ท่านมาเราดีใจ​ ท่านจากไปเราคิดถึง​ สานสัมพันธ์สืบ​ 1

         วันที่​ 11​ กันยายน​ 2562​  เวลา​ 19.00​ น. ณ​ โรงแรมรัตนโกสินทร์​  ทาง​ พ.ต.อ.นริศ   ปรารถนาพร​ ผกก.สส.บก.น.1 ได้จัดงานสานสัมพันธ์​ สืบ​ 1​ โดยมี พ.ต.อ.นครินทร์  สุคนธวิท  รองผบก.น.1​  พร้อมข้าราชการตำรวจสืบ​ 1​ เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง​ โดยภายงาน​ ทาง​  รอง​ ผบก.น.1​ ได้มอบรางวัล​  เงิน​สด​ 5,000​ จำนวน​ 2​ รางวัล​  และทางผกก.สส.บก.น.1​  ได้มอบ  นาฬิกาการ์มีน​  และ​ มินิ​ ไอแพด   ให้แก่ข้าราชการในสังกัด​ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา

          โดย​ พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร​ กล่าวถึงการจัดงานในวันนี้​ เพื่อเลี้ยงข้าราชการในสังกัด​ ที่ย้ายออกไป และ ต้อนรับข้าราชการที่ย้ายเข้ามา สำหรับแนวทางงานสืบสวนนี้ ถ้าเราตึงไป​ เหมือนงาน​ ป.​ มันก็ขาด​ แต่ถ้าหย่อนไป​มันก็เละ เราต้องเดินทางสายกลาง​ โดยเราต้องมีความสัมพันธ์​ แบบทางการ​ และไม่ทางการ​ เลยได้จัดงานนี้ขึ้นมา ซึ่งในอนาคตผมก็ไม่รู้ว่าจะเป็นงานสุดท้ายของผมหรือป่าว​ ซึ่งเอาตรงๆผมก็ไม่ได้คิด จะมาอยู่ตรงนี้​ แต่ด้วยชะตาชีวิต​ และผู้บังคับบัญชา​ ให้ผมมาอยู่ตรงนี้​ ผมตั้งใจทำ​งานและสิ่งแรกที่ผมมาคือ​ อยากให้เรามีชีวิตเป็นอยู่ที่ดี ทำห้องน้ำ​ ทำในสิ่งที่ไม่ดีให้มันดี​ ก็เลยเกิดงานในวันนี้ขึ้นมา​

@เครดิต:ทีมข่าวชมรมผู้สื่อข่าวตำรวจแห่งประเทศไทย

ตราด – สนับสนุนความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

          วันที่ 11 กันยายน 2562 บริเวณจุดตรวจด่านท่าจอด ถ.สุขุมวิท อ.เขาสมิง จ.ตราด พ.ต.อ.กิตติสัณห์ ชะนะ ผกก.สภ.เขาสมิง ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.ณัฐกรณ์ แสนทวีสุข รอง สวป.สภ.เขาสมิง รับมอบ แถบสติ๊กเกอร์สะท้อนแสง จาก นายยอดชาย พานิชวัฒนา อดีตกำนันตำบลสะตอ อ.เขาสมิง ที่สนับสนุนความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน ในเขตพื้นที่ อ.เขาสมิง มอบแถบสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงสีเหลือง ให้กับทางราชการตำรวจไว้ใช้ประโยชน์ ในงานด้านการจราจร

          ด้านนายยอดชาย ได้กล่าวว่า ปัจจุบันตนเอง ใช้เส้นทางผ่านไปผ่านมาบริเวณด่านท่าจอดอยู่เป็นประจำ และได้เล็งเห็นถึงความปลอดภัยในช่วงเวลากลางคืน โดยบริเวณจุดตรวจด่านท่าจอด เป็นประตูสู่เมืองตราดจะมีการ ตั้งด่านตรวจตราอยู่เป็นประจำ ในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน เพื่อป้องกันอาชญากรรมต่างๆ และในช่วงเวลากลางคืนค่อนข้างอันตราย รวมถึงกรวยจราจรที่ตั้งอยู่บริเวณจุดดังกล่าว แถบสะท้อนแสงค่อนข้างเก่า และเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา จึงได้มีความคิดที่จะช่วยเหลือราชการ เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ที่ใช้รถใช้ถนน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่ปฏิบัติงาน โดยได้ มอบแถบสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงสีเหลือง เพื่อนำไปติด กับกรวยยางจราจร และแท่งบาริเออร์เพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้ใช้เส้นทางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ อ.เขาสมิง ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เวรจุดดังกล่าว…

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด /ชุมชนตําบลไม้รูด ร่วมกับ อพท.และอบต.ไม้รูด เปิดมิติใหม่เก็บขยะด้วยจักรยานน้ำ ต้นแบบนวัตกรรมการบริหารจัดการขยะในแม่น้ำลำคลอง

          วันที่ 10 กันยายน 2562 ที่ชุมชนริมคลองบ้านไม้รูด เวลา 13.30 น. วันที่ 10 กันยายน 2562 นายธีระชัย ลิ้มประสิทธิศักดิ์ ปลัดจังหวัดตราด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการต้นแบบนวัตกรรมการบริหารจัดการขยะในแม่น้ำลำคลอง โดยมี นายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายกองค์บริหารส่วนตำบลไม้รูด กล่าวรายงานการจัดโครง พร้อมด้วย นายสุธารักษ์ สุนทรวิภาต รองผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ 3 อพท. นายพีระ การุญ นายอำเภอคลองใหญ่ นส.ณัฐสินี อินทรประเสริฐ กำนันไม้รูด ผู้ใหญ่บ้านผู้นำชุมชน ประชาชนในตำบลไม้รูด เข้าร่วมในพิธีกว่า 500 คน ซึ่งช่วงเช้าจะมีการจัดกิจกรรมจัดเก็บขยะตามชุมชนด้วย

          ซึ่งการจัดงานโครงการต้นแบบนวัตกรรมบริหารจัดการขยะในแม่น้ำลำคลอง เป็นความร่วมมือกันระหว่าง องค์การบริหารส่วนตำบลไม้รูด สำนักงานพื้นที่พิเศษ 3 หรือ อพท. และชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลไม้รูดโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนในชุมชน รวมทั้งเยาวชนในพื้นที่มีจิตสำนึกและมีความตระหนักในการช่วยกันดูแลรักษาลำคลองให้มีความสะอาด สวยงาม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในชุมชนไม้รูด มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับชุมชน เป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเผยแพร่นวัตกรรมเก็บขยะในแม่น้ำลำคลองให้เป็นต้นแบบกับชุมชนท่องเที่ยวอื่นๆ ในการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

          สำหรับนวัตกรรมการบริหารจัดการขยะในแม่น้ำลำคลอง หรือ จักรยานน้ำ ได้รับการสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคนิคตราดเป็นผู้ดำเนินการสร้าง จำนวนทั้งสิ้น 14 คัน โดยมีหลักการในการทำงาน คือ มีตาข่ายอยู่ระหว่างทุ่นของจักรยานน้ำเมื่อปั่นจักรยานน้ำไปตามลำคลอง ตาข่ายจะทำหน้าที่เก็บ กรองเศษขยะที่ลอยมาในลำคลอง ให้ติดอยู่ในตาข่าย และใช้ที่คีบสำหรับคีบขยะไปทิ้ง เป็นการกำจัดขยะในน้ำอย่างได้ผล นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย ส่งเสริมสุขภาพของประชาชนไปพร้อมกัน และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในชุมชนตลอดไปด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นายอำนาจ เจริญศรีนายอำเภอบางละมุงเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ควบคุมระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV

         วันที่ 11 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น. ณ อาคารสำนักงานเทศบาลเมืองหนองปรือ (หลังเดิม) อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายอำนาจ เจริญศรีนายอำเภอบางละมุง มาเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ควบคุมระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV เทศบาลเมืองหนองปรือ

         เนื่องจากเทศบาลเมืองหนองปรือเป็นพื้นที่ ที่กำลังมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้มีประชากรที่ทำงานอยู่ในเขตพื้นที่เมืองพัทยาหรือท้องถิ่น ใกล้เคียงได้เข้ามาพำนักอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองหนองปรือเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดอพาร์ทเม้นท์ บ้านจัดสรรห้องพักเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากตามมา และก่อให้เกิดปัญหาด้านการลักขโมยจี้ปล้นเหตุอาชญากรมอุบัติหตุการจราจรเกิดขึ้น จากจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เทศกิจของเทศบาล หนองปรือที่มีอยู่ไม่เพียงพอแก่การดูแลประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ จึงทำให้ต้องหาเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างประสิทธิ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าทีให้มีศักยภาพมากขึ้น โดยทำการศึกษาและสำรวจติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่เทศบาลเมืองหนองปรือให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งที่จะก่อให้เกิดความมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินและป็นความต้องการของชุมชนในการป้องปรามเหตุการณ์ อันไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดในรูปแบบต่างๆ

          โดยในปี 2562 นี้ เทศบาลเมืองหนองปรือได้ดำเนินการติดตั้ง กล้องโทรทัศน้วงจปิดจำนวน 75 ตัว จำนวน32จุดและในปี 2563ได้ วางแผนอย่างต่อเนื่อง โดยมีงบประมาณอีกจำนวน10ล้านบาท ติดตั้งเพิ่มเติมอีก จำนวน 60 ตัว 29 จุดครอบคลุมในเขตเทศบาลในบางส่วนโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นสอดส่องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชและนักท่องเที่ยวโดยใช้ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในการเฝ้าระวัง การกระทำผิด เป็นการเฝ้าระวังและเป็นการป้องปรามเหตุได้อย่างทันท่วงที รวมทั้ง การใช้ข้อมูลเพื่อเป็นหลักฐานในการสืบสวนสอบสวนคดีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ช่วยการตรวจสอบเฝ้าดูสภาพการจราจรในพื้นที่เขต เทศบาลเมืองหนองปรือและช่วยบริหารจัดการอย่างเป็นจัดระเบียบ

          จากนั้นนายอำนาจ เจริญศรี ได้มอบนโยบายและกล่าวเปิดศูนย์ควบคุม ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ((ตง)เทศบาลเมืองหนองปรือ พร้อมตัดริบบิ้น เปิดแพรคลุมป้ายและเข้าเยี่ยมชมศูนย์ควบคุม ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ((C) เทศบาลเมืองหนองปรือ

           สำหรับมีพิธีเปิดศูนย์ควบคุมระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(CCTV เทศบาลเมืองหนองปรือครั้งนี้มีคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหนองปรือ หัวหน้าส่วนราชการ นายวินัย อินทรพิทักษ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายยะยา เซ็นสุรีย์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ เจ้าหน้าที่ อปพร. และกลุ่มพลังมวลชน เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

” ตี๋ลายกอไผ่ ” ขาโจ๋นักเที่ยวราตรี เสียท่าดวลปืนกับอริหน้าร้านเหล้าพัทยาใต้ ถูกยิงตาย 1 ยังสาหัส อีก 1 ตร.รู้ตัวอริมือยิงแล้วคาดจับตัวได้เร็วนี้

“ตี๋ลาย ขาโจ๋ดังย่านซอยก่อไผ่” เที่ยวร้านเหล้าย่านพัทยาใต้ ทะเลาะอริ-ดวลปืนกัน “ตี๋ลาย” พลาดตาย ส่วนอีกรายสาหัสโดนกระสุนเจาะเบ้าตา

         เหตุการณ์ดวลปืนยังกันครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 05.40 น. เช้าของวันที่ 11 กันยายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุวัยรุ่นนักเที่ยว ใช้ปืนยิงกันที่ร้านเหล้า ออนิว เต็งสี่ (ซอยหมู่บ้านรุ้งแลนด์) ย่านพัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ

         เมื่อตำรวจไปถึงร้านเกิดเหตุ พบมีนักเที่ยวทั้งชายและหญิงยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่หน้าร้าน ส่วนบริเวณหน้าร้านพบชาย 2 คน นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น รายแรกนั้นทราบชื่อคือ นายอนุวัฒน์ สุขสำราญ อายุ 36 ปี หรือฉายาในวงการนักเที่ยวราตรีคือ ” ตี๋ลาย กอไผ่” ถูกยิงเข้าที่บริเวณท้อง 1 นัด ที่ขาขวา 1 นัด และกลางหลัง 1 นัด ที่แขนขวายังมีบาดแผลขนาดใหญ่จากถูกมีดแทง ตามใบหน้ามีร่องรอยบวมช้ำหายใจรวยริน ส่วนอีกรายทราบชื่อคือ นายฉัตรชัย ศรีเสน อายุ 37 ปี ถูกปืนยิงเข้าที่บริเวณใกล้ตาซ้าย 1 นัดอาการสาหัสเช่นกัน โดยพลเมืองดีได้ช่วยกันพาตัวผู้ถูกยิงทั้ง2รายส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล ซึ่งนายอนุวัฒน์ หรือฉายาในวงการนักเที่ยวราตรีคือ ” ตี๋ลาย กอไผ่” ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนนายฉัตรชัย ศรีเสน ถูกปืนยิงเข้าที่บริเวณใกล้ตาซ้าย 1 นัดอาการสาหัสเช่นกัน แพทย์ส่งตัวไปผ่าตัดรักษาตัวที่โรงพยาบาลชลบุรีเพื่อช่วยชีวิตต่อไป

         ตำรวจลงพื้นที่ กันบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐาน ก็พบว่าในจุดเกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. ตกอยู่ 8 นัด และพบเศษตะกั่วของหัวกระสุนปืนตกอยู่ 2 หัว โดยไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งจากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมีเรื่องทะเลาะกันในร้าน จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ชักปืนออกมาไล่ยิงกันออกมาหน้าร้าน จนมีคนถูกยิงร่วงลงกองพื้นและยังถูกคู่กรณีใช้มีดไล่แทงซ้ำ ก่อนจะแยกย้ายหลบหนีไป โดยผู้ที่ใช้ปืนยิงคนเสียชีวิตนั้น เป็นชายวัยรุ่นสวมเสื้อสีขาวก่อเหตุแล้วก็หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยคู่กรณีทั้งสองฝ่ายนั้นรู้จักคุ้นหน้ากัน แต่พยานแวดล้อมไม่กล้าให้ข้อมูลมากนักเพราะกลัวจะมีอันตรายภายหลัง ซึ่งตำรวจได้ลงบันทึกปากคำพยานแวดล้อมทั้งพนักงานร้านเก็บหลักฐานจุดเกิดเหตุพร้อมนำภาพวีดีโอคลิปจากพยานรายหนึ่งไว้ เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญในการตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ

          ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อตินันท์ นุชนารถ ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บหลักฐานพร้อมสอบปากคำพยานในจุดเกิดเหตุได้อย่างละเอียดแล้ว ซึ่งขณะนี้พอทราบตัวผู้ก่อเหตุใช้ปืนยิงผู้เสียชีวิตแล้วซึ่งข้อมูลเบื้องต้นเป็นชายวัยรุานเสื้อสีขาว น่าจะเป็นผู้เกี่ยวข้องกับร้านเกิดเหตุหลังก่อเหตุก็หลบหนีไป ตนได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุและเกี่ยวข้องในคดีสำหรับคดีนี้มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ซึ่งน่าจะได้ตัวได้เร็ววันนี้แน่นอน และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป…

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

กอ.รมน.ร่วมช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรจชต.โดยนำผลไม้(ลองกอง)มาจำหน่ายที่กอ.รมน.สวนรื่นฤดี

          วันอังคารที่ 11กันยายน 2562 ณ กอ.รมน. สวนรื่นฤดี สมาชิกมวลชน กอ.รมน.ร่วมช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้(ลองกอง) มาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ร่วมประชุมปรึกษาหารือในการที่จะช่วยเหลือฯ เช่น ซื้อรับประทานเอง, นำไปจำหน่ายต่อ, แนะนำสถานทึ่จำหน่าย ฯลฯ

         โดยมี รองเลขาธิการ กอ.รมน.(พล.ท.ธเนศ กาลพฤกษ์) เป็นประธาน ณ ห้องประชุมชั้น 5 ห้อง 504 ภายใน กอ.รมน.สวนรื่นฤดี เนื่องจากทางกลุ่มนำผลไม้ (ลองกอง) มาหลายตันของได้หมดไม่พอจำนวนที่สั่งและได้ข้อสรุป กลุ่มผุ้ช่วยเหลือเกษตรกรจะนำผลไม้ลองกองมาจำหน่าย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรสวนรื่นฤดี (กอ.รมน)ในวันพฤหัสที่ 19 ก.ย. 62. เวลา 08.00น. เป็นต้นไป และตาม ออเดอร์ ที่สั่งมารับได้ ณ.วันเวลาดังกล่าว จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

นายกรัฐมนตรี ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 ย้ำปรับแผนงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต

          วันนี้ 11 กันยายน 2562 เวลา 09.30 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมหารือด้วย

         โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุม โดยย้ำเป้าหมายนโยบายพลังงานแห่งชาติว่า เพื่อร่วมกันพิจารณาแผนพลังงานและปรับแผนพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต โดยมุ่งให้ประชาชนมีส่วนร่วม สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งรัฐบาลมีแผนบริหารจัดการขยะอยู่ด้วยแล้ว อาจจะดำเนินการให้สอดคล้องกัน

          ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ เห็นชอบหลักนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โรงไฟฟ้าชุมชน) ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 62 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิต ใช้และจำหน่ายไฟฟ้าอย่างยั่งยืน สร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่นั้นๆ ทั้งยังเป็นการขยายโอกาส ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ให้มีช่องทางรายได้เพิ่มเติม สร้างรายได้ในชุมชน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการผลิตและใช้ไฟฟ้า ซึ่งต้องมีรายละเอียดพื้นที่เป้าหมาย กฎเกณฑ์ดำเนินการต่างๆ อาทิ วัตถุดิบเชื้อเพลิงไม่ว่าจะเป็นชีวภาพหรือชีวมวล วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร รวมถึงการสนับสนุนแหล่งทุนให้ชัดเจน การรับซื้อไฟก็ต้องไม่สร้างผลกระทบด้านราคาค่าไฟต่อพี่น้องประชาชนโดยรวม จึงขอรับข้อคิดเห็นในที่ประชุมกลับไปทำรายละเอียดโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนตามกรอบนโยบาย เพื่อให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาต่อไปด้วย

          โอกาสนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล เพื่อส่งเสริมการใช้ ไบโอดีเซลและรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของประเทศ โดยเริ่มขยายส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ให้ต่ำกว่า B7 ที่ 2 บาทต่อลิตร และลดส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมัน B20 ให้ต่ำกว่าน้ำมัน B7 ที่ 3 บาทต่อลิตร โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 พร้อมทั้งเห็นชอบใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 เป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเกรดพื้นฐาน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 อย่างไรก็ตาม ต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งของผู้ผลิต ความพร้อมของรถยนต์และความพร้อมของผู้ค้าน้ำมันด้วย

          นอกจากนี้ ยังเห็นชอบกรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) เป็น “สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” โดยให้เร่งดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ให้กองทุนฯ สามารถดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ และเห็นชอบ (ร่าง) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ../2562 เรื่อง กำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

          นายกรัฐมนตรีกล่าวในตอนท้ายว่า รัฐบาลมุ่งมั่นและเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการสร้างเสถียรความมั่นคงด้านพลังงาน มีทางเลือกด้านพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ สร้างอาชีพต่อเนื่องให้กับประชาชนโดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากด้วย

………………………………………….

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

รองนายกฯ วิษณุฯ เป็นประธานในพิธี เปิดและมอบนโยบายการดำเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ ของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

          วันนี้ (11 กันยายน 62) เวลา 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ  เครืองาม เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดและมอบนโยบายการดำเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ และกรอบการทำงานของผู้นำการขับเคลื่อนการดำเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ประจำหน่วยงาน (Chief Complaint Executive Officer: CCEO)

          โดยมีนายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวรายงานคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 กำหนดให้ทุกส่วนราชการให้ความสำคัญกับการดำเนินการเรื่องการร้องทุกข์และเร่งรัดการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน และกำหนดให้ทุกหน่วยงานแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้นำการขับเคลื่อน การดำเนินการเรื่องร้องทุกข์ประจำหน่วยงาน (Chief Complaint Executive Officer : CCEO) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานด้านการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ ประสานความร่วมมือ ติดตาม และประเมินผล การดำเนินการเรื่องราวร้องทุกข์และแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

          ในการนี้ นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจัดให้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ซึ่งมีหน่วยงานที่เข้าร่วมจำนวน 16 หน่วยงาน เพื่อสนับสนุนความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายการดำเนินการ เรื่องร้องทุกข์และบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ของรัฐบาลกับส่วนราชการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการเรื่องร้องทุกข์ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ผู้รับบริการ รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้กับผู้ปฏิบัติงานด้านเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับมาตรฐานและแนวทางการดำเนินการ เรื่องร้องทุกข์ผ่านระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

         โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิด พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดําเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล และมอบนโยบาย  (Chief Complaint Executive Officer : CCEO)  ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมทั้งจัดระบบการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การจัดการระบบการทำงานถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าความทุกข์ของประชาชนในบางพื้นที่อาจจะมีความคล้ายกัน จึงต้องมีการเก็บข้อมูลของประชาชนไว้อย่างเป็นขั้นตอน เจ้าหน้าที่จะต้องมีการฝึกทักษะ ศักยภาพ ที่สำคัญจะต้องมีใจรักในการทำหน้าที่นี้ด้วยบริหารเรื่องราวร้องทุกข์ รับเรื่องต่างๆมาผ่านกระบวนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบหน่วยงานเดียวอาจแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งหมดจึงต้องมีการบูรณาการความร่วมมือ  การบริการจัดการจึงเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะข้อมูลสารเทศ ที่เป็นBig Data เพื่อป้องกันแก้ไขได้อย่างเป็นระบบนำไปสู่การแก้ปัญหา  16 หน่วยงาน และ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นการทำงานยกระดับการให้บริการประชาชน ให้มีความสื่อสาร รวดเร็ว ตรงจุด  ขอบคุณทุกหน่วยงานและหวังว่าในอนาคตจะมีหน่วยงานเพิ่มมากขึ้น การลงนามในครั้งนี้ตอบโจทย์ ไทยแลนด์ 4.0 การบริหารงานภาครัฐแนวใหม่ และการมีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมทั้งการปกครองด้วยระบบประชาธิปไตยที่ความทุกข์ของประชาชนได้รับการแก้ไขอย่างเป็นธรรม

          จากนั้นได้ รองนายกรัฐมนตรีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ระหว่างผู้บริหาร 17 หน่วยงาน และถ่ายภาพร่วมกัน พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรียังได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆอาทิ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สคบ. ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์กระทรวงยุติธรรม และ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรมบังคับคดี

………………………………………………………

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

วช.จับมือ BEDO, ม.นเรศวร และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ร่วมจัดงาน “วิจัยปลดล็อคส่งออกมะม่วงไปอเมริกา”

          วันนี้​ วัน​พุธที่ 11 กันยายน 2562 เวลา​ 09.00​ น.ณ ห้องวิภาวดี C โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาชาลาดพร้าว​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ​ (วช.),สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) BEDO,มหาวิทยาลัยนเรศวร และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ร่วมจัดงานแถลงข่าว “วิจัยปลดล็อคส่งออกมะม่วงไปอเมริกา” ความภูมิใจของนักวิจัยไทยกับการต่อสู้อย่างยาวนานกว่า 12​ ปีในการแก้ปัญหาเพื่อปลดล็อคการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองสดสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา นับตั้งแปี พ.ศ.2550 สหรัฐอมริกาได้อนุญาตให้นำเข้าผลไม้สด (Fresh Frut) ของไทย 6​ ชนิดได้แก่ มะม่วง ลำไย มังคุด ลิ้นจี่ เงาะ และสับปะรดโดยจะต้องได้รับการฉายรังสีก่อนส่งออกไปยังสหรัฐฯ นับเป็นการ
เปิดตลาดผลไม้ไทยที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศชาติ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

         แม้เป็นผลไม้ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่ทำรายได้ให้กับประเทศไทย สามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศ โดยมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเป็นสายพันธุ์ที่มีความต้องการของตลาดสูง เนื่องจากมีลักษณะเด่น คือ เมื่อผลสุก ผิวของเปลือกมีสีเหลืองนวลถึงเหลืองทอง เนื้อสีเหลืองมีกลิ่นหอม จึงเป็นที่ต้องการของตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาแต่ปรากฏว่านับตั้งแต่เริ่มส่งออกในปีพ.ศ. 2551 การส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง หลังฉายรังสีและส่งออกไปถึงปลายทางที่สหรัฐอเมริกาได้ประสบปัญหาด้านคุณภาพ และพบปัญหาการเกิดเส้นดำบริเวณผิวเปลือก และเกิดเนื้อสีน้ำตาล ส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณส่วนแก้มของผล ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถส่งออกผลมะม่วงสดไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาได้จนถึงปัจจุบัน

         จากปัญหาดังกล่าว จึงเกิดเป็นโจทย์วิจัยที่ที่ทายและรอคำตอบจากนักวิจัยไทยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้เกิดเป็นโครงการ “การศึกษาวิจัยมะม่วงให้ได้คุณภาพมาตรฐานส่งออก” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพหลังการฉายรังสีแกมมา และการลดความเสียหายของมะม่วงฉายรังสีแกมมา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.),สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) BEDO,มหาวิทยาลัยนเรศวร และ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ และงานวิจัยประสบผลสำเร็จในปี พ.ศ. 2562 การส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองสามารถส่งออกสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาได้อย่างเต็มภาคภูมิและได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา การแถลงข่าว”วิจัยปลดล็อคส่งออกมะม่วงไปสหรัฐอมริกา”

          ที่เกิดขึ้นนี้ จึงเป็นการสร้างความเข้าใจ และ องค์ความรู้เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจ้และเพื่อต่อยอดให้กับกลุ่มธุรกิจและผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดการคัาผลไม้สดของไทยสู่สหรัฐอเมริกา และ ตลาดต่างประเทศอื่นๆ ต่อไป

สุรเชษฐ    ศิลานนท์ รายงาน

วช. ยกระดับผลงานวิจัย นำธุรกิจอาหารไทยสู่มาตรฐานโลก

          วันนี้​ วัน​พุธที่ 11 กันยายน 2562 เวลา​ 08.30​ น. ณ ห้องรังสิต​ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาชาลาดพร้าว​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จับมือบริษัท เค เอส อินเตอร์เทรด (2018) จำกัด ผลักดันผลงานวิจัยภายใต้แผนงานวิจัยครัวไทยสู่ตลาดโลก

          ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดี ที่โครงการวิจัยที่ทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ให้การสนับสนุน จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายการร่วมมือในการพัฒนางานวิจัยใหม่ ๆ ที่เป็นที่ต้องการของผู้ใช้ประโยชน์ โดยโครงการ “วิจัยพัฒนามาตรฐานการผลิตเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ และผลิตภัณฑ์คงรสชาติแท้จากความหลากหลายทางชีวภาพของพืชผักและสมุนไพรเพื่อรักษาคุณค่าเชิงรสชาติไทยแก่ธุรกิจอาหารไทยทั่วโลก”

          ภายใต้แผนงานวิจัยครัวไทยสู่ตลาดโลก ปีงบประมาณ 2560 ที่ วช. ได้ให้การสนับสนุน ซึ่งมีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา แห่งมูลนิธิสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ เป็นหัวหน้าโครงการ สามารถขยายผลสู่การใช้ประโยชน์​ ในกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะภาคเอกชนที่จะนำเทคโนโลยีไปผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันท่วงที

          ผลจากงานวิจัยส่วนหนึ่ง คือกระบวนการผลิต ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อบแห้งของพืชสมุนไพรจากต้นตอแหล่งกำเนิดสำหรับอาหารไทย 4 ชนิด ประกอบด้วย พริกไทยสด พริกขี้หนู หอมแดง และกระเทียม ที่ใช้เทคนิคแช่เยือกแข็ง (Freez Dry) และอบแห้งด้วยลมร้อน (Tray Dry) ซึ่งสามารถแก้ปัญหาการส่งออกวัตถุดิบในสภาพสด สามารถทดแทนการใช้วัตถุดิบที่คงรสชาติอาหารไทยแบบดั้งเดิม ทั้งรสชาติและกลิ่น ผลิตจากแหล่งกำเนิดที่มีมาตรฐานปลอดภัย ตรวจสอบได้ รวมถึงมีความสะดวกในการใช้งาน และปลอดภัยจากสิ่งปนเปื้อน

          ดังนั้นเพื่อให้เกิดขยายผลผลิตจากการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค ทั้งในประเทศและต่างประเทศ​ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงการถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์อบแห้งของพืชสมุนไพรสำหรับอาหารไทย 4 ชนิด ภายใต้แผนงานวิจัยครัวไทยสู่ตลาดโลก กับนายสุพัชระ ปานรศทิพ กรรมการผู้จัดการบริษัท เค เอส อินเตอร์เทรด (2018) จำกัด เพื่อนำไปผลิตและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​