ลงทะเบียน “ซิม มั่นใจ ปลอดภัย ไร้ปลอมแปลง” แนะลูกค้าเร่งลงทะเบียน ก่อนหมดเขต 31 ตุลาคมนี้

ลงทะเบียน “ซิม มั่นใจ ปลอดภัย ไร้ปลอมแปลง” ตัวแทนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จังหวัดยะลา แนะลูกค้าเร่งลงทะเบียน “ซิม” ก่อนหมดเขต 31 ตุลาคมนี้ หลังพบปัญหาข้อมูลบัตรประชาชนไม่ถูกต้องหลายราย ทำให้เสียเวลาในการแก้ไข 3-7 วัน ถึงจะได้ลงทะเบียน

          ที่จุดให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จังหวัดยะลา ประชาชนยังคงเดินทางนำบัตรประชาชนพร้อมโทรศัพท์มือถือ ไปลงทะเบียนซิมการ์ด “2 แชะ อัตลักษณ์” กันอย่างต่อเนื่อง หลังเหลือเวลาในการลงทะเบียนซิมการ์ดอีกประมาณเดือนกว่าจะหมดเขตการลงทะ เบียน โดยผู้ให้บริการได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้ประจำจุดรับลงทะเบียนอัตลักษณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งลูกค้าที่มาลงทะเบียนซิมแล้วก็จะต้องลงลายมือชื่อ พร้อมหมาย เลขโทรศัพท์ไว้ด้วย ตัวแทนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ True บอกว่า สำหรับลูกค้า True ในพื้นที่จังหวัดยะลามีประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ช่วงนี้ใกล้หมดเวลาในการลงทะเบียน ลูกค้าก็จะทยอยเดินทางมาลงทะเบียนซิมทุกวัน วันละประมาณ 30 คน

          สำหรับปัญหาที่ผ่านมา ส่วนใหญ่พบว่าข้อมูลบัตรประชาชนของลูกค้าไม่ถูกต้อง ซึ่งจะต้องทำการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องก่อน ถึงจะกลับมาลงทะเบียนซิมได้ เวลาแก้ไขก็จะอยู่ที่ 3-7 วัน ทำให้ต้องเสียเวลา สำหรับคนในครอบครัว คนรู้จัก ก็จะต้องย้ายกรรมสิทธิ์การใช้งานโทรศัพท์ ให้เรียบร้อย ถูกต้องแล้ว ถึงจะมาลงทะเบียนได้ นอกจากนี้ก็ยังพบปัญหาลูกค้าที่ใช้งานโทรศัพท์ไม่ทราบชื่อใคร บางคนใช้งานมานานถึง 10 ปี ทั้งนี้ก็อยากเชิญชวนประชา ชนให้รีบมาลงทะเบียนซิม หากพบว่าโทรศัพท์ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ข้อมูลไม่ถูกต้อง เพื่อจะได้ลงทะเบียนซิมให้ทันตามเวลาที่กำหนด ส่วนการแจ้งข้อความเตือน หลังลงทะเบียนซิมแล้วนั้น เป็นการส่งข้อมูลจากกองอำนวยการรักษาความมันคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) ซึ่งเป็นการกวาดส่ง SMS โดยที่ไม่รู้ว่าเบอร์ไหนลงทะเบียนแล้ว และเบอร์ไหนไม่ลงทะเบียน ประชาชนที่ลงทะเบียนแล้วก็ไม่ต้องกังวล

          ขณะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้เร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (นาทวี จะนะ เทพา และสะบ้าย้อย) ที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งระบบจดทะเบียนและเติมเงิน ร่วมลงทะเบียนซิมการ์ดตรวจสอบอัตลักษณ์ ผ่านระบบ 2 แชะอัตลักษณ์ เพื่อปกป้องผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ป้องกันการปลอมแปลงการลงทะเบียนซิมการ์ดสวมทับสิทธิ์ โดยจะมีการตรวจสอบอัตลักษณ์ของผู้ใช้ซิมการ์ด “ก่อน” การลงทะเบียนและเปิดใช้งาน โดยสามารถไปแสดงตน พร้อมนำบัตรประจำตัวประชาชน และซิมการ์ดเพื่อลงทะเบียนใหม่ได้ ณ ศูนย์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ให้บริการทุกระบบ จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2562 นี้ ทั้งนี้หากไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนด จะไม่สามารถใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขนั้น ๆ ได้


ขอบคุณข้อมูล : ราชนาวีที่ปลายด้ามขวาน / NEWS

สำนักข่าวความมั่นคง

“ฉก.นย.ทร. ร่วมสืบสานประเพณี วันสารทเดือนสิบ”

         ประเพณีทำบุญวันสารทเดือนสิบ ถือเป็นงานบุญประเพณีที่สำคัญในภาคใต้ของไทย ไม่ว่าลูกหลานหรือญาติพี่น้องของคนในครอบครัวจะไปทำงานอยู่แห่งหนตำบลใด มักจะต้องลางานหรือหยุดงานเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อมากราบไหว้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และผู้ที่เคารพนับถือ เพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณความภาคภูมิใจ ความสุขใจ ความอิ่มใจ ที่ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว และอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาของคนในครอบครัวและมีการพบปะสังสรรค์ฉลองกันด้วย นับว่าเป็นช่วงที่ครอบครัวมีความอบอุ่นที่สุด ซึ่งมีการสืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี


ขอบคุณข้อมูล : ราชนาวีที่ปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง

พิพากษาจำคุกจำเลย คดีเผา หจก.ชินวรยะลาก่อสร้าง รวม 7 คน ละ 21 ปี

          เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2562 เวลา 09.30 น. ศาลจังหวัดยะลา โดยนายย้วน ขาวขำ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา ได้ออกนั่งบังลังก์พิจารณาคดี เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 00.15 น. ได้มีกลุ่มคนร้ายกว่า 20 คน ลอบวางเพลิง หจก.ชินวรยะลาก่อสร้าง ตั้งอยู่ ต.ลิดล อ.เมืองยะลา จว.ยะลา ท้องที่ สภ.ลำใหม่ ซึ่งต่อมาจากสืบสวนสอบสวนของ ชุดสืบสวนคดีสำคัญ จชต. ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ยะลา /ลำใหม่และชุดสอบสวนคดีความมั่นคง ภ.จว.ยะลา ทราบว่า เป็นการกระทำของนายมะซูรี สาเมาะกับพวกกว่า 20 คน รู้ตัวผู้กระทำความผิด 9 คน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ/ทหาร/ฝ่ายปกครอง

          ได้ทำการสืบสวนจับกุม นายมะซูรี สาเมาะกับพวกได้รวม 7 คน ในความผิดฐาน ร่วมกันก่อการร้าย,ร่วมกันวางเพลิงเผาโรงเรือนฯ,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม และร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์และเคหสถานผู้อื่นในเวลากลางคืน
ศาลจังหวัดยะลา พิพากษาจำเลย คือ

1.นายมะซูรี สาเมาะ
2.นายไซฟู กะลูแป
3.นายอามีน กลาตัน
4.นายมูหามะไอดี สามอ
5.นายอาหามะ มะแซ
6.นายฮากิ เจ๊ะลี
7.นายอารีฟิน บาเหะ

จำเลยที่ 1-7 จำคุกคนละ 21 ปี ตามหมายเลขคดีดำที่ 2656/2561 หมายเลขคดีแดงที่ 395/2562


ขอบคุณข้อมูล : ที่นี่ 3 จังหวัด

สำนักข่าวความมั่นคง

ใบกระท่อมสดซุกโกดัง แนวป่ากลางสวนยางพารา และบ้านเช่าที่ปาดังฯ ทหารยึดกว่า 1 ตัน

สงขลา – สะเดา ทหารร้อย ร. 5021 ตรวจยึดใบกระท่อมสดในห้องเช่า และโกดังกลางสวนยางพารา ในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา รวมน้ำหนัก 1,205 กิโลกรัม ส่วนขบวนการผู้ค้าไหวตัวทันหลบหนีลอยนวล ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปถึง   

          13 ก.ย. 62 เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร. 5021 นำโดย ร.ท.หาญศึก คงชูช่วย ผบ.มว.ปล.ที่ 1 ร้อย ร.5021 พร้อมกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเช่าเลขที่ 7 ถ.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจากได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า บ้านเช่าหลังดังกล่าว เป็นที่ใช้เก็บสิ่งของผิดกฎหมาย หรือยาเสพติด ซึ่งคาดว่าเป็นใบกระท่อมสด ที่ขบวนการค้าใบกระท่อมสด นำมาเก็บไว้ก่อนที่จะส่งต่อให้กับลูกค้า หรือรอให้ลูกค้ามารับไปขายต่อ

          ขณะที่เจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าประตูบ้านเปิดอยู่ มีนางจุไร รองพล อายุ 54 ปี อยู่ภายในบ้าน จึงขอทำการตรวจค้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่า ที่หลังบ้านบริเวณห้องครัว มีกระสอบอาหารสัตว์วางอยู่จำนวน 18 กระสอบ ภายในมีใบกระท่อมสดห่อเป็นมัดๆ อัดแน่น รวมน้ำหนัก 518 กิโลกรัม จึงได้สอบถามนางจุไร​ แต่เบื้องต้นบอกว่าไม่ใช่ของตนเอง และไม่ทราบว่าเป็นของใคร เนื่องจากไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนั้น เพียงแค่เข้าไปใช้อาบน้ำให้กับหลานๆ ซึ่งปกติจะมีพวกวัยรุ่นเพื่อนๆของลูกชายพักอาศัยอยู่

          หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจโกดังไม่มีเลขที่ กลางสวนยางพารา ถนนสายควนขัน ม. 9 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจากมีสายข่าวแจ้งว่า เป็นอีกจุดที่ขบวน การค้าใบกระท่อมสดใช้เป็นที่เก็บ และขนถ่ายใบกระท่อมของนายทุนรายใหญ่ ซึ่งโกดังดังกล่าวอยู่ห่างจากถนนเข้าไปในสวนยางประมาณ 300 เมตร หน้าต่างและประตูถูกล็อคไว้ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันเปิดออก พบภายในห้องมีใบกระท่อมสดห่อเป็นมัดๆด้วยพลาสติกสีขาว วางกองเต็มพื้นห้อง

          และห่างจากโกดังประมาณ 60 เมตร เจ้าหน้าที่ซึ่งกระจายกำลังออกตรวจสอบ พบกองใบกระท่อมสดลักษณะเดียวกัน วางเป็นกองๆ ในป่าละเมาะระหว่างแถวต้นยางพารา  จำนวน 3 กอง จึงได้เก็บรวบรวมใส่กระสอบ และขนไปรวบรวมไว้ที่ ค่ายทหารร้อย ร.5021  ซึ่งใบกระท่อมสดทั้งหมดมีน้ำหนักรวม 687 กิโลกรัม

         เจ้าหน้าที่บอกว่าระหว่างที่บุกเข้าไป บริเวณโกดังกลางสวนยางพารา ระหว่างทางมีต้นไม้ซึ่งขบวนการค้าใบกระท่อมสด นำมาดักถนนไว้หลายจุด ทำให้รถของเจ้าหน้าที่ผ่านไม่ได้ กว่าจะช่วยกันยกต้นไม้ออก ขบวนการผู้ค้าก็ไหวตัว หลบหนีทัน ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าเห็นขบวนการ วิ่งหนีไปตามแนวป่าประมาณ 2 คน คาดว่าจะเป็นคนเฝ้า โดยเจ้าหน้าที่จะได้สืบ สวนหาข่าวเพิ่มเติมว่า ใบกระท่อมสดทั้งหมดเป็นของใคร รวมทั้งนางจุไร เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ขอบคุณข้อมูล : 77 ข่าวเด็ด 77 จังหวัด

สำนักข่าวความมั่นคง

มทภ.4 ป็นประธานมอบบ้านให้กับนายบุรินทร์ คงทอง และครอบครัว

          วันนี้ ( 14 กันยายน 2562 เวลา 10.50 น. ) พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ. ศอ. จอส.904 วปร. ภาค 4 เป็นประธานมอบบ้านให้กับนายบุรินทร์ คงทอง และครอบครัว ก่อนมอบเกียรติบัตร เพื่อเป็นการขอบคุณผู้ที่มีส่วนร่วม สนับสนุนในการก่อสร้างบ้านและมอบสิ่ง ของเครื่องใช้ที่จำเป็น ให้กับนายบุรินทร์ ณ บ้านหลังใหม่ ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากกองทัพภาคที่ 4 ประชาชนจิตอาสา ร่วมแสดงความยินดี สร้างความปราบปลื้มใจให้กับเจ้าของบ้านเป็นอย่างมาก

          จากสถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็ง ได้สร้างผลกระทบและความเสียหายกับพื้นที่ป่าพรุเป็นจำนวนมาก แม้ปัจจุบันสถานการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้บ้านของ นายบุรินทร์ คงทอง ซึ่งเป็นชาวบ้าน ต.แม่เจ้าอยู่หัว ได้ถูกไฟลุกลามจนทำให้ไฟไหม้บ้านทั้งหล้ง นับว่าเป็นความเสียหายอย่างรุนแรงทั้งทางด้านทรัพย์สิน และขวัญกำลังใจ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ภาค 4 จึงได้สั่งการให้สร้างบ้านหลังใหม่ให้กับผู้ประสบภัยทันที โดยเริ่มดำเนินการสร้าง ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือกับสมาคมสื่อมวลชนนครศรี ธรรมราช เครือข่ายภาคเอกชน กองทุนและประชาชนจิตอาสา จนสามารถดำเนินการสร้างบ้านแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 ด้วยงบประมาณ 147,190 บาท ถือเป็นความร่วมมืออันยิ่งใหญ่ด้วยจิตใจที่อาสา เป็นกำลังใจที่ดีให้กับผู้ประสบภัยให้กลับมาดำเนินชีวิตด้วยความเข้มแข็งต่อไป


ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

รองนายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดงานประเพณีไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2562 ที่ ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยวจังหวัดยะลา

          เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. ที่ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยวจังหวัดยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา  นายอนุชิต กาญจนานุชิต รองนายกเทศมนตรีนครยะลา เป็นประธานเปิดงานประเพณีไหว้พระจันทร์ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ, ชาวไทยเชื้อสายจีน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

          ในโอกาสนี้ นายอนุชิต กาญจนานุชิต รองนายกเทศมนตรีนครยะลา ได้กล่าวอวยพรผู้ที่มาร่วมงานให้มีมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ก่อนที่จะร่วมรับประทานอาหารกับประชาชน

          สำหรับงานประเพณีไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2562 เทศบาลนครยะลา ร่วมกับ 4 องค์ กรจีน ประกอบด้วยมูลนิธิแม่กอเหนี่ยวจังหวัดยะลา มูลนิธิตุ้ยบ๋วยเต็งเนี่ยง (ศาลเจ้าแม่ทับ ทิมยะลา) มูลนิธิพระโพธิสัตว์อวกิเตศวร ยะลา และศาลเจ้าเค่งฮุดจี่ยะลา ได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย ทั้งนี้งานประเพณีไหว้พระจันทร์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 13 กันยายน 2562 ภายในงานมีการจัดซุ้มโต๊ะไหว้พระจันทร์ แจกขนมไหว้พระจันทร์ มีอาหารจีนโบราณ ให้ประชาชนที่มาร่วมงานกินฟรี มีการขับร้องเพลงจีน การเเสดงของชมรมวัฒนธรรมจีน และการประกวดธิดาน้อยพระจันทร์ยะลา การประกวดธิดาพระจันทร์ยะลา ซึ่งถือเป็นสีสัน และได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างมาก


ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

กองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นำกำลังพล และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมไหว้พระสวดมนต์

           เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. ที่ เขาพระศรีศากยมุณีพุทธโคดม ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พันเอก รักชาติ  รัตนาศักดิ์ รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานพิธีบำเพ็ญบุญไหว้พระสวดมนต์ทำวัตรเย็นเจริญจิตภาวนา เนื่องในวันพระ โดยนิมนต์  พระมหาอธิปัตย์ กิตติญาโณ พระลูกวัด วัดพุทธภูมิพระอารามหลวง แสดงธรรมเทศนา โดยมีกำลังพล และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

          กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจพุทธ ศาสนิกชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนเป็นการขับเคลื่อนผู้นำเครือข่ายพี่น้องไทยพุทธ  ในพื้นที ให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลดี และเกื้อกูลต่อการแก้ปัญหาให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นสุข


ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

นายกฯ ลงพื้นที่สมุย แก้ปัญหาระบบระบายน้ำ พัฒนาพื้นที่ ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว Samui Festival 2019

          เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 เวลา 14.00 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4 ร่วมคณะติดตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/รมว.กลาโหม เดินทางตรวจราชการและพบปะประชาชนในพื้นที่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ต.หน้าเมือง อ.เกาะสมุย ซึ่งเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพื่อการกุศล ในระดับอาชีวะศึกษา โดยนายกรัฐมนตรีได้นั่งรถรางเยี่ยมชมแปลงเกษตร ฟาร์มไก่ และพบปะพี่น้องประชาชนและนักศึกษา ก่อนเข้ากราบนมัสการพระภาวนาโพธิคุณ เจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล ซึ่งเป็นผู้ดำริให้มีรูปแบบการเรียนการสอนควบคู่กับการเรียนรู้ธรรมะตามรอยพระพุทธทาส

          ต่อมานายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางมายังสถานีสูบน้ำปลายคลองเฉวง (CP1) ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย เพื่อดูการทำงานของระบบระบายน้ำของสถานีสูบน้ำปลายคลองเฉลง (CP1) โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปโครงการพัฒนาพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จากอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

          หลังจากนั้นเดินทางเป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลท่องเที่ยวเกาะสมุย ครั้งที่ 4 : Samui Festival 2019” ณ บริเวณลานพรุเฉวง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ให้ประจักษ์สู่สายตาคนไทยและชาวต่างชาติ


ขอบคุณข้อมูล : สำนักปฏิบัติการข่าวสาร กอ.รมน.ภาค 4 สน.

สำนักข่าวความมั่นคง

นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมการเรียนการสอนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ โรงเรียนต้นแบบแห่งการปฏิรูปการศึกษา ในการใช้ ธรรมนำปัญญาแห่งแรกของประเทศไทย

          เมื่อวันที่ (13 ก.ย.62) เวลา 14.35 น. อ. เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมการเรียนการสอนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนา โพธิคุณ โรงเรียนต้นแบบแห่งการปฏิรูปการศึกษา ในการใช้ ธรรมนำปัญญาแห่งแรกของประเทศไทย

          โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีชมการเรียนการสอนภาษาจีน ณ ห้องเรียนภาษาจีน โดยกล่าวทักทายเด็กนักเรียนเป็นภาษาจีนว่า “หนีห่าว” และชมการวาดภาพดอกเหมย ศิลปะการตัดกระดาษรูปภาพต่าง ๆ รวมทั้งศิลปะการเขียนพู่กันจีน และเขียนชื่อ “ประยุทธ์” เป็นภาษาจีนลงในกระดาษสีแดง  และเยี่ยมชมห้องเรียนภาษาอังกฤษและห้องเรียนคอมพิวเตอร์  จากนั้นแวะชมโรงอาหารของวิทยาลัยอาชีวศึกษาฯ ร่วมสาธิตการทำอาหารใบเหลียงผัดไข่  เกี๊ยวหมูหมาล่า  ข้าวเหนียวน้ำตาลหวานร่วมกับพ่อครัวคนไทยและพ่อครัวต่างประเทศ และนั่งรถรางเยี่ยมชมแปลงเกษตร ฟาร์มไก่ บริเวณรอบวิทยาลัยฯ ก่อนเดินทางไปยังหอประชุมใหญ่วิทยาลัยอาชีวศึกษาฯ เพื่อพบประชาชนและนักศึกษา

          โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณที่มีการจัดการเรียนการสอนระดับอาชีวศึกษาที่มุ่งส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณภาพ เป็นโรงเรียนต้นแบบแห่งการปฏิรูปการศึกษาที่ใช้ธรรมนำปัญญาแห่ง  พร้อมขอบคุณมูลนิธิ  พร้อมขอให้สานต่อความเข้าใจบนพื้นฐานของสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ คนไทยต้องรักและสามัคคี ขอให้นำสิ่งเหล่านี้บรรจุอยู่หลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนมีหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญทั้งนี้  รัฐบาลพัฒนาคนโดยมุ่งเน้นเรื่องการศึกษา เน้นเสริมทักษะด้านภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยีดิจิตอล เพื่อประดิษฐ์คนให้ตรงตามความต้องการตลาดแรงงาน  โดยอบรมธรรมะควบคู่เข้าไปด้วย ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชดำรัสไว้ว่าความรู้ คู่คุณธรรม  ซึ่งทุกคนสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

          นายกรัฐมนตรียังได้หยิบยกศักยภาพ 3 อย่างของประเทศไทยที่สำคัญ คือ ธรรมขาติที่สวยงาม อาหารอร่อย  และรอยยิ้มสวยงาม ซึ่งเป็นเสน่ห์ของคนไทย ในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย ด้วยไมตรีจิตพร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เปิดเพลง “อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี” จากโทรศัพท์มือถือของตนเอง พร้อมกล่าวทึ้งท้ายว่า “เกิดเป็นคนไทย ตายอย่างไทย ต้องสำนึกในแผ่นดินไทย ซึ่งทุกคนต้องทำหน้าที่ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยด้วย”

——————–

ขอบคุณข้อมูล – กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

สมศักดิ์ ลงพื้นที่สุโขทัยรับฟัง แลกเปลี่ยนข้อมูลภัยแล้ง อุทกภัย พร้อมหาแนวทางพัฒนาลุ่มน้ำยม ชี้ ปม “แก่งเสือเต้น” ต้องดูผลดี-ผลเสียให้รอบด้าน

สมศักดิ์ ลงพื้นที่สุโขทัยรับฟัง แลกเปลี่ยนข้อมูลภัยแล้ง อุทกภัย พร้อมหาแนวทางพัฒนาลุ่มน้ำยม ชี้ ปม “แก่งเสือเต้น” ต้องดูผลดี-ผลเสียให้รอบด้าน

         วันที่ 15 กันยายน 2562 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ โดยมีพี่น้องประชาชนจาก จ.แพร่ และพะเยา มาเข้าพบ เพื่อพูดคุยถึงเรื่องการพัฒนาลุ่มน้ำยม และปัญหาภัยแล้ง-อุทกภัยในพื้นที่ ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหานั้น เรามี เช่น การสร้างเขื่อน การสร้างฝาย แต่ก็ยังมีคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังกลัวว่าจะมีผลกระทบต่อลูกหลานภายในวันข้างหน้า บริเวณดังกล่าวนั้นใกล้กับ “แก่งเสือเต้น”ทำให้คนที่เคยคัดค้านการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เกรงว่าหากมีการสร้างเขื่อนหรือฝาย จะกินพื้นที่ของบริเวณที่น้ำท่วมไปไกล เราจึงไม่อยากให้กระทบความรู้สึกตรงนั้น และเรื่องเดิมที่มีผลกระทบจิตใจอาจจะเกิดจากการได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ทำให้หลายคนเกิดความกังวล

          การลดระดับการก่อสร้างลง อาจจะไม่กระทบก็ได้ ซึ่งในวงสนทนาเราแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้เห็นด้วย ผู้ไม่เห็นด้วย และกลุ่มนักวิชาการ NGO ซึ่งเราต้องรับฟังเสียงของพวกเขาให้ครบถ้วน ว่าจะมีข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบกับคนในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน คงต้องหาทางสำรวจพูดคุยกับหลายๆ กลุ่มให้มากที่สุด ซึ่งขณะนี้การจะสร้างเขื่อนยังบอกไม่ได้ว่าจะมีหรือไม่ หรือจะมีแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งทางอื่นอย่างไร อยู่ที่ประชาชนในพื้นที่และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นว่า คุ้มค่าที่จะทำหรือไม่ ต้องรอดูต่อไป ทั้งนี้ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ แต่ในฐานะคนในพื้นที่ก็อยากที่จะรับฟังและช่วยสะท้อนสิ่งต่างๆ ไปยังส่วนที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เราต้องรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน” นายสมศักดิ์ กล่าว…

—————————

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย