กองปราบฯ​ จับแอ๊ด บ้านดู่ ร่วมกับพวกก่อเหตุปล้นทรัพย์แฟนเก่าหนีคดีมา 12 ปี

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 3 กันยายน 2562 เวลา​ 10.00 น.​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.บก.ป.​ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย,พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ รองผบก.ป.,พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป.,พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง,พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล,พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส,พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน รองผกก.2 บก.ป.นำทีมโดย พ.ต.ท.กรกช ยงยืน สว.กก.2 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.2 บก.ป.

          ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายเจษฎา หรือแอ๊ด บ้านดู่ ความสวัสดิ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81/13 หมู่ 6 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ 224/2550 ลง 24 มิถุนายน 2550 เลขคดีอาญาที่ 1053/50 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

          โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา​ได้ที่ บริเวณบ้านพักไม่มีเลขที่ ริมถนนเมืองใหม่กลาง หมู่ 10 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี​ ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.50 เวลาประมาณ 14.00 น.นายเจษฎาฯ ร่วมกลับ นายจิรโชติ ความสวัสดิ์ น้องชายและนายวิฑูรย์ โคตรมงคล ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย และได้ชิงทรัพย์รถยนต์กระบะของผู้เสียหาย ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี เหตุเกิดที่ บ้านกุดลาด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ต่อมานายเจษฎาฯ ได้หลบหนีมาช่วยน้าค้าขายอาหารตามสั่งที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามสืบทราบจึงถูกจับกุมส่งพนักงานสอบสวน​ สภ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป            

          จากการสอบถาม นายเจษฎาฯ ให้การภาคเสธว่า ได้ร่วมก่อเหตุทำร้ายร่างกายจริงแต่ไม่ได้ปล้นทรัพย์ เนื่องจากตนเองเคยคบหากับผู้เสียหายประมาณ 4 ปี แต่ได้เลิกรากัน ต่อมาผู้เสียหายได้ไปคบหากับผู้ชายคนอื่น ก่อนเกิดเหตุตนเองถูกแฟนใหม่ของผู้เสียหายทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีดไล่แทง แต่ตนเองไม่ได้แจ้งความ ซึ่งในวันที่เกิดเหตุด้วยความแค้น นายเจษฎาฯ ร่วมกับนายจิรโชติฯ และนายวิฑูรย์ฯ ดักรอทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและแฟนใหม่จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนีนายวิฑูรย์ฯ ได้ชิงทรัพย์รถยนต์กระบะและเงินสดประมาณ 10,000 บาทของผู้เสียหายไปด้วย ต่อมานายจิรโชติฯ และนายวิฑูรย์ฯ ถูกจับกุมตนเองจึงหลบหนีมาอาศัยอยู่กับญาติที่ จ.ชลบุรี

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เหมืองทองอัครา นำน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

          หลังจากในหลายพื้นที่อำเภอวังโป่ง จ.เพชรบูรณ์และอำเภอทับคล้อ จ.พิจิตร ต่างได้รับอิทธิพลจากพายุโพดุล ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักสะสม น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน บ้านเรือน และพื้นที่ทางการเกษตร ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ถนนสายหลัก ถนนภายในหมู่บ้าน ถูกน้ำท่วม

         ล่าสุดวันนี้ 2 กันยายน 2562 ที่ผ่านมาตัวแทนของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด(มหาชน) ซึ่งถึงแม้จะยังไม่มีคำสั่งให้เปิดการดำเนินกิจการ แต่ด้วยความผูกพันธ์กับชุมชนในพื้นที่ และเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวใหญ่รอบเหมืองแร่ทองคำชาตรี ประกอบกับความรู้สึกเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ จึงได้นำน้ำดื่มจำนวน 2000 ขวด (อำเภอละ1000 ขวด) ไปมอบให้กับอำเภอวังโป่ง โดยมีนายวรวุฒิ อินตะมะ นายอำเภอเป็นผู้รับมอบ และนายนายวิศิษย์ เบญจพิทักษ์กุล นายอำเภอทับคล้อเป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมและเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนต่อไป

          ทั้งนี้ สำหรับน้ำดื่มที่ตัวแทนบริษัทฯ นำไปมอบนั้นเป็นน้ำดื่มจากการผลิตของวิสาหกิจชุมชนน้ำดื่มคีรีเทพนิมิต ต.เขาแจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ซึ่งทางบริษัทฯ ได้สนับสนุนการดำเนินงานด้วยดีเสมอมาตั้งแต่บริษัทฯ ได้เปิดดำเนินการมา เป็นน้ำดื่มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสะอาดและปลอดภัยจากกระทรวงสาธารณสุข

ยุทธ ศรีทองสุข

มุกดาหาร “แถลงข่าว” สภ. เมืองมุกดาหาร ผลการปฏิบัติการจับกุม การลักลอบค้ายานรก 56,000 เม็ด พร้อมรถยนต์กระบะ

” แถลงข่าว ” ผลการปฏิบัติการจับกุมการลักลอบค้ายาเสพติด ยาบ้า ของ สภ.เมืองมุกดาหาร จำนวน 56,000 เม็ด พร้อมรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Ford Ranger 4 ประตู หมายเลขทะเบียน กจ 2294 มุกดาหาร และโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Samsung จำนวน 1 เครื่อง

          เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 11.30 น ณ ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองมุกดาหาร ภายใต้การอำนายการของ พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.ม.ห.,พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ม.ห.(ท.), พ.ต.อ.ชัชชัย วงศ์สุนะ รอง ผบก.ภ.จว.ม.ห., พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร และ พ.อ.ดร.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จังหวัด ม.ห. สั่งการให้ ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองมุกดาหาร และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร ร่วมกันตรวจค้นจับกุม ขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ได้ของกลางยาบ้า จำนวน 56,000 เม็ด พร้อมด้วยรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Ford Ranger 4 ประตู หมายเลขทะเบียน กจ 2294 มุกดาหาร และโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Samsung จำนวน 1 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เหตุเกิดที่บริเวณ หน้าพลอยรีสอร์ท ถนนชยางกูร ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

          สืบเนื่องจากเมื่อ 2 กันยายน 2562 หลังจากได้สืบสวนหาข่าวและรับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบซื้อขายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ที่บริเวณถนนหน้าพลอยรีสอร์ท ชุมชนคำสายทอง ถ.ชยางกูร ก. ต.มุกดาหาร อ.เมือง จว.มุกดาหาร โดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีขาว ส่งมอบกัน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร ร่วมกันวางแผนจับกุมโดยดักซุ่มบริเวณทางเข้าพลอยรีสอร์ท จนกระทั่งเวลา 22,30 น. พบรถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้อฟอร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ 2294 มุกดาหาร ขับมาจอดบริเวณหน้า พลอยรีสอร์ท จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจค้น คนขับรถได้เร่งเครื่องยนต์ถอยหลังเพื่อหลบหนีทำให้ท้ายรถชนต้นไม้ จากนั้นคนขับรถได้เปิดประตูวิ่งเข้าป่าละเมาะ จนท.วิ่งติดตามแต่คนขับรถอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในรถพบกระสอบปุ๋ยเปิดดูภายในพบยาบ้า จำนวน 56,000 เม็ด (เมื่อนำมาตรวจนับ) พร้อมโทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง จึงได้ทำการตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร และจะติดตามสืบสวนผู้ขับขี่ จากหมายเลขทะเบียนรถ ว่าใครเป็นเจ้าของ มาลงโทษตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ผู้ว่าฯสุโขทัย สั่งชุดเฉพาะกิจติดตามสถานการณ์น้ำในจุดเสี่ยงตลอด 24 ชม

          วันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมศรีสัชนาลัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการประชุมะคณะทำงานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ปี 2562 ในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจังหวัดสุโขทัย ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ปริมาณฝนตกสะสมในหลายจังหวัดภาคเหนือ และกำลังไหลผ่านแม่น้ำยมจนถึงวิกฤตนั้น ขณะนี้มีจุดเสี่ยงที่คาดว่าอาจจะเกิดน้ำเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยได้จำนวน 9 จุด ซึ่งทางจังหวัดสุโขทัยได้ระดมนำกระสอบทรายอุดปิดจุดที่มีน้ำทะลัก และซ่อมแซมพนังที่ชำรุด เสริมกระสอบทรายให้สูงขึ้นตามระดับน้ำ และเตรียมพร้อมรับมือโดยจัดชุดเฉพาะกิจเข้าตรวจดูทุก ๆ 30 นาที ตลอด 24 ชั่วโมงต่อไป

          สำหรับภาพรวมความเสียหายนั้น จังหวัดสุโขทัยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยแล้ว จำนวน 5 อำเภอ 9 ตำบล 35 หมู่บ้าน และมีพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายแล้ว เป็นนาข้าว 8,270 ไร่ ,ด้านการประมง 537 บ่อ ซึ่งเบื้องต้นหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

          สำหรับที่ตำบลปากแควหมู่ที่1 และตำบลยางซ้าย หมู่ที่8 น้ำยมได้ล้นคันกันน้ำยม เข้าท่วมบ้านเรือน ไร่นา พืชสวนทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งเข้าให้การช่วยเหลือและเปิดโรงครัวทำอาหาร ข้าวกล้อง น้ำดื่มของอุปโภค บริโภค เข้าแจกประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อย่างต่อเนื่อง

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

ตราด-หน่วยงานในพื้นที่นําถุงยังชีพมามอบให้ครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุ “โพดุล”

          ตราด/เหตุการณ์จากคลื่นลมแรงซัดบ้านพังหลายสิบครัวเรือน จากแรงอิทธิพลของ พายุโพดุล ได้ถล่มพื้นที่หมู่ 5 ต.หาดเล็ก และหมู่ 2 ต.หาดเล็ก ได้รับความเสียหายกว่าล้านบาท หลังรับทราบนายพีระ การุญ นายกกิ่งกาชาดอําเภอคลองใหญ่ นางสําราญ ประสิทธิเวช รองนายกกิ่งกาชาดอําเภอคลองใหญ่ สมาชิกกิ่งกาชาดอําเภอคลองใหญ่ นายคมสรรค์ ศิริ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.หาดเล็ก

          นส.กิจปภา ประสิทธิเวช เจ้าของท่าเทียบเรือ ส.กฤตรวัณ ได้มอบถุงยังชีพให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรงอีก จํานวน 18 ถุง พร้อมด้วยกลุ่มออมทรัพย์บ้านในน้ำ จํานวน 5 ถุง กํานันตําบลหาดเล็ก และเจ้าหน้าที่เทศบาลตําบลหาดเล็ก ได้ เข้าร่วมลงพื้นที่มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรง จากอิทธิพลของ พายุ โหดุล ได้ซัดบ้านชายฝั่งพังหลายหลังคาเรือน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่บริเวณหมู่บ้านโกงกาง หมู่ที่ 5 ต.หาดเล็ก และหมู่ที่ 2 ต.หาดเล็ก

          ในวันนี้ทางหน่วยงานในพื้นที่จึงได้นําถุงยังชีพมามอบให้ครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งการมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ในครั้งนี้ ของกิ่งกาชาดอําเภอคลองใหญ่อีก จํานวน 19 ถุง รวมทั้งหมด 22 ถุง เป็นการช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วนในเบื้องต้น ซึ่งทางกิ่งกาชาดอําเภอคลองใหญ่และเทศบาลตําบลหาดเล็กและหน่วยงานได้ลงพื้นที่ได้สํารวจความเสียหายแล้ว และได้ช่วยเหลือฟื้นฟูให้กับผู้ประสบเหตุการณ์เบื้องต้นไปก่อนต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จ.จันทบุรี-เตือนประชาชน ระวังผลกระทบจากพายุโซนร้อน “คาจิกิ” เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย

จังหวัดจันทบุรีเตือนประชาชน ระวังผลกระทบจากพายุโซนร้อน “คาจิกิ” เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อน และ แม่น้ำสายหลักยังปกติ

          นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ตามที่ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศแจ้งเตือน เรื่อง โซนร้อน “คาจิกิ” บริเวณใกล้เกาะไหหลำ ประเทศจีน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 3 (โซนร้อน) “คาจิกิ” แล้ว เมื่อเวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองเว้ ชายฝั่ง ประเทศเวียดนามตอนกลาง หรือที่ ละติจูด 16.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงใต้อย่างช้าๆ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนตก หนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่า ไหลหลากได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไหหลำ ประเทศจีน และ ประเทศเวียดนามควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง ด้วย ในส่วนของจังหวัดจันทบุรี ขอให้ประชาชน และ เกษตรกร เฝ้าระวังผลกระทบจากสภาวะฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และน้ำรอการระบาย โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่ม เชิงเขา อาทิ เขาสระบาป เขาคิชฌกูฏ เขาสอยดาว เขาตานก เขารูปช้าง และพื้นที่ริมคลอง ริมแม่น้ำที่อาจจะได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่ง

          อย่างไรก็ตาม จากรายงานของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จังหวัดจันทบุรี พบว่า ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำจันทบุรี ทั้ง 4 แห่ง คือ สะพานวัดกะทิง / ฝายท่าระม้า / ฝายยาง และ สะพานวัดจันทนาราม ยังต่ำกว่าจุดวิกฤติ ส่วนระดับน้ำในเขื่อนหลัก 5 เขื่อน คือ เขื่อนคิรีธารมีปริมาณน้ำ 63.252 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 83.23 ของความจุเขื่อน / เขื่อนพลวง 49.781 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 62.09 ของความจุเขื่อน / อ่างเก็บน้ำคลองศาลทราย 7.977 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 79.77 ของความจุเขื่อน / อ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ 42.641 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 60.48 ของความจุเขื่อน และ ปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำคลองประแกต 56.071 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 93.05 ของความจุเขื่อน สำหรับ พายุโซนร้อน“คาจิกิ” จะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 กันยายน 2562 คลื่นสูง 2 – 3 เมตร เรือเล็กต้องงดออกจากฝั่งในช่วง วัน สองวันนี้ และติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ( ภาพจากแฟ้ม )

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สโมสรโรตารีจันทบูร มอบ “บ้านปันน้ำใจ สโมสรโรตารีจันทบูร” แก่ผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส

          วันอังคารที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 11:00 น. ที่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 8 ตำบลวันยาว อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี มีพิธีมอบบ้านปันน้ำใจ เพื่อผู้ยากไร้ โดยมีนายเฉลิมพล ศักดิ์คำ นายกเทศมนตรีเมืองท่าช้าง พร้อมด้วย พลเรือตรี บัญชา ดาวสุข เสนาธิการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร ประธานกลุ่มชายแดนกรุ๊ป นางศิณีพร สวัสดิชัย อดีตสโมสรโรตารีจันทบูร คุณธนนวพรรณ์ หลิมเจริญ นายกสโมสรโรตารีจันทบูร พร้อมด้วยสมาชิก และนางอรวรรณ พลอยชาติตระกูล นายกสโมสรไลออนส์จันทบุรี เมืองจันท์ และผู้ใจบุญอีกมากมาย ร่วมพิธีมอบบ้าน “โครงการปันน้ำใจเพื่อผู้ยากไร้” หลังที่ 16 ซึ่งทางสโมสรโรตารีจันทบูรได้ร่วมบริจาคสร้างบ้านและจัดซื้อเครื่องอุปโภคต่างๆอีกด้วย โดยให้ชื่อว่า “บ้านปันน้ำใจ สโมสรโรตารีจันทบูร”

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปราจีนบุรี-เพื่อนร่วมงานแทบช็อคนอนกับคนตายมาทั้งคืน คาดว่านอนไหลตาย

https://youtu.be/F2cEwud0uL4

          วันที่ 3 กันยายน 2562 พ.ต.ท.เจริญ บุญสิทธิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์กู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถานปราจีนบุรี ว่ามีผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุในแค้มป์คนงานก่อสร้าง ภายในเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หมู่ที่ 21 ตำบลเนินหอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี หลังได้รับแจ้งจึงได้ประสานไปยังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อให้แพทย์ร่วมชันสูตรในที่เกิดเหตุดังกล่าว

          ภายในห้องพักแค้มป์คนงานดังกล่าวพบร่างผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย ลักษณะนอนหงายอยู่กับพื้น ทราบชื่อนายจตุพล ยงกุล อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 26 หมู่ 8 ต.เมืองหลวง อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ แพทย์เวรจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรทำการชันสูตรในเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยบาดแผลหรือการต่อสู้แต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง จึงได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯนำร่างผู้ตายส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเพื่อผ่าชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้ง

          จากการสอบถามนายสุนทร สังขาว อายุ 67 ปี เพื่อนร่วมงานที่นอนอยู่ข้างผู้ตาย ทราบว่า ตนเองพร้อมผู้ตายมีอาชีพเป็นช่างก่อสร้าง หลังจากเลิกงานจากช่วงเย็นวานนี้ ตนเองกับผู้ตายหลังจากกินข้าวเย็นแล้วก็เข้าห้องพักตามปกติ โดยที่ผู้ตายไม่ได้แสดงอาการป่วยหรือผิดปกติแต่อย่างใด จนกระทั่งในช่วงเช้าตนเองก็ตื่นขึ้นมา จนเห็นว่าสายแล้วนายจตุพล ก็ยังไม่ตื่น จึงได้เดินไปปลุกพร้อมเขย่าตัว แต่ไม่ตื่นจึงได้สังเกตว่าตัวแข็งแล้ว จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-หนุ่มใหญ่เข้าไปนอนในรถโดยติดเครื่องรถไว้ เพื่อนไปปลุกพบเสียชีวิต

https://youtu.be/vyvEOVPIvBg

หนุ่มใหญ่เป็นผู้จัดการร้านขุนพลออโต้แม็กซ์เข้าไปนอนพักผ่อนในรถยนต์โดยติดเครื่องรถไว้ตั้งแต่เช้าเพื่อนมาปลุกช่วงบ่ายพบนอนเสียชีวิตในรถยนต์

           ร.ต.อ.กิ่งมณี จอมวิเชียร ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก ได้รับแจ้งเหตุจากนายอนุศาสน์ ทรงเยาว์ศรี อายุ 37 ปี เป็นเพื่อนผู้เสียชีวิต อยู่ในรถยนต์ ด้านข้างร้านขุนพลออโต้แม็กซ์ หมู่ที่ 8 ตำบลพรหมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ใกล้ศูนย์รถยนต์ซูซูกิ จึงได้ไปยังที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรและกู้ภัยสว่างอริยะ พบรถยนต์เก๋งโตโยต้ายาริส สีดำทะเบียน กท 3751เพชรบุรี จอดรถอยู่ด้านข้างร้านขุนพลออโต้แม็กซ์ ภายในรถยนต์พบศพนายพูลพงศ์ เชิงไกรยัง อายุ 49 ปีหรือไก่ อยู่บ้านเลขที่ 158หมู่ที่ 4 ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร เป็นผู้จัดการร้านขุนพลออโต้แม็กซ์ สภาพศพนอนเอนตัวใม่สวมเสื้อสวมกางเกงขายาวสีกากีนอนเสียชีวิตทางด้านฝั่งคนขับ จึงให้กู้ภัยสว่างอริยะนำศพมาให้แพทย์เวรชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นและจะได้ส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มศว. องครักษ์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

          จากการบอกเล่าของนายอนุศาสน์ ทรงเยาว์ศรี เพื่อนผู้เสียชีวิตเล่าว่าปกตินายพูลพงศ์หรือไก่ จะมาเปิดร้านในช่วงเช้าก็จะดูแลลูกน้องเรียบร้อยแล้วก็จะเข้าไปนอนหลับอยู่ในรถยนต์เปิดแอร์นอนแบบนี้เป็นประจำและในช่วงสายของวันที่เกิดเหตุลูกน้องก็มาเคาะกระจกเรียกแต่ไม่ตื่นลูกน้องในร้านจึงได้โทรศัพย์ไปตามตนมาดูเมื่อเปิดประตูดูพบว่านายพูลพงศ์ หรือไก่ นอนเสียชีวิตแล้ว คาดว่าคงมานอนและสตาร์ทเครื่องเปิดแอร์นอนในรถยนต์และช่วงที่ไปพบศพรถยนต์ได้เครื่องดับ ไม่ทราบว่าแบตเตอร์รี่หมดหรือน้ำมันหมดจึงทำให้เครื่องยนต์ดับลง จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด-เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อสํารวจข้อมูลความเสียหายที่ได้รับจากพายุ โพดุล และบ้านเรือนที่โดนคลื่นซัดบ้านพัง

จากอิทธิของ พายุ โหดุล ได้ถล่มพื้นที่หมู่ 5 ต.หาดเล็ก เสียหายกว่าล้านเมื่อหลายวันที่ผ่ามมา ทาง พมจ.ตราด ทต.หาดเล็ก ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือ หลังรับทราบ ทต.หาดเล็ก พมจ.ตราด ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือ หลังเกิดเหตุคลื่นลมแรงเกิดจากอิทธิพลของ พายุ โหดุล ซัดบ้านพังหนัก 7 หลัง และอีก 14 หลัง ทต.หาดเล็ก เร่งช่วยเหลือทันที่

          เมื่อเวลา 14.00 น. นายกิตติพงษ์ หาญพล ปลัดเทศบาลตําบลหาดเล็ก รักษาการแทนนายกเทศบาลตําบลหาดเล็ก จส.อ.อภัรัก ทองคํา เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลตําบลหาดเล็ก นายคมสรรค์ ศิริ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.หาดเล็ก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดตราด ได้ลงพื้นที่เพื่อสํารวจข้อมูลความเสียหายที่บ้านเรือนได้รับความเดือดร้อนจากโดนพายุ โหดุล และโดนคลื่นซัดบ้านพัง พร้อมเก็บข้อมูลบันทึกประวัติเพื่อเสนอเรื่องให้ความช่วยเหลือ จากสํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จ.ตราด เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ออกสํารวจแล้วในวันนี้พบบ้านได้รับความเสียหายเป็นจริง จํานวน 7 หลัง ที่ พมจ.ให้ความช่วยเหลือ และยังมีสะพานที่ใช้เดินทางเข้าบ้านได้รับความเสียหายเดินเข้าบ้านไม่ได้อีกจํานวนหนึ่ง ความยาวประมาณ 30 เมตร ที่มีบ้าน 1 หลัง ก็ได้ไปอาศัยบ้านญาติอยู่ ส่วนสะพานในซอยบ้านโกงกลาง เชื่อมกับบ้านเรือนที่ได้เดินไปมาได้ขาดพังลงไปในทะเล

          ซึ่งในช่วงนี้สถานการณ์ก็ยังเป็นห่วงอยู่ เพราะว่าช่วงนํ้าทะเลขึ้นใหญ่ถ้ามีคลื่นใหญ่ก็จะซัดบ้านพังอีก ทั้งนี้ทางเทศบาลตําบลหาดเล็ก ได้ให้ความช่วยเหลือด้านการโครงสร้างและ อุปโภคต่างๆจํานวน 12 หลัง ที่หมู่ 5 และอีกจํานวน 2 หลังที่หมู่ 2 ต.หาดเล็กเช่นกัน จะได้เร่งรีบให้ความช่วยเหลือ และซ่อมแซมและแก้ไขเบื้องต้นก่อนต่อไป..

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก