชั่นผ้าชาติพันธุ์ รวมถึงการแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมจากเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ ที่จะร่วมถ่ายทอดวิถีชีวิตและเสน่ห์ทางวัฒนธรรมให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เข้าร่วมงาน

ทั้งนี้ กำหนดจัดพิธีเปิดงานฯ ในวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป ณ ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่จัดงานที่ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของภาคเหนือและเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงเหมาะสมอย่าง ยิ่งในการเป็นพื้นที่นำเสนอวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชน ทั่วไป ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนา ในงานวิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ ล้านนา “เสน่ห์ชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”


นที มีเดช รายงาน

นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก มอบหมายให้ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 มอบสิ่งอุปกรณ์และเครื่องบริโภคให้กับกำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน

นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก มอบหมายให้ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 มอบสิ่งอุปกรณ์และเครื่องบริโภคให้กับกำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน

คุณสุภัทรา แคล้วปลอดทุกข์ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก มอบหมายให้ คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 และคณะ เป็นผู้แทนมอบสิ่งอุปกรณ์ และเครื่องบริโภค ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามชายแดน ณ หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน ต่อไป

ตามที่สมาคมแม่บ้านทหารบก โดยนายกสมาคมแม่บ้านทหารบก ได้ให้ความสำคัญและแสดงความห่วงใยต่อกำลังพลของกองทัพบกที่ปฏิบัติภารกิจราชการสนามตามแนวชายแดน ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน และเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งมีภารกิจด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

สมาคมแม่บ้านทหารบกจึงได้ดำเนินการสำรวจความต้องการของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ปฏิบัติการ พร้อมทั้งจัดหาและจัดซื้อสิ่งอุปกรณ์ที่จำเป็น ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพและการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ราชการสนาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้กำลังพลมีสิ่งอุปกรณ์ที่ตรงตามความต้องการ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในสถานการณ์ปฏิบัติภารกิจ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมด้านสิ่งของจำเป็นสำหรับใช้ในยามจำเป็นในพื้นที่ปฏิบัติการ อันจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลให้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

ครอบครัวเข้มเเข็งเป็นแรงใจทหารกล้า


นที มีเดช รายงาน

ด่วนปลาในน้ำลาง ตายเป็นเบือห้ามกินเด็ดขาด

สาธารสุขอำเภอปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ออกประกาศด่วนเตือนประชาชนห้ามกินปลาในแม่น้ำลาง โดยเด็ดขาดหลังได้รับรายงานจากหน่วยพิทักษ์ป่าปางมะผ้า ว่าพบปลาพลวงในแม่น้ำลางและน้ำแม่อุมอง ตายเป็นเบือ ด้านเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ผามอนก็ยืนยันว่าพบปลาตายในถ้ำผามอนตั้งแต่ 27 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับรายงานจาก นายประพาส วนาศิริ สาธารณสุขอำเภอปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ว่าจากกรณีที่ได้มีการตรวจพบปลาในแม่น้ำลาง ได้ตายลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ล่าสุดในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอปางมะผ้า ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำลาง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อนำส่งให้แก่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่จังหวัดเชียง ขณะที่ประมงจัง หวัดแม่ฮ่องสอนจะลงพื้นที่เพื่อเก็บซากปลานำไปตรวจสอบหาสาเหตุต่อไป

ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 สาธารณสุขอำเภอปางมะผ้า ได้พบปลาในแม่น้ำลางได้ตายลงจึงได้มีการออกประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ อำเภอปางมะผ้า ขอความร่วมมือประชาชนงดบริโภคสัตว์น้ำที่ตายโดยผิดธรรมชาติจากแม่น้ำลาง โดยได้รับรายงานจากหน่วยพิทักษ์ป่าปางมะผ้า รายงานเหตุการณ์ เนื่องด้วยตอนนี้ บริเวณ ลำน้ำลาง และ ลำห้วยแม่อุมอง ได้เกิดเหตุการณ์ปลาพลวง ในแม่น้ำเริ่มทยอยตาย และ นกที่ลงมากินน้ำ เช่น นกพิราบ ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ

ทางด้านนายไกรศร บัวบาน หัวหน้าชุดสายตรวจหน่วยพิทักษ์ป่าปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า ฯ เปิดเผยว่า ทางหน่วยได้ตรวจพบว่าปลาในแม่น้ำลาง ได้ตายลงประมาณ 4-5 วันที่ผ่านมา โดยจุดที่พบปลาตาย จะเริ่มต้นที่ ถ้ำผามอน ไหลผ่านลงมาในตัวอำเภอปางมะผ้า และจากการตรวจสอบ ไปยังต้นน้ำที่เลยถ้ำผามอนไปก็ไม่พบว่ามีปลาตายเหมือนช่วงถ้ำผามอนถึงตัวอำเภอปางมะผ้าซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก

นายวีระพงษ์ รัตนศรี นายอำเภอปางมะผ้า เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องปลาในแม่น้ำลางตายเช่นกัน ซึ่งได้แจ้งไปยังกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้ประกาศเตือนให้ราษฎรห้ามนำปลาที่ตายมาบริโภคอย่างเด็ดขาดเนื่องจากในตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการตายของปลาแต่อย่างใด อนึ่งในวันนี้จะมีเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เก็บตัวอย่างซากปลาและน้ำไปตรวจเพื่อหาสาเหตุต่อไป

ทางด้าน หลวงปู่ขาว กิตติโก เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ถ้ำผามอน ระบุว่า ปลาในน้ำลางที่ถ้ำผามอนตายเป็นร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดแต่อย่างใด และพบว่าปลาในถ้ำได้ตายลงไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปลาพลวงหินในถ้ำผามอน อย่างไรก็ตามพบว่าปลาที่ตายส่วนใหญ่เป็นปลาพลวงหิน ซึ่งมักอาศัยอยู่ในถ้ำใต้น้ำ ส่วนปลาชนิดเดียวกันที่ถ้ำน้ำลอด ยังมีชีวิตเป็นปกติ ไม่มีการตายเกิดขึ้นแต่อย่างใด


ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

พิธีพลีมวลสารเพื่อจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น “ยุทธบดินทร์ – ศตวรรษ”

พิธีพลีมวลสารเพื่อจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น “ยุทธบดินทร์ – ศตวรรษ”

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 มีดำริจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น “ยุทธบดินทร์ – ศต วรรษ” เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลของกองทัพภาคที่ 2 ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความมั่นคงของประเทศตามแนวชายแดน รวมทั้งเพื่อมอบแก่ผู้มีอุปการคุณและผู้สนับ สนุนการปฏิบัติภารกิจของกองทัพภาคที่ 2 อันเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมแห่งศรัทธาและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง

ในการนี้ ได้กำหนดจัดพิธีพลีมวลสาร ณ วัดท่าสะแบง ตำบลมะบ้า อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีพระเทพวัชรวิทยาคม (พระอาจารย์ต้อม ปภสฺสโร), พร้อมด้วยพระเถราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและเป็นที่เคารพศรัทธาจากหลายพื้นที่ เมตตาเข้าร่วมประกอบพิธีอธิษฐานจิตและมอบแผ่นโลหะมงคล เพื่อรวบรวมเป็นมวลสารศักดิ์สิทธิ์สำหรับนำไปหลอมรวมในการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์ – ศตวรรษ”

พิธีพลีมวลสารครั้งนี้นับเป็นขั้นตอนสำคัญของการจัดสร้างวัตถุมงคล โดยมวลสารที่ได้รับการอธิษฐานจิตจากพระเถราจารย์ผู้ทรงวิทยาคม จะถูกนำมาประกอบเป็นส่วนหนึ่งของการหล่อหลอมวัตถุมงคล เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ความเข้มแข็งทางจิตใจ และเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน

พระเถราจารย์ทุกรูปได้เมตตาประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ อธิษฐานจิต และมอบแผ่นโลหะมงคลเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมวลสารศักดิ์สิทธิ์ อันเปรียบเสมือนพลังแห่งศรัทธาและพรอันประเสริฐ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ ให้มีความแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง มีขวัญกำลังใจที่มั่นคง เข้มแข็ง พร้อมปฏิบัติภารกิจเพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติสืบไป

#กองทัพภาคที่2 #วัตถุมงคล