ตม.1 บุกรวบเทรนเนอร์ต่างชาติ หล่อล่ำ คาฟิตเนสดาราดัง กลางกรุง และจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญคดีค้ามนุษย์ สมาชิกแก๊งองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

         วันนี้ วัน​พุธ​ที่​ 28 ส.ค.62 เวลา 13.30 น.ณ​ ห้องประชุมชั้น​ 4​ อาคาร​ 1​ สตม.(สวน​พลู)​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์​ ​ประยูร​ศิริ​ ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล รองผบก. ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้

คดีที่ 1 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันจับกุม 1.MR.CHRISTOPHER อายุ 26 ปี สัญชาติ ฝรั่งเศส 2. MR.GABOR อายุ 28 ปี สัญชาติ ฮังการี และ 3.MR. CIRO อายุ 33 ปี สัญชาติ อิตาลี ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานเมื่อวันที่ 22 ส.ค.62 เหตุเกิดที่ บริษัท ฮอตแมน แฟคตอรี่ (ไทยแลนด์) จำกัด

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ การจับกุมในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 สืบทราบว่าบริษัทฮอตแมน แฟคตอรี่ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเป็นสถานที่ออกกำลังกายครบวงจรหรือฟิตเนส สำหรับผู้ใช้บริการทั่วไป ตั้งอยู่ย่านธุรกิจสำคัญ อาร์ ซี เอ. โดยมีครูฝึกหรือเทรนเนอร์ทั้งคนไทยและคนต่างชาติคอยให้การดูแลแนะนำแก่ผู้มาใช้บริการ ซึ่งทุกคนจะต้องเป็นผู้ที่มีรูปร่างหน้าตาดี เพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการฟิตเนส ดังกล่าว

          เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมฯ ยังสืบทราบอีกว่าเทรนเนอร์ชาวต่างชาติบางรายทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงได้รวบรวมข้อมูลและแฝงตัวเข้าไปตรวจสอบ จนทราบแน่ชัดว่ามีการจ้างคนต่างชาติทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุม ขณะเข้าตรวจสอบพบผู้ใช้บริการจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีดารา นักแสดงที่มีชื่อเสียงมาใช้บริการรวมอยู่ด้วย ในส่วนของพนักงาน นอกจากพนักงานคนไทยแล้วยังพบผู้ถูกจับทั้ง 3 ราย ซึ่งเป็นคนต่างชาติ กำลังทำงานอยู่โดยทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ฝึกสอนแนะนำควบคุมการออกกำลังกายให้กับผู้มาใช้บริการ จากการตรวจสอบชาวต่างชาติทั้ง 3 ราย ชื่อ MR.CHRISTOPHER อายุ 26 ปี สัญชาติ ฝรั่งเศส MR.GABOR อายุ 28 ปี สัญชาติ ฮังการี และ MR.CIRO อายุ 33 ปี สัญชาติ อิตาลี ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราวโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่มีเอกสารแสดงการได้รับอนุญาตทำงาน

          จากการสอบถามพนักงานและตรวจสอบเอกสาร​ ทราบว่า ฟิตเนสดังกล่าวมี ลูกตาล ชโลมจิตร ดารานางแบบชื่อดังในอดีตเป็นเจ้าของ ซึ่งปกติจะมีดารา นายแบบ นักแสดง นักร้องมาใช้บริการเป็นประจำ แต่ขณะเจ้าหน้าที่ฯเข้าตรวจ ลูกตาล ชโลมจิตร ไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนต่อไป ส่วน MR.CHRISTOPHER อายุ 26 ปี สัญชาติ ฝรั่งเศส MR.GABOR อายุ 28 ปี สัญชาติ ฮังการี และ MR. CIRO อายุ 33 ปี สัญชาติ อิตาลี เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และทำการจับกุมส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สตม.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันวางแผนจับกุม นายอยู้โซบ หรือบ่าว อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระนอง ที่ จ.77/2562 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดฐานค้ามนุษย์, ได้มีการกระทำความผิดตามที่ได้สมคบโดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อจะเอาคนลงเป็นทาสหรือมีฐานะคล้ายทาส นำเข้าหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พามาจากที่ใด ซื้อ ขาย จำหน่าย โดยได้กระทำแก่บุคคลเกินกว่าสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปี, ร่วมกันโดยทุจริต รับไว้ หรือพาไปซึ่งบุคคลอายุเกินกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม, ร่วมกันนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆให้คนต่างด้าวที่ เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นการจับกุม และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และได้ลงมือกระทำความผิดฐานมีส่วนในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”

          การจับกุมในคดีนี้สืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 ได้สืบทราบว่า นายอยู้โซบ หรือบ่าว สัญชาติไทย อายุ 42 ปี ผู้ต้องหารายสำคัญหนึ่งในสมาชิกแก๊งองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติคดีค้ามนุษย์ ซึ่งมีพฤติการณ์ในการลักลอบขนคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาเข้ามาในราชอาณาจักร ทางจังหวัดระนองและส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยนายบ่าวทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่อประสานงาน และรับคนต่างด้าวไปส่งตามจุดนัดหมาย นายบ่าวมีที่พักอาศัยอยู่ในจังหวัดระนอง แต่หลังจากถูกออกหมายจับ นายบ่าวจะอาศัยอยู่ในเรือและจะขึ้นบกเป็นครั้งคราว เพื่อป้องกันการติดตามและตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไม่มีที่พักพิงเป็นหลักแหล่งที่แน่นอน จนเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 ทราบข้อมูลว่านายบ่าวจะขึ้นจากเรือมาทำธุระที่ตัวเมืองจังหวัดระนอง จึงได้เดินทางลงไปประสาน ตม.จ.ระนอง เพื่อร่วมกันวางแผนจับกุม และจัดกำลังเฝ้ารอ และติดตาม จนเมื่อถึงเวลาผู้ต้องหาเดินทางมาตามที่วางแผนไว้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมซึ่งแฝงตัวได้เฝ้าสังเกต จนแน่ชัดว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุม และส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.สุขสำราญ จ.ระนอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

         สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ระดมกวาดล้างจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย และได้ออกตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน ที่มีคนต่างด้าวทำงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวผู้กระทำผิดใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อน หรือใช้เป็นฐานที่มั่นในการกระทำผิด

และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย โปรดแจ้งให้ทราบทาง สายด่วน 1178

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เทสโก้ โลตัส ประกาศยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทยภายใต้นโยบายการจัดหาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ภายในปี พ.ศ.2570

เทสโก้ โลตัส ประกาศยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทย​ภายใต้นโยบายการจัดหาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ภายในปี พ.ศ.2570 เนื้อหมูบรรจุแพ็คทั้งหมดจะมาจากแม่หมูที่เลี้ยงแบบรวมกลุ่ม (group housing) แทนการเลี้ยงแบบยืนซอง

          ภายในปี พ.ศ. 2571 ไข่ไก่ทุกฟองจะมาจากแม่ไก่ที่ไม่ถูกขังกรง (cage-free)
28 สิงหาคม 2562–เทสโก้ โลตัส เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายแรกในประเทศไทยที่ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะจำหน่ายเพียงไข่ไก่ที่มาจากแม่ไก่ที่ไม่ถูกขังกรงเท่านั้น (cage-free) ภายในปี พ.ศ.2571 และเนื้อหมูแบบบรรจุแพ็คที่จะมาจากแม่หมูที่เลี้ยงแบบรวมกลุ่มแทนแม่หมูที่เลี้ยงแบบยืนซอง ภายในปี พ.ศ. 2570 การประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเทสโก้ โลตัส ในการยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทย ภายใต้นโยบายการจัดหาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน (Sustainable Sourcing Policy) ของกลุ่มเทสโก้

          มร.คริส โคเมอร์ฟอร์ด ประธานกรรมการฝ่ายพาณิชย์ เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “เทสโก้ โลตัส มุ่งมั่นที่จะมอบสินค้าคุณภาพสูง ดีต่อสุขภาพ และมีความยั่งยืน ในราคาที่เอื้อมถึงได้ให้กับลูกค้าของเราทุกวัน โดยขับเคลื่อนผ่านนโยบายการจัดหาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติต่อสัตว์ภายในห่วงโซ่อุปทานอย่างมีมนุษยธรรมตลอดวงจรชีวิตสัตว์ เนื้อหมูและไข่ไก่เป็นสินค้าหลักที่มีความสำคัญสำหรับลูกค้าของเราในประเทศไทย เทสโก้ โลตัส เล็งเห็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการจัดหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้เกินกว่าข้อกำหนดและกฎหมายในประเทศไทยเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารและสวัสดิภาพสัตว์ ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้าเทสโก้ โลตัส สามารถมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจากเรานั้นมาจากแหล่งที่ยั่งยืนและจัดหามาอย่างมีจริยธรรม เราหวังว่าการประกาศเจตนารมณ์ของเราในครั้งนี้ จะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในวงกว้างในระดับประเทศ เพื่อที่ผู้บริโภคในประเทศไทยจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนและมีราคาที่เอื้อมถึงได้”

         “ภายในปี พ.ศ. 2571 ไข่ไก่ทุกฟองที่จำหน่ายในเทสโก้ โลตัส จะมาจากแม่ไก่ที่ไม่ถูกขังกรง (cage-free) เราเริ่มต้นการเปลี่ยนไปสู่ระบบการเลี้ยงแม่ไก่แบบไม่ขังกรงตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรคู่ค้าหลักของเราคือแสงทองสหฟาร์ม ในการพัฒนาไข่ไก่ออร์แกนิกที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระและไข่ไก่ cage-free ที่เลี้ยงในโรงเรือน นอกจากไข่ไก่สดแล้ว เทสโก้ โลตัส ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ไข่ไก่พร้อมรับประทานที่มาจากไข่ cage-free เช่นกัน อาทิ ไข่ต้มและไข่ตุ๋น ซึ่งปัจจุบันจำหน่ายในเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับคู่ค้าและผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิภาพสัตว์เพื่อพัฒนาโรดแมปร่วมกันในการเดินทางไปสู่จุดหมายที่วางไว้เพื่อให้ไข่ไก่ทุกฟองที่เราจำหน่ายมาจากแม่ไก่ที่ไม่ขังกรงภายในปี พ.ศ. 2571 ภายใต้โรดแมปนั้น เทสโก้ โลตัส จะเปลี่ยนไข่ไก่ที่บรรจุแพ็คขนาด 10 ฟองทั้งหมดให้มาจากแม่ไก่ที่ไม่ขังกรงภายในปี พ.ศ. 2566 ส่วนเนื้อหมูบรรจุแพ็คทั้งหมดจะมาจากแม่หมูที่เลี้ยงแบบรวมกลุ่ม ยกเลิกการเลี้ยงแบบยืนซอง ภายในปี พ.ศ. 2570”

          “การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือและความมุ่งมั่นอย่างสูงจากพันธมิตรคู่ค้าของเราในการเปลี่ยนจากระบบที่ใช้อยู่ไปสู่ระบบไม่ขังกรง เทสโก้ โลตัส จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรคู่ค้าของเราต่อไป ซึ่งรวมถึงแสงทองสหฟาร์ม เพื่อให้การสนับสนุนที่จำเป็น นอกจากนั้นแล้วเทสโก้ โลตัส ยังขอความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมปศุสัตว์ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGO) ทั้งในประเทศและนานาชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์และสร้างการรับรู้ในประเทศไทย เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง” มร. คริส กล่าวสรุป

          เทสโก้ในสหราชอาณาจักรและยุโรปกลาง ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการเปลี่ยนไปสู่การจำหน่ายไข่ไก่ที่มาจากแม่ไก่ไม่ขังกรงทั้งหมด ภายในปี พ.ศ. 2568 ทีมงานของเทสโก้ โลตัส ในประเทศไทยจะเรียนรู้และทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมเทสโก้ในต่างประเทศ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนามาตรฐานปศุสัตว์และเทคนิคต่างๆ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในประเทศไทย

          ระบบการเลี้ยงแม่หมูแบบรวมกลุ่ม (group housing) เป็นกฎหมายที่บังคับใช้ในสหราชอาณาจักรและยุโรปกลาง ด้วยโครงสร้างกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการเลี้ยงสุกรในประเทศไทยที่แตกต่างจากทวีปยุโรป เทสโก้ โลตัส จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญและเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในประเทศเพื่อนำไปสูการยกระดับมาตรฐานในประเทศร่วมกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม:
ปริมาณการขายไข่สดในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งรวมถึงเทสโก้ โลตัส คิดเป็นประมาณ 8% ของตลาดโดยรวมในประเทศ (ที่มาของข้อมูล: นีลเส็น มีนาคม 2561-2562, ข้อมูลการขายของเทสโก้ โลตัส และ กรมปศุสัตว์)
ปัจจุบันเทสโก้ โลตัส มีไข่ไก่จากแม่ไก่ที่ไม่ขังกรง (ทั้งแบบออร์แกนิกและโรงเรือน) ในสาขาขนาดใหญ่ 400 สาขา และมีไข่ไก่ cage-free พร้อมรับประทานจำหน่ายในร้านค้าเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส 550 สาขา โดยมีแผนที่จะขยายให้ครอบคลุมทุกสาขาในอนาคต

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754, จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823
E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานบุญครั้งใหญ่ นำเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2562​

          วันนี้​ วัน​พุธ​ที่​ 28 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น.​ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชยกรุงเทพฯ​ : นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทำพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณี​ ทิ้งกระจาด ประจำปี 2562 กว่า 20,000 ชุด ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เดินทางมารอรับกันอย่างเนืองแน่น โดยสิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร,น้ำมันพืช,น้ำปลา,ปลากระป๋อง,บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป,น้ำพริก และเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นๆ โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก ร่วมในพิธี

         โดยเมื่อวันที่ 4 และ 11 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ทำพิธีแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และ คลินิกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว หรือ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาโคราช ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้พัฒนาการแจกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้ ให้เข้ากับการใช้งานในแต่ละยุคแต่ละสมัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุในการบรรจุสิ่งของที่มูลนิธิฯ ได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นถุงผ้า เพื่อลดการใช้พลาสติก อันก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน อีกทั้งให้ผู้รับได้นำไปใช้ประโยชน์ในระยะยาวต่อไป รวมมูลค่าการจัดงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2562 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 13,950,000 บาท (สิบสามล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

          นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า ประเพณีทิ้งกระจาด ถือได้ว่า เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานกว่า 80 ปี และคาดว่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรก ที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ รวมทั้งมอบให้แก่องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

          ตลอดระยะเวลากว่า 109 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ได้ช่วยกันบริจาค และสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลของมูลนิธิฯ ตลอดมา ทำให้มูลนิธิฯ สามารถขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดั่งคำขวัญมูลนิธิฯ “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 สายด่วน☎ป่อเต็กตึ๊ง1418

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

5 สมาคมสื่อเชื่อม ปชส.และสวท. เพชรบูรณ์จัด “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายสื่อมวลชน ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด”

5 สมาคมสื่อเชื่อม ปชส.และ สวท.เพชรบูรณ์ จัดโครงการเสริมสร้างเครือข่ายสื่อมวลชน ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ชูกรณีศึกษาคณะสงฆ์เพชรบูรณ์แก้ปัญหายาเสพติดในวัดอย่างไร

         ที่ห้องประชุมสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเพชรบูรณ์ สมาคมสื่อมวลชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ รวม 5 สมาคม ประกอบด้วย ร.ต.ต.สุขสัณห์ ภิชัย นายกสมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน, นายสมัคร โชติวรรณ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพชรบูรณ์ นายบรรหาร บุญเขต นายกสมาคมเครือข่ายหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น, นายวิริทธิ์พล หิรัญรัตน์ นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์จังหวัดเพชรบูรณ์, นายเสวก ศรลัมพ์ นายกสมาคมเครือข่ายสื่อภูมิภาคและ นายปรีดา สุขสมบูรณ์ นายกสมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็งจังหวัดเพชรบูรณ์

          ซึ่งได้จัดทำโครงการ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 6 เพื่อดำเนินการในพื้นที่ โดยยกกรณีศึกษาการแก้ไขปัญหายาเสพติดของคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ว่ามีกระบวนการในวางกรอบการปฏิบัติอย่าง เพื่อให้สังคมได้ทราบ ว่าก่อนที่จะมีผู้มาบวชเรียนในพระพุทธศาสนา อันเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในเบื้องต้น นอกจากนั้นยังได้เชื่อมหน่วยงานในพื้นที่คือ นายวิเชียร เหล่าเขตกิจ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ และ นางชมมณี เกตุมุด ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่องค์กรสื่อในพื้นที่สามารถทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ร่วมกันได้

          โดยกำหนดจัดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการภายในเดือน กันยายน 2562 มีกลุ่มเป้าหมายคือพระสงฆ์ทั้งธรรมยุตนิกาย และมหานิกาย ซึ่งเป็นพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัด และสื่อมวลชนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสื่อมวลชนจะได้นำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนต่อไป

มนสิชา คล้ายแก้ว

ไม่ทอดทิ้งสังคม !! โรงเรียนสอนตัดผม อจ.พรชัยผู้ตระหนักต่อสังคม สอนให้ทั้งวิชาชีพตัดผมและตัดผมฟรี ให้ชาวชุมชน

https://youtu.be/RJ2qYL9JAP0

         โรงเรียนสอนตัดผม อจ.พรชัย ผู้ตระหนักต่อสังคม ใช่ว่าจะสอนตัดผมเพียงอย่างเดียว แต่สำนึกในสังคม โดยมิให้การสอนวิชาชีพตัดผมต้องเสียเปล่า ทุกวันอาทิตย์ จะนำนักเรียนที่มาเรียนตัดผมทั้งชายหญิง ออกมาฝึกฝนฝีมือและเรียนรู้กับหุ่นจริงๆ ที่มีทั้งเด็กเล็ก นักเรียน นักศึกษา และผู้ใหญ่ ที่บริเวณชุมชนไร่หนึ่งและใกล้เคียง ที่มานั่งเป็นแบบที่มีชีวิตจริง ให้นักเรียนตัดผม ได้มาลับฝีมือช่างกัน โดยมีชาวชุมชน ชาวบ้าน เด็กนักเรียน มาเป็นแบบกันเนื่องแน่นทุกวันอาทิตย์

          ที่ศาลาเอนกประสงค์ชุมชนไร่หนึ่ง ทุกวันอาทิตย์ อจ.พรชัย พิศาลสิทธิกุล โรงเรียนสอนตัดผม อจ.พรชัย ตั้งอยู่ที่ตลาดโรงโป๊ะ ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้นำนักเรียนตัดผม ออกทำกิจกรรม ตัดผมให้กับชาวบ้านและชาวชุมชนไร่หนึ่ง และชุมชนใกล้เคียงแบบ ฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทุกวันอาทิตย์

          โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อย ของชาวบ้านและชาวชุมชน ในขณะที่การนำนักเรียนช่างตัดผม ออกมาฝึกปฏิบัตินอกสถานที่ เป็นการฝึกฝีมือให้เกิดความชำนาญ ก่อนจะจบหลักสูตรออกไปประกอบอาชีพตามต้องการ ในขณะที่การออกมาฝึกด้านจะได้สัมผัสกับ แบบหรือหุ่น ที่มีชีวิตจริงๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยภาคปฏิบัติจริงทุกครั้งและทุกขั้นตอน ทุกทรงผม ที่ต้องการ อจ.พรชัย จะคอยดูแล ชี้แนะ อย่างถูกต้องและใกล้ ซึ่งนับเป็นแบบอย่างที่ดี ที่ทุกฝ่ายได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน และขอเชิญชวนทุกท่านที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับ ศาลาชุมชนไร่หนึ่ง เครือสหพัฒน์ เชิญมารับการตัดผม ฟรี กันได้ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 09.00 น.เป็นต้นไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

อพท./เปิดอบรมความปลอดภัยทางน้ำ ทางถนน เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

          เวลา 10.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 62 ที่ห้องประชุม อบต.ไม้รูด ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด นายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายก อบต.ไม้รูด เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมความปลอดภัยคมนาคมทางน้ำและทางถนนเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมี นส.ประจิตรา ประชุมแพทย์ กล่าวรายงานการฝึกอบรมดังกล่าว ซึ่งการอบรมดังกล่าว อพท.ได้ร่วมกับเครื่อข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนชายฝั่งในการฝึกอบรมผู้ขับเรือและขับรถรับส่งบริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวโดยเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนพื้นที่ชายฝั่ง ในตำบลไม้รูด ตำบลแหลมกลัด ตำบลคลองใหญ่ และตำบลหาดเล็กโดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จํานวน 50 คน ระหว่างวันที่ 26-27 สิงหาคม 2562

         น.ส. ประจิตรา ประชุมแพทย์ เจ้าหน้าที่พัฒนาพื้นที่พิเศษ สำนักงานพื้นที่พิเศษ 3 (สาขา) อพท. กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าวว่า เพื่อให้ผู้บริการขับเรือและรถยนต์บริการรับส่งนักท่องเที่ยว ในแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ชายฝั่ง ที่บริหารจัดการโดยเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจ.ตราด มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการขับเรือ ขับรถรับส่ง บริการนักท่องเที่ยวให้เกิดความปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวขณะประสบเหตุทางน้ำ ทางถนน เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตลอดไป

          กิจกรรมการอบรม มีวิทยากรในการอบรมคือ พ.จ.อ.จรัญ ศรีเมือง หัวหน้าชุดกู้ภัยทางน้ำ หน่วยเฉพาะกิจกองเรือยุทธการ 401 นายไม้โท รัตนโยธินณรงค์ วิศวกรท่าเรือคลองใหญ่ กรมเจ้าท่า เป็นหัวหน้าชุดในการฝึกอบรม ทั้งการฝึกอบรมภาคทฤษฎี วิชาความรู้ และภาคสนามการฝึกปฎิบัติจริง เนื่องจากผู้อบรมจะต้องนำความรู้ ความสามารถ และทักษะปฎิบัติไปใช้ในการบริการนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ชายฝั่ง ให้เกิดความปลอดภัย และประทับใจ ให้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตลอดไปด้วย…

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สหกรณ์ออมทรัพย์ กองการฝึกกองเรือยุทธการ มอบทุนการศึกษาบุตรสมาชิกกว่า 2ล้านบาท

           วันนี้ 27 ส.ค.62 พลเรือตรี นฤพล เกิดนาค ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ ฯ มาเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาบุตรสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ กองการฝึกกองเรือยุทธการ จำกัด ประจำปี 2562 ณ หอประชุมหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี คณะนายทหาร ข้าราชการ ผู้ปกครอง สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ ตลอดจน นักเรียนผู้เข้ารับทุนการศึกษา จำนวน 1,141 คน ร่วมให้การต้อนรับ

         ด้วยคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ กองการฝึกกองเรือยุทธการ จำกัด ประจำปี 2562 ได้มีมติให้สหกรณ์มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรสมาชิกสหกรณ์ ประจำปี 2562 ในวงเงิน 2,424,000 บาท(สองล้านสี่แสนสองหมื่นสี่พันบาทถ้วน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือส่งเสริม และสนับสนุนการศึกษาของบุตรสมาชิกฯ สำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์ กองการฝึกกองเรือยุทธการ จำกัดได้ก่อตั้งมาจนถึงบัดนี้ เป็นเวลา36 ปีเศษ มีสมาชิกนับถึงปัจจุบัน จำนวนทั้งสิ้น 14,852 คน มีสินทรัพย์ทั้งสิ้น 8,516 ล้านบาทเศษ จึงนับได้ว่าสหกรณ์มีความเจิญเติบโตและมีความมั่นคง ได้ช่วยเหลือสมาชิกทางด้านเศรษฐกิจและสังคมตลอดมา ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์และหลักการสหกรณ์

          การมอบทุนในครั้งนี้ สหกรณ์ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการขอรับทุนและประกาศให้สมาชิกทราบล่วงหน้า สำหรับการจัดสรรทุนที่จะมอบ ได้แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ทุนส่งเสริมการศึกษาและทุนประเภทเรียนดี โดยทุนประเภทส่งเสริมการศึกษา จำนวน 724 คน ประเภทเรียนดี จำนวน 417 คน จำนวน 1,179 คน ดังนี้ ประเภททุนส่งเสริมการศึกษาระดับอนุบาล จำนวน 107 ทุน ทุนละ 1,500 บาท ประถมศึกษา จำนวน 282 ทุน ทุนละ 1,500 บาท มัธยมศึกษา จำนวน 215 ทุน ทุนละ 2,000 บาท อุดมศึกษา จำนวน 120ทุน ทุนละ 2,500 บาท ประเภททุนเรียนดี ระดับมัธยมศึกษาจำนวน 341 ทุน ทุนละ 2,500 บาท อาชีวศึกษา(ปวช.)จำนวน8ทุน ทุนละ 2,500 บาท อาชีวศึกษา(ปวส.)จำนวน 4 ทุน ทุนละ 3,500 บาทและระดับอุดมศึกษาจำนวน 64 ทุน ทุนละ 3,500 บาท

          พลเรือตรี นฤพล เกิดนาค กล่าว่า การมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรสมาชิกในครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และเป็นขวัญกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนของบุตรสมาชิกสหกรณ์ ทุนการศึกษาที่ได้รับในวันนี้ขอให้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาให้มากที่สุด และขอให้บุตรหลานทุกคนพึงระลึกอยู่เสมอว่าการศึกษานั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645, 0945565622/086-3684323

อำเภอสัตหีบร่วมเทศบาลตำบลนาจอมเทียน แก้ไขปัญหาน้ำเสียปากคลองน้ำเมา

         วันนี้ 26 ส.ค.62 นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย นายสมพงษ์ สายนภา นายกเทศบาลตำบลนาจอมเทียน พร้อมทีมงาน ร่วมลงตรวจบริเวณป่าชายเลนสาธารณะปากคลองน้ำเมา หมู่ที่ 2 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังมีข่าวเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ ว่าบริเวณปากคลองน้ำเมา มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่เนื้อที่หลายไร่ มีลำคลองทอดยาวเข้าไปในพื้นที่ด้านทิศตะวันออก ขณะที่บริเวณปากคลองที่ยื่นลงไปบนหาดทรายนั้น มีแนวทรายของชายหาดมาปิดกั้นไม่ให้น้ำไหลลงสู่ทะเล จึงทำให้น้ำมีการกักขัง ลักษณะขุ่นดำ ตกตะกอนและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมานั้น

         นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ กล่าวว่าจากการตรวจสอบ พบว่าสาเหตุเนื่องจากปากคลองน้ำเมา ถูกทรายธรรมชาติจากคลื่นลมพัดทรายมาปิดปากคลอง เป็นทางยาวจนน้ำไม่สามารถไหลออกได้ตามปกติ ในการนี้ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านแจ้งว่าเป็นน้ำที่ค้างการระบายจะมีสาหร่ายหรือตะไคร่น้ำ น้ำจากคลองน่าจะมาจากการใช้ครัวเรือนและสถานที่ใกล้เคียง เมื่อไหลไปตามปกติไม่ได้จึงเอ่อล้นและท่วมขัง ซึ่งการแก้ไขระยะสั้นเทศบาลฯ จะนำลูกบอล em และหาแนวทางประสานเจ้าท่านำทรายธรรมชาติขวางที่ปากคลองออก และต่อไปจะปลูกต้นไม้หรือต้นโกงกางในสถานที่แห่งนี้

         นายสมพงษ์ สายนภา นายกเทศบาลตำบลนาจอมเทียน กล่าวว่า ทางเทศบาลตำบลนาจอมเทียน ได้เข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าวเพื่อหาสาเหตุและข้อเท็จจริงแล้ว และขอสรุปผลการตรวจสอบและแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนี้บริเวณดังกล่าวเป็นปากคลองที่เชื่อมต่อและรับน้ำจากคลองน้ำเมาและไหลงสู่ทะเล จากการที่ปัจจุบัน ปรากฏว่ามีทรายปิดบริเวณปากคลองจนน้ำไม่สามารถไหลลงทะเลได้ เป็นสภาพที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และเมื่อน้ำไม่สามารถระบายลงลงสู่ทะเลและขังเป็นเวลานาน จึงทำเกิดตะกอนหรือตะไคร่น้ำและส่งกลิ่นเหม็น ทางเทศบาลตำบลนาจอมเทียน จะดำเนินการแก้ไขปัญหาระยะสั้น โดยการใช้ E.M. Ball หรือจุลินทรีย์ที่จะช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) อำเภอสัตหีบ เป็นต้น ในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตรวจวัดคุณภาพน้ำในคลองน้ำเมา เพื่อปรับปรุงดูแลให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานต่อไปตรวจแหล่งกำเนิดผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการปล่อยน้ำทิ้งที่ไม่ได้มาตรฐานจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645, 0945565622/086-3684323

นครนายก-มูลนิธิจารุธัมโม มอบอุปกรณ์การเรียนให้เด็กนักเรียนที่ยากไร้

มูลนิธิ จารุธัมโม จัดกิจกรรมให้กับนักเรียนและมอบอุปกรณ์การเรียนพร้อมเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร

         ที่นครนายก ณ วัดศีรนาวา ต.ศีรนาวา อ.เมือง จ.นครนายกพระทวน จารุธัมโม ประธานมูลนิธิจารุธัมโมสงเคราะห์ พร้อมคณะศิษย์ญาณุศิษย์ ได้มอบอุปกรณ์การเรียนพร้อมจัดกิจกรรมให้กับนักเรียน ในถิ่นทุรกันดารและนักเรียนที่ยากไร้จำนวน 4 โรงเรียน ได้เเก่ โรงเรียนชุมชนศีรนาวา, โรงเรียนวัดสบกเขียว, โรงเรียนบ้านเนินหินแร่และศูนย์เด็กเล็กตำบลศีรนาวา รวม 4โ รงเรียน จำนวนทั้งสิ้นกว่า 250 คน โดยมีงบประมาณทั้งหมด 85,000 บาท จากคณะศิษย์ญานุศิษย์จากทั่วประเทศที่มาช่วยกันนำอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงอุปกรณ์การเรียนมามอบให้กับเด็กนักเรียนในครั้งนี้

         มูลนิธิจารุธัมโม ก่อตั้งมานานกว่า 20 ปี เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนตามถิ่นทุรกันดารและเด็กนักเรียนที่ยากไร้ หากท่านใดที่ประสงค์จะให้ทางมูลนิธิช่วยเหลือ ให้ติดต่อมาที่
หลวงพ่อทวน จารุธัมโม หมายเลขโทรศัพท์ 0861105836 โดยตรง

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สระบุรี- พัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จัดส่งเสริม อาชีพให้ผู้สูงอายุ

พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ. สระบุรี จัดส่งเสริมอาชีพให้ผู้สูงอายุ และเยี่ยมการฝึกสานกระเป๋า เส้นพลาสติก ยางพารา

          เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562​ นางสาวน้ำค้าง คันธรักษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรีได้ตรวจเยี่ยมผู้สูงอายุ ในการส่งเสริมสร้างอาชีพ โดยมีนายสุรพล ลิขิตปัญญาวัฒน์ ประธานชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลสระบุรี นำผู้สูงอายุในชมรม มาจัดทำการฝึก สานกระเป๋า ด้านเส้นพลาสติกยางพารา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนผู้สูงอายุกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

         ซึ่งกลุ่มชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลสระบุรี กว่า 30 คนได้เข้าอบรมฝึกอาชีพ ณ ศาลาวัดศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เพื่อเป็นการจัดกิจกรรมร่วมกัน ตั้งแต่วันที่ 20-21 สิงหาคม​ 2562​ เพื่อจัดอาชีพให้ผู้สูงอายุได้ออกจากบ้านมาทำกิจกรรมร่วมกัน โดยใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และได้รับความรู้การฝึกทักษะ ได้กระเป๋าที่จัดทำที่สำเร็จแล้วไปใช้ประโยชน์และได้เป็นงานอดิเรก หรือใช้เวลาว่างทำเป็นอาชีพ เสริมเพิ่มรายได้อีกด้วย

ผู้ใดสนใจจะสั่งซื้อกระเป๋าดังกล่าวได้ที่ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลจังหวัดสระบุรี สนใจสั่งซื้อได้ที่​ คุณนะ 0 9 5 4 9 8 5 9 7 8

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน