จนท.เทศกิจ “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อยกวดขันจัดระเบียบ “ผู้ค้า” บริเวณไปรษณีย์วัดเลียบ ปากคลองตลาด เขตพระนคร..

          วันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 เวลา 17:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” พร้อมทั้ง ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจ “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยพร้อมทั้งกวดขันจัดระเบียบ “ผู้ค้า” บริเวณไปรษณีย์วัดเลียบ ปากคลองตลาด เขตพระนคร กรุงเทพฯ

         ทั้งนี้ในการลงพื้นที่วันนี้เพื่อเน้นย้ำผลการปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” อีกทั้ง เพื่อเน้นย้ำและปฎิบัติงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ในเรื่องพรบ.การรักษาความสะอาด เเละความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ( NOW ทำจริง เห็นผลจริง )…

#สำนักงานเขตพระนคร

#สายตรวจ 3 ประสาน

#เจ้าหน้าที่เทศกิจ #สนง.เขตพระนคร

#ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ลุยตรวจกวดขัน #ผู้ค้า #ปากคลองตลาด

#ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

#NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง


ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม “พนักงานเทศกิจ ส.1 เขตพระนคร” รายงาน

ปราจีนบุรี – รถทัวร์โดยสารพุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง บาดเจ็บจำนวนมาก

https://youtu.be/rP0PjjQuiD4

          เมื่อเวลา 01.30น.วันที่ 14 กันยายน 2562 ร.ต.อ.ประยงค์ หม่อมวงศ์สุวรรณ รอง.สว.(สอบสวน) สภ.สระบัว รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสารชนกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย ที่เกิดเหตุบนถนนสาย 304 กบินทร์บุรี –นครราชสีมา หน้าศูนย์วิจัยสัตว์ปีก กม. 155 ม. 3 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังรับแจ้งพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรี กู้ชีพ รพ.กบินทร์บุรี รุดตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

          ในที่เกิดเหตุพบรถทัวร์โดยสารปรับอากาศชั้น 1 เป็นรถนอน 2 ชั้น หนองคาย-ตราด ม. 4 ข. สีฟ้า ชาว หมายเลขข้างรถ 590-12 ทะเบียน 10-7775 อุดรธานี ของบริษัท 407 พัฒนา จำกัด สภาพรถด้านหน้าพังยับเยินตกลงร่องน้ำข้างทางฝั่งขาเข้ากบินทร์บุรี ภายในรถมีผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยจำนวนกว่า 40 คน หนีตายออกมาจากตัวรถอย่างโกลาหล และมีผู้ได้บาดเจ็บอยู่ในรถอีกจำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯได้ช่วยเหลือออกมาจากตัวรถปฐมพยาบาลก่อนนำส่ง รพ.กบินทร์บุรี รพ.นาดี/ และ /รพ.ศรีมหาโพธิ ส่วนบนท้องถนนมีนมถั่วเหลืองบรรจุกล่องแลคตาซอยตกหล่นเกลื่อนถนน กีดขวางการจราจร 1 ช่องทาง

          ส่วนบริเวณหน้ารถพบร่างคนขับรถทัวร์ถูกอัดติดคาซากรถในสภาพอาการสาหัส เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังยื้อชีวิต พร้อมกับนำเครื่องตัดถ่างงัดร่างออกจากตัวรถ ในสภาพอากาศที่มีฝนตกโปรยปรายตลอดเวลา ใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงสามารถนำร่างออกจากรถได้นำส่ง รพ.กบินทร์บุรี ทราบชื่อคือสมบัติ กลีบจำปี อายุ 50 ปี เป็นคนขับมือหนึ่ง ด้านถนนฝั่งขวาพบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อฮีโน่ ทะเบียน 70-1021 นครนายก ทะเบียนตัวพ่วง 70-0919 นครนายก มีนายเกรียงศักดิ์ แคล้วกลาง อายุ 42 ปี เป็นคนขับ บรรทุกนมถั่วเหลืองบรรจุกล่องของบริษัทแลคตาซอยมาเต็มคัน สภาพรถตัวพ่วงด้านซ้ายมีรอยเฉี่ยวชนยุบ ส่งผลทำให้นมถั่วเหลืองบรรจุกล่องกระจายเกลื่อนถนน

          นายถาวร อินทโส อายุ 52 ปี คนขับรถทัวร์มือ 2 กล่าวว่า รถทัวร์คันดังกล่าวออกจากจังหวัดระยอง มุ่งหน้าจังหวัดหนองคาย เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 13 กันยายน 2562 ในรถมีผู้โดยสารเต็มคันประมาณ 40 กว่าคน ขณะเกิดเหตุตนนอนหลับอยู่มารู้สึกอีกทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และถามเด็กรถว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องต้นทราบว่าบรรทุกพ่วงปาดหน้า ด้านนาย เกรียงศักดิ์ แคล้วกลาง คนขับรถบรรทุกพ่วง กล่าวว่า ได้บรรทุกทุกนมทั่วเหลืองออกมาจากบริษัทแลคตาซอย เพื่อจะไปส่งให้ลูกค้าที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อเวลา 23.00 น.ขณะขับมาถนนเลนซ้ายเป็นหลุมเป็นบ่อตนจึงวิ่งเข้าเลนขวานานกว่า 20 นาที เมื่อมาถึงตรงจุดหลัก กม.155 ก็ได้ยินเสียงเบรกดังอยู่ท้ายรถ ก่อนถูกชนท้าย คาดว่ารถทัวร์น่าจะวิ่งมาเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนต่อไป

—————————

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กระทรวงยุติธรรมและกรมบังคับคดีจัดโครงการมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562จ.สุโขทัย

          วันที่ 14 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ในจังหวัดสุโขทัย โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมศรีจุฬาลักษณ์โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม จังหวัดสุโขทัย

          การจัดโครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีในครั้งนี้ ถือเป็นการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปีที่ได้กำหนดนโยบายหลัก 12 ด้าน เพื่อพัฒนาประเทศ แก้ไขปัญหาปากท้อง และสร้างรายได้ให้ประชาชนให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

          การจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีในครั้งนี้ กรมบังคับคดีร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวม 5 หน่วยงาน ได้แก่ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ธนาคารออมสิน บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) มีลูกหนี้ตามคำพิพากษาในเขตพื้นที่รวม 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย, จังหวัดตาก, จังหวัดพิจิตร, จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดอุตรดิตถ์ รวมทั้งสิ้น 3,200 เรื่อง

          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการดำเนินการภารกิจเชิงรุกในการเพิ่มโอกาสให้เจ้าหนี้ และลูกหนี้สามารถเจรจากันได้ด้วยความพึงพอใจ สะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม และไม่มีค่าใช้จ่าย เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ และลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ ส่งผลให้ลูกหนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องถูกบังคับคดี หรือถูกฟ้องล้มละลาย อีกทั้งยังเป็นการอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและช่วยเหลือประชาชนให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย ตลอดจนเป็นการสร้างสังคมที่เป็นสุขให้กับประชาชน

—————————

ภาพข่าว:วิชัย สิทธิพันธ์
นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

สุโขทัย-อาถรรพ์ศุกร์ 13 ฝ่ายปกครองเฮี้ยน!! ลุยผับเด็กผมติ่งหู CLUB 64 สุโขทัย ชงผู้ว่าเตรียมสั่งปิด 5 ปี

         กรมการปกครอง นำโดย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง และนายประสงค์ อุไรวรณ์ ปลัดจัง หวัดสุโขทัย นายธนพงษ์ บุญเรือง นายอำเภอเมืองสุโขทัย นายสุชาติ พระเพชร ปัองกันจังหวัดสุโขทัย พร้อมพนักงานฝ่ายปกครองส่วนกลาง จากสำนักการสอบสวนและนิติการ บุกเข้าจับกุมสถานบันเทิงเถื่อน!! หลังได้รับการร้องเรียนจากครูและผู้ปกครองว่า สถานบันเทิงชื่อ CLUB 64 ต้ังอยู่ ซอยประชาร่วมใจ ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย มีการปล่อยปละละเลยให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ เข้าไปใช้บริการภายในร้าน และยังปิดให้บริการเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นเหตุให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน เป็นอย่างมาก

         จึงได้ส่งสายลับซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง เข้าทำการสืบสวน พบว่า ร้าน CLUB 64 มีลักษณะเป็น “ผับ” ที่เข้มงวดตรวจบัตรประชาชน ไม่มีการตรวจอาวุธของผู้เข้าใช้บริการ ผับแห่งนี้ไม่ได้ให้ความสาคัญกับอายุของบุคคลผู้เข้าใช้บริการแต่อย่างใด กลับปล่อยให้เด็กที่มีอายุต่ากว่า 20 ปี เข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด มีการยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการเต้นภายในร้าน ถึงแม้ว่าภายในร้านจะมีการติดป้ายว่า “ห้ามลุกเต้น” ก็ตาม ซึ่งคาดว่าทางร้านเขียนไว้เพื่อเป็นการเลี่ยงกฎหมาย ให้ไม่เป็นสถานบริการ เพราะร้านนี้ไม่มีใบอนุญาต ทั้งๆที่ ในร้านไม่มีเก้าอี้ให้ลูกค้านั่งแต่อย่างใด และลักษณะการเล่นเพลงในร้าน เป็นเพลงแนวแดนซ์ ลูกค้าส่วนใหญ่ จะเต้นไปตามจังหวะเสียงเพลงเป็นปกติ โดยที่ทางร้านไม่ได้มีการห้ามปรามหรือตักเตือนแต่อย่างใด

          สายลับพบนักเที่ยวในผับส่วนมากเป็นเด็ก โครงสร้างภายในผับได้มีการจัดทำทางหนีทีไล่เป็นประตูลับ จำนวน ถึง 2 แห่ง โดยพนักงานร้านจะจัดโซนให้เด็กอยู่ใกล้กับบูทดีเจ ติดกับประตูลับดังกล่าว เพื่อให้เด็กในผับสามารถหลบหนีออกด้านหลังร้านได้รวดเร็ว หากมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจับกุม

         ปฏิบัติการจู่โจมสถานบันเทิงละเมิดกฎหมาย เปิดเผยขึ้น เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2562 เวลา 00.30 น. เมื่อสายลับส่งสัญญาณความพร้อม ชุดจับกุมเข้าไปถึงร้าน CLUB 64 ต้ังอยู่ ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ภายในร้านพบนักเที่ยว จำนวนกว่า 250 คน กำลังเต้นอย่างเมามันตามจังหวะของเสียงดนตรี ทันทีที่นักเที่ยวรู้ว่าถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ภายในผับเกิดโกลาหล เด็กหลายคนพยายามจะหลบหนีออกทางประตูลับด้านหลังร้าน แต่ชุดจับกุมได้วางแผนมาเป็นอย่างดี โดยส่งเจ้าหน้าที่ปิดล้อมประตูลับไว้ทุกด้าน จึงทำให้นักเที่ยวไม่สามารถหนีออกไปได้ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองสั่งให้เปิดไฟแสงสว่าง ประกาศให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ได้ตรวจสอบภายในร้าน

  1. พบนักเที่ยวทั้งหมด จำนวน 260 คน เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ จำนวน 154 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 67 คน โดยมีเด็กอายุต่ำสุด เพียง 15 ปี จึงส่งตัวเด็กให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุโขทัย ดำเนินการบันทึกทำข้อตกลงและแจ้งผู้ปกครองมารับตัวต่อไป
  2. และมีนักเที่ยวไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 22 คน จึงส่งพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสุโขทัยดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับ
  3. พบยาเสพติด ตกอยู่ภายในร้าน ประกอบด้วย ซองยาเค จำนวน 2 ซอง และยาบ้าจำนวนหนึ่ง

โดยมีนายมงคล ปานทอง อายุ 22 ปี มาแสดงตัวเป็นผู้ดูแลร้าน เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง จึงได้จับกุมตัวและแจ้งข้อหา ดังนี้

(1) ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
(2) ร่วมกันขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
(3) ร่วมกันขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาห้ามขาย
(4) ร่วมกันยุยงส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร
(5) ร่วมกันจำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราแก่เด็ก

         นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการ ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบ สวนและนิติการ กรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองจะกวดขัน จับกุม ปราบปราม สถานบริการที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผู้ประการการสถานบันเทิงควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยประกอบธุรกิจให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสวัสดิ ภาพและส่งเสริมความประพฤติเด็ก สถานบันเทิงไม่สามารถปล่อยให้เด็กเข้าไปใช้บริการได้สถานที่เหล่านี้ ไม่สมควรให้เยาวชนเข้ามาใช้บริการหรือใช้เป็นที่มั่วสุม เพราะเป็นต้นทางนำไปสู่ปัญหาสังคมอื่นตามมากมายมาย เช่น สถานที่แห่งนี้ ยาเสพติดเริ่มแพร่ระบาดสู่เยาวชน เป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมอื่นตามม “เพื่อมิให้สถานบริการเป็นแหล่งกระทำผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง เพราะหากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว จะส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม”

          เนื่องจาก ร้าน CLUB 64 กระทำผิดกฎหมายโดยชัดแจ้ง จากนี้ไป พนักงานฝ่ายปกครองจะได้เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย มีคำสั่งปิดสถานที่ดังกล่าว เป็นเวลา 5 ปี ต่อไป

—————————-

ภาพ:f:ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม
นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

มุกดาหาร # “จุรินทร์” ลงพื้นที่มุกดาหาร เดินหน้าขับเคลื่อนการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว สานสัมพันธ์การค้า เชื่อมโยงสองฝั่งโขง

“จุรินทร์” เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว” พร้อมเชิญภาครัฐและเอกชนร่วมหารือแนวทางและมาตรการส่งเสริมการค้าชายแดน 2 ประเทศ เผยจะมีการลงนาม MOU ทำการค้าขาย 5 คู่ มูลค่ากว่า 323 ล้านบาท และจัดงานนำสินค้าดีจาก 20 จังหวัดภาคอีสาน และของดีจากสปป.ลาวมาร่วมจัดแสดงและจำหน่าย

         เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐ มนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร-สะหวันนะเขต “สานสัมพันธ์การค้า เชื่อมโยงสองฝั่งโขง” ซึ่งกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศ ร่วมกับหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงพาณิชย์และจังหวัดมุกดาหาร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 กันยายน 2562 ณ จังหวัดมุกดาหาร

         ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ใช้โอกาสนี้ จัดการประชุมส่งเสริมการค้าชายแดนของภาคเอก ชนไทย-สปป.ลาว โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานภาคเอกชนของไทย คือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย สภาธุรกิจ ไทย-ลาว สมาคมนักธุรกิจไทยในสปป.ลาว หอการค้าจังหวัดชายแดน ไทย-ลาว 12 จังหวัด และเครือข่ายธุรกิจ Biz Club ประเทศไทย และฝ่ายสปป.ลาว คือ สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และสภาการค้าและอุตสาหกรรมแขวง 8 แขวง มาประชุมร่วมกัน เพื่อหารือถึงแนวทางและมาตรการในการส่งเสริมและขับเคลื่อนการค้าชายแดน

          ทั้งนี้ ในช่วงการจัดงาน จะมีการลงนามใน MOU ระหว่าง ผู้ประกอบการไทยกับสปป.ลาวจำนวน 5 คู่ มีมูลค่ากว่า 323 ล้านบาท และยังจัดให้มีกิจกรรม Business Matching ระหว่างผู้ประกอบการไทย-สปป.ลาว (MOC Biz Club และ YEN-D) ณ บริเวณงานแสดงและจำหน่ายสินค้า ศูนย์การค้าโรบินสัน จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งคาดว่าจะสามารถตกลงทำการค้าได้เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

         นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีการสัมมนา หัวข้อ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ ผลักดันเศรษฐกิจ การค้าชายแดน” โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ” รู้ลึก รู้ซึ่ง เข้าถึง สิทธิประโยชน์ และการใช้ Form D/E” โดยกรมการค้าต่างประเทศ “การจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าระหว่างประเทศ (Madrid Protocol)” โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา, การจัดอบรมสัมมนาบุคลากรภาครัฐและภาคเอกชนของ CLMVT เพื่อยกระดับธุรกิจสู่ห่วงโซ่คุณค่าสากล “CLMVT Adapt to Global Value Chain” คาดว่าผู้เข้าร่วมการอบรมจากกลุ่มประเทศ CLMVT จำนวน 200 ราย และการจัดกิจกรรม Mini Export Clinic เชื่อมโยงท้องถิ่นสู่สากล

         ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ได้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า ณ ศูนย์การค้าโรบินสันมุกดาหาร จำนวน 110 คูหา ประกอบด้วย สินค้าของดี 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สินค้า OTOP ไทย และ ODOP ลาว สินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป เกษตรนวัตกรรม อุปกรณ์และปัจ จัยทางการเกษตร สินค้าท่องเที่ยว สปา และแฟรนไชส์ โดยได้รับความร่วมมือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank)

          การจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนในครั้งนี้ จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สปป.ลาว ที่มีมาอย่างยาวนานให้แน่นแฟ้นมากขึ้นในฐานะบ้านไกล้เรือนเศียงที่สำคัญ โดยจังหวัดมุกดาหารถือเป็นประตูการค้าที่สำคัญของไทยด้านชายแดนสปป.ลาว ที่เชื่อมต่อกับแขวงสะหวันนะเขต ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 แต่มีประชากรมากเป็นอันดับ 1 โดยมีด่านการค้าที่สำคัญ คือ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย – ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยการค้าซายแดนและผ่านแดนของไทย 31.27% ต่อปี มีเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการส่งออกผลไม้ไทยผ่านแดนไปยังเวียดนามและจีนตอนใต้ รวมถึงอยู่ในเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) หรือเส้นทางหมายเลข 9 (R9) ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสามารถส่งเสริมให้เกิดการค้าการลงทุน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ อันจะช่วยผลักดันให้มูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มสูงขึ้นอีกทางหนึ่ง

         สำหรับการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว ในช่วง 7 แรกของปี 2562 (มกราคม – กรกฎา คม) มีมูลค่ารวมสูงถึง 33,029 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ วงจรพิมพ์ สินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ น้ำมันดิเซลเป็นต้น สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ทองแดงและผลิตภัณฑ์ เชื่อเพลิงอื่นๆ เครื่องรับ – ส่งสัญญาณและอุปกรณ์ติดตั้ง (โทรศัพท์) เป็นต้น.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

พวงเพชร จันทร์ดี / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สัตหีบชลบุรี-จัดงานเทศกาลไหว้พระจันทร์อย่างยิ่งใหญ่

          คืนวันที่ 13 ก.ย.62 นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี ประธานมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบและนายกเทศบาลเมืองสัตหีบ ได้กล่าวต้อนรับและกล่าวขอบคุณ นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ที่มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ ตลอดจนคณะกรรมการจัดงานและผู้ที่มาร่วมงานในวันนี้ ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือ ของเทศบาลเมืองสัตหีบ และวัฒนธรรมอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยนายไชยเทพ บุญเลิศ วัฒนธรรมอำเภอสัตหีบ ที่สนับสนุนงบประมาณ ให้กับมูลนิธิโรจนธรรมสถานสัตหีบ จัดงานไหว้พระจันทร์ประจำปี 2562 ณ มูลนิธิโรจนธรรมสถานสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

          ซึ่งผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่ทั้งหญิงและชายจะแต่งกายด้วยชุดกี่เพ้าสีสวยสดใสแบบโบราณ มาร่วมงาน เพื่อเป็นการสืบทอดและอนุรักษ์ประเพณีให้คงไว้กับชาวไทยเชื้อสายจีน โดยมีหน่วยงานภาคเอกชน ชมรม สโมสรต่างๆ ได้มาร่วมออกร้านจัดอาหารคาวหวาน ตลอดจนผลไม้ ไอศครีม และเครื่องดื่มมาให้บริการกับผู้มาร่วมงานอย่างคับคั่ง รวมถึงมีรถลากให้นั่งรอบตลาดสัตหีบ และมีรถยนต์แบบโบราณมาให้นั่งเพื่อบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

         บรรยากาศและสีสันของการจัดงานไหว้พระจันทร์ของอำเภอสัตหีบ เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเย็น ในมณทลพิธีจัดงานได้มีการจัดเตรียมกระเช้าและของไหว้พระจันทร์ไว้เป็นจำนวนมาก ตลอดจนสิ่งของอันเป็นมงคลจากการไหว้พระจันทร์ เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้จับจองและร่วมประมูลพร้อมบริจาคเงิน เพื่อนำสิ่งของอันเป็นมงคลมารับประทานหรือนำกลับมาสักการะบูชาภายในบ้านตามความเชื่อที่ว่าจะนำสิ่งอันเป็นมงคลเข้าบ้านให้ทำมาค้าขายกำไรร่ำรวยเงินทองและอื่นๆ อันเป็นสิ่งที่ดีงาม จะตามมาอีกมากมาย ทำให้บรรยากาศของการจัดงานในวันนี้เป็นไปด้วยความอบอุ่น นอกจากจะได้บุญกุศลตามความเชื่อแล้ว ยังได้มิตรภาพที่ดีของคนในชุมชนอีกด้วย

          ทั้งนี้พิธีไหว้พระจันทร์ในปีนี้ ทางประธานมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ได้ร่วมกับชาวไทยเชื้อสายจีนช่วยกันอธิษฐานขอให้ประชาชนชาวไทยที่กำลังประสบอุทกภัยได้รับความเสียหายอยู่ในขณะนี้กลับมาสู่ในสภาวะปกติโดยเร็ว

—————————-

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักงานพาณิช จ.จันทบุรีและกลุ่มภาคตะวันออก 8 จังหวัด จัดงาน “มหกรรมการค้าชายแดนไทย – กัมพูชา 2019”

สำนักงานพาณิชจังหวัดจันทบุรีและสำนักงานพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 8 จังหวัดจัดงาน”มหกรรมการค้าชายแดนไทย – กัมพูชา 2019 ” BorderTrade Fair 2019 เชื่อมโยงการค้าอาเซียนส่งเสริมการท่องเที่ยว

          ที่ บริเวณตลาดการค้าชายแดนไทย – กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี สำนักงานพาณิชจังหวัดจันทบุรีและสำนักงานพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 8 จังหวัดกำหนดจัดงาน”มหกรรมการค้าชายแดนไทย – กัมพูชา 2019″ BorderTrade Fair 2019 ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนภาคตะวันออก

         โดยพิธีเปิดมี นายบุญช่วย น้อยสันเทียะ / นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย นายพัน จันทุล ผู้ว่าราชการจังหวัดไพลิน/นางเจีย เสียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดไพลิน / นางซม จันดา รองผู้ราชการจังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา / นำหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน ทั้งไทย และ กัมพูชา ร่วมพิธีเปิด ชมการแสดงศิลปะ วัฒนธรรม 3 เชื้อชาติ และเยี่ยมชมร้านค้าที่มาออกร้านจำหน่าย

         การจัดงานครั้งนี้เพื่อ ผลักดันให้มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างประเทศไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา ผ่านช่องทางชายแดนในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก และเพื่อขยายโอกาสทางการตลาดสินค้าของไทยในประเทศ กัมพูชาเพิ่มขึ้น โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การแสดงและจำหน่ายสินค้าโดยมีผู้ประกอบการจากภาคตะวันออก 8 จังหวัดภาคตะวันออก การเจรจาธุรกิจของผู้ประกอบการ ไทย – กัมพูชา – เวียดนาม และจีน / นิทรรศการนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกในฐานะเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดนที่มีมาตรฐานและเชื่อมโยงกับประชาคมอาเซียน การแสดงศิลปวัฒนธรรม ไทย – กัมพูชา – เวียดนาม การแสดงวงดนตรีการแสดงจากศิลปินดาราและกิจกรรมส่งเสริมการขาย บรรยากาศของงานเป็นไปด้วยความคึกคักมีประชาชน นักท่องเที่ยวเลือกซื้อสินค้าจำนวนมากงานมีถึงวันจันทร์ที่ 16 กันยายน

—————————

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด สำนักโครงการและจัดการความรู้ (OKMD) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มูลนิธิธรรมดี และ บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด สำนักโครงการและจัดการความรู้ (OKMD) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มูลนิธิธรรมดี และ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันจัด โครงการตามรอยพระราชา ครั้งที่ 8 ตอน สืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชา สำรวจป่าผืนสุดท้ายของบ้านอ่างเอ็ด ต.ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี ถอดรหัสนวัตกรรม พระอัจฉริยภาพของในหลวง รัชกาลที่ 9

         บ่ายวันนี้ ( 13 ก.ย.62 ) ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านอ่างเอ็ด ต.ตกพรม อ.ขลุง จ. จันทบุรี ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด สำนักโครงการและจัดการความรู้ (OKMD) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มูลนิธิธรรมดี และ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันจัด โครงการ ตามรอยพระราชา ครั้งที่ 8 ตอน สืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชา สำรวจป่าผืนสุดท้ายของบ้านอ่างเอ็ด ต.ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี ถอดรหัสนวัตกรรม พระอัจฉริยภาพของในหลวง รัชกาลที่ 9

          โดยมีนายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ ตามรอยพระราชา ครั้งที่ 8 ตอน สืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชา สำรวจป่าผืนสุดท้ายของบ้านอ่างเอ็ด ต.ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี โครงการพัฒนาป่าชุมชนในพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นโครงการที่พัฒนาที่ดินจำนวน 168.25 ไร่ที่ครอบครัว ลักคุณะประสิทธิ์มอบให้มูลนิธิชัยพัฒนาให้เป็นป่าชุมชนและเป็นแหล่งศึกษาท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ หนึ่งในเส้นทางศึกษาเรียนรู้ จาก 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้มีชีวิต ตามรอยศาสตร์พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ เป็นการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ ชมแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ณ โครงการตามพระราชดำริ

          พร้อมกิจกรรมถอดรหัสพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยสื่อการเรียนรู้ รูปแบบใหม่ ที่ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมทางความคิดในแขนงต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม สนองตามพระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 “เราจะสืบสานรักษาและต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” ทั้งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คณะครู ในการร่วมกันสานต่อพระราชปณิธาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา “ศาสตร์พระราชา” พร้อมร่วมกันสร้างนวัตกรรมแบบก้าวกระโดด และการปลูกฝังคุณธรรม 4 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา เพื่อสรรค์สร้างกระบวนการเรียนรู้สำหรับคนไทย ในศตวรรษที่ 21 และสร้างนวัตกรรมคืนสู่สังคมต่อไป

—————————-

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชุดเฉพาะกิจ ศรีวิชัย อำเภอท่า ศาลา จับกุมหนุ่มปล่อยเงินกู้แม่ค้า

          วันนี้ ๑๓ ก.ย.๖๒ เวลา ๑๑.๐๐ น. ภายใต้การอำนวยการของ นายสุพงษวิณัย ชูยก นายอำเภอท่าศาลา, นายชัยศักดิ์ สุจริตธนารักษ์ ปลัดอาวุโส, นายสันติสุข กิจบาลจ่าย ปลัดอำเภอ, หน.ฝ่ายความมั่นคง มอบหมายให้นายพันธกานต์ รัชณรงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง(งานป้องกัน)/หน.ฝ่ายศูนย์ดำรงธรรม นำกำลัง อส.กองร้อย อส.ชุดเฉพาะกิจศรีวิชัย อ.ท่าศาลา จับกุมนายอัมพัน อารีชล หรือ “บังซีด” อายุ ๒๔ ปี บ้านเลขที่ ๒๓๓/๗ ม.๘ ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา ในขัอหาปล่อยเงินกู้หรือเก็บดอกเบี้ยเงินกู้จากบุคคลอื่น(แม่ค้า) อันเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงินหรือเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฏหมายกำหนดโดยผิดกฏหมายพร้อมของกลางเป็นเงินสด ๓,๑๐๐ บาท,สมุดบัญชีรายชื่อลูกค้า ๑ เล่ม จำนวนลูกค้า ๒๑ ราย

         โดยพฤติการณ์ของเหตุ เกิดขึ้นบริเวณร้านน้ำชา/กาแฟ และร้านค้าบริเวณด้านข้าง รพ.ท่าศาลา “บังซีด” ได้มาข่มขู่เรียกเก็บจากแม่ค้า โดยอ้างว่ามีนายทุนเงินกู้รายใหญ่ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา ให้มาเรียกเก็บโดยบ้างรายกู้ไป ๑๐,๐๐๐บาท จะต้องส่งเงินวันละ๕๐๐บาทเป็นเวลา๒๔วัน คิดเป็นเงินต้นและดอกเบี้ย๑๒,๐๐๐บาท หรือ๑๐๐ละ๒๐บาท จึงดำเนินการจับกุมแจ้งข้อกล่าวหาและนำส่งผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา เพื่อดำเนินคดี ตามกฏหมายต่อไป

—————————-

ธีรศักดิ์ อักษรกูล/รายงาน

ฆาตกรรมอำพราง ฆ่าหมกวัยรุ่นสาว ในหนองน้ำ ภายใน ซ.สุวินทวงศ์ 24

         เวลา 00:30 น. (13/09/2562) อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุด สน.ประชาสำราญ สน.สุวินทวงศ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ตพรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร ตรวจสอบผู้เสียชีวิต เหตุ 241 ในป่าหญ้า ภายใน ซ.สุวินทวงศ์ 24 อาสา ว.10 ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิค เป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อต่อมา นส.ปริศนา เนียมกล่ำ อายุ 18 ปี เสียชีวิตอยู่ในท่านอนคว่ำหน้า สภาพร่างกายท่อนล่างเปลือย อยู่ในบึงน้ำมีหญ้ารกทึบ ห่างจากชายบ่อประมาณ 1.5 เมตร

         เบื้องต้น อาสาได้นำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์นิติเวชได้ตรวจสอบและเก็บหลักฐานในเบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี รตท. จิรายุ เชิดฉาย จึงมี ว.0ไหนมูลนิธิร่วมกตัญญู โดย นคร 48 นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อกาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป…เหตุเกิดในท้องที่ของ สน.มีนบุรี

         จากการสอบถามญาติของผู้เสียชีวิตทราบว่า ผู้ตายได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงเวลา 05:00 น. ของวันที่ 12 กันยายน 2562 ในชุดนอน และญาติได้แจ้งความคนหายไว้ที่ สน.มีนบุรี ในวันรุ่งขึ้น และช่วยกันค้นหาตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่พบผู้เสียชีวิตแต่อย่างไร จนได้พบกับแมวตัวหนึ่ง จึงเดินตามแมวตัวนั้นไปเรื่อยๆ แมวพาเดินไปจนได้พบกับศพของผู้เสียชีวิตอยู่ในหนองน้ำดังกล่าว ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สน.มีนบุรี ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นผู้ที่ลงมือฆ่าผู้ตายไว้ได้แล้ว และจะได้ขยายผลเพื่อหาผู้ร่วมลงมือในครั้งนี้ต่อไป…!!

—————————-

ถ่ายทอดและนำเสนอข่าวสารงานอาสา โดย : อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุด สน.ประชาสำราญ สน.สุวินทวงศ์ /สนับสนุน บก.น.เหนือ 236