หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็ก904 กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ จัดพิธีสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์

สระบุรี-หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็ก904 กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ จัดพิธีสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์ ประจำเดือน เม.ย.62
วันที่19เมษายน2562​เวลา09.09น.ได้รับเกียรติจากพันเอกอำนาจ วชิรศักดิ์โสภานะ เสนาธิการรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ เป็นผู้แทนผู้บังคับการกรมทหารม้าที่​ 4​ รักษาพระองค์ฯ เป็นประธานในพิธีฯ
มีกำลังพลนายทหาร และนายสิบจากหน่วยขึ้นตรงกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ และหน่วยในพื้นที่ได้แก่ กองพันทหารม้าที่ 17 กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ฯ และกองพันทหารม้าที่ 27 กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ เข้าร่วมในกิจกรรมจำนวน 209 นาย​ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ กำลังพลทุกนายได้ร่วมใจกันสวดมนต์และเจริญจิตภาวนา โดยใช้บทสวดมนต์จากหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์พระราชทาน เมื่อ 28 กรกฏาคม 2560 เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานและพระราโชวาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรากูร ที่ได้พระราชทานไว้ว่า “ ความสุขในตัวเริ่มจากใจและทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่น ส่วนรวมและตนเอง ความสุขในการบำเพ็ญประโยชน์ให้ผู้อื่นและส่วนรวมมีสุข สุขในการเข้าใจและเห็นใจผู้อื่น สุขในการให้ ทั้งกำลังกายและกำลังใจให้ผู้อื่น และส่วนรวมมีสุข สุขใจการพัฒนาร่างกาย จิตใจ และปัญญา ในทางสร้างสรรค์ความเจริญให้ตนเองและผู้อื่น การสวดมนต์และปฏิบัติธรรม ทำให้มีความสงบ มีสติ สมาธิ และปัญญา ตลอดจนเป็นกุศล สิริมงคลต่อทุกคน และจะนำมาสู่ความเจริญ และความสุขต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

“กอ.รมน.กทม.สนธิกำลังทหารตำรวจบุกตรวจค้นจับกุมคาเฟ่-คาราโอเกะเปิดเกินเวลาเย้ยกฏหมาย พบบ่อนพนัน-นักเที่ยวฉี่ม่วงเพียบ!!

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 6 เม.ย.62 โดยพล.ต.มนัส จันดี รอง ผอ.รมน.กทม.(ท.)มอบหมายให้ พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง หน.การข่าว กอ.รมน.กทม. , พ​.อ.ศรุติ รัตโนทัย รองหน.กลุ่มงานรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน, พ.อ.พีระพงศ์ ไชยศรี หัวหน้าการข่าว กอ.รมน.กทม. ร่วมกับ พัน.สห.11 มทบ.11 ,ร้อย รส. ป.พัน.109 เขตบางกอกน้อย, ป.ป.ส., ตำรวจ สน.บางยี่ขัน สนธิกำลังเข้าตรวจค้นอาคารเลขที่ 135 ถนนสมเด็จเจ้าพระปิ่นเกล้า ปากซอย 13 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม.หลังมีประชาชนร้องเรียนว่าอาคารดังกล่าวเปิดเป็นสถานบริการหลายประเภทส่งเสียงดังเกิดความเดือดร้อนรำคาญทุกค่ำคืน

จากการตรวจสอบพบว่าอาคารแห่งนี้มีลักษณะเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนน หน้ากว้างอาคารประมาณ 10 เมตร บริเวณชั้นที่ 1 ประกอบกิจการเป็นคาเฟ่ชื่อร้านนิวแจ๊ส 2 ส่วนบนชั้นที่ 2 ประกอบกิจการเป็นห้องคาราโอเกะ จำนวน 6 ห้อง และมีห้องโถง จำนวน 3 ห้อง ภายใต้ชื่อเอเวอร์กรีน เรสโทวรองต์ สำหรับบนชั้นที่ 3 ประกอบกิจการโต๊ะสนุกเกอร์ ชื่อเดอะคิว สนุกเกอร์คลับ จากการตรวจสอบทั้ง 3 ชั้น พบลูกค้าทั้งชาวไทย จีน พม่า เวียดนาม และลาว ที่มาใช้บริการ ตลอดจนพนักงานภายในสถานประกอบการซึ่งอยู่ระหว่างทำงาน รวมกันประมาณ 100 คน

โดยขณะทหารและตำรวจเข้าตรวจค้นมีลูกค้าชาย 1 ราย พยายามปีนหน้าต่างห้องโถงบนชั้นที่ 2 เพื่อหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ช่วยกันควบคุมตัวเอาไว้ได้ เบื้องต้นจึงควบคุมตัวทั้งลูกค้าและพนักงานทั้งหมดมาคัดกรองตรวจสอบบัตรประจำตัว หนังสือเดินทาง และตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ผลการตรวจไม่พบการกระทำความผิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง แต่พบผู้ต้องหาที่เป็นลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการบนชั้นที่ 2 มีผลตรวจปัสสาวะออกมาเป็นสีม่วง จำนวน 31 คน ประกอบด้วยชายไทย 8 คน หญิงไทย 9 คน ชายต่างด้าว 5 คน และหญิงต่างด้าวอีก 9 คน จึงถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

จากการตรวจค้นในสถานที่ดังกล่าวบนชั้นที่ 2 เจ้าหน้าที่ยังพบคอมพิวเตอร์พีซี 6 เครื่อง เชื่อมต่อเว็บพนันฟุตบอลออนไลน์ของต่างประเทศ ตู้พนันยิงปลาไฟฟ้า 1 ตู้ โต๊ะสำหรับเล่นไฮโลว์ 1 ตัว พร้อมอุปกรณ์ 1 ชุด ตลอดจนเตาสูบบารากู่ อีก 12 ตัว วางกระจัดกระจายอยู่ตามห้องคาราโอเกะและห้องโถง จึงตรวจยึดเอาไว้เป็นของกลาง พร้อมถอดอุปกรณ์ควบคุมระบบกล้องวงจรปิดของอาคารทั้ง 3 ชั้น ไปทำการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับผู้ดูแล ผู้ครอบครองของกลางและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาใช้บริการทั้งหมดต่อไป

พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง หัวหน้าฝ่ายข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กทม. กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นอาคารแห่งนี้สืบเนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนมายัง กอ.รมน.กทม.ว่า สถานที่ดังกล่าวมีการเปิดเป็นสถานบริการส่งเสียงดังรบกวนในเวลากลางคืน จากการตรวจค้นและตรวจปัสสาวะผู้มาใช้บริการพบว่ามีการใช้สารเสพติด ประกอบกับมีการปล่อยปละให้เล่นพนันออนไลน์ เบื้องต้นจึงประสานให้ตำรวจ สน.บางยี่ขัน ซึ่งร่วมจับกุมในวันนี้เรียกตัวผู้ดูแลอาคาร และเจ้าของกิจการมาสอบปากคำ

“โดยจะดำเนินการแจ้งข้อหาในเบื้องต้นกับผู้ดูแลดังนี้ 1.เปิดสถานบริการเกินเวลาที่กำหนด 2.ใบอนุญาตเปิดสถานบริการผิดประเภท 3.ปล่อยปละให้มียาเสพติดในสถานบริการ 4.ปล่อยปละให้มีการเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ ไฮโลว์ และตู้ยิงปลาไฟฟ้า และ 5.จำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จากนั้นจะนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดอาคารแห่งนี้ต่อไป” พ.อ.วิโรจน์ กล่าว.

” แถลงข่าว ” จับกุมผู้ต้องหาใน คดีฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาฯ สภ.ป่าไร่

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร # ” แถลงข่าว ” จับกุมผู้ต้องหาใน คดีฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาฯ สภ.ป่าไร่ ภ.จว.มุกดาหาร

วันนี้ 4 เมษายน 2562 เวลา 13.30 น. ที่ สภ.ป่าไร่ อ.ดอนตาล พล.ต.ต.ภานุ บุรณศิริ รอง ผบ.ช.ภ.4 ,พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิพลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร , พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าวกอ.รมน.มุกดาหาร ,พ.ต.อ.จตุรงค์ กลิ่นศรีสุข ผกก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร, ,พ.ต.ท.นาม พานิชนอก สวญ.สภ.ป่าไร่ และเจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร , ชุดสืบสวน สภ.ป่าไร่ ,พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนาล ตม.มุกดาหาร และ กองกำลังรักษาความสงบในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ได้ร่วมกันแถลงข่าว กรณี จับกุมผู้ต้องหายิงผู้อื่นตาย เหตุเกิดในท้องที่ สภ.ป่าไร่ ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

กล่าวคือ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2662 เวลาประมาณ 02.25 น. ได้มีเหตุวัยรุ่นได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดยิงนายวีระยุทธ คนยืน อายุ 19 ปี อยู่บ้านป่าพะยอม ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณสะพานช้างชน บ้านป่าพะยอม ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

จากการสืบสวน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้มีงานบุญประเพณี และมีหมอลำซิ่ง ที่ บ้านสามขัว ต.ดงเย็น อ.เมือง จ.มุกดาหาร และหลังเลิกงาน กลุ่มผู้ตายได้ไปนั่งเล่น ที่สะพานช้างชน บ้านป่าพะยอม ซึ่งห่างจากบ้านสามขัวประมาณ 7 กม. และได้มีกลุ่มวัยรุ่นไม่ทราบ บ้าน ประมาณ 2-3 คน ขับขี่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ คล้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 สีดำแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน และมีผู้ขับขี่รถกระบะอีก 1 คัน สีขาว ยังไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน มาจอดยังจุดที่กลุ่มผู้ตายนั่งอยู่ และถามกลุ่มผู้ตายว่ามาดักทำร้ายใคร หรือไม่ ลักษณะจะหาเรื่องกับกลุ่มผู้ตายกลุ่มเพื่อนผู้ตายบอกว่าไม่ได้มาดักทำร้ายใคร และมีการพูดโต้ตอบกันสักพัก แต่เนื่องด้วยกลุ่มผู้ตายมีมากกว่า วัยรุ่นดังกล่าวจึงขับรถฯออกไป แต่ไม่นานมีพยานเห็นกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ขับขี่รถฯ เข้าไปในบ้านป่าพะยอม ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 200 เมตร ได้ขับขี่รถฯ ย้อนกลับมา ซึ่งขณะนั้น นายวีระยุทธฯ กับเพื่อนอีก 1 คน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเพื่อนนายวีระยุทธฯ นั่งอยู่ประมาณ 50 เมตร กำลังจะเดินกลับไปที่บ้านป่าพะยอม กลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ดังกล่าว ได้ ขับขี่รถฯกลับมาด้วยกัน 2 คัน พบนายวีระยุทธฯ กับเพื่อน ที่จะเดินกลับบ้านฯ กลุ่มวัยรุ่นที่ขับขี่รถฯดังกล่าว ได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดยิงใส่ นายวีระยุทธฯ จำนวน 1 นัด กระสุนถูกบริเวณท้ายทอย ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นกลุ่มดังกล่าวก็ได้ขับขี่รถฯหลบหนีไปทางแยกนายอฯ กลุ่มเพื่อนผู้ตายได้นำนายวีระยุทธฯ ส่ง รพ.ดอนตาล และ รพ.ดอนตาล ได้นำส่ง รพ.มุกดาหาร และต่อมานายวีระยุทธฯ ได้เสียชีวิตลง และ พนักงานสอบสวน สภ.ป่าไร่ ได้คดีไว้แล้ว และนำส่ง ร่างนายวีระยุทธฯ ไปชันสูตร พลิกศพที่ รพ.อุบลราชธานี ทราบว่า นายวีระยุทธฯ ถูกยิงด้วยอาวุธปืน แบบลูกโดด น่าเชื่อว่าจะยิงมาจากปืนแบบไทยประดิษฐ์ ที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมทำมาไว้ใช้เอง

จากสืบสวน ติดตามข้อมูลโดยการประสานการปฏิบัติ ของ ชุดสืบสวน สภ.ป่าไร่ , จนท.ตร.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร และ จนท.ตร.บก.สส.ภ.4 โดยได้ข้อมูล จากกล้องวงจรปิด ใกล้ที่เกิดเหตุ ,สอบสวนปากคำพยานในที่เกิดเหตุและใกล้ที่เกิดเหตุ ข้อมูลสืบสวนของกลุ่มวัยรุ่นในท้อง สภ.ใกล้เคียง ทำให้ทราบว่ารถต้องสงสัยที่ใช้ก่อเหตุ เป็นกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งอยู่ในเมืองมุกดาหาร โดยกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้มาเที่ยวงาน และเมื่องานเลิกได้พากันขับขี่รถฯ จะกลับบ้านในเขตเมืองมุกดาหาร เมื่อพบกลุ่มผู้ตายได้พูดจาจะหาเรื่องกัน แต่เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุมีน้อยกว่า จึงย้อนกลับมาใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย ซึ่งอยู่ห่างจากกลุ่มเพื่อนผู้ตาย และขับขี่รถฯหลบหนีไป โดยพยานยืนยันว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุกลุ่มนี้ จะต้องเป็นกลุ่มนายกรวิทย์ฯ หรือโกโก้ ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในเขตเมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร พยานจดจำตำหนิรูปพรรณนายกรวิทย์ฯ และรถจักรยานยนต์ใช้ก่อเหตุ ได้อย่างชัดเจน และมีพยานหลักฐาน ที่ได้จากโทรศัพท์กลุ่มผู้ต้องสงสัย ยืนยันว่านายกรวิทย์ฯ แต่ผู้ต้องให้การปฏิเสธ แต่จากพยานหลักฐานเชื่อว่านายกรวิทย์ฯ จะเป็นผู้มีส่วนร่วมในก่อเหตุยิงนายวีระยุทธฯ ผู้ตายอย่างแนนอน 
******************************************
ภาพ/ข่าว เดวิด มุกดาหาร หน. สำนักข่าวสมาคมตำรวจ มุกดาหาร รายงาน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เสด็จทรงเปิดงานและทรงพระกรุณาพระราชทานโล่เกียรติคุณ

วันพุธที่ 3 เม.ย. 62 เวลา18.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เสด็จทรงเปิดงานและทรงพระกรุณาพระราชทานโล่เกียรติคุณในพิธีเปิดงาน 3-5 เม.ย 62 งานเมาลิดกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ฮ.ศ. 1440 ณ.ศูนย์กลางอิสลาม เฉลิมพระเกียรติ คลองเก้า เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
โดยมีท่านจุฬาราชมนตรี อาศิส พิทักษ์คุมพล เป็นประธานอำนวยการ ท่านอนันต์ วันแอเลาะ เป็นประธานจัดงาน
ท่านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถวายการรับเสด็จและพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมต.มหาดไทย พร้อมคณะกรรมการจัดงาน บรรดาทูตตานุทูตอิสลามทั่วโลก ท่านพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม. พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ท่านณพช หวังอับดุลเลาะ ประธานฝ่ายหาของรางวัลและรายได้ ฮัจยีกาม้าน ซอเซวี คุณโอรส หวังอับดุลเลาะ ดร.ฤทธิ์ ฤาชา ร.อ.ดร.เมตตา เต็มชำนาญ “ทหารนักบุญ” ทำหน้าที่มือประสานผู้ชนะสิบทิศ และกริชสุวรรณ ดีสุข(อ๊อฟไซด์)ผอ.สำนักข่าวสมาคมตำรวจ พร้อมด้วยคณะกรรมการกลุ่มเมตตาธรรมกว่า 100 ชีวิต ด้วยบรรยากาศ ความภาคภูมิใจของทุกท่าน ที่มาร่วมงาน
เลขาแอน ถ่ายภาพ – รายงาน

ผู้การฯชลบุรี ตรวจเยี่ยมโรงพักนาจอมเทียน พร้อมแจกข้าวสารเป็นขวัญกำลังใจ

ผู้การฯชลบุรี ตรวจเยี่ยมโรงพักนาจอมเทียน พร้อมแจกข้าวสารเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา

เมื่อเวลา 11.20น. วันที่ 2 เมษายน 2562 ที่สถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พันตรวจเอก ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน นำข้าราชการตำรวจ สภ.นาจอมเทียน ทุกระดับชั้น ประกอบด้วย พันตำรวจโท ตรงศักดิ์ เพชรหาญ รองผู้กำกับป้องกันปราบปรามฯ พันตำรวจโทอัครพันธ์ พลเดชา รองผู้กำกับสอบสวนฯ และกำลังอีกรวมกว่า40นายพร้อมทั้งอาสาสัมครฯ นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตำรวจมาตั้งแถวให้การต้อนรับ พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ซึ่งได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงพัก พร้อมมอบนโยบายการทำงานให้กับ พันตำรวจเอกฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนาจอมเทียน คนใหม่และข้าราชการตำรวจที่ย้ายมาปฎิบัติหน้าที่โรงพักแห่งนี้รวมถึงคนเก่าที่ทำหน้าให้ทำหน้าที่อยู่แล้วให้ขยันขันแข็งในการทำหน้าที่เพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน

ในการเดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงพักนาจอมเทียนในครั้งนี้ พลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ก็ยังได้นำข้าวสารบรรจุถุงและกระสอบ ซึ่งด้านหน้าถุงบรรจุข้าวสารนั้นพิมพ์ไว้ว่า “รู้หน้าที่ มีฝีมือ ใจกล้า กตัญญู” เพื่อความผาสุขของพี่น้องประชาชน สนับสนุนโดย พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นของส่วนตัวที่ท่านจัดทำขึ้นเอง นำมาแจกให้กับข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอีกด้วย ซึ่งท่านบอกว่าถึงแม้ข้าวสารที่นำมามอบให้จะมีจำนวนน้อยแต่ก็มากเ้วยน้ำใจที่มีให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา สำหรับข้าวสารถุงเล็กน่ำหนักประมาณ5กิโลกรัมนั้นแจกให้กับข้าราชการตำรวจคนละ1ถุงและข้าวสารถุงใหญ่น้ำหนักรับกว่า200กิโลกรัมนั้นมอบไว้ให้เป็นกองกลางสำหรับโรงพักเพื่อไว้ใช้สำหรับทำกิจกรรมส่วนรวมตามความเหมาะสมต่อไป…..

ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก
โยธิน พรมแตง 
คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ 
วิรัตน์ ขำแตร
พัทยา จ.ชลบุรี