สตม.ร่วมมือหน่วยสืบสวน Homeland Security ของสหรัฐฯ จับกุมชาวอเมริกันหลบหนีคดีในไทย

         วันนี้​ วัน​จันทร์ที่ 23 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม​ พร้อม​ด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ. รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ ผกก.ตม.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมแถลงข่าว สตม.รวบหนุ่มอเมริกา overstay เกือบ 2,000 วัน ติดหมายจับคดียาเสพติดและครอบครองอาวุธร้ายแรง

         พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 17 ก.ย.62​ ได้รับการประสานงานจากหน่วยสืบสวน เพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Investigations: HSI) เป็นกรณีเร่งด่วน ว่าได้มีคนร้ายข้ามชาติชาวอเมริกัน คือ นายเดริก (Derick) (ขอสงวนนามสกุลตามข้อตกลงการสืบสวนระว่างประเทศ) ซึ่งมีประวัติก่ออาชญากรรมตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 ใน 2 รัฐของสหรัฐอเมริกา คือ รัฐเวอร์จิเนีย และ นอร์ท แคโรไลนา

          เคยถูกจับในข้อหาครอบครองวัตถุระเบิด ลักทรัพย์โดยมีเหตุเพิ่มโทษ บุกรุกเพื่อลักทรัพย์ ละเมิดอำนาจศาล ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ขู่ว่าจะวางระเบิด ขับรถขณะเมาสุราหรือสารเสพติด จำหน่ายกัญชา ครอบครองอาวุธอันมีเหตุเพิ่มโทษ ล้วงกระเป๋า รับของโจร และ ลักทรัพย์จำนวนมาก และเป็นผู้มีหมายจับของศาลในรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ในข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่ายกัญชาและครอบครองอาวุธร้ายแรง

          จนกระทั่ง​เมื่อประมาณต้นเดือนกันยายน 2562 ทางการสหรัฐอเมริกาได้ทราบว่านายเดริกฯ​ ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.57 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 19 ต.ค.57 แต่ไม่ปรากฎว่ามีการเดินทางออกหรือขออยู่ต่อฯ แต่อย่างใด จึงได้แจ้งให้หน่วย HSI ประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ประสานงานกับ สตม. ว่า

          นายเดริกฯ​ เป็นบุคคลที่มีหมายจับและต้องคดีอาญาหลายคดีดังกล่าว เป็นบุคคลอันตรายต่อสังคมและประเทศไทย พล.ต.ต.อาชยนฯ จึงได้สั่งการให้กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตรวจคนเข้าเมือง 3 เร่งรัดสืบสวนติดตามกับหน่วย HSI จนทราบว่านายเดริกฯ​ อาจหลบหนีอยู่ในพื้นที่อำเภอหัวหิน จึงได้มีปฏิบัติการบูรณาการความร่วมมือกับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำการสืบสวนและจับกุมตัวนายเดริกฯ​ ดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองต่อไป

          ในการติดตามครั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานกับ HSI และหลายหน่วยงานของสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด จนสืบทราบถึงแหล่งที่หลบซ่อนตัวของนายเดริกฯ โดยได้บูรณาการการทำงานระหว่างตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั้งส่วนกลาง ในพื้นที่และต่างประเทศ โดยได้นำเอาระบบ Biometrics มาใช้ในการติดตามตรวจสอบจนทราบแหล่งที่อยู่ จนสามารถจับกุมคนร้ายข้ามชาติหลบหนีกบดานในไทยได้ในที่สุด

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชา​สัมพันธ์​ให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ มหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“เสมา​ 3″ ลงพื้นที่ สังขละบุรี จุดเริ่มต้นของการจัดการศึกษาแก่เด็กๆ ผู้ยากไร้

“ครูโอ๊ะ” ลุยข้ามเขา ทลายทุกข้อจำกัดลงพื้นที่ “Bamboo School” สังขละบุรี จุดเริ่มต้นของการจัดการศึกษาแก่เด็กๆ ผู้ยากไร้ตามแนวชายขอบของประเทศไทย

         วันที่​ 20 ก.ย.62​ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี เขต1, นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ, นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ, นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ รองเลขาธิการ กช. และคณะลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการจัดการศึกษาโรงเรียนลาซาลสังขละบุรี และเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนของศูนย์ “Bamboo School” จุดเริ่มต้นของการจัดการศึกษาแก่เด็กๆ ผู้ยากไร้ตามแนวชายขอบของประเทศไทย โดยมูลนิธิลาซาลแห่งประเทศไทย

         รมช.ศึกษาธิการฯ เปิดเผยว่า ตนตั้งใจที่จะเดินทางมาอำเภอสังขละบุรี เพื่อสร้างความเท่าเทียมและความเสมอภาคด้านการศึกษาให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ เนื่องจากอำเภอสังขละบุรีตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทย-พม่า ซึ่งประชากรที่นี่นอกจากมีคนไทยแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หลายเชื้อชาติ เช่น กะเหรี่ยง, พม่า, มอญ และลาว บางคนยังไม่ได้รับสถานะความเป็นพลเมืองไทย ทำให้เด็กที่เกิดมาไม่สามารถรับสิทธิขั้นพื้นฐานได้ และขาดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขาดความรู้เรื่องสาธารณสุขตลอดจนการประกอบอาชีพ เนื่องจากการบริการของรัฐยังไม่ครอบคลุมบุคคลกลุ่มนี้ โดยวันนี้ได้ตั้งใจลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์การเรียนลาชาล (Bamboo School) และโรงเรียนลาซาล สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

         โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอชื่นชม การจัดการศึกษาของ โรงเรียนลาซาลสังขละบุรี ซึ่งคณะลาซาลได้ดำเนินการ จัดการศึกษาให้แก่เด็กผู้ยากไร้ตามแนวชายขอบของประเทศโดยเริ่มจากการเป็นศูนย์การเรียนรู้ Bamboo School และได้ขยายเป็นโรงเรียนลาซาลสังขละ บุรี ในปัจจุบัน เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

          โดยโรงเรียนไม่มีการเก็บค่าเทอม ค่ารถรับส่งหรืออาหารกลางวันใดๆจากผู้ปกครอง ซึ่งตลอดระยะเวลา 12 ปีได้ดำเนินกิจการตามเจตนารมณ์ของมูลนิธิลาซาล คือ การสร้างอนาคตที่ดีให้กับเด็กๆทุกคนด้วยการศึกษาโดยเฉพาะผู้ยากไร้ และขอขอบคุณเครือคาทอลิคที่ได้เข้ามาช่วยรัฐบาลจัดการศึกษาให้กับเด็กดูแลอย่างมีเมตตา ด้วยความรัก โดยไม่เลือกสัญชาติ ศาสนา โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

          พร้อมปลูกฝังให้มีความรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่ดีในการเตรียมเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตามโรงเรียนยังมีงบประมาณที่จำกัดเนื่องจากเด็กส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับสัญชาติ จึงไม่ได้รับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว เนื่องด้วยยังมีข้อจำกัดในเรื่องของข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้จะประชุมหารือกับคณะทำงาน เพื่อหาวิธีแก้ไขต่อไป เบื้องต้นได้มอบหมายให้ศึกษาธิการจังหวัด หาแนวทางแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด โดยจะต้องทลายทุกข้อจำกัดและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.3​ รวบแก๊งโพสต์ในเฟสบุ๊คให้สินเชื่อ หลอกขอรหัส OTP

สตม.รวบ 2 หนุ่มอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคาร หลอกขอข้อมูลส่วนตัว แล้วใช้แอปโอนเงินออนไลน์โอนเงินของผู้เสียหายเข้าบัญชีที่เตรียมไว้ พบผู้เสียหายมากถึง 12 คน

         วันนี้​ วัน​จันทร์ที่ 23 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม​ พร้อม​ด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ. ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ปส.3 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รอง ผบก.ภ. จ. นครศรีธรรมราช ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กุลัตถ์นาม รอง ผบก.กฝ.บช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร รอง ผบก.สกส.บช.ปส. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.ฝอ.ศทก.ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.รังสิมันต์ สง เคราะห์ธรรม ผกก.กลุ่มงานการมีส่วนร่วมของประชาชน ผอ.สยศ. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.สมพงษ์ มั่นหมาย ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ทล.ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุล ผกก.ฝอ.บก.สส.ภ.4 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ปฏิบัติราชการ สตม. และพ.ต.อ.ณรงค์ ชนะภัยกุล ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส. ปฏิบัติราชการ สตม.

         ชุดจับกุม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สตม. ชุดปฏิบัติการสืบสวนที่ 2 นำโดย พ.ต.ต.บรรจง ทัพภูมี สว.ฝอ.บก.น.1 ปรก.สตม., ร.ต.อ.สุนทร บัวสอน รอง สว.สส.บก.ตม.3, ร.ต.อ.ภูริศ คำหมื่น รอง สว.(สอบสวน) สน.ท่าข้าม ปรก. สตม., ร.ต.ท.วิภู อิทธิกมลกุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.โพธิ์แก้ว ปรก.สตม., ร.ต.ท.วัชรพงศ์ ศิรินทร์วงศ์ รอง สว.กก.2 บก.สส.สตม., ด.ต.สมคิด คำสวัสดิ์ ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น.1 ปรก.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด กก.สส.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์​ ร่วมแถลงข่าวการจับกุม นายวรวัช ตามหมายจับศาลจังหวัดหัวหิน ที่ 189/2562 ลง 13 กันยายน 2562 ฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อ โกงประชาชน” และนายกานต์ บุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดหัวหิน ที่ 190/2562 ลง 13 กันยายน 2562 ฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​ เมื่อเดือน มิถุนายน ถึง สิงหาคม 2562 กลุ่มผู้เสียหายรวม 12 ราย ได้รับการติดต่อจากคนร้ายทางสื่อโซเชี่ยลแอพพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค (Facebook) โดยใช้ชื่อว่า “Peerapong” โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารไทยพาณิชย์เสนอให้ผู้เสียหายทำการกู้ยืมเงิน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจะให้เปิดบัญชีของธนาคาร ไทยพาณิชย์และให้มีเงินคงเหลือในบัญชี (เงินนอนบัญชี)

          จากนั้นจะหลอกลวงผู้เสียหายขอข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัว วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัญชีธนาคาร รหัสโอทีพี (OTP) ฯลฯ โดยคนร้ายจะนำหมายเลขบัญชีธนาคารของผู้เสียหายไปลงในแอพพลิเคชั่นการโอนเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือของธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB Easy App

          หลังจากนั้นจะทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายไปเข้าบัญชีธนาคารของคนร้ายที่เปิดรองรับไว้โดยวิธีโพสต์หลอกซื้อบัญชีธนาคารในโซเชี่ยลกลุ่มต่างๆ โดยอ้างว่าจะนำบัญชีไปใช้หมุนเวียนการเล่นพนันฟุตบอล และหวย ในราคาบัญชีละ 1,000 บาท เมื่อเงินเข้าบัญชีแล้วจะไปทำการถอนเงินสดออกโดยไม่ใช้บัตรเอทีเอ็ม หรือ Cardless ธนาคารไทยพาณิชย์ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหาย 12 ราย​ รวมความเสียหาย 313,650 บาท

         จึงได้รวบรวมข้อมูลโดยส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน ฝ่ายป้องกันอาชญากรรมทาง การเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมทำการสืบสวนจนทราบตัวคนร้าย คือ นายวรวัชฯ ซึ่งทำหน้าที่ หลอกลวง/ซื้อบัญชีทางโซเชี่ยล/โอนเงินจากบัญชีผู้เสียหายโดยขอรหัส OTP ไปเข้าบัญชีที่หลอกลวงซื้อมา แล้วทำรายการถอนเงินโดยไม่ใช้บัตรเอทีเอ็ม หรือ Cardless และนายกานต์ฯ ซึ่งทำหน้าที่นำรหัส Cardless ตระเวนถอนเงินสดที่ได้จากการหลอกลวงจากตู้เอทีเอ็มในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ราย งานการสืบสวน ส่งมอบให้ พงส. สภ.หัวหิน และต่อมาศาลจังหวัดหัวหิน ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ทั้งสองคน

          ต่อมาในวันที่ 21 กันยายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน ได้พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน ดำเนินคดี โดยผู้ต้องหารับว่าเคยถูกหลอกลวงโดยวิธีการนี้มาก่อนและเคยไปแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับคนร้ายดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ ผู้ต้องหาจึง ไปสอบถามวิธีการของคนร้ายจนเข้าใจ จากนั้นจึงนำวิธีการเดียวกันดังกล่าวไปหลอกลวงบุคคลอื่นเรื่อยมา จนมีผู้เสียหายหลายราย

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองนายกฯ อนุทิน ร่วมเป็นพยานในพิธีลงนาม MOU พม. ร่วมกับ สธ. พัฒนาระบบการดูแลทางจิตใจกับกลุ่มเป้าหมายในสถานรองรับการดูแลผู้ประสบปัญหาทางสังคม

         วันนี้ (23 ก.ย. 60) เวลา 09.00 น. ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อการเสริมสร้างทักษะและเพิ่มความรู้ด้านจิตวิทยาแก่บุคลากรกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการดูแลผู้ประสบปัญหาทางสังคมระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)  กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมีนายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ นายสุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ลงนาม

         รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐในการยกระดับคุณภาพชีวิตและจิตใจของกลุ่มเป้าหมายผู้ประสบปัญหาทางสังคม ในการพัฒนาระบบการดูแลทางจิตใจกับกลุ่มเป้าหมายในสถานรองรับ ให้มีประสิทธิภาพ มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูสภาพจิตใจ และการให้ความคุ้มครองช่วยเหลือทางจิตใจให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาบุคลากรในสังกัดกระทรวงพม. ให้มีความรู้เพิ่มพูนทักษะในการปฏิบัติงานและสามารถเป็นวิทยากรด้านจิตวิทยา เพื่อแลกเปลี่ยนให้ความรู้กับบุคลากรอื่นในหน่วยงาน และส่งต่อแรงบันดาลใจให้กลุ่มเป้าหมายในสถานรองรับ เกิดแรงบันดาลใจในการช่วยเหลือตนเองและครอบครัวได้อย่างปกติ

          พร้อมกันนี้  รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมและขอบคุณกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ช่วยดำเนินการเร่งรัดให้เกิดโครงการความร่วมมือนี้ขึ้นมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการให้บริการประชาชนและผู้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. ได้แก่ เด็ก เยาวชน สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ และคนไร้ที่พึ่ง รวมทั้งผู้ที่ประสบปัญหาทางสังคม ซึ่งการขับเคลื่อนงานดังกล่าวให้ประสบผลสำเร็จ จำเป็นต้องอาศัยความรู้ความสามารถด้านสังคมสงเคราะห์และด้านจิตวิทยาของผู้ปฏิบัติงาน ในการคุ้มครองและเยียวยาผู้ประสบปัญหาทางสังคมโดยเฉพาะด้านจิตใจ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต จะดำเนินการจัดทำหรือเสนอหลักสูตรเพื่อใช้อบรมบุคลากรของกระทรวง พม. ที่ปฏิบัติงานดูแลกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในและนอกสถานรองรับ ความรู้ที่เกี่ยวกับทักษะด้านจิตวิทยาการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน รวมถึงสนับสนุนวิทยากรในการให้ความรู้ ฝึกปฏิบัติและให้คำปรึกษาทางด้านจิตวิทยาต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่

นายอนุทิน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562

          วันนี้ (23 กันยายน 2562) เวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 ณ ห้อง 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วย นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

          รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เพื่อผลักดันให้พืชสมุนไพรไทย ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะดำเนินนโยบายตามพระราชบัญญัติสมุนไพรแห่งชาติ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาและขึ้นทะเบียนสมุนไพรไทย เน้นส่งเสริมอำนวยความสะดวก ให้มีความชัดเจน มีความสะดวก ลดขั้นตอนการดำเนิน ขออนุญาตต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้สมุนไพรไทยออกสู่ท้องตลาดให้มากที่สุด เพิ่มโอกาสในการแข่งขันการค้าตลาดต่างประเทศ สร้างมูลค้าเศรษฐกิจและสร้างประโยชน์สู่เกษตรกรและชุมชนต่างๆ ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

          ที่ประชุม รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 1/2560 และแผนการขับเคลื่อนแผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ตามที่ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี ซึ่ง มีผลการดำเนินงานดังนี้ 1.) ถ่ายทอดความรู้เรื่อง GAP/Organic สมุนไพรให้กับเกษตรกรรายใหม่ 2.) ลงทุนเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมเพิ่มขึ้น 3.) วิจัยและส่งเสริมการใช้สมุนไพร 4.) ขยายช่องทางการตลาดสมุนไพรและมีการเจรจาทางการค้า 5.) การพัฒนาเมืองสมุนไพร 13 จังหวัด ส่งผลให้เกิดการพัฒนาสมุนไพรครบวงจร ทั้งการปลูก การแปรรูป และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้เกษตรกรและท่องเที่ยวของจังหวัด

         ในการนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ 3 ฉบับ ได้แก่ 1.) เรื่อง การกำหนดประเภทผู้ประกอบการ พ.ศ. … 2.) เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแจ้งเป็นผู้ประกอบการ พ.ศ. … และ 3.) เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการส่งเสริมผู้ประกอบการ พ.ศ. …

          พร้อมทั้งเห็นชอบการปรับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน เพิ่มมูลค่าภายในประเทศ โดยกำหนดการพัฒนาสมุนไพรไทยอย่างเป็นระบบ ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1.) ส่งเสริมผลิตผลของสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ 2.) พัฒนาอุตสาหกรรมและการตลาดสมุนไพรให้มีคุณภาพระดับสากล 3.) ส่งเสริมการใช้สมุนไพรเพื่อการรักษาโรคและการสร้างเสริมสุขภาพ และ 4.) สร้างความเข้มแข็งของการบริหารและนโยบายภาครัฐเพื่อการขับเคลื่อนสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืน

          นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการนำนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลด้านสมุนไพรเศรษฐกิจมาดำเนินโครงการต่อยอด สืบสาน ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรเพื่อนำเสนอเป็นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในการดูแลสุขภาพของประชาชน การใช้ประโยชน์จากสมุนไพรในยุคปัจจุบันและอนาคต อีกทั้งที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบร่างแผนงานวิจัยและนวัตกรรมสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยเพื่อเศรษฐกิจ โดยกำหนดมาตรการวิจัยสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ดังนี้ 1.) วิจัยและพัฒนาวัตถุดิบและสารสกัดสมุนไพร 2.) วิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าและมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยร่วมกับภาคเอกชน 3.) วิจัยสรรพคุณสมุนไพรเพื่อสุขภาพ และ 4.) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยและนวัตกรรมด้านสมุนไพร

         รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้กล่าวในมุมมองของตนเองว่า สมุนไพรจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่งในศตวรรษที่ 21 ดังนั้น จะขอให้คณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ จัดการประชุมให้บ่อยครั้งมากขึ้น เพื่อจะได้ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาสมุนไพร ให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจต่อวิสาหกิจไทยและประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมด้วย

ขอบคุณข้อมูล : สำนักงานโฆษก

กองทัพอากาศส่งสิ่งของช่วยผู้ประสบอุทกภัยจ.อุบลราชธานี

กรุงเทพฯ 21 ก.ย.- กองทัพอากาศ เดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่อง  ส่งสิ่งของเพิ่มเติมอีก 8 คันรถบรรทุก เพื่อช่วยเหลือชาวอุบลราชธานี

          ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ทำการปล่อยขบวนรถบรรทุก จำนวน 8 คัน จากกรมขนส่งทหารอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังกองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้ลำเลียงสิ่งของบริจาค อาทิ ถุงยังชีพ เรือ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น พร้อมด้วยยาสามัญประจำบ้าน ฯลฯ จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มอบผ่านศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีต่อไป.

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวไทย

กองทัพเรือส่งกำลัง ‘นรข.แม่น้ำโขง’ เข้าช่วยเหลือชาวอุบลฯ

          วันที่ 21 กันยายน 2562 หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตอุบลราชธานี โดยนาวาเอก ราฆพ เทวะประทีป ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตอุบลราชธานี มอบหมายให้ เรือตรี สายชล สุดสงวน หัวหน้าชุด ปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตอุบลราชธานี นำกำลังพล นรข.เขตอุบลราชธานี จำนวน 14 นาย พร้อมด้วยเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์เพลายาว จำนวน 2 ลำให้การสนับสนุนคณะวิชาภาคเกษตรกรรม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 

          ร่วมทั้งบริษัทและห้างร้านที่มีการร้องขอ ในการลำเลียงถุงยังชีพเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมริมฝั่งแม่น้ำมูล บริเวณชุมชน บ้านดงเจริญ ตำบลประทุม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี จากการปฏิบัติงานของ นรข.เขตอุบลราชธานีที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนั้น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีความพอใจในการทำงานของ นรข.และกองทัพเรือที่มีต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ขอบคุณข้อมูล : แนวหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ทหารเร่งกำจัดผักตบเปิดทางระบายน้ำ

          กองพันทหารช่างที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 นำกำลังพลพร้อม เครื่องมือช่าง เร่งขุดลอกผักตบชวา บริเวณสะพานกุดปลาขาว อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ขณะนี้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย เปิดทางระบายน้ำ ทำให้การระบายน้ำสะดวกยิ่งขึ้น

#saveubon#ร่วมด้วยช่วยกัน

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก

มุกดาหาร # ตม.จว.จับชาวแคนาดาปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอมด้วยระบบ Biometrics

         เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 62 เวลา 16.30 น. ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และพ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ, พ.ต.ท. สุทิน จันทน์แดง รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร, พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล, พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก สว.ตม.จว.มุกดาหาร โดยเจ้าหน้าที่จุดตรวจบุคคลและพานหนะและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ได้ทำการจับกุม MR. ROBERT DAVID BELL อายุ 54 ปี สัญชาติ แคนาดา ถือหนังสือเดินทางหมายเลข GG726140 ข้อหา “ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม” โดยจับกุมที่บริเวณจุดตรวจบุคคลและพาหนะสะพานมิตรภาพ ๒ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองจ.มุกดาหาร

         พฤติการณ์ในจับกุม ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ประจำจุดตรวจบุคคลและพาหนะเข้มงวดกวดขันการตรวจบุคคลและพาหนะ ในการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร ต่อมาในวันนี้ (22 ก.ย. 62) ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ MR.ROBERT DAVID BELL อายุ 54 ปี สัญชาติ แคนาดา ถือหนังสือเดินทางหมายเลข GG726140 ได้มายื่นหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าว ต่อ ร.ต.อ.หญิง กฤติยา เสริมสุข รอง สว.ตม.จว.มุกดาหาร เพื่อตรวจอนุญาตตามพิธีการเข้าเมือง

         ซึ่งจากการตรวจสอบในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ด้วยระบบไบโอเมทริกซ์ (Biometrics) พบการแจ้งเตือนว่าเป็นหนังสือเดินทางที่แจ้งหายและถูกโจรกรรม ขององค์กรตำรวจสากล INTERPOL และจากการติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ได้มีหนังสือยืนยันว่าหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าว มีการปลอมหน้าประวัติผู้ถือ เอกสารเล่มดังกล่าวได้ถูกบันทึกแจ้งหายไว้ ซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้เดินทางได้อีกต่อไป จากนั้นจึงได้แจ้งประสานให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.มุกดาหาร ร่วมตรวจสอบ ต่อมาได้เชิญตัวผู้ถูกจับมาที่ทำการงานสืบสวนปราบปราม เพื่อตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวโดยละเอียด จากการตรวจสอบเพิ่มเติมโดยเปรียบเทียบกับหนังสือเดินทางจริง พบข้อแตกต่าง ดังนี้

  1. หมายเลขหนังสือเดินทางในหน้าข้อมูล หน้าที่ 2 กับหน้าที่ 3 ไม่ตรงกัน
  2. หมายเลขบาร์โค้ดในหน้าที่ 3 (EBR55063) ไม่ตรงกับรอยปรุในหน้าอื่นๆ (EBM19451)
  3. หน้าที่ 2 ถึง 4 ไม่มีรอยปรุหมายเลขบาร์โค้ด
  4. ตัวหนังสือ CANADA ไม่ได้พิมพ์ด้วยหมึกเปลี่ยนสี
  5. หน้าข้อมูลในหนังสือเดินทาง (หน้าที่ 2) ไม่มีการเปลี่ยนสีตามมุมมองของอุปกรณ์เปลี่ยนรูปเปลี่ยนสี หรือ OVD
  6. หน้าข้อมูลในหนังสือเดินทาง (หน้าที่ 2) พิมพ์ชื่อเมืองผิด “VANCOVER” ที่ถูกต้องคือ “VANCOUVER”

         เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา จึงได้แจ้งแจ้งสิทธิตามกฎหมายข้างต้น ให้ผู้ถูกจับทราบและแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม” สอบถามผู้ถูกจับแล้วได้ให้การตามบันทึกข้างต้น จึงทำบันทึกจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


พวงเพชร ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สงขลา – ชาวบ้าน อ.นาทวี ขุดเจอกล่องเหล็ก ซึ่งด้านในประกอบไปด้วยวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนปืน จึงแจ้ง EOD ตรวจสอบ

          เมื่อวันที่ 22/9/62 ภายใต้อำนวยการของ ก.ท. ชูศักดิ์ สบานแย้ม ผบ.ร้อย อส.อ.นาทวี ที่ ๖, มว.อ. มานิต บริพันธ์ รอง ผบ.ร้อย ฯ, มว.อ. พงษ์พันธ์ ศรีนิ่ม ผช.ผบ.ร้อย ฯ, มว.อ. นันต์อินทร์ ศิริรัตน์ ผช.ผบ.ร้อย ฯ, มว.ต.ธนกฤต สุทธิพงค์ ผช.ผบ.ร้อยฯ ม.ว.ต. ธนัช ชนะผล ผช.ผบ.ร้อย ฯ มอบหมายให้ ชป.ฉก.๒ (ชุดเคลื่อนที่เร็ว) พร้อม ว.๓๐ ๖ นาย ร่วม ชป.บูรพา ๒ (ชุดยาเสพติด) ออก ว.๔ ตามที่ได้รับแจ้งจาก ผ.ญ. สรพงศ์ อ่อนบัวขาว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๔ บ้านวังบวบ ต.ฉาง อ.นาทวี ว่าได้มีคนงานชื่อ นายสนอง สิงห์หนู ชาวบ้านหมู่ที่ ๙ บ้านเลียบ ต.ฉาง อ.นาทวี ได้ขุดพบเจอกล่องเหล็ก ซึ่งด้านในประกอบไปด้วยวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนปืน

         เมื่อถึงที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าว เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยว ชาญด้านวัตถุระเบิด (EOD) เข้าทำการตรวจสอบตามลำดับต่อไป สถานที่เกิดเหตุเป็นบริเวณบ้านของ นางยุภา รัตนภิรมย์ อายุ ๖๑ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๖๖ หมู่ที่ ๔ บ้านวังบวบ ต.ฉาง อ.นาทวี จ.สงขลา
ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย / เหตุการณ์โดยทั่วไปปกติ~

ภาพ/ข่าว : อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง