ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหญิง สตรี “รัก ดี จริง”ที่จัดขึ้นตามนโยบายของแม่ทัพภาคที่ 4

          ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหญิง สตรี “รัก ดี จริง” กำลังเจ้าหน้าที่ ที่จัดขึ้นตามนโยบายของ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่เน้นใช้สตรีช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยความรัก ความดี และความจริงใจ ในการแก้ไขปัญหา

          ตลอดจนประสานการทำงานร่วมกับกลุ่มสตรีในชุมชน หมู่บ้าน เพื่อให้มีความรู้ และสามารถปฏิบัติงานการเมืองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเข้าใจกับประชาชนกลุ่มสตรี ในลักษณะ ผู้หญิง ถึง ผู้หญิง เพื่อให้มีส่วนร่วมสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน


ขอบคุณข้อมูล : สำนักปฏิบัติการข่าวสาร กอ.รมน.ภาค 4 สน. /เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง

แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการพูดคุยเพื่อสันติสุขในพื้นที่ จชต.

มทภ.4 ยืนยัน “การแก้ไขปัญหาโดยใช้ความรุนแรงตอบโต้ ไม่ใช่หนทางของการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน หนทางเดียวในการจะนำสันติสุขกลับคืนมา คือการหันหน้าพูดคุยกันด้วยความจริงใจ ด้วยสันติวิธี”

          เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 13.30 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ. รมน.ภาค 4 ในฐานะหัวหน้าคณะประสานงานระดับพื้นที่ เป็นประธานในการประชุม คณะประ สานงานระดับพื้นที่ ครั้งที่ 5/2562 เพื่อขับเคลื่อนงานหนุนเสริมการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้บรรลุผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ ในการนำสันติสุขกลับคืนสู่จังหวัดชาย แดนภาคใต้ ร่วมกับคณะประสานงานและส่วนที่เกี่ยวข้อง สะท้อนทุกปัญหาและความต้อง การ เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงาน และเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไป ณ ห้องจะบังติกอ โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี

         กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ให้คณะประสานงานระดับพื้นที่มีภาระหน้าที่ ช่วยกันสร้างสภาวะแวดล้อม ให้เกื้อกูลและเอื้ออำนวยต่อกระบวนการพูดคุย รวบรวมความต้องการ และสะท้อนความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ ปูทางไปสู่กระบวนการสร้างการพูดคุย เพื่อนำพาสันติ สุขกลับคืนมาโดยเร็ว

         โดยแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ” ที่ผ่านมาคณะประสานงานระดับพื้นที่ ได้ดำเนินงานตามแผนงานและโครงการที่ได้วางไว้ มีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ เนื่องจากได้ลงพื้นที่ รับทราบปัญหาและเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน การพูดคุยสันติสุขถือเป็นวาระแห่งชาติและเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่เปิดโอกาสในการพูดคุยกับทุกกลุ่ม สร้างความสัม พันธ์และความร่วมมืออันดี เพื่อความต้องการยุติการใช้ความรุนแรง โดยยืนยันว่า การแก้ไขปัญหาโดยใช้ความรุนแรงตอบโต้ ไม่ใช่หนทางของการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน หนทางเดียวในการจะนำสันติสุขกลับคืนมา คือการหันหน้าพูดคุยกันด้วยความจริงใจ ด้วยสันติวิธี เข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งร่วมกัน เพราะสิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งสันติสุขและความสงบสุข ให้เกิดเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมในระดับพื้นที่ ต่อไป”


ขอบคุณข้อมูล : สำนักปฏิบัติการข่าวสาร กอ.รมน.ภาค 4 สน.

สำนักข่าวความมั่นคง

บุกทลายโกดัง! ในพื้นที่หาดใหญ่ ยึด’ยาแก้ไอ-ใบกระท่อม’ มูลค่ากว่า190,000 บาท

         เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 00.20 น. พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก. สภ. หาดใหญ่, พ.ต.ท.รณน สุระวิทย์ รอง ผกก.ป.สภ.หาดใหญ่, พ.ต.ต.เฉลียว อนุสาร สวป. สภ.หาดใหญ่, ร.ต.อ.เอกพงษ์ ขวัญหมัด รอง สวป.สภ.หาดใหญ่ พร้อมด้วยสายตรวจตำบลคลองแห เข้าตรวจค้นภายในบ้านเลขที่ 159/32 ม.1 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ ของนายดง เกี้ยวสันเทียะ อายุ 46 ปี ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งพักใบกระท่อมและยาแก้ไอรายใหญ่ ใน อ.หาดใหญ่ โดยพบว่ามีการดัดแปลงโรงจอดรถเป็นโกดังย่อมๆ เก็บใบกระท่อมและยาแก้ไอจำนวนมาก ด้านหน้าใช้ผ้าปิดอำพรางเอาไว้

         จากการตรวจค้น พบใบกระท่อมถูกกองรวมกันไว้เต็มลานจอดรถ จำนวน 250 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 600 บาท มูลค่า 150,000 บาท และยาแก้ไอ 8 ลังใหญ่ จำนวน 800 ขวด มูลค่า 40,000 บาท รวมมูลค่าของกลางที่ยึดได้ทั้งหมดกว่า 190,000 บาท และเป็นการทลายแหล่งพักและจำหน่ายยาแก้ไอและใบกระท่อมแหล่งใหญ่ของ จ.สงขลา

         สำหรับการจับกุมครั้งนี้ เป็นการขยายผลมาจากกับจับกุม นายดง เจ้าของบ้านขณะขับรถเก๋งขนใบกระท่อมมาในกระโปรงท้ายรถจำนวน 5 กิโลกรัม และถูกตำรวจสายตรวจคลองแห ซึ่งตั้งจุดสกัดบริเวณใกล้สะพานดำ ต.คลองแห เรียกตรวจและจับได้ก่อนขยายผลไปตรวจค้นที่บ้านพักและพบถูกใช้เป็นโกดังย่อยๆ เก็บใบกระท่อมและยาแก้ไอเป็นจำนวนมาก

         จากการสอบสวนทราบว่าใบกระท่อมสั่งมาจากเอเย่นต์ชายแดนไทยมาเลเซีย อ. สะเดา และมาส่งให้ถึงบ้านรวมถึงยาแก้ไอ ซึ่งสั่งตรงมาจากเอเย่นต์ใน อ.หาดใหญ่


ขอบคุณข้อมูล : News

สำนักข่าวสมาคมตำรวจ

รองผู้ว่าฯ ปัตตานี อัญเชิญพวงมาลาหลวงวางหน้าหีบศพ “อส.พงศักดิ์” ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี อัญเชิญพวงมาลาหลวงวางหน้าหีบศพ “อส.พงศักดิ์ ยอดใจ” เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

          วันนี้ (18 ก.ค.) ที่วัดปุหลน ต.ช้างให้ตก อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี อัญเชิญพวงมาลาหลวงไปวางที่หน้าหีบศพ นายพงศักดิ์ ยอดใจ อายุ 30 ปี อาสาสมัครกองรักษาดินแดน เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ สร้างความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

         ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดังกล่าวเป็นชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ จำนวน 6 นาย โดยเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพราน 43 จำนวน 1 นาย เป็นหัวหน้าชุด และ อส.จำนวน 5 นาย ใช้รถจักรยาน ยนต์ จำนวน 3 คัน เดินทางออกจากฐาน เพื่อไปรับครูโรงเรียนบ้านควนประ เมื่อมาถึงโรงเรียนแล้วเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 นาย ได้จัดกำลังในการส่งครูออกจากโรงเรียน โดยให้คณะครูขับรถยนต์นำหน้า ส่วนเจ้าหน้าที่ขับตามหลัง แต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในป่าข้างทาง ก่อนจะกดระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ที่วางไว้ริมถนนจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ รถกระเด็นตกข้างทาง เจ้าหน้าที่ที่เหลือจึงใช้อาวุธปืนประจำกายยิงเข้าไปในป่าเพื่อสกัดกั้นการถูกโจมตี ก่อนที่คนร้ายจะล่าถอยเข้าไปในป่า

          หลังจบเหตุการณ์ นายพงศักดิ์ ยอดใจ ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าศีรษะ เจ้าหน้าที่ได้เร่งส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลโคกโพธิ์ทันที ซึ่งอาการสาหัส แพทย์จึงต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลปัตตานี แต่เนื่องจากบาดแผลฉกรรจ์ และเสียเลือดมากจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา


ขอบคุณข้อมูล : ผู้จัดการออนไลน์


“จะให้หายใจต่อไปยังไง…” เสียงร่ำไห้ภรรยา อส.

เหตุโจมตีชุดคุ้มครองตำบล หรือ ชคต. ทำหน้าที่คุ้มกันครูจากโรงเรียนกลับบ้าน เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ก.ย.62 มีความสูญเสียร้ายแรงกว่าที่คาด เพราะนอกจากอาสารักษาดินแดน หรือ อส.ที่ภรรยากำลังตั้งครรภ์ เสียชีวิตไป 1 นายในวันเกิดเหตุแล้ว ถัดมาอีก 1 วันยังมี อส.สิ้นใจตามไปอีก 1 นาย 

          อส.ที่เสียชีวิตเพิ่ม คือ อส.พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ รักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานีได้เพียง 1 คืนก็สิ้นใจ รายละเอียดของเหตุการณ์ เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ชคต.นาประดู่ จำนวน 6 นาย เป็นทหารพราน 1 นาย ทำหน้าที่หัวหน้าชุด และอส. 5 นาย ใช้รถจักรยานยนต์ 3 คันเดินทางออกจากฐานปฏิบัติการเพื่อไปรับครูโรงเรียนบ้านควนประ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

          เมื่อถึงโรงเรียนแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้ง 6 นายได้จัดกำลังส่งครูออกจากโรงเรียน โดยให้คณะครูขับรถยนต์นำหน้า ส่วนเจ้าหน้าที่ขี่จักรยายนต์ตามหลัง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในป่าข้างทาง กดจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัมที่วางดักไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้รถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่กระเด็นตกข้างทาง กำลังชคต.ได้รับบาดเจ็บ แต่ทั้งหมดก็ยังแข็งใจใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้คนร้ายที่พยายามใช้อาวุธปืนยิงโจมตีซ้ำ ก่อนที่คนร้ายจะล่าถอยไป

         หลังสิ้นเสียงปืน อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว และ อส.พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ ได้รับบาดเจ็บ อา การสาหัส อส.พัลลภ เสียชีวิตไปก่อนในวันเกิดเหตุ จากนั้น อส.พงษ์ศักดิ์ ก็สิ้นใจตามไปอีกคน ครอบครัวของ อส.พัลลภ ได้เคลื่อนศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดทรายขาว ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญพวงมาลาหลวงไปวางหน้าหีบศพ อส.พัลลภ ยังความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวของ อส.อย่างหาที่สุดมิได้

         นอกจากนั้นยังมีพวงหรีดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพวงหรีดของปลัดกระทรวงมหาด ไทยด้วย ทั้งยังมีการมอบเงินเยียวยาจำนวน 5 แสนบาทให้กับครอบครัวในเบื้องต้น พร้อมเหรียญบางระจัน เพื่อเชิดชูเกียรติแด่วีรชนผู้กล้าที่เสียสละชีพเพื่อความสงบเรียบร้อยของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

จากนั้นมีพิธีรดน้ำศพ โดยมี น.ส.พิชชาภรณ์ เกษมศรี ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ นั่งอยู่เคียงข้างร่างของสามี ท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้า

          อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว อายุ 26 ปี เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานกับ น.ส.พิชชาภรณ์ หรือ “น้องเดียร์” เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมานี่เอง ขณะนี้ น.ส.พิชชาภรณ์ กำลังตั้งท้องลูกคนแรก การสูญเสีย อส.พัลลภ จึงเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว และ น.ส.พิชชาภรณ์ ยังทำใจไม่ได้ โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพในเฟสบุ๊คส่วนตัว เป็นภาพถ่ายเคียงคู่กับสามีด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข แต่กลับเขียนข้อความว่า “ช่วยมาสอนเค้าหน่อยว่าให้เค้าหายใจต่อไปยังไง” ทำให้บรรดาเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊คพากันเข้าไปให้กำลังใจให้เข้มแข็ง 

         ส่วน อส.พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ ที่เสียชีวิตเป็นรายที่ 2 มีอายุ 30 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลปัตตานี เมื่อเวลา 14.30 น. วันอังคารที่ 17 ก.ย. ครอบครัวได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดปุหลน ต.ช้างให้ตก อ.โคกโพธิ์ ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญพวงมาลาหลวงของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ วางหน้าหีบศพของ อส.พงษ์ศักดิ์ รวมทั้งอัญเชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ครอบครัวของ อส.ที่เสียชีวิตทั้ง 2 นายด้วย

          พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้สั่งการเร่งรัดให้การช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้นและจัดการศพอย่างสมเกียรติที่สุด


ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวอิศรา

สำนักข่าวความมั่นคง

‘ในหลวง’พระราชทานพวงมาลาหลวง วางหน้าหีบศพ’พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ’

          18 ก.ย.62 เวลา 15.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญพวงมาลาหลวง พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและใช้อาวุธสงครามยิงชุดปฏิบัติการลาดตระเวนเส้นทางและรักษาความปลอดภัยครู ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ บริเวณบ้านควนประ หมู่ที่ 5 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 และตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดปุหรน ต.ช้างให้ตก อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 

          ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ,สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ,ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ ,พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ,

          สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ,สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ,พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดป้ตตานี เชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทาน วางที่หน้าหีบศพด้วย


ขอบคุณข้อมูล : แนวหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ปรับทุกข์ ผูกมิตร ไม่คิดหวาดระแวง ช่วยกันคิด ร่วมกันทำ คือ หนทางที่จะนำไปสู่การเกิดสันติสุขในพื้นที่อย่างแท้จริง

          วันนี้ ( 18 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. ) พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมสัมมนา “บทบาทโต๊ะครูกับการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อสร้างความเข้าใจในภารกิจ และบทบาทของโต๊ะครูในการสร้างสันติสุข ณ ห้องประชุมคณะวิทยาการ มหาวิทยา ลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยมี โต๊ะครู ทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้, สำนักงานการศึกษานอกโรงเรียน, สถาบันการศึกษาเอกชนจังหวัด และอำเภอ ร่วมรับฟังการบรรยายและเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกว่า 500 คน

          การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถานศึกษาปอเนาะได้เข้ามามีบทบาทในการสร้างความสันติสุขในพื้นที่ และเพื่อสะท้อนปัญหา รวมทั้งข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาในสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการนำเอาข้อมูลปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ร่วมกันคิด วิเคราะห์ปัญหา และหาทางออกร่วมกัน โดยจะต้องตรงตามความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง และจะต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชน ในสถานศึกษา สอดคล้องกับ แนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

          โดยแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ” ในนามของหน่วยงานความมั่นคง ผมมีความตั้งใจอย่างสูงที่จะมาพบปะพูดคุยกับทุกท่านในวันนี้ เพราะเราต่างมีประสบการณ์ เข้าใจในสถานการณ์ และความต้องการของคนในพื้นที่ เป้าหมายที่ต้องการร่วมกัน คือความสันติสุข ผมจึงน้อมนำเอายุทธศาสตร์ “การเป็นคนดี” มาทำงาน ผมเชื่อว่า “คนดีเท่านั้นที่จะทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้” เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา ปกป้องและยุติความรุนแรง และวิธีที่ดีที่สุดในวันนี้ก็คือ “การพูดคุย” บางท่านบางกลุ่มอาจจะมีความเห็นต่าง ก็ขอให้ใช้ความจริงเขาพูดคุยกัน ไม่ใช่ความรุนแรงมาทำร้ายกัน “การปรับทุกข์ ผูกมิตร ไม่มีความหวาดระแวง ร่วมคิด ร่วมกำหนดแนวทาง และร่วมทำ” คือ หนทางที่จะนำไปสู่ การเกิดสันติสุขต่อพื้นที่อย่างแท้จริง


ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 3/2562

         วันนี้ (19 กันยายน 2562) เวลา 10.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่3/2562  โดยมีคณะผู้บริหารสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารสำนักงาน ก.พ. และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยว ข้องเข้าร่วมด้วย  ก่อนการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการฯ และถ่ายภาพคู่ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงฯ ที่จะครบเกษียณอายุราชการฯ จำนวน 10 คน ณ บริเวณโถงตึกไทยคู่ฟ้าด้วย

         โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวต่อที่การประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการในวันนี้ว่า  ให้ความสำคัญหากไม่ติดภารกิจสำคัญ และจะเข้าร่วมประชุม ฯ ทุกครั้ง เพราะส่วนราชการระดับกระทรวงฯ ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการบริหารราชการ และการขับเคลื่อนประเทศในทุกมิติตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดไว้ ทั้งแผนงาน โครงการต่าง ๆ เพื่อร่วมผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ 20 ปี ตลอดจนการปฏิรูปและการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งทั้งแผนงาน แผนเงิน รวมถึงการแก้ปัญหาให้กับประชาชน เพื่อให้การดำเนินงานต่าง ๆ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนร่วมกันสร้างความเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องให้กับประชาชน เพื่อช่วยกันป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้องที่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งขึ้น โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลประชา สัมพันธ์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ให้ใช้และเขียนข้อความที่สั้นกระชับเข้าใจง่ายและมีความชัด เจน

         ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงฯ ที่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้ ที่ได้สนับสนุนและทำงานร่วมกับรัฐบาลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการฯ ถือเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนภาคภูมิใจในการเป็นข้าราช การ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ที่ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติและขอให้เชื่อมั่นและศรัทธาในการทำความดีงามที่ตนเองได้ทำแม้สิ่งที่ทำไม่มีใครเห็น แต่ขอเพียงตนเองรู้ในความดีที่ตนเองทำก็พอ เพราะคนดีไม่มีวันตายจากความทรงจำ หากมีเรื่องใดที่ต้องการเสนอแนะนายกรัฐมนตรีพร้อมยินดีที่จะรับฟังและจำนำมาพิจารณาเพื่อดำเนินการตามความเหมาะสม และขอให้ทุกคนได้ใช้ช่วงเวลาหลังเกษียณอายุราชการอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขและดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รวมทั้งขอให้นำความรู้และประสบการณ์การทำงานถ่ายทอดส่งต่อให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาและคนรุ่นต่อไป เพื่อจะได้ช่วยกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปสู่เป้าหมายที่กำหนด

          พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบของที่ระลึกให้แก่หัวหน้าส่วนราชการฯ ที่ครบเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2562 จำนวน 10 คน


ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

จีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับไทย และพร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกันในทุกด้าน

          วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562) เวลา 09.00 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายซ่ง เทา (H.E. Mr. Song Tao) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ภายใต้คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

         นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดี และขอบคุณที่จีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนที่ใกล้ชิดในทุกระดับ โดยการเยือนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ฯ ในครั้งนี้ มีส่วนสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ และความร่วมมือในระดับพรรค การเมืองระหว่างประเทศไทยกับจีนให้แน่นแฟ้น ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีของการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศของจีน ในโอกาสนี้ ทราบว่าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจะเสด็จร่วมพิธีทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รัฐมิตราภรณ์ ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิงจะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย

         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ฯ ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความร่วมมือและสนับ สนุนความสัมพันธ์ไทย-จีนในทุกมิติ การมาเยือนไทยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการสานต่อและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาลและระหว่างพรรคการเมืองของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้น ใกล้ชิด ทั้งนี้ ชื่นชมการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีที่เห็นได้ชัดว่ามีความพัฒนาอย่างก้าวหน้า ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชา ชนดีขึ้น ประเทศจีนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความสัมพันธ์กับไทยมาก โดยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่จะทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพมีผู้ได้รับเพียง 6 ท่าน จากทั่วโลก ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ฯ ได้ส่งความปรารถนาดีที่นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ฝากมาถึงนายกรัฐมนตรี

         ทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกันในทุกด้าน ด้านการเมือง สร้างความเข้าใจ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ด้านเศรษฐกิจ พร้อมให้ความร่วมมือความเชื่อมโยงทางนโยบาย อาทิ EEC ของไทย กับ GBA ของจีน ด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐ มนตรีขอบคุณ ที่คนจีนยังเดินทางมาเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่องไทยพร้อมดูแลและสนับสนุนการท่องเที่ยวระหว่างกัน และทั้งสองฝ่ายพร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันในด้านอื่นๆ อาทิ การศึกษา เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ฯ ได้เชิญให้ฝ่ายไทยไปศึกษาดูงานด้านต่างๆ ที่มีความสนใจ

          นอกจากนี้ จีนชื่นชมการเป็นประธานอาเซียนของไทย และพร้อมสนับสนุนบทบาทของไทยในระดับอนุภูมิภาคและภูมิภาค ทั้งในกรอบ ACMECS ในฐานะ Development Partner โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ฯ เชื่อมั่นว่า การเจรจาอย่างใกล้ชิดในภูมิภาคจะทำให้สามารถบรรลุการแก้ไขปัญหาต่างๆได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณที่จีนให้ความสำคัญกับบทบาทของไทยในภูมิภาค และขอให้จีนสนับสนุนให้ผลการเจรจา RCEP สำเร็จภายในปีนี้

         อนึ่งในตอนท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ฯ ได้มอบแผ่นป้ายภาษาจีน “เหอจั้วก้งอิ๋ง” ที่มีความหมายว่า “ความร่วมมือที่ให้ประโยชน์กับทุกฝ่าย” แด่นายกรัฐมนตรี


ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี รวบผู้ต้องหาก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ กลางเมืองจันทบุรี

          เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้ติดตามจับกุมตัว นายสุวิทชาญ นัทธีประเสริฐ หรือโอ อายุ 26 ปี เป็นคนตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ได้พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า มีโอ สีขาว หมายเลขทะเบียน กวพ 70 จันทบุรี ที่จอดอยู่บริเวณริมสวนสาธารณะทุ่งนาเชย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ไปออกกำลังกายพบ นายสุวิทชาญ นัทธีประเสริฐ ผู้ต้องหานอนอยู่ จึงได้ขอตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลตามภาพจากกล้องวงปิดจริง และจากการสอบถามนายสุวิทชาญ นัทธีประเสริฐ ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์จริง จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่สถานตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี

         ซึ่งนายสุวิทชาญ นัทธีประเสริฐ บอกว่าตนเองมาหางานทำในตัวเมืองจันทบุรี และเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 13.00 น.-14.00 น. ได้เดินไปตามที่ต่างๆ จังหวะเดินผ่านไปทางถนนศรีจันท์ ได้เห็นรถจักรยานยนต์ จอดเสียบคากุญแจอยู่ จึงได้เดินวนดูจนปลอดคนจึงได้ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ไป เพื่อขี่เที่ยวและขี่กลับบ้านในพื้นที่ตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี จากนั้นวันที่ 18 กันยายน 2562 ได้ขี่รถจักรยานยนต์ กลับมาในตัวเมืองจันทบุรี และได้กลับมานอนพักอยู่ที่ริมสวนสาธารณะทุ่งนาเชย และได้จอดรถจักรยานยนต์ ไว้ริมทาง จนมีตำรวจมาเรียกและนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้ดู ทำให้ นายสุวิทชาญ นัทธีประเสริฐ จำนนด้วยหลักฐานจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุขโมยรถจักร ยานยนต์จริง ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ ก่อนส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนถึงผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เวลาจอดรถทุกครั้งให้ดึงกุญแจรถออก และล๊อกคอรถให้ดีทุกครั้ง


ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก