ตชด.226 นำเรือท้องแบนและอุป กรณ์ช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย จ.อุบลราชธานี​

ตชด.226 นำเรือท้องแบน และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย บ.โพธิ์ไทร ต.โพธิ์ไทร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี​

          วันอาทิตย์ที่​ 8​ ก.ย.62​ เวลา​ 09.00​ น. : พ.ต.อ.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก.ตชด.22 มอบหมายใหั พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย บุญภิโย ผบ.ร้อย ตชด.226 พร้อมด้วย​ ร.ต.อ.อาวุธ สร้อยวิเชียร รอง ผบ.ร้อยฯ,ร.ต.อ.เสถียร บัวดก หน.ชุดฯ

          ร่วมกันนำกำลังพลชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร้อย ตชด.226 จำนวน​ 15 นาย เรือท้องแบน และอุปกรณ์ช่วยเหลืออื่นๆ เข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย บ.โพธิ์ไทร ต.โพธิ์ไทร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี​ ขนย้ายสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ ออกจากบ้าน ช่วยเคลื่อนสิ่งของต่างๆที่ไม่สามารถนำออกมาจากบ้านได้​ ขึ้นไว้ในที่สูง เนื่องจากแนวโน้มสถานการณ์น้ำในพื้นที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ (ประมาณ 1-2 ซม.ต่อ 1 ชั่วโมง)

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สุโขทัย-ปลัดอำเภอพร้อมกลุ่มรถซิ่งสุโขทัย ช่วยเหลือเบื้องต้นบ้านไฟไหม้ตำบลปากพระ

         เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 เวลา 15:05 น เจ้าหน้าที่ดับเพลิงองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปากพระ ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 51/2 หมู่ 4 ตำบลปากพระ อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย จึงไปตรวจสอบช่วยเหลือ พร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าสุโขทัย

         พบที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกสูง กำลังถูกเพลิงลุกไหม้ท่วมทั้งหลัง จนท.ฉีดน้ำสกัดประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบ สอบสวนทราบว่า บ้านดังกล่าวมีนายนิทัศน์ วันจันทร์ อายุ 63 ปี อาศัยอยู่กับภรรยาคือ นางประเมิน วันจันทร์ อายุ 60 ปี ขณะเกิดเพลิงไหม้นายนิทัศน์และภรรยาไม่อยู่บ้าน ไปทำงานรับจ้างอยู่อีกที่หนึ่ง กระทั่งมีเพื่อนบ้านมาบอกจึงรีบกลับไปดู พบบ้านถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง ใต้ถุนบ้านมีเสา 11 ต้น ไม้แผ่น 20 แผ่น ที่เตรียมไว้สร้างบ้านหลังใหม่ ถูกไฟไหม้เสียหายพร้อมเครื่องมือทำมาหากิน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานไฟฟ้าลัดวงจร

         ขณะที่กลุ่มรถซิ่งสุโขทัยกำลังตะเวนนำสิ่งของออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมสุโขทัย แล้วผ่านมาเจอเหตุการณ์พอดี กลุ่มรถซิ่งสุโขทัยพร้อมด้วยนายศุภวัฒน์ เปรมอ้น ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองสุโขทัย จึงได้รวบรวมเงินสดจำนวนหนึ่ง พร้อมข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม สิ่งของจำเป็นมอบให้นายนิทัศน์ เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น

         สำหรับผู้มีความประสงค์จะช่วยเหลือนายนิทัศน์ วันจันทร์และครอบครัว สามารถบริจาคเงินผ่านบัญชี ชื่อบัญชีนายนิทัศน์ วันจันทร์ เลขบัญชี 020063347431 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาสุโขทัย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

มุกดาหาร # รองอธิบดีกรมทาง หลวงชนบท ลงพื้นที่ตรวจสอบสะพานได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล

รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ตรวจสอบสะพานชำรุดจำนวน 3 จุด ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล ล่าสุดได้ติดตั้งสะพาน Bailey เสร็จเรียบร้อยประชาชนใช้สัญจรได้แล้ว

          เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 62 นายมานพ สุสิงห์ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมด้วย นายพีระพล ปั้นสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 16 สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 16 (กาฬสินธุ์) นายวิชัย พลอยกลม ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบท พร้อมด้วยคณะลงพื้นที่บ้านนาจาน อำเภอเมือง, อำเภอนิคมสร้อย จังหวัดมุกดาหาร สายทาง มห.4013 แยกทล.2116 กม.ที่ 18+005 ความยาวช่วงต่อเชื่อมสะพาน Bailey 2 – @ 30 เมตร ได้รับผลกระทบคอสะพานขาดและถนนชำรุด ปัจจุบันได้ดำเนินการวางสะพาน Bailey เพื่อเชื่อมคอสะพานแล้ว ทั้ง 2 ฝั่ง เสร็จเรียบร้อยประชาชนใช้สัญจรได้แล้ว

          จากนั้นรองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมคณะได้เดินทางไปที่สายทาง มห.007 สะพานชุมชนนาจานร่วมใจข้ามห้วยบังอี๋ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ระยะทางตลอดสาย 2.435 กม. กม.ที่ 1+581 ได้รับผลกระทบพื้นสะพานขาด 2 ช่วง ปัจจุบันรอระดับน้ำลดลง เพื่อตรวจสอบความเสียหาย โครงสร้างสะพาน เช่น ตอม่อ เนื่องจากมองเห็นในเบื้องต้นโครงสร้างชำรุด

          สำหรับจุดที่ 3 รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมคณะได้เดินทางไปที่สายทาง มห.3016 แยก 212 บ้านนาโพธิ์ อำเภอเมือง, อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดหาร กม. ที่23+600 และ กม. ที่ 30+800 ซึ่งได้รับผลกระทบถนนขาด 1 แห่ง ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนสะพาน Bailey จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 (สกลนคร) เพื่อเชื่อมทาง ส่วนความเสียหายในจุดอื่น ๆ แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร ได้เข้าดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้เส้นทางแล้ว

          นายมานพ สุสิงห์ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ในวันนี้ได้มาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ กับเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติหน้าที่ภาระกิจอำนวยความสะดวก ในการแก้ไข้ปัญหาความเดือดร้อน พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร คอสะพานในสายทาง มห.3013 ทางหลวงชนบทได้ติดตั้งสะพานเบลีย์ (Bailey) เพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้สัญจรได้อย่างปลอดภัย ตามนโยบายของทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รวมทั้งนโยบายของท่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ให้สามารถสัญจรไป-มาทำภารกิจได้สะดวกยิ่งขึ้น จากสถานการณ์ที่เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จากอิทธิพลพายุ โพดุล ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในจังหวัดมุกดาหารเป็นพื้นที่กว้าง น้ำท่วมในครั้งนี้ ทำให้ถนนและสะพาน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบกรมทางหลวงชนบทได้รับความเสียหายหลายสาย

          ด้านนางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ได้แจ้งฝากถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ที่ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อช่วงวันที่ 30-31ก.ย.62 และได้มาแจ้งข้อมูลความเดือดร้อนเสียหาย กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯเทศบาลเมืองมุกดาหาร ไว้แล้วนั้น ทางเทศบาลเมืองมุกดาหาร จะมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ประสบภัย ในวันจันทร์ที่ 9 ก.ย.62 เวลา13.00น. ณ อาคารฝ่ายป้องกันฯ(สถานีดับเพลิง)ถนนวิวิธสุรการ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม มารับความช่วยเหลือ(ถุงยังชีพ) ด้วยตนเอง หรือมาไม่ได้ให้มอบคนอื่นมารับแทนได้ แต่ให้นำหลักฐาน (บัตรประชาชนหรือบัตรอื่น) ที่แสดงว่าเป็นเจ้าบ้านหรือผู้ซึ่งเช่าบ้านพักอาศัย ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมบ้านเรือน/ห้องเช่า ในครั้งนี้มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ด้วย


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

พระเอกมาแล้ว.!! บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์​ นำทีมร่วมกตัญญู ช่วยเหลือชาวอุบลราชธานี รับภารกิจอพยพชาวบ้านทันที

          วันนี้​ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 8​ ก.ย.62​ : ภายหลังจากที่ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นำทีมมูลนิธิร่วมกตัญญู มาถึงจังหวัดอุบลราชธานี ก็เข้าพบท่านนายอำเภอวารินชำราบ และท่านนายกเทศบาลวาริน มอบหมายให้ช่วยอพยพ คนชรา​ และ คนป่วย พร้อมทั้ง ช่วยขนย้ายสิ่งของ ช่วยชาวบ้านโดยได้เดินทางนำทีมอาสาสมัคร และ เรือพร้อมด้วยรถยกสูงเข้าพื้นที่

          นำเรือลงที่ชุมชนกุดปลาขาว ตำบลวาริน อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีชาวบ้านจำนวน 145 ครัวเรือน ที่ต้องอพยพ และ มี ตาพุฒ ทาวัน อายุ70​ ปี พิการตาบอด นางแตง ทาวัน อายุ52ปี พิการแขนอ่อนแรง อยู่บ้านเลขที่ 22 ตำบลบุงไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี และได้ช่วยกันขนสิ่งของเครื่องใช้ของชาวบ้านมายังศูนย์พักพิง ชั่วคราวการปฏิบัติยังคงทำกันอย่างต่อเนื่อง

Cr.ทีมประชาสัมพันธ์มูลนิธิร่วมกตัญญู
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำสายธารน้ำใจผู้มีจิตศรัทธา จัดยาเวชภัณฑ์พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค สมทบเพิ่มเติมจากกรุงเทพฯ ออกบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัย จ.อุบลฯ

         วันนี้ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 8 กันยายน 2562​ ที่จ.อุบลราชธานี​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยนายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการฯ ลงพื้นที่ประสบอุทกภัย นำชุดยาเวชภัณฑ์ พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร, นม, น้ำมันพืช, ยากันยุงแบบขดและแบบซอง, บะหมี่กึ่งสำเร็จ​รูป, ปลากระป๋อง, กระดาษทิชชู, ยาสีฟัน, แปรงสีฟัน และขนม บรรจุเป็น “ถุงยังชีพ” ออกแจกจ่ายแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมเยี่ยมเยียน​ และให้กำลังใจทีมงานบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยมีนายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการฯ ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้

          นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กล่าวว่า นับตั้งแต่วันแรกที่พายุโพดุลถล่มภาคอีสาน นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สั่งการให้ทีมบรรเทาสาธารณภัย จัดทีมกู้ชีพ กู้ภัย พร้อมเรือท้องแบน อุปกรณ์ประดาน้ำ และโรงครัวเคลื่อนที่ รวมทั้งกำลังอาสาสมัครกู้ภัยของมูลนิธิฯ เร่งออกเดินทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย​ภาคอีสานทันที โดยให้การช่วยเหลือตั้งแต่อพยพประชาชนจากพื้นที่ประสบภัย ไปยังพื้นที่ปลอดภัย​ ค้นหาผู้สูญหายภายในน้ำ

          พร้อมจัดตั้งโรงครัวเคลื่อนที่ประกอบอาหารปรุงสุก อย่างถูกสุขอนามัย เลือกเมนูที่สามารถจัดเก็บได้ในช่วงเวลาหนึ่ง บรรจุกล่องอย่างดี พร้อมน้ำดื่ม ถุงยังชีพ และยาเวชภัณฑ์ออกแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2562 จนถึงขณะนี้ มูลนิธิฯ ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือแล้วรวม 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ขอนแก่น,จ.พิจิตร,จ.ร้อยเอ็ด และจ.อุบลราชธานี รวมมูลค่าการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ขณะนี้เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท โดยมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินการให้ความช่วยเหลือต่อไป

          เมื่อเกิดอุทกภัย นอกเหนือจากการจัดทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์​ และให้การช่วยเหลือในพื้นที่แล้วนั้น ขณะนี้ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำลังดำเนินการควบคู่กัน โดยจัดเตรียมฟื้นฟูผู้ประสบภัยหลังน้ำลด และมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยสามารถติดต่อสอบถามและขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์

          ตลอดระยะเวลากว่า 109 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งการบูรณาการการให้ความช่วยเหลืองานด้านบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา คน หรือสัตว์ เป็นไปอย่างทันท่วงที

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามการอัปเดตข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องได้ที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร​ โทร.086-854-1418​ สายด่วน:ป่อเต็กตึ๊ง​ 1418

Cr.ภาพ-ข้อมูล : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

แฝดฮีโร่ส่งไม้ต่อให้​ “ท๊อป​” หลังจากที่ “ไทด์” ได้รับมอบหมาย​ จากมูลนิธิร่วมกตัญญให้นำกำลังพล​ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสพอุทกภัยภาคอีสาน

          ภายหลังจากที่ “ไทด์” เอกพัน บรรลือฤทธิ์ หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญ ได้รับมอบหมายจากประธานฯ,ผู้จัดการฯ #มูลนิธิร่วมกตัญญู ให้นำกำลังพลพร้อมสิ่งบรรเทาทุกข์,อุปกรณ์ เเละเรือกู้ภัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสพอุทกภัยภาคอีสาน ที่ผ่านมา 7​ วัน โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา การลงพื้นที่ของ​”ไทด์” ก็จะมี “ท๊อป ร่วมประสานงานด้วยเสมอ

          เช้าวันนี้ วันอาทิตย์ที่​ 8 ก.ย.62 ที่สนามบิน จ.อุบลราชธานี จากการที่​ “ท๊อป” บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เสร็จจากภารกิจเกี่ยวกับภาพยนต์ #ฮักบี้บ้านบาก ที่เพิ่งเข้าฉาย จึงรีบเดินทาง นำทีมกู้ภัยอาสาสมัคร​มูลนิธิ​ร่วม​กตัญญู​ รับไม้ต่อจาก​ “ไทด์” เอกพันธ์​ บรรลือฤทธิ์​ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสพอุทกภัยภาคอีสานต่อทันที

ร่วมกันส่งกำลังใจให้ พี่น้องฮีโร่​ทั้ง​ 2​ คน พร้อมกำลัง จนท.อาสาสมัคร มูลนิธิร่วมกตัญญู และ ทุกๆหน่วยงานที่กำลังช่วยเหลือผู้ประสพภัยในทุกพื้นที่ด้วยกันครับ

Cr.ทีมงานกู้ภัย​มูลนิธิ​ร่วม​กตัญญู
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พิธีสถาปนา นายกและคณะกรรม การบริหาร สโมสรไลออนส์สระ แก้ว อรัญประเทศ ปี 2562 – 2563

          สโมสรไลออนส์พัทยา สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยไลออนส์พิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี นายกสโมสรไลออนส์พัทยา สัตหีบ ได้เดินทางมาร่วมฉลองและแสดงความยินดีแก่ ไลออน ราตรี แสงรุ่งเรือง ที่ได้รับการสถาปนาเป็นนายกฯ พร้อมคณะกรรมการบริหารสโมสรไลออนส์สระแก้ว อรัญประเทศ ปีบริหาร 2562-2563 ณ โรงแรมสเตชันวัน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรม ประกาศสิ้นสุดวาระ และสถาปนานายกสโมสรไลออนส์สระแก้ว อรัญประเทศ ปีบริหาร 2562-2563 พร้อมคณะกรรมการ เพื่อทำหน้าที่บริหารสโมสรไลออนส์สระแก้ว อรัญประเทศ ไลออนส์สากล ภาค 310 C ปีบริหาร 2562-2563 ประกอบด้วย ไลออน เฉลา ซื่อตรง นายกฯ ผู้ผ่านพ้น และผู้ประสานงาน LCIF ไลออน ปพิชญา ชั้นสูง อุปนา ยกคนที่ 1 ไลออน ศรัณรักษ์ ประสานพรรณ์ อุปนายกคนที่ 2 ไลออน สุภา บรรลือคุณ เลขาธิการ ไลออน สุรางค์ บุณยะจินดารัตน์ เหรัญญิก ไลออน ร.ต.ต.เฉลิมพล เลิศศิริสวัสดิ์ ประธานฝ่ายสมาชิกภาพ ไลออน รัตนา ชัยฤทธินุกูล ประธานฝ่ายการสื่สารและการตลาด รวมถึงกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายต่างๆ อีกกว่า 30 คน ซึ่งพร้อมที่จะทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ในการดำรงค์ตำแหน่งต่างๆ ของสโมสรไลออนส์สระแก้ว อรัญประเทศ ไลออนส์สากล ภาค 310 C ปีบริหาร 2562-2563 ในครั้งนี้

          โดยได้รับเกียรติจาก ไลออน ดร.วีระ ลาดหนองขุ่น ผู้ว่าการไลออนส์สากล ภาค 310 C เป็นประธานประกอบพิธีในวันนี้ โดยมีอดีตผู้ว่าการภาคไลออนส์สากลภาค 310 C นายกสโมสรไลออนส์ และมวลสมาชิกสโมสรไลออนส์ จากสโมสรต่างๆ ร่วมแสดงความยินดีในวันนี้ด้วยเป็นจำนวนมาก

          โดยภายในงานได้ประกอบพิธีรับสมาชิกใหม่ด้วยอุดมการณ์ของไลออนส์ ในคติพจน์ที่ว่า “WE SERVE” ซึ่งแปลว่า “เราบริการ” หรือ “เรารับใช้” หมายความว่า ไลออนส์ทุกคนพร้อมอยู่เสมอที่จะให้บริการหรือรับใช้สังคมด้านมนุษยธรรม ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโชควาสนาหรือยากไร้ ตามกำลังความสามารถโดยไม่หวังชื่อเสียงเกียรติยศ หรือเงินทอง ตอบแทนแต่ประการใด ไลออนส์ที่ได้รับการสถาปนาในวันนี้ ได้ร่วมกันปฏิญาณตนพร้อมสมาชิกใหม่ ว่าจะปฏิบัติตามธรรมนูญสโมสรไลออนส์อย่างเคร่งครัด ดังคติพจน์และอุดมการณ์ของไลออนส์ ที่ว่า “WE SERVE” ซึ่งมีความหมายว่า “สมาชิกไลออนส์พร้อมที่จะบริการอยู่เสมอ”

          สำหรับพิธีการสถาปนาและงานฉลองคณะกรรมการของสโมสรไลออนส์สระแก้ว อรัญประเทศ ไลออนส์สากล ภาค 310 C ปีบริหาร 2562-2563 ในวันนี้เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – แถลงข่าว “โครงการประกวด MISTER UNIVERSE NAKHONNAYOK 2019”

คณะกรรมการ จัดแถลงข่าวโครงการประกวด MISTER UNIVERSE NAKHONNAYOK 2019 ต่อสื่อมวลชนจังหวัดนครนายก

         ที่ห้องประชุมโรงเรียนอัจริยะสามภาษา จังหวัดนครนายก ดร.ภาณุวัฒน์ คำสินธุ์ ประ ธานกรรมการม, ดร.กานฑ์ณารัตน์ ศรีวิชัย กรรมการและเลขานุการ เป็นประธานในพิธี พร้อมคณะ ร่วมแถลงข่าวสื่อมวลชน ในการจัดโครงการประกวด “MISTER UNIVERSE NAKHONNAYOK 2019 ” โดยรับสมัครชายไทยอายุระหว่าง 18-29 ปี ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 170 ซม. เชื้อชาติไทยและสัญชาติไทย มีบุคลิกภาพที่ดี เฉลียวฉลาด มีสุขภาพแข็งแรง มีสถานะโสด ไม่ผ่านการสมรส หรือจดทะเบียนสมรส และไม่เคยมีบุตร เปิดรับสมัครตั้งแต่ 8 กันยายน 2562 ถึง 20 กันยายน 2562 สมัครด้วยตนเองได้ที่ โรงเรียนอัจริยะสามภาษา เลขที่ 3 /503 ซอยชลประสิทธิ์ อ.เมือง จ.นครนายก โทร 0946145935

         สำหรับงานประกวด MISTER UNIVERSE NAKHONNAYOK 2019 กำหนดจัดในวันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 ตั้งแต่เวลา 17.30 – 22.00 น. ณ ห้องประชุมเรือนรับรองโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า(รร.จปร.) อ.เมือง จ.นครนายก ชิงรางวัลชนะเลิศ มูลค่า 20,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 มูลค่า 10,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 มูลค่า 5,000 บาท, รางวัลขวัญใจมหาชน มูลค่า 5,000 บาท , อย่าพลาดโอกาสดีๆสำหรับชายไทยที่ต้องการพิสูจน์ความเป็นสุภาพบุรุษที่เหมาะสม

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ภาคียาสูบเหนือ-อีสาน พบ รมช. คลัง ยื่น 4 ข้อเสนอแก้ปัญหาภาษีบุหรี่ 40%

          นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ จ.เพชรบูรณ์ และตัวแทนภาคียาสูบแห่งประเทศไทย พร้อมกลุ่มชาวไร่ผู้ปลูกใบยาสูบพันธุ์เบอร์เลย์ เวอร์จิเนีย และโอเรียลทอล จากภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ เพชรบูรณ์และสุโขทัย จำนวน 100 คน เดินทางเข้าพบนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อชี้แจงความเดือดร้อนจากการขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบในปี 2560 ทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทยลดโควตารับซื้อใบยาสูบลง 50% ลงสองปีซ้อน หรือปีละ 12 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นความสูญเสียรวมทั้งระบบกว่า 1,560 ล้านบาท

           โดยชาวไร่ยาสูบได้นำหนังสือเสนอ 4 แนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนมายื่นให้กับ รมต. คลังเพื่อขอให้รัฐบาล 1. ยกเลิกการขึ้นภาษี 40% 2.ให้ทำแผนการขึ้นภาษี โดยค่อยๆ ขยับขึ้นภาษีแบบขั้นบันได 5% ทุก 2 ปี จนกว่าจะครบ 40% ตามเป้าหมายที่ของรัฐเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรชาวไร่ยาสูบกว่า 50,000 ครอบครัวทั่วประเทศ 3. ขอความชัดเจนเรื่องการปลูกพืชทดแทนใบยาสูบที่ทำให้ชาวไร่มีความแน่นอนในการสร้างผลผลิตออกสู่ตลาด เช่น มีตลาดรับซื้อชัดเจน มีการประกันราคาขาย หรือมีระบบโควตารับซื้อผลผลิต และสามารถสร้างรายได้ใกล้เคียงกับการปลูกใบยาสูบ 4. การจ่ายเงินชดเชยให้ชาวไร่ในปีนี้ จากกรณีที่ ยสท.ประกาศโควตารับซื้อใบยาสูบลดลง 50% เช่นเดียวกับปีก่อน
พร้อมกันนี้ชาวไร่ได้ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์การขึ้นภาษีแบบขั้นบันไดปีละ 5% ทุกๆ 2 ปี และนำรายชื่อชาวไร่ยาสูบ จ. เพชรบูรณ์ที่ร่วมกันลงนามในจดหมายยักษ์ยืนยันไม่เอาภาษี 40% มอบให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช. คลัง ที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลการยาสูบแห่งประเทศไทย โดย รมช. คลัง ได้ออกมารับหนังสือจากภาคียาสูบด้วยตนเองพร้อมกล่าวว่าได้รับทราบความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบจากนายจักรัตน์ พั้วช่วย ส.ส.เพชรบูรณ์มาโดยตลอด และยืนยันจะนำข้อเสนอทั้งหมดของชาวไร่ยาสูบเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาและหารือถึงทางออกที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากนโยบายภาษียาสูบ

          ด้านตัวแทนชาวไร่จากจังหวัดสุโขทัย ซึ่งก่อนหน้านั้นได้นำตัวแทนภาคียาสูบไปพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เพื่อแสดงความยินดีในการเข้ารับตำแหน่งและขอบคุณที่ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่ยาสูบมาโดยตลอด กล่าวว่า “ชาวไร่ยาสูบได้รับความเดือดร้อนยาวนานมาตลอด 2 ปี ตั้งแต่การขึ้นภาษีสรรพสามิตเมื่อปี 2560 จึงอยากขอความเห็นใจจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยภาคีฯ ได้เดินทางไปยังกระทรวงสาธารณสุข และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยื่นข้อเสนอหารือเรื่องการปลูกพืชทดแทน ขณะเดียวก็วอนรัฐบาลไม่ออกมาตรการอะไรที่จะทำร้ายชาวไร่ยาสูบอีก”

มนสิชา คล้ายแก้ว

“พี่เหมืองทอง ช่วยน้องนักเรียน – เหมืองทองอัครา ไม่นิ่งดูดาย เร่งช่วยเหลือชุมชนและผู้ประสบภัยน้ำท่วมเพชรบูรณ์”

          จากผลพวงของพายุโพดุลที่ผ่านมา พื้นที่อำเภอวังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน บ้านเรือน และพื้นที่ทางการเกษตร ได้รับความเสียหาย ส่วน หนึ่งที่ได้รับผลกระทบตามไปด้วยคือนักเรียนของโรงเรียนวังโป่งพิทยาคม ตำบลท้ายดง

          ดังนั้นเมื่อวันนี้ 6 กันยายน 2562 ที่ผ่านมาได้รับการประสานจากอาจารย์ สายทอง ปัญญาพวก โรงเรียนวังโป่งพิทยาคม ขอความอนุเคราะห์รองเท้านักเรียนให้กับนักเรียนที่ครอบครัวมีฐานะยากจนและประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้จำนวน 10 คน

          โครงการปันน้ำใจสู่ชุมชนของพนักงานบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด(มหาชน) จึงได้ดำเนินการทำกิจกรรม “ พี่เหมืองทองช่วยน้องนักเรียน ” นำเงินมามอบให้น้องๆเพื่อจัดซื้อรองเท้าถุงเท้าทดแทนของเดิมที่ได้รับความเสียหาย สร้างความยินดีให้กับครอบครัวและคณะครูโรงเรียนวังโป่งพิทยาคม

         นายคำภาสน์ บุญเติม ผู้อำนวยการโรงเรียนวังโป่งพิทยาคม ได้กล่าวขอบคุณ “ขอบ คุณน้ำใจจากพี่ๆเหมืองทองอัคราทุกคน ที่ไม่ลืมน้องๆมีน้ำใจนำเงินส่วนตัวมาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ผู้ที่มีฐานะยากจนและประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ รวมถึงในขณะที่เหมืองทองดำเนินการอยู่ก็ได้รับความร่วมมือด้วยดี หวังว่าเหมืองทองอัคราคงจะได้รับข่าวดีในเร็วๆนี้ ”
ถึงแม้เหมืองทองอัครายังไม่เปิดดำเนินการแต่ด้วยความผูกพันธ์เหมือนญาติพี่น้องที่ต้องรักและดูแลกันช่วยเหลือกันยังคงมีอยู่ในใจเสมอ

ยุทธ ศรีทองสุข /ภาพ-ข่าว